“ ป๊ะป๋าอารมณ์ดีจังเยย ”
เป่าเป้ยเห็นสีหน้าของคุณพ่อจึงเกิดความสงสัยหลายวันมานี้พ่อของเธอยิ้มไม่ยอมหุบ
“ ป๊ะป๋าดีใจที่มีคนเข้าใช้งานร้านเราเยอะมากๆเลยจ้ะ ถ้าคนเยอะป๊ะป๋าก็มีเงินเยอะๆไว้ซื้อของอร่อยๆให้เป่าเป้ยไง ”
วู้
เด็กสาวทำตาโตแล้วค่อยๆยิ้มเลียนแบบคุณพ่อเพื่อต้อนรับสมาชิกที่เข้ามาใช้งานร้าน หากคุณพ่อมีเงินเยอะเธอก็จะได้กินข้าวเยอะขึ้นเช่นเดียวกัน เพื่อนใหม่ของเธอก็จะเยอะขึ้นตามไปด้วยเพราะคุณพ่อสามารถซื้อตุ๊กตาให้ได้มากกว่า 1 ตัว
“ เชิญเลยครับเชิญเข้าไปข้างในก่อนนะครับ ”
“ เชิญค่า! ”
สองพ่อลูกพยักหน้าให้กับสมาชิกที่เข้ามาใช้งานร้าน แม้จะไม่ได้โปรโมทหลายอาทิตย์แล้วฮันเตอร์กลับเดินทางเข้าสู่ร้านของพวกเขาเยอะมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้ไม่มีใครในเขต X ไม่รู้จักหลงเฉียงฟิตเนส
สิ่งที่ทำให้เฉินห่าวพอใจไม่ใช่การเข้ามาของผู้อาวุโสตระกูลทั้ง 3 และหัวหน้ากิลด์รวมไปถึงสมาชิกระดับสูงที่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ
เฉินห่าวดีใจจนยิ้มไม่หุบเนื่องจากว่านักเรียน ม.6 ภายในเขต X เริ่มทยอยเข้าสู่ร้านของเขาแล้ว ต่อให้เงินที่ได้ต่อหัวจะน้อยมากเมื่อเทียบกับฮันเตอร์ อย่างไรแล้วคะแนนที่ได้จากการใช้งานยังคงเท่ากัน เขาจึงไม่มองไปที่ตัวเงินแต่กลับให้ความสำคัญกับคะแนนแทน
นักเรียน ม.6 ที่เข้ามาไม่ได้มีเพียงแค่นักเรียนโรงเรียนเก่าของเหมยลี่ นักเรียนอีกหนึ่งแห่งเดินทางมาใช้งานหลังจากเห็นความก้าวหน้าของรุ่นพี่ต่างโรงเรียนที่สามารถสอบติดมหาวิทยาลัยชิงหัวแล้วยังสามารถยืนอยู่ในอันดับ 1 ของรุ่นได้
เฉินห่าวรู้สึกว่าตนเองตัดสินถูกต้องที่ปั้นเหมยลี่ให้กลายเป็นดาวเด่น แม้การโปรโมทของเธอในมหาวิทยาลัยจะเรียกลูกค้าให้เขาได้ไม่ถึง 10 แต่ความดังของเธอกลับกระตุ้นให้นักเรียนภายในเขต X อยากเดินตามรอยจนทุกคนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยมองมาที่ร้านของเขา
นอกจากนักเรียน ม.6 ของปีนี้ที่เริ่มเข้าใช้งาน นักเรียน ม.5 ก็เริ่มเดินทางมาเช่นเดียวกันหลังจากรู้ว่าตนเองจำเป็นต้องแข็งแกร่งกว่ารุ่นพี่ ม.6 หากว่าอยากจะอยู่ในระดับที่สูงยิ่งขึ้น
การมาของนักเรียนทำให้เฉินห่าวจัดโซนพิเศษเพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเข้าไปวุ่นวายกับเหล่าฮันเตอร์ แม้หลายคนจะพยายามควบคุมจิตสังหารเอาไว้ก็ตาม บางครั้งจิตสังหารเหล่านั้นมักเล็ดลอดออกมาจากร่างเช่นเดิม เขาจึงต้องจัดโซนพิเศษให้กับนักเรียนนักศึกษาเพื่อให้แต่ละช่วงอายุรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเข้าใช้งานได้อย่างปลอดภัย
“ เชิญค่า ”
“ ยิงลีต้อนรับค่า ”
เสียงน้อยๆกล่าวทักทายลูกค้า แต่ละคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านล้วนแล้วหันมาทักทายเป่าเป้ยน้อยที่พยายามสวัสดี เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวมีความสุขดีจึงปล่อยให้เธอต้อนรับลูกค้าต่อไปจนกระทั่งเธอเหน็ดเหนื่อยเขาก็พาไปนอนกลางวัน
“ กลับมาแล้วเหรอ ”
เฟยหลงหุบปีกเล็กๆหลังจากกลับมาถึงตึก จากการตกลงกันระหว่างมันและเฉินห่าวเขาจะให้มังกรออกไปล่าเพื่อเพิ่มเลเวลเพราะคนที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้าไม่ได้มีเลเวลแค่ 140 มันจึงต้องออกไปล่า โดยพื้นที่ล่าของมันคือทางตอนใต้เขต X เช่นเดิม
หลังจากซากโบราณสถานระเบิดพื้นที่ล่าก็เริ่มขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มอนสเตอร์ภายในพื้นที่ล่าต่างก็เริ่มอัพเลเวลกันอย่างรวดเร็วไม่ต่างกัน เขาจึงส่งมันไปล่าและคอยกำชับให้มันเก็บไอเทมดรอปกลับมาด้วย
“ นายท่านข้าได้ผลึกเลเวล 120 มาทั้งหมด 53 ก้อน ”
“ โอ้ทำได้ดี แกไปพักเถอะ ”
เฉินห่าวรับผนึกมานามาจากเฟยหลงแล้วเริ่มดูดซับพลางมองฮันเตอร์ทุกๆคน การดูดซับของเขาไม่มีใครสนใจเลยเพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไรทุกคนจึงคิดว่าเขาเพียงแค่ถือผลึกมานาเล่นเท่านั้น
หลังจากที่ถึงจุดอิ่มตัวเขาเพียงแค่ใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพันย่อยพลังงานจนทำให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้นโดยแบ่งพลังงานครึ่งหนึ่งไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ
เฉินห่าวจึงดูดซับมานาเข้าไปอีกจนเลเวลของเขาค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามผลึกมานาทั้ง 53 ก้อนไม่เพียงพอจะทำให้เขาเลเวลอัพไปได้ไกลมาก เขาสามารถอัพเลเวลจากพวกมันได้เพียง 3 - 4 เลเวลเท่านั้น เฉินห่าวจึงพักการดูดซับเอาไว้เพราะผลึกมานาหมด จากนั้นก็รอให้ผลึกมานาที่สั่งเดินทางมาส่ง
สำหรับเขาการอัพเลเวลไม่ใช่เรื่องยากเลย ขอแค่มีเงินมากพอในการซื้อผลึกมานา แต่ดูเหมือนว่าผลึกมานาเลเวล 150 ขึ้นไปจะขาดตลาด ไม่ใช่เพราะฮันเตอร์อ่อนแอจนล่ามอนสเตอร์ไม่ได้ เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์เลเวล 140 - 150 มีจำนวนจำกัด หากฮันเตอร์สามารถอัพเลเวลไปถึง 160 จะมีผลึกมานาจำนวนมากรอรับ ดังนั้นทุกคนที่อัพเลเวลอย่างรวดเร็วจะมากองรวมกันอยู่ที่ 150 จากนั้นค่อยอัพขึ้นไปยังระดับถัดไป
หลายคนจะมองช่วงเวเวล 140 - 150 เป็นช่วงพักตัวและเป็นช่วงที่ขุมอำนาจต่างๆตามหาคนเข้าร่วม เนื่องจากว่าใครก็ตามที่มีขุมอำนาจหนุนหลังจะทำให้เข้าถึงผลึกมานาได้มากยิ่งขึ้นจนหลุดพ้นจากขอบเขตนี้ได้รวดเร็ว
“ เด็กพวกนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ ”
เฉินห่าวอยากจะกลับไปสอนให้เร็วเพราะเขาอยากเห็นพัฒนาการของนักศึกษา หากว่าทำตามที่เขาแนะนำอย่างน้อยน่าจะใช้ทักษะฝ่าเท้าวายุในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับเดียวกันกับตนเองได้แล้ว ต่อให้จะยังเอาชนะด้วยทักษะไม่ได้แต่การจะหลบหนีไม่ใช่เรื่องยากเลย เหลืออีก 2 วันที่เขาจะกลับไปสอนเฉินห่าวจึงวางแผนเตรียมตัวรับมือกับนักศึกษาเพราะหลังจากอาทิตย์ที่สองเขาจะเริ่มแนะนำนักศึกษาให้รู้จักกับฟิตเนสภายในโรงแรมหรูอี้ เมื่อเวลานั้นมาถึงเขาจะป้อนสิ่งเสพติดที่เรียกว่าเครื่องออกกำลังกายให้กับพวกเขาไป
“ ป๊ะป๋าเข้านอนกันเตอะ ”
เป่าเป้ยน้อยใช้มือกุมปากแต่ก็ไม่สามารถกุมได้หมดเพราะอ้าปากกว้างเกินไป เมื่อรู้ว่าตัวเองทำเรื่องน่าอายจึงหัวเราะเบาๆเพราะพ่อกำลังยิ้ม
“แมลงวันเข้าปาก ”
“ ยางม่ายเข้า เป่าเป้ยปิดปากดีมากๆเยย ”
“ ป๊ะป๋าก็นึกว่าเข้าไปแล้วเอาล่ะไปนอนกันเถอะ ”
เฉินห่าวเป่าเป้ยเข้านอนพลางเล่านิทานให้ฟัง อีกฝ่ายคอยถามตลอดว่าวันไหนจะได้ไปมหาวิทยาลัยอีก เฉินห่าวจึงบอกความจริงเพราะการไปเจอพี่ชายพี่สาวมากมายทำให้ลูกสาวของเขาดีใจไม่น้อย
“ อีก 2 วันครับ ”
“ ฝันดีค่า ”
เฉินห่าวห่มผ้าให้ลูกสาวแล้วเดินออกมาจากห้องปล่อยให้เธอใช้เครื่องออกกำลังกายเลเวล 3 โดยไม่มีความเจ็บปวด เขารู้สึกอิจฉาลูกสาวไม่น้อยที่สามารถใช้งานทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ หากเป็นเขาคงจะนอนเล่นทั้งวัน
หลังจากที่มอบหมายงานให้กับกลุ่มของอ้ายเสินแล้วเขาจึงเข้าใช้งานอีกห้องที่ว่างก่อนจะกรีดร้องเสียงดังเพื่อขยายความสามารถในการต้านทานแรงดันของผู้ที่มีเลเวลสูงกว่า
วันนี้เขาใช้งานห้องขยายแรงต้าน พรุ่งนี้เขาจะสลับไปใช้งานห้องขยายท่อพลัง การที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะว่าลูกสาวจะสับเปลี่ยนห้องนอนไปมา เขาก็เลยได้สลับห้องใช้งานกับเธอจนกว่าจะถึงเช้า
---------------------------------------------------------------
“ ลูกพี่ ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจัง ”
ป๋อหลินสอบถามลูกพี่อ้ายเสิน เช้านี้อีกฝ่ายกลับมาเร็วเกินไป พวกเขาแบ่งกลุ่มการล่าออกเป็น 2 กลุ่มหนึ่งคือช่วงกลางคืนและช่วงกลางวัน
ใครที่เดินทางช่วงกลางคืนจะต้องดูแลร้านช่วงกลางวัน โดยการจัดกลุ่มแบบนี้จะทำให้พวกเขาสามารถล่าได้ด้วยและสามารถดูแลร้านได้ด้วย
“ เหมือนว่าจะเกิดคลื่นมอนสเตอร์ฉันก็เลยกลับก่อน ”
“ คลื่นมอนสเตอร์เหรอ คงไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม ”
“ ฉันก็อยากให้มันเป็นเรื่องไม่จริง ”
“ แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงคิดว่ากำลังจะเกิดคลื่นล่ะ ”
คลื่นมอนสเตอร์คือปรากฎการณ์ที่มอนสเตอร์ขยับเข้ามาใกล้กัน สุดท้ายจะเกิดเป็นกองทัพมอนสเตอร์บุกเข้าโจมตีเขตใดเขตหนึ่งจนพังเสียหายเหมือนสงครามที่พึ่งจบลงได้ไม่กี่เดือน
“ กลุ่มของมอนสเตอร์ที่เจออยู่ใกล้กันเกินไป จากที่ล่าวันก่อนๆจำได้ว่ามันน่าจะอยู่ไกลกว่านี้ ”
“ คงไม่ได้มีไอ้บ้าที่ไหนดึงมอนสเตอร์มารวมกันหรอกนะ”
“ ฉันก็ขอให้เป็นแบบนั้น แต่ถ้าพวกมันมารวมกันเพราะสัญชาตญาณ ไม่เกิน 1 เดือนเขต X ได้เกิดความวุ่นวายแน่นอน ”
อ้ายเสินรู้สึกกังวลเพราะมอนสเตอร์ทางตอนใต้เขต X เพิ่มระดับความแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากที่พลังของซากโบราณสถานเข้าปกคลุมพวกมัน
หากสงครามเกิดขึ้นเลเวลสูงสุดจะไม่ใช่ 130 อีกต่อไป มอนสเตอร์ส่วนใหญ่อาจจะเป็นเลเวล 100 ส่วนเลเวลสูงสุดอาจจะมากถึง 150 ซึ่งมันอาจจะไปได้ไกลถึง 160 และ 180 ที่เป็นเลเวลสูงสุดของมอนสเตอร์จากซากโบราณสถาน
การจะหยุดกองทัพมอนสเตอร์ขนาดนี้ได้จะต้องใช้ขุมอำนาจระดับกลางของเมืองลั่วหยาง เขาจึงรู้สึกกังวล
“ แล้วเถ้าแก่อยู่ไหน เขาตื่นหรือยัง ”
“ ยัง เหลืออีก 10 นาทีจะหกโมงเช้า อีกสักหน่อยก็น่าจะเห็น ”
“ โอเค เตือนฉันด้วยก็แล้วกันเราต้องบอกเรื่องนี้กับเถ้าแก่ด้วย เขาอาจจะมีวิธีรับมือ ”
ตอนนี้ฮันเตอร์เข้าใช้งานร้านของพวกเขาเยอะขึ้น หากให้เถ้าแก่คอยกระจายข่าวเรื่องการจะเกิดคลื่นมอสเตอร์ออกไป ฮันเตอร์อาจจะช่วยกันเข้าระงับก่อนจะบานปลายไปมากกว่านี้ ดังนั้นแล้วเขาจึงต้องหวังพึ่งเถ้าแก่
หลังจากนั่งไปสักพักอ้ายเสินก็พบว่าเถ้าแก่ลงมาจากชั้นสองพร้อมกับลูกสาว เขาจึงไม่รอช้าพูดเรื่องที่เห็นให้เถ้าแก่ฟังทันที