หลังจากที่มองสำรวจชองหลงแล้ว ก้กล่าวออกมาด้วยความสงสัยว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงกล้าพูดแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย ดูยังไงก็เด็กไร้พลังปราณดีๆนี่เองหรือว่าเจ้าเด็กนี่มันจะมีทักษะปกปิดลึกล้ำที่ไม่สามารถรู้ระดับพลังปราณได้กันข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าใช้วิธีอะไรในการทำร้ายบุตรชายข้า แต่ในเมื่อเจ้ากล้าทำร้ายบุตรข้าเจ้าก็ต้องได้รับโทษเมื่อกล่าวจบผู้นำตระกูล อึ้งซงมัว ก็ปลดปล่อยพลังปราณระดับจักรพรรดิออกมา ส่งแรงกดดันไปที่ชิงหลงทันที แรงกดดันมหาศาลทำให้เจ้าสำนักและท่านผู้เฒ่าต่างขมวดคิ้วก่อนจะพูดออกมาว่า"เจ้าเป็นถึงผู้นำตระกูลอึ้ง ที่ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรหลัวหยางกับมาทะเลาะกับเด็กช่างน่าอายยิ่งนัก" ผู้เฒ่ากล่าวออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ"เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพวกท่าน อย่ายื่นมือเข้ามายุ่งจะดีกว่า อย่าหาว่าข้าโหดร้ายก็แล้วกัน"ผู้นำตระกูลอึ้งกล่าวออกมาเตือนทั้งสองเอาไว้"เฮ้อ...ข้าไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว ตระกูลพวกเจ้าเย่อหยิ่งอวดดีเกินไป ให้เจอของจริงซักครั้งหน้าจะเข้าใจในโลกใบนี้ขึ้นว่ามันกว้างใหญ่ขนาดไหน"กล่าวเสร็จทั้งสองก็หันหลังกลับแล้วเดินไปยืนอยู่ห่างๆเพื่อดูการปะทะกันระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าใครจะเละหลังจากที่จบการประลอง ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวเห็นท่าทีของทั้งสองก็แปลกใจขึ้นมา "หรือว่าเจ้าเด็กนี่...."ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวคิดในใจ แต่จู่ๆก็รู้สึกถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเขา จึงได้ใช้ก้าวพริบตาหลบหนีออกไปทันหวุดหวิด เมื่อหันกลับมาดูก็พบกับกรงน้ำแข็งปรากฎขึ้นมาตรงที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้หืม..นั่นมันธาตุน้ำแข็งนิ ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายก่อนหน้านี้กลายเป็นตรึงเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะมองไปที่ชิงหลง ก็พบว่ามีหอกน้ำแข็งปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพุ่งมาที่เขาด้วยคาวมรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน แต่เขาก็หลบไม่ได้เพราะถูกเวทย์ตรึงวิญญาณของชิงหลงทำให้หยุดชะงักทันที"อึก!! นี่มันอะไรกัน ข้าขยับไม่ได้ หืม...บัดซบเอ้ย! ข้าหลบไม่ได้แน่" ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวร้องตะโกนภายในใจฟิ้ว! เปรี้ยง!! เสียงหอกน้ำแข็งปะทะกับเกราะปราณของ ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัว ถึงแม้เกราะปราณจะไม่เกิดรอยร้าวแต่ว่าแรงสะท้อนก็ไม่น้อยเลย ทำให้พลังปราณปั่นป่วนอย่างที่จะควบคุม น่าตาบิดเบี้ยวไปมา เหงื่อผุดขึ้นมาบนใบหน้า หัวใจเต้นถี่รัว "นี่ข้ากำลังสู้อยู่กับปีศาจรึไง? ถ้าต้องเจอกับเจ้าเด็ก ข้าขอไปเจอคนอื่นยังดีซะกว่าอีก ความคิดหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ต้องรีบหยุดการต่อสู้นี้ไม่งั้นละก็"ลูกไฟวิญญาณปรากฎขึ้นที่ด้านบนและกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เจ้าสำนักและท่านผู้เฒ่าหน้าถอดสีกันทันที ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นไปแล้ว ส่วน ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัว เมื่อเห็นลูกไฟวิญญาณขนาดใหญ่ก็หน้าซีดขาวทันที เพราะมันลูกใหญ่มากๆหน้าโดนเข้าไปมีหวังไปเข้าเฝ้าเง็กเซียนแน่นอน ก่อนจะตะโกนออกมาทันทีว่า"พอแล้ว!! พอได้แล้ว ข้าไม่อยากจะสู้ไปมากกว่านี้แล้ว ข้าจะกลับเดี๋ยวนี้ล่ะ""หืม..." ชิงหลงสลายลูกไฟวิญญาณทันที เมื่อได้ยินเสียงตะโกนว่า "พอแล้ว" "ข้านึกว่าจะโง่กว่านี้ซะอีก เอาะเถอะ ข้าจะจบเรื่องนี้เอาไว้แค่นี้ละกัน ก่อนจะหาเรื่องใครหัดสอบถามบุตรตัวเองดีๆก่อนจะมาด้วยละกัน ข้าเบื่อจะเจอเรื่องพวกนี้เต็มทนแล้ว"สิ่งที่ชิงหลกล่าวมานั้นทำให้ ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัว รู้สึกเสียหน้าอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้กล่าวแย่งออกไป"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน ขออภัยที่มาสร้างความวุ่นวายให้" พูดเสร็จ ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัว ก็มองไปที่บุตรของตนก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความฉุนเฉียว "ไปได้แล้ว เจ้าเกือบทำให้ตระกูลต้องล่มจมเพราะเจ้าคนเดียว" จากนั้นทั้งหมดก็รีบออกจากสำนักเพลิงตะวันทันทีด้วยความอับอายหลังจากที่ ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัว จากไปเจ้าสำนักก็บอกให้ศิษย์ทุกคนแยกย้ายกันไป ส่วนตนก็จะไปคุยธุระต่อที่ยังคุยไม่เสร็จ "ไหนๆเรื่องก็จบแล้วไปที่ภูเขาท่านอาจารย์ต่อเลยก็แล้วกัน" ชิงหลงพยักหน้าก่อนจะใช้เวทยฺเคลื่อนย้ายหายวับไปทันทีเมื่อตระกูลอึ้ง เดินออกจากสำนักเพลิงตะวันไปก็ได้แต่ด่าทอบุตรของตนไปตลอดทาง ถ้าเขารู้ว่าคนที่บุตรตนไปหาเรื่องด้วยน่ากลัวขนาดที่เขายังไม่สามารถจะทำอะไรได้แบบนี้ละก็เขาคงไม่มา วันนี้เขาได้ตัดสินใจผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ที่มาตามคำขอของบุตรชายตนจนต้องกล่าวยอมแพ้อย่างรวดเร็ว แถมยังไม่ได้โจมตีออกไปเลยซักครั้ง ทั้งที่ตัวเขามีพลังระดับจักรพรรดิ ที่หลังจะทำอะไรก็หัดใช้สมองตัวเองดูเสียบ้าง ไม่ใช่อ้างแต่ตระกูล เจ้ารู้รึเปล่าหากข้าสู้ต่อไปอะไรจะเกิดขึ้น "เอ่อ....ลูกไม่คิดว่ามันจะแข็งแกร่งขนาดนี้" "เฮ้อ...ถ้าเจ้ายังทำตัวแบบนี้อีกข้าจะกักบริเวณเจ้า จนกว่าจะสำนึกได้""เข้าใจแล้วท่านพ่อ"
เมื่อชิงหลงมาถึงโต๊ะไม้ที่พวกเขานั่งคุยกัน ชิงหลงก็รู้สึกแปลกๆเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรดังใกล้ๆกับเขา ชิงหลงหันซ้ายหันขวาไปมาเพื่อหาที่มาของเสียงแกร๊กๆ แกร๊กๆ "หืม..เสียงอะไรน่ะ ข้ามองหาแต่ก็ไม่เจอ" ชิงหลงหลับตาลงก่อนจะตั้งใจฟัง เสียงนี่ดังอยู่กับตัวของเขา ชิงหลงพึ่งนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองได้นำไข่สัตว์อสูรใส่ลงไปในแหวนมิติ ก็ส่งจิตวิญญาณเข้าไปสำรวจทันที สมุนไพรหายากหลายอย่าง ขวดยาเม็ดสีทอง ทุกอย่างกระจัดกระจายไปทั่วห้องของแหวนมิติ จากนั้นก็ได้ยิน เสียง แจ๊บๆ แจ๊บๆ เหมือนมีใครกำลังเคี้ยวบางอย่างอยู่ ชิงหลงแทบทรุดเมื่อเห็นเม็ดยาสีทองที่เขาพึ่งจะปรุงไว้ก่อนมาที่นี่กำลังถูกเด็กน้อยตัวเล็กที่ด้านหลังมีปีกสีทองเล็กๆหนึ่งคู่ กำลังละเลงเม็ดยาของเขาอย่างดุเดือด ชิงหลงรีบถอนจิตวิญญาณกลับออกมาก่อนจะสายเกินไป แล้วนำเอาเด็กน้อยตนนั้นออกมาจากแหวนมิติของเขาทันที เมื่อเด็กน้อยปรากฎออกมาด้านนอกในมือก็ยังถือขวดเม็ดยาสีทอง อีกมือหนึ่งกำลังนำเม็ดยาสีทองเข้าปาก ชิงหลงร้องโหวกเหวกโวยวายทันทีอ๊ากกก!! "นั่นมันเม็ดยาของข้า หยุดกินได้แล้ว" ชิงหลงแทบกระอักเลือดออกมาเมื่อเม็ดยาสีทองเม็ดสุดท้ายถูกเขมือบไปต่อหน้าต่อตา เมื่อเม็ดยาสีทองเม็ดสุดท้ายถูกกินไป เด็กน้อยประมาณ3ขวบมีปีกสีทองด้านหลังก็หันมามองหน้า ชิงหลงพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ คิกๆ คิกๆ ชิงหลงเหมือนถูกหัวเราะเยาะเย้ยที่ยาเม็ดสีทองถูกกินจนหมด ก่อนจะมองหน้าเด็กน้อยนั่นก็อดที่จะว่ากล่าวไม่ลง ก็ได้แต่ถอนหายใจ "นี่เจ้ากินเม็ดยาของข้าจนหมดแล้วยังจะมาหัวเราะเยาะข้าอีกอย่างนั้นหรอ" เด็กน้อยได้ยินก็หยุดหัวเราะ ก่อนจะทำหน้าตาเศร้าสร้อยเหมือนกำลังจะร้องไห้ ชิงหลงสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยตรงหน้ากำลังจะร้องไห้ ก็รนรานทำอะไรไม่ถูก ยกมือขึ้นชี้ไปชี้มา เมื่อเห็นชิงหลงทำท่าแปลกๆเด็กน้อยก็หัวเราะออกมา คิกๆคิกๆ ชิงหลงโล่งออกถอนหายใจออกมา "นี่เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม"เด็กน้อยพยักหน้าตอบ "เจ้าชื่ออะไรหรอ พอจะบอกได้ไหม" เด็กน้อยทำหน้างง ก่อนจะส่ายหน้าไปมา "ไม่มีชื่ออย่างนั้นรึ ใช่พึ่งฟักออกมาจะมีชื่อได้ไงเนี้ย" เฮ้อ.."เอ่อ...งั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า หลิงหลง ก็แล้วกัน เจ้าเข้าใจไหม"เด็กน้อยตรงหน้า เอ่ย ตามคำ "หลิงหลง" ก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นปีกที่ด้านหลังก็ขยายใหญ่ขึ้น ก่อนจะกระพือปีกขึ้นลงไปมาแล้วบินวนรอบตัวชิงหลง"ดูเหมือนว่า จะชอบชื่อนี้นะ แต่ไม่นึกว่าจะเป็นไข่มังกรนี่สิ แล้วมังกรเวลาฟักมันเป็นลูกมังกรไม่ใช่เร๊อะ " ชิงหลงแปลกใจจึงได้ถามหลิงหลงว่า"เจ้าฟักออกมาจากไข่ทำไมถึงเป็นเด็กเหมือนมนุษย์กันล่ะ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นลูกมังกรก่อนหรอกรึ?"เมื่อได้ยินหลิงหลงก็หยุดบินก่อนจะเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นลูกมังกรน้อยสีทองทั้งตัว ซักครู่ก็เปลี่ยนร่างเป็นเด็กน้อยอีกครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมอยู่ในสายตาของเจ้าสำนักหยางเจียนจื่อกับท่านผู้เฒ่าตอนแรกที่พุ่งทะยานมาก็เห็นชิงหลงโวยวายเรื่องเม็ดยาของเขาที่ถูกเด็กน้อยตรงหน้ากินไป ตอนแรกก็ยังเฉยๆแต่เมื่อมองเห็นปีกเล็กๆที่หลังเท่านั้นล่ะก็ทั้งสองคนเข่าทรุดลงนั่งกับพื้นทันที หันมองหน้ากันไปมา และยิ่งตกใจหนักก็ตอนที่หลิงหลงขยายปีกออกก่อนจะบินวนรอบตัวชิงหลงจากนั้นก็กลายร่างเป็นมังกรสีทอง ตอนนี้ทั้งสองดวงวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปที่เรียบร้อยแล้ว นั่งนิ่งกับพื้นไม่ขยับเลย"เจ้ากินเม็ดยาสีทองข้าหมด แล้วข้าจะทำยังไงดีล่ะ" ชิงหลงบ่นออกมาจู่ๆหลิงหลงก็กลายเป็นแสงหายวับเข้าไปในตราพันธะสัญญาที่หลังมือของชิงหลง ก่อนจะได้ยินเสียงคนถอนหายใจยาวดังออกมาทางด้านหลัง"เฮ้อ.............."ชิงหลงหันไปมอง ก็เห็นเป็นเจ้าสำนักหยางเจียนจื่อกับท่านผู้เฒ่ากำลังเดินมาทางเขา เมื่อเห็นอาการเหนื่อยของทั้งสิงชิงหลงก็ถามออกไป"พวกท่านทั้งสองเป็นอะไรรึเปล่า ดูเหนื่อยๆ""ไม่มีอะไรหรอก แค่เห็นอะไรบางอย่างที่น่าตกใจก็เท่านั้น ดีนะที่พวกข้าไม่หัวใจวายตายไปซะก่อน""อะไร?" "ช่างมันเถอะ ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้านิดหน่อย" เจ้าสำนักหยางเจียนจื่อกล่าวออกมา "เรื่องจะขอร้อง?" "ใช่ ข้าอยากให้เจ้าเป็นตัวแทนประลองระหว่างสำนักในครั้งนี้ให้ที""หาา...ข้าเนี้ยนะ!!!"