บทที่ 163 แผนการที่แท้จริง
แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ ทหารชุดแรกมากกว่าครึ่งไม่รู้ว่าพวกเขากำลังต่อสู้อยู่กับอะไรบ้าง แล้วมีสายตามากแค่ไหนที่กำลังจับจ้องอยากจะกินพวกเขาเป็นอาหาร ทว่า...ซูหยวนที่มีแผนที่อยู่ในมือจะไม่รู้ได้อย่างไร จุดสีแดงที่อยู่รอบๆซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งของจระเข้หนาม เห็นได้ชัดแล้วว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่ปกติ
เธอไม่รู้ว่าพวกผู้นำกำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่ แต่การขับไล่จระเข้หนามให้ถอยร่นไปด้านหลัง คงจะไม่ใช่แค่เรื่องของการยึดครองพื้นที่หนองน้ำเท่านั้นหรอก อาจจะต้องมีปัญหาอย่างอื่นที่พวกเขาไม่พูดออกมาก็เป็นได้
ถึงจะรู้แบบนี้ แต่เธอก็ไม่ได้มีทางเลือกอื่น ถ้าจนตรอกจริงๆก็แค่หนีเข้าไปซ่อนในฟาร์ม แกล้งว่าตายไปจากโลกนี้แล้วก็เท่านั้น ส่วนรุ่นพี่หวัง...แม้เธอจะดีกับตัวเองขนาดไหน ทว่า...ความตายนี้ไม่ใช่เธอที่เป็นคนมอบให้ ทว่าเป็นอาจารย์เติ้งและทางกองทัพต่างหากที่โยนทุกคนมาที่นี่
ไม่ว่าจะยังไง ความลับเรื่องฟาร์มของเธอก็จะต้องเป็นความลับ ซูหยวนไม่มีแผนที่จะช่วยชีวิตคนอื่นโดยการเปิดเผยไพ่ลับในมือของตนเองเด็ดขาด
โชคดีที่รุ่นพี่หวังไม่รู้ความในใจนี้ ดังนั้นในขณะที่ต่อสู้เคียงข้างรุ่นน้องอัน เธอยังคงแสดงความสามารถออกมาอย่างมั่นใจ ราวกับได้ต่อสู้ร่วมกับคู่หูที่เชื่อใจได้ของตนเอง
การกดดันจระเข้หนามเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นเมื่อทักษะการอำพรางตัวตนของมันใช้ไม่ได้ผลกับซูหยวน นอกจากนี้เธอก็ยังให้สัญญาณเตือนในตำแหน่งที่มีหนามพิษซ่อนอยู่ด้วย ตอนแรกพวกทหารก็ไม่เข้าใจว่าเธอยิงไปตำแหน่งนั้นทำไมทั้งๆที่ไม่มีจระเข้หนามอยู่ แต่หลังจากที่มีคนเดินเข้าไปก็ทำให้ได้รู้ว่ามันคือตำแหน่งของหนามพิษ
ถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าเด็กสาวพลธนูคนนี้รู้ตำแหน่งของหนามพิษได้อย่างไร ทว่า...ความสามารถของเธอนี้ก็ช่วยพวกเขาได้มากจริงๆ
พอไม่ต้องเสี่ยงกับจระเข้หนามและหนามพิษ พวกเขาก็ลดการบาดเจ็บล้มตายได้มากขึ้น ความคืบหน้าในการกดดันให้จระเข้หนามร่นถอยไปด้านหลังก็มากขึ้นด้วย ต่อ...ตอนนี้พวกเขาต่อสู้กันเป็นเวลานานแล้ว ต่อให้ซูหยวนจะได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ที่ตัวเองเตรียมมา ความล้าของแขนที่ต้องโจมตีตลอดทั้งวันทั้งคืนก็ยังมากอยู่ดี สุดท้ายการพลาดเป้าครั้งแรกก็ทำให้เธอตัดสินใจได้ว่าจะต้องไปพัก
“ฉันและรุ่นพี่ต้องไปพักแขนแล้วค่ะหัวหน้า” ซูหยวนมีความกล้ามากกว่า รุ่นพี่หวังยังคงพยายามฝืนโจมตีต่อไปแม้จะเมื่อยล้าก็ตาม ตอนนี้เธอและซูหยวนโจมตีมาตลอด 18 ชั่วโมงติดกัน โดยที่ไม่มีใครมาเปลี่ยนได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเริ่มฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว
คนเป็นหัวหน้าทหารชะงักเท้าของตนเองที่กำลังจะไล่กดดันไปเล็กน้อย เขาหันไปมองทหารที่ตอนนี้ผลัดกันมาเป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่เด็กสาวทั้งสองยังคงอยู่ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ต่อให้เป็นหุ่นรบก็ยังทำไม่ได้เท่านี้เลย สุดท้ายก็มีแต่ต้องปล่อยไปเท่านั้น
“ให้พัก 6 ชั่วโมงแล้วรีบกลับมาประจำการ” หัวหน้าหน่วยยังเป็นคนมีมนุษย์ธรรม เขารู้ว่าทั้งสองคนควรจะได้พักแขนขาและได้นอนหลับสักงีบ จึงได้มอบเวลาพักให้ถึง 6 ชั่วโมง
“พวกเราจะไม่เดินหน้าแล้ว แต่จะตั้งตรงนี้เป็นจุดประจำการ ยึดฐานที่รุกคืบมาได้ แล้วพยายามเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย รอจนกว่าจะครบ 6 ชั่วโมงแล้วเดินหน้าต่อ”
คนออกคำสั่งที่เป็นประโยชน์ แม้จะไม่มีเด็กสาวทั้งสองคนที่ช่วยเปิดทางให้ แต่งานของพวกเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี
เพื่อไม่ให้พวกจระเข้หนามได้เปรียบอีก พวกเขาจะต้องสร้างสะพานที่แข็งแรงของตนเองเพื่อที่จะได้ใช้ผ่านทางนี้ไปได้โดยไม่ต้องต่อสู้กับพวกจระเข้หนามในอนาคตอีก นอกจากนี้สะพานที่แข็งแกร่งก็จะทำให้หน่วยสนับสนุนสามารถใช้เส้นทางนี้เพื่อนำทรัพยากรมาให้ด้วย
ระหว่าง 6 ชั่วโมงนี้ พวกเขาเองก็มีงานเบื้องหลังที่จะต้องจัดการให้แล้วเสร็จเหมือนกัน ไม่น่าแปลกใจที่ทุกคนจะยุ่งกันมาก
ซูหยวนและรุ่นพี่หวังเดินถอยกลับมา ทหารทุกคนที่เห็นพวกเธอกลับมาพักก็พยักหน้าทักทายแทนการขอบคุณ เพราะทั้งสองคน การทำภารกิจของพวกเขาจึงก้าวหน้าขึ้นมาก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ...เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีทักษะวิชาระดับสูงอยู่ในมืออยู่แล้ว ไม่อย่างการเป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้งจะถูกเรียกว่าเป็นโอกาสครั้งใหญ่ได้หรือ?
เด็กทั้งสองเข้าไปในห้องพักส่วนตัว โชคดีที่ตอนนี้อาจารย์เติ้งและรุ่นน้องทั้งสองก็ได้เวลาพักผ่อนเช่นกัน ทั้ง 5 คนได้เจอกันเป็นครั้งแรก เด็กทั้งสองมีความอึดอัดใจที่ซ่อนอยู่ในแววตา พวกเธอไม่ได้พูดออกมา แต่ซูหยวนและรุ่นพี่หวังก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
อาจารย์เติ้งเห็นบรรยากาศในห้องอึดอัดเช่นนี้ เขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดิมทีเรื่องตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่ควรพูดออกไป แต่ถ้ามองในมุมของคนเป็นอาจารย์...เด็กๆของเขาก็ควรจะรู้เรื่องนี้เหมือนกันใช่ไหม?
นอกจากนี้ เขาไม่คิดว่านักเรียนอันและนักเรียนหวังจะวิ่งหนีหลังจากรู้ความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว
“รุ่นน้องทั้งสองกำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเธอ” อาจารย์เติ้งเกริ่นนำประโยคแรก ซึ่งทำให้ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอมองไปที่รุ่นน้องเติ้งและรุ่นน้องอี้ที่แสดงท่าทางแบบนั้นจริงๆ
“อาจารย์หมายถึงพวกที่ซุ่มอยู่ทางทิศ 3 นาฬิกาหรอคะ” เมื่อได้ยินซูหยวนพูดแบบนั้น รุ่นน้องเติ้งก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“รุ่นพี่อันรู้ด้วยหรอคะ! ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องที่รุ่นพี่ควรจะรู้ก็เถอะ แต่มันเป็นความอยุติธรรมที่ฉันเองก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน! ใครจะคิดว่าพวกทหาร แท้จริงแล้วก็แค่พวกที่เล่นไม่ซื่อเท่านั้น!”
ราวกับเจาะลูกโป่งด้วยเข็ม แม้จะเป็นข้อมูลเล็กๆที่ซูหยวนโยนออกไป แต่รุ่นน้องเติ้งกลับโพล่งมันออกมาทั้งหมดอย่างเก็บเอาไว้ไม่อยู่
แน่นอนว่าอาจารย์เติ้งไม่คิดจะห้ามอยู่แล้ว ในเมื่อเขาเป็นคนเกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่านักเรียนของเขาจะต้องเปิดเผยความจริงออกมาแน่ อย่างไรก็ตาม...ที่เขาประหลาดใจก็คือนักเรียนอันมากกว่าที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วด้วย
“ความอยุติธรรมงั้นหรอ? จะมองแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้ามองในแง่ของภารกิจ การที่คนไม่รู้มากเกินไปอาจจะดีกว่าก็ได้นะ” เพราะในสนามรบไม่ได้มีแค่อันซูหยวนและหวังเป่าเป้ย เธอรู้ดีว่าถ้าทหารหลายคนได้รู้เรื่องนี้ พวกเขาจะต้องก่อปัญหาขึ้นแน่ ซึ่งแทนที่ภารกิจนี้อาจจะมีโอกาสสำเร็จ 50-50 กลับจะเป็นโอกาสในการสำเร็จเหลือ 0 แทน!
ดูจากการต่อสู้ที่ผ่านมา ทหารที่รักตัวกลัวตายก็มีมาก ต่อให้พวกเขาจะไม่กล้าขัดคำสั่งของผู้นำ ทว่า...ในตอนที่ต่อสู้ไปทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย กับการต่อสู้ชนิดที่ว่า...ถ้าสู้ไปแล้วก็ยังมีโอกาสรอด พวกเขากลับจะพยายามอย่างหลังมากกว่า
ดังนั้น เพื่อไม่เป็นการทำลายกำลังใจของทหารพวกนั้น การซ่อนข้อมูลบางอย่างก็จำเป็นสำหรับภารกิจจริงๆ
“มองในแง่ภารกิจงั้นหรอ? แล้วเคยมองในแง่ของคนที่ถูกส่งไปทั้งๆที่ไม่รู้อะไรหรือเปล่า อันที่จริง...พวกเขาควรจะถามหาความสมัครใจมากกว่า คนที่สมัครใจจะทำภารกิจก็ให้ผลตอบแทนที่มากหน่อย หลังจากนั้นก็เปิดเผยความจริงให้ทุกคนได้รู้และได้ระวังตัว การทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการลวงทหารจำนวนมากมาฆ่าทิ้งเลย”
“ไม่น่าแปลกใจที่ตอนมาถึง พวกเขาไม่อยากให้พวกรุ่นพี่ใส่ชุดป้องกันด้วยซ้ำ เจตนาของพวกเขาก็ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้ทำภารกิจทั้งหมดนี้ สุดท้ายแล้วก็จะต้องตาย!”
รุ่นน้องเติ้งแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ปกติแล้วเธอเป็นพวกที่ชอบทำอะไรคนเดียว แล้วก็ผ่านทุกอย่างมาโดยลำพังตลอด พอรุ่นพี่อันพูดว่าหลังจากนี้ เธอจะต้องทำงานร่วมกันกับคนอื่น ภาพที่เธอวาดฝันไว้ไม่ใช่การถูกหลอกลวงแบบนี้ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภารกิจแรกที่ได้ทำร่วมกับคนอื่น ก็คือการหลอกลวงผู้คนจำนวนมากมาตาย!
“นักเรียนเติ้ง นี่ไม่ใช่การลวงทุกคนมาตาย ภารกิจไหนๆก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อย เธอพูดแบบนี้ไม่ถูกต้อง” อาจารย์เติ้งกล่าวเสียงเข้ม
ภารกิจที่ลวงให้ผู้คนไปตายจริงๆน่ะ เขาผ่านมาเยอะแล้ว สำหรับภารกิจนี้ยังเรียกว่าเป็นภารกิจที่มีโอกาสรอดมากกว่าภารกิจอื่นๆด้วยซ้ำไป
“อย่างแรก สัตว์กลายพันทางทิศ 3 นาฬิกานั้นเป็นพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ พวกมันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่จะโจมตีเป็นกลุ่ม ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ...พวกเราคงไม่สามารถบุกยึดพื้นที่นี้ได้ เพราะพวกมันปกครองอยู่”
“อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้กำลังเฝ้าระวังให้กับราชินีของมัน จนกว่าราชินีตั๊กแตนน้ำจะวางไข่จนหมด พวกมันจะไม่ออกห่างจากราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เลย”
“ซึ่งเวลาที่มันจะเก็บตัวออกไข่ก็ประมาณ 2 สัปดาห์ หรือก็คือ...ช่วงที่ทหารเริ่มทำภารกิจในช่วงแรกจนถึงตอนนี้ ผ่านมาได้ 9 วันแล้ว ยังเหลือเวลาอีก 4-5 วันก่อนที่มันจะวางไข่จนเสร็จ แล้วเวลานั้น...พวกเราควรจะยึดพื้นที่ให้สำเร็จ จากนั้นก็ถอนทัพกลับได้”
“หน้าที่ของพวกเรามีแค่การมาสร้างสะพานเชื่อมไปยังอีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น พวกเราแค่ต้องจัดการกับพวกจระเข้หนามกลายพันธุ์ ทำให้พวกมันถอยร่นไปจนสุดทางเพื่อให้ทหารสามารถสร้างสะพานเชื่อมทั้งสองฝั่งได้ ส่วนตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เหล่านั้น จะมีหน่วยจู่โจมพวกสัตว์ปีกมาสนับสนุนอีกที แต่พวกเขาต้องใช้สะพานที่พวกเรากำลังจะสร้างนี้”
“หรือก็คือ...หน่วยเสริมไม่สามารถต่อสู้กับพวกจระเข้หนามได้ พวกเราจึงต้องมาสร้างพื้นที่สำหรับการต่อสู้ให้หน่วยเสริม” อาจารย์เติ้งอธิบายเรื่องทั้งหมดจนกระจ่าง หลังจากที่ซูหยวนได้ยิน เธอก็พอจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้
“อาจารย์คะ แล้วถ้าพวกเราทำภารกิจไม่ทันก่อนที่เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์จะออกไข่เสร็จล่ะคะ” หวังเป่าเป้ยถามกลับ
“ตอนนั้นคงมีคำสั่งให้ถอนตัว แต่ก็หมายความว่าที่พวกเราทำมาทั้งหมด...เป็นเรื่องเสียเปล่า”
เมื่ออาจารย์พูดแบบนี้ ทุกคนก็ชะงักไปทันที...
ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเสียเปล่างั้นหรอ? ภารกิจนี้มีทหารมากมายแค่ไหนที่เอาชีวิตมาทิ้งไปน่ะ แล้วถ้าสุดท้ายมันเป็นเรื่องเสียเปล่า ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าพวกเขาเอาชีวิตไปทิ้งแบบเสียเปล่าด้วยหรอกหรอ? นี่มันเป็นเรื่องที่ยุติธรรมแล้วจริงๆน่ะหรือ?
“ในเมื่อมันเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมไม่พูดออกไปเลยล่ะคะว่าพวกเรามีเวลาเท่าไร ทุกคนจะได้เร่งทำภารกิจให้เร็วที่สุด” หวังเป่าเป้ยยังคงพูดอย่างไม่ยินยอม
"แล้วเธอคิดว่าทุกคนไม่รู้หรอว่าภารกิจนี้กำลังต่อสู้อยู่กับเวลา” อาจารย์เติ้งถามกลับบ้าง คราวนี้กลับทำให้หวังเป่าเป้ยเงียบไปทันที
ย้อนกลับไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสียงตะโกนของผู้นำการต่อสู้หรือทหารคนอื่นๆ ทุกคนอยากจะพุ่งตัวออกไปให้ได้ไกลที่สุดกันทั้งนั้น ราวกับพวกเขารู้อยู่แล้วว่าการอยู่ที่นี้นานขึ้นอีกแม้วินาทีเดียวก็คือความเสี่ยง!
“ทุกครั้งที่บุกยึดพื้นที่ใหม่ ไม่มีใครอยากจะอยู่นานหรอก เพราะยังมีหลายอย่างที่พวกเรายังไม่รู้อีกมาก ทหารทุกคนที่ทำภารกิจในการบุกเบิกต่างก็รู้ดี ไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นว่าทหารทุกคนต่างก็ร้อนใจกันทั้งนั้น” อาจารย์เติ้งถอนหายใจออกมา
อย่างที่บอก ภารกิจนี้ยังเป็นภารกิจที่มีโอกาสรอดมากกว่าหลายๆภารกิจที่เขาได้ผ่านมาเสียอีก เพราะที่นี่คือเขต K ที่มนุษย์สามารถบุกเบิกไปได้มากกว่า 40 ส่วนจาก 100 ส่วนแล้ว ในขณะที่ภารกิจอื่นๆ...โดยเฉพาะภารกิจบุกพื้นที่เขตใหม่ๆ ที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ส่งไป 100 คนก็ตาย 100 คน ส่งไป 1,000 คนก็ตาย 1,000 คน เพียงเพื่อให้ได้ข้อมูลเล็กๆน้อยๆกลับมาก็เท่านั้น
เด็กพวกนี้เติบโตมาก็รู้แล้วว่ามนุษย์ชาติบุกเบิกไปได้ขึ้นเขต M แต่พวกเธอไม่ได้รู้ว่าบรรพบุรุษเสียสละไปมากขนาดไหนเพื่อที่จะไปถึงจุดนี้
“เอาล่ะ พวกเธอยังไม่ต้องกังวลมากเกินไป ด้วยความเร็วระดับที่เป็นอยู่ตอนนี้ พวกผู้นำหลายคนต่างก็คำนวนว่าน่าจะสามารถเสร็จได้ทันก่อนที่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์จะวางไข่เสร็จ ขอเพียงยังรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ให้ได้ก็พอ”
อาจารย์เติ้งไม่ถามทั้งสองคนว่าอยากจะถอนตัวหรือเปล่า นั่นเพราะเธอไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
ด้วยความสามารถที่ทั้งสองคนแสดงให้เห็นก่อนหน้านี้ พวกผู้นำพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งสองคนก็คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ภารกิจสำเร็จได้ และการต่อสู้นี้จะไม่มีเด็กทั้งสองไม่ได้
นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีด้วย หลังจากจบภารกิจนี้ไป ด้วยความสำเร็จนี้คงจะทำให้ทั้งสองคนสามารถเลื่อนตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วแน่ ขอแค่จบภารกิจนี้ได้ก็พอ...
เป็นอย่างที่อาจารย์เติ้งพูดไว้ หลังจากที่อันซูหยวนและหวังเป่าเป้ยพักผ่อนได้แค่ 4 ชั่วโมง พวกผู้นำก็วนเวียนอยู่หน้าห้องพักของพวกเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้นำสูงสุดยังใจเย็นอยู่และอยากปล่อยให้ทั้งสองคนพักผ่อนฟื้นกำลังให้เต็มที่ เชื่อเถอะว่าพวกเขาคงจะมาเรียกทั้งสองให้รีบออกไปทำภารกิจต่อจะแย่อยู่แล้ว
ทันทีที่ครบ 6 ชั่วโมง ประตูห้องของพวกเธอก็ถูกเปิดออกทันที โชคดีที่ทั้งสองคนอยู่ในชุดพร้อมสำหรับการต่อสู้แล้ว จึงสามารถติดตามไปลงสนามรบได้ทันที
………………………..