"ตระกูลวาเลนไทน์รับข้อเสนอแล้วครับคุณชาย"
"อืม..." วินเทอร์อึมเสียงรับ พร้อมกดวางสาย
ขณะนี้วินเทอร์ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้นำ เบื้องหน้าของเขามีบรรดาหัวเรือของตระกูลคาเมเลี่ยนที่ถูกจับมัดนอนกองรวมกันอยู่หลายสิบชีวิต สายตาของพวกเขาจ้องมองมาที่วินเทอร์เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นสะพรึงกลัว ราวกับว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นปีศาจร้าย
"มีอะไรจะพูดเหรอครับ?" วินเทอร์มองกลุ่มคนที่ถูกมัดเหมือนกองแหนมตรงหน้า พร้อมกับพูดยิ้มแต้ขึ้นมา
"ฉันขอสั่งให้แกปล่อยพวกเราเดี๋ยวนี้" ผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนที่ถูกมัดอยู่ ได้ชักสีหน้าและวางท่าทาง
"ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะ?" วินเทอร์ถึงกับหัวเราะ
"ไม่ปล่อยรึ?" ดวงตาทั้งของผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนดูเข้ม พูดด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขามว่า "ถ้าไม่ปล่อยพวกฉันไป เกรงว่าจะได้เห็นดีกันภายหลัง เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ตระกูลเมลคิออร์ของแกถูกพวกฉันทำลายแน่นอน!"
ครั้นที่ผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนนึกถึงศาสนจักรที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา พลันทำให้ความมั่นใจและฟุ้งเฟื้อของผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนเพิ่มขึ้นไม่มีขีดจำกันทันที
"ที่คุณพูดแบบนี้ แสดงว่าตระกูลของพวกคุณยอดเยี่ยมมากเลยน่ะสิครับ" วินเทอร์พิจารณากองแหนมตรงหน้าทีหนึ่ง ยิ้มและพูดว่า "ทำไมผมมองไม่ออกเลยว่าพวกคุณจะเก่งเจ๋งตรงไหนเลย เท่าที่ผมเห็น มันก็แค่ตระกูลไร้ชื่อตระกูลหนึ่งเท่านั้น นึกว่าจะเจ๋ง สุดท้ายก็ดีแต่เห่าเอ๋งๆ"
คำพูดของวินเทอร์เหมือนกับลากผู้นำตระกูลคาศักดิ์สิทธิ์เลี่ยนไปตกกลางสี่แยก และมีผู้ชมนับร้อยยืนถือโทรศัพท์อัดวิดีโอตอนที่เขาถูกตบเหมือนหมูเหมือนหมา เอาไปลงในโซเชียลและแชร์ต่อๆ กันไปเป็นหมื่นเป็นแสน
ใบหน้าของผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนแดงก่ำ เขาถูกยั่วโมโหจนสั่นเทา ถ้าไม่ติดว่าสภาพตอนนี้เขาถูกมัดเป็นแหนมอยู่ เขาจะวิ่งเข้าไปรัวหมัดอัดใบหน้าที่หล่อเหลาจนเทพบุตรยังตรอมใจตายนั่นซะ!
ผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนชักสีหน้าส่งเสียงฮึแสดงความไม่พอใจและพูดเสียงเข้มว่า "ต่อให้ตระกูลคาเมเลี่ยนของพวกข้าจะเทียบกับตระกูลพวกแกไม่ได้ แต่เบื้องหลังของพวกฉันใช่ว่าพวกแกที่เป็นสามตระกูลใหญ่จะหาเรื่องได้ อย่าว่าแต่ในประเทศหมาป่า ต่อให้ทั่วทวีปยุโรปหรือกลุ่มขุนนางราชวงศ์ต่างๆ ก็ไปมีเรื่องด้วยไม่ได้"
"คนที่ผมหาเรื่องด้วยไม่ได้?" วินเทอร์ถึงกับเผยรอยยิ้มเต็มใบหน้าออกมา "ในโลกนี้ยังมีคนที่ผมไปหาเรื่องไม่ได้ น่าสนใจๆ ทำให้ผมชักสนใจแล้วสิ ยิ่งอยากจะหาเรื่องสักหน่อยแล้วล่ะ"
"ขอเตือนพวกแกอย่าหาเรื่องเป็นดีที่สุด ไม่อย่างนั้นละก็-"
"ฆ่า!"
ทว่าผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนยังไม่ทันขาดคำ ได้ยิงเสียงดังปังขึ้นมาเป็นระลอก ผู้นำตระกูลคาเมเลี่ยนและกลุ่มคนจากตระกูลคาเมเลี่ยนที่เหลือรอดอยู่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องเสียงน่าเวทนาออกมา พวกเขาถูกลูกตะกั่วฝังลงบนศีรษะทันที
นับว่าตระกูลคาเมเลี่ยนได้ล่มสลายไปโดยสมบูรณ์ พวกเขาต้องตายอย่างอนาถ ถูกบุกเข่นฆ่าล้างยกตระกูลแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ไหนจะได้พูดขู่ถึงเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาไปแล้ว แต่ก็ยังต้องมาตายลงแบบอธิบายความไม่ได้อีก
ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในตระกูลก็เกรงว่าจะถูกตามเก็บจนไม่เหลือรอดแล้ว ธุรกิจต่างๆ ที่พวกเขาครอบครองอยู่ ก็ตกเป็นของตระกูลเมลคิออร์ การที่จะทำลายตระกูลคาเมเลี่ยนลงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสามตระกูลใหญ่เลยแม้แต่น้อย แค่ขุมกำลังพลังอำนาจไม่ว่าจะเป็น กองกำลัง ทรัพยากร ความมั่งคั่ง หรือธุรกิจอิทธิพลเส้นสายต่างๆ ก็ใช่ว่าสิ่งที่กลุ่มอัลโกบาเลโน่ต่อให้มัดรวมกันมาทั้งหมด จะมาสั่นคลอนได้
เพียงแต่พวกเขาสามตระกูลใหญ่หวั่นเกรงเบื้องหลังของพวกอัลโกบาเลโน่เท่านั้น จึงไม่ได้ลงมือกระทำสิ่งใดจวบจนถึงตอนนี้ ปล่อยให้เจ็ดตระกูลอัลโกบาเลโน่ทระนงตน ได้เชิดหน้าชูตา จนหลงลืมไปว่า แค่หนึ่งในสามตระกูลใหญ่กระดิกนิ้วกลุ่มอัลโกบาเลโน่ก็ถูกบดขยี้เละละเอียดแล้ว
ดาเมี่ยนได้แต่ยืนตะลึงอ้าปากกว้าง ตามแผนที่พวกเขาได้วางไว้เรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่การได้มาเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยตัวเองมันทำให้เขารู้สึกสยดสยองไม่น้อย เขาก็เคยเป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียและเป็นผู้นำตระกูลใหญ่คนหนึ่งเหมือนกันนะ แต่เวลานี้กลับอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความกริ่งเกรง
เบื้องหลังของอัลโกบาเลโน่ ก็คือ 'ศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์' ที่เป็นขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และยังปกคลุมไปทั่วทวีปยุโรปอีกนะเนี่ย ราชวงศ์ของประเทศมหาอำนาจต่างๆ ยังต้องไว้หน้าศาสนจักรสามส่วน หรือแม้แต่แก๊งใหญ่อย่างแก๊งฮันนิบาลก็ยังไม่กล้าจะไปมีเรื่องกับศาสนจักร นับประสาอะไรกับตระกูลเมลคิออร์ที่มีอำนาจอิทธิพลแค่ในประเทศหมาป่า
เวลานี้วินเทอร์กลับไม่แยแสขุมกำลังมหาอำนาจอย่างศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย ทำให้ดาเมี่ยนยืนเซ่อไปทันทีอยู่ตรงนั้น
"หากเป็นความจริงที่โลกนี้มีคนที่ผมหาเรื่องด้วยไม่ได้จริงๆ ล่ะก็ ผมก็อยากจะหาเรื่องสักหน่อยพอดีเลย" วินเทอร์พูดอย่างเอ้อระเหยและลุกขึ้นเดินออกจากห้องโถง
เวลานี้วินเทอร์ที่ใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ ตัวเขาที่เป็นถึงเจ้าเหนือหัวผู้ที่เคยบงการโลกและสรรพชีวิตนับล้านมาแล้ว แค่ขุมกำลังที่ยังไม่สามารถแม้แต่จะยืนหยัดอยู่ถึงยุคของเขาได้ นับเป็นตัวอันใดกัน?
...
หลังจากที่วินเทอร์กำลังเดินออกจากคฤหาสน์ก็เห็นว่ามีชายร่างกำยำคนหนึ่งที่สวมชุดอัศวินเทมพลาร์ยืนดักอยู่หน้าประตู บนหลังของเขาสะพายดาบหนักเล่มใหญ่เอาไว้
"ถอยก้าวหนึ่งทะเลกว้างท้องนภาสูง เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องสังหารจนไม่เหลือเลยก็ได้" อัศวินเทมพลาร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
"เป็นเกียรติมากเลยนะเนี่ย! ที่ท่านองครักษ์รักษาพระองค์เดินทางมาด้วยตนเอง" วินเทอร์ถึงกับเผยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
ถ้าคนจากแก๊งหงเหมินมาเห็นภาพนี้ พวกเขาจะรับรู้ได้ทันทีว่าแย่แล้ว ยามที่วินเทอร์ยิ้มเต็มใบหน้าออกมานั้นมันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน สิ่งนี้บ่งบอกว่าจะต้องมีคนเสียชีวิตแล้ว
อัศวินเทมพลาร์ยังไม่รู้ว่าความตายได้มาเยือนแล้ว พูดเสียงดังว่า "ท่านคาร์ดินัลโจซัวให้อภัยกับการกระทำที่เอิกเกริกของตระกูลเมลคิออร์ โดยท่านมีเงื่อนไขคือการส่งมอบตัวเด็กสาวทั้งสา-"
คร๊ากก... เสียงดังขึ้น คำพูดที่หยิ่งทะนงของอัศวินเทมพลาร์ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกวินเทอร์ยื่นมือขวาออกไปจับหักคอทิ้งทันที
"เจ้า เจ้ากล้าฆ่าข้าจริงๆ?" อัศวินเทมพลาร์ที่ถูกวินเทอร์จับหักคอยังมีลมหายใจเฮือกสุดท้าย ร้องเสียงแหลมขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนตาย เขานึกไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้
"มีอะไรไม่กล้าฆ่า?" วินเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบว่า "ไอโง่ตัวไหนที่กล้ามาแตะต้องภรรยาของฉัน ฆ่าไม่ละเว้น!"
กร๊อบเสียงกระดูกที่แตกละเอียดังขึ้น พลันที่วินเทอร์พูดขาดคำ ก่อนที่จะโยนร่างของอัศวินเทมพลาร์ลงไปกองกับพื้นอย่างไม่แยแส
"เสียดาย ไม่สามารถให้แกได้ส่งข่าวให้กับไอโจซัวอะไรนั่น" วินเทอร์เดินข้ามศพของอัศวินเทพพลาร์แล้วพูดขึ้นอย่างเอ้อระเหยว่า "ควรให้แกบอกต่อมันสักหน่อยว่า ต่อไปหากพบฉันแล้วโลกนี้กว้างไกลแค่ไหนก็หลบไปให้ไกลเท่านั้น มิฉะนั้นละก็ฉันจะเด็ดหัวของมันออกมาแล้วแขวนเอาไว้บนท้องฟ้า"
เวลานี้ สถานการณ์ทั้งหมดกลับกลายเป็นเงียบสงัด กลุ่มคนจากตระกูลวาเลนไทน์ที่พึ่งจะนั่งเฮลิคอปเตอร์มาพร้อมกับลูซิโอ้ ได้มาเห็นฉากที่วินเทอร์ลงมือสังหารอัศวินเทมพลาร์ ทุกคนต่างรู้สึกใจหายใจคว่ำ เด็กหนุ่มคนนี้คือคุณชายที่ลูซิโอ้โอ้อวดมาตลอดทางใช่หรือไม่?
ได้ยินมาไม่สู้เท่าตาเห็น เด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขาน่ากลัวเหลือเกิน ด้วยท่าทีที่ดูเอ้อระเหยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นของวินเทอร์ มันกลับสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับคนของตระกูลวาเลนไทน์ การลงมือที่เด็ดขาดฆ่าคนที่ร่างกำยำด้วยมือเปล่าข้างเดียว และแรงกดดันของนายเหนือหัวที่แผ่ออกมานั่นอีก พวกเขาที่เป็นถึงตระกูลอาชญากรรมถึงกับลิ้นจุกปาก
"เอาล่ะ เวลานี้ยังมีท่านใดมีปัญหากับผมอีกไหม? ตระกูลวาเลนไทน์เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ผมยื่นไปให้ไหมครับ?" วินเทอร์ยิ้มเฉยเมยและพูดต่อว่า "คนอย่างผมไม่มีข้อดีอะไร ข้อดีที่ดีที่สุดก็คือรับฟังข้อท้วงติงผู้อื่นได้ดี ยินดีต้อนรับทุกคนเสนอข้อคิดเห็น ยินดีต้อนรับทุกคนมาคัดค้าน"
กลุ่มคนจากตระกูลวาเลนไทน์มองหน้ากันและกัน เวลานี้ยังจะมีใครกล้าที่จะก้าวออกมาคัดค้านเขา? ตอนนี้พวกเขาได้ทราบถึงความเลิศภพจบแดน ที่คุณชายของลูซิโอ้แสดงออกมาแล้ว
ตระกูลคาเมเลี่ยนล่มสลายเพียงแค่ชั่วข้ามวัน พวกเขาที่เดินทางจากภาคใต้มาภาคเหนือใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเอง ตระกูลคาเมเลี่ยนก็ถูกลบออกจากโลกไปแล้ว ไหนจะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรที่ตกตายอนาถคามือเขาอีก ยังจะมีใครโง่เสนอหน้าออกไปตายอีก คนนั้นมันต้องเบื่อชีวิตจริงๆ แล้วละ
สุดท้าย ผู้นำตระกูลวาเลนไทน์และคนในตระกูลได้หันมามองหน้ากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง แล้วโค้งคำนับต่อวินเทอร์ แสดงคารวะอย่างนอบน้อม "การมาถึงของคุณชาย ดุจนำพามาซึ่งแสงสว่างสู่ตระกูลอันต่ำต้อย การได้อยู่ใต้ปีกภายใต้ร่มเงาของคุณชายนับว่าโชคดีอย่างยิ่ง นับว่าเป็นเกียรติของพวกเราอย่างหาที่สุดมิได้"
คำพูดนี้ของผู้นำตระกูลวาเลนไทน์นับว่ามีความหมายแฝง และเป็นเรียบๆ เคียงๆ ต่อวินเทอร์
คนจากตระกูลเมลคิออร์ที่วินเทอร์พามารู้สึกงงงันไปทันที เมื่อเห็นท่าทีที่แสดงความเคารพของผู้นำตระกูลวาเลนไทน์ ต่างอ้าปากตาค้าง ถูกทำให้หวั่นไหวจนพูดอะไรไม่ออก
ฐานะของผู้นำตระกูลวาเลนไทน์เป็นใคร นี่คือผู้นำหนึ่งในตระกูลใหญ่ทั้งสามของประเทศหมาป่าเลยนะเนี่ย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีสถานะเทียบเท่ากับดาเมี่ยนที่เป็นอดีตผู้นำตระกูลของพวกเขาอีก ย่อมประเมินได้ว่าฐานะของเขาเป็นที่เคารพเช่นใด
มีเพียงแค่ลูซิโอ้ที่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจในท่าทีของตระกูลวาเลนไทน์ ไม่เสียแรงที่เขาบรรยายถึงความสุดยอดยิ่งใหญ่เกรียงไกรหาที่เปรียบไม่ได้ของคุณชายเขาให้ตระกูลวาเลนไทน์ได้ฟังตลอดทาง
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ลัทธิวินเทอร์ วันนี้ทางลัทธิขอนำเสนอกาวกระปุกใหญ่ให้เหล่าสาวกได้เสพสมกันถ้วนหน้า