รถค่อย ๆ แล่นออกจากพื้นที่เงียบ ๆ เมื่อมองดูฉินเฉาผ่านกระจกที่สะท้อนมา ซูเฟยอดถามออกมาไม่ได้
“ฉินเฉา นายเป็นใครกันแน่?” เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมการ์ดธรรมดาถึงเผชิญหน้ากับองค์กรที่น่ากลัวอย่างสเกลตั้นได้ ยิ่งเธอคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งงง
ในเมื่อเธอไม่เข้าใจ งั้นก็ถามเขาตรง ๆ เลยดีกว่า
“ผม? ผมก็แค่การ์ดธรรมดานั่นแหละครับ” ฉินเฉาพูด ขณะที่ขับรถ
“ทำไมการ์ดธรรมดาถึงมีความสามารถมากขนาดนั้นกัน” ซูเฟยไม่เชื่อ “สำหรับการ์ดทุกคนที่อยู่ในโรงเรียน ไม่มีสักคนที่เหมือนนาย”
“นั่นเพราะว่าผมมีแค่คนเดียวยังไงล่ะ” ฉินเฉาพูด “ผู้อำนวยการซูแค่คิดว่าผมเป็นแค่การ์ดของโรงเรียนกวงหยวนก็พอ”
ฉินเฉาพูดในใจ ‘ที่ฉันทรงพลังอย่างนี้ น้องสาวของเธอก็มีส่วนด้วยนั่นแหละ มันมีบางสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกมาให้สาวนักธุรกิจอย่างเธอเข้าใจได้’
“ยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ อีกสองวัน นายต้องไปที่ตงชวน ไปทำงานกับเหลียวตงไค ฉันขายนายให้คนอื่นแล้วจำได้มั้ย?”
ซูเฟยอดเยาะออกมาไม่ได้ แม้ว่าเธอจะดูเหมือนผู้หญิงเย็นชาแล้วมากความสามารถ แต่ในใจของเธอยังคงเป็นสาวน้อย อารมณ์ขี้เล่นที่เธอปิดไว้ ตอนนี้เพียงแค่บังเอิญเปิดออกมาตอนเธออยู่ใกล้ฉินเฉา โดยไม่รู้ตัว
“เอิ่ม...บอสซูของผม เหลียวชาชานี่เป็นคนยังไงเหรอ? ผมมีความรู้สึกว่าเธอเป็นพวกหัวดื้อ ไม่ฟังใคร”
เมื่อจำได้ถึงวีรกรรมของสาวน้อยผู้หัวดื้อเอาแต่ใจ ในใจของเขาก็รู้สึกหงุดหงิด
“หืม เธอเหรอ?” ซูเฟย เมื่อเห็นท่าทางทอดอาลัยของฉินเฉา ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ในสังคมของเรา เธอเป็นเจ้าหญิงหัวดื้อคนสำคัญเลยล่ะ เหลียวตงไครักเธอมาก ทำให้กลายเป็นคนเอาแต่ใจแล้วก็อวดดีมาก ๆ ฉินเฉาเอ๊ย∼ ฉินเฉา พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกนายแล้วล่ะงานนี้”
“ทำไมผมรู้สึกว่าคุณกำลังพอใจ?” เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของซูเฟยที่แสดงออกมา แล้วไม่ปฏิเสธคำแย้งของฉินเฉา “คุณเป็นคนจัดการงานนี้ให้ผมแท้ ๆ ”
“งานนี้อะไรกัน?” ซูเฟยดันแว่นของเธอแล้วพูด “ฉันบอกนายได้เลยว่างานนี้ การเป็นบอดี้การ์ดของเหลียวชาชา เป็นงานที่มีคนต้องการมาก! เหลียวตงไครักลูกของเขามาก การเป็นบอดี้การ์ดของเหลียวชาชาของนาย เหลียวตงไคจะต้องจ่ายราคาให้อย่างงามแน่ สองเดือนนี้ แม้ว่าจะไม่นาน แต่ถ้านายทำได้ดี นายก็สามารถหาได้มากเท่ากับราคาที่ฉันเพิ่งซื้อหอนี้ไป”
“อะไรนะ? ผมสามารถหาได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉินเฉาตกใจ ราคาอพาร์ทเมนต์นี้คือ 250,000 หยวน สำหรับเขานั่นเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย ตอนนี้ในกระเป๋าของฉินเฉาไม่มีแม้แต่แดงเดียว เขากำลังรอให้บอสซูจ่ายเงินเดือนหลังหมดเดือนนี้
“แน่นอนสิ แต่นั่นคือนายต้องปกป้องเหลียวชาชาได้ล่ะนะ” ทันใดนั้นซูเฟยก็เริ่มจริงจัง แล้วพูดอย่างเคร่งเครียดว่า “นายต้องจำไว้ว่าเริ่มตั้งแต่เดือนหน้า ชีวิตของนายจะต้องผูกติดอยู่กับเหลียวชาชา ถ้าเหลียวชาชาตาย ตระกูลซูแล้วข้อตกลงกับเหลียวตงไคจะกลายเป็นโมฆะ แล้วชีวิตของนายจะจบสิ้นจำไว้ให้ดีล่ะ”
“เอ๋! คุณขู่ให้ผมกลัวใช่มั้ยนี่?” ฉินเฉายักไหล่
“ฉันไม่ได้ขู่นาย” ซูเฟยพูดอย่างช้า ๆ ว่า “นายต้องเชื่อว่าเหลียวตงไคมีความสามารถจะทำอย่างนั้นได้ แม้ว่านายจะปกป้องตัวเองได้ แต่นายสามารถปกป้องครอบครัวนายทุกคนได้มั้ยล่ะ?”
“เขาจะจัดการครอบครัวผมด้วยเหรอ?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว
“นายต้องรู้นะว่า ทุกคนมีจุดอ่อน แล้วก็เหลียวชาชาเป็นจุดอ่อนของเหลียวตงไค ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเหลียวชาชา เหลียวตงไคจะต้องคลั่งแน่ ๆ เมื่อไม่นานมานี้ มีบางคนพยายามฆ่าเหลียวชาชา บอดี้การ์ดของเธอใช้ชีวิตของเขากันกระสุนให้กับเธอ เพราะว่าบอดี้การ์ดคนนั้นรู้ว่า ถ้าเขาไม่แลกชีวิตของเขากับเธอ ครอบครัวของเขาต้องติดร่างแหไปด้วยอย่างแน่นอน”
“ดูเหมือนงานที่คุณหามาให้ผมนี้ จะไม่ใช่งานที่ดีเท่าไหร่เลยนะ” ฉินเฉาเบ้ปาก
“นายต้องเข้าใจนะ ว่างานยิ่งเสี่ยง รายได้ก็ยิ่งสูง” ซูเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม “ยิ่งกว่านั้น ฉันเชื่อว่าความสามารถของนายมีมากพอที่จะทำงานนี้”
“ผมจะทำทุกอย่างที่บอสซูสั่งให้ทำครับ”
“ลืมมันซะ... เดือนหน้านายต้องไปทำความสะอาดห้องน้ำโรงเรียน เรากำลังขาดภารโรง”
“ผม...” ฉินเฉาน้ำตานองหน้า เขาพบว่าสมแล้วที่สองคนนี้เป็นพี่น้องกัน พวกเธอทั้งคู่มีความสามารถในการต่อสู้สูงจริง ๆ
เมื่อรถแล่นออกมาจากในเมือง ทันใดนั้นเขาก็พบว่าทางแยกตรงหน้า มีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบตั้งด่านตรวจอยู่
“พวกเขาทำอะไรกันน่ะ?” นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเฉาเจอกับการตั้งด่านแบบนี้ เขาจึงถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่มีอะไร ก็แค่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของพวกเขา” ซูเฟยอธิบาย “พวกเขาก็แค่ตรวจใบขับขี่เท่านั้น เอ่อ แล้วนายมีใบขับขี่ใช่มั้ย?”
ทันใดนั้นซูเฟยก็นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นปัญหาที่ค่อนข้างจริงจัง
“ผมไม่มีเงินไปสอบหรอก”
“ฉันก็ว่างั้น”
“แล้วเราจะทำยังไงดี!”
“กลับไปเดี๋ยวนี้ แล้วให้เจียงตงมาขับแทน”
“สายไปแล้วล่ะ! พวกเขามาแล้ว!”
เป็นที่แน่นอน เจ้าหน้าที่ตำรวจสาวงามมากความสามารถได้เดินมาตรงหน้าเมอร์ซิเดสคันนี้ เธอตะเบ๊ะก่อน จากนั้นก็เคาะหน้าต่างรถอย่างสุภาพ
ฉินเฉาทำอะไรไม่ได้ เขาไม่สามารถหนีออกจากรถขณะที่บอสของเขายังอยู่ข้างใน ดังนั้นเขาจึงเปิดหน้าต่าง
“สวัสดีตอนบ่ายค่ะ นี่เป็นการตรวจเช็คประจำวันกรุณาแสดงใบขับขี่ของคุณด้วยค่ะ”
เหลียงเสี่ยวเฉินยืนอยู่ที่นั่น รอให้คนตรงหน้าส่งใบขับขี่มาให้เธอตรวจ แล้วก็รอรถคันถัดไป
ใครจะรู้ว่าชายคนนี้จะยืนพิงหน้าต่าง ยิ้มเจ้าชู้แล้วพูดว่า
“สวัสดีคนสวย ให้ผมเลี้ยงข้าวเย็นคุณมั้ย”
“ขอโทษค่ะ กรุณาแสดง...” เหลียงเสี่ยวเฉินคิด ‘คนขับคนนี้ใจกล้าจริง ๆ เขากล้าแม้กระทั่งชวนตำรวจ’ ใครจะรู้ เมื่อเธอเห็นเขาใกล้ ๆ เธอก็ตกใจจนพูดไม่ออก
“นาย...เป็นนาย ใช่แล้ว เป็นนาย!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นของตำรวจสาว ฉินเฉารู้สึกงง ‘เป็นนายอะไร เป็นนาย เขาก็คือเขา!’ เขาคิด
“ขอโทษครับ...เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า?” เขาพยายามทำตลกเพื่อให้ตำรวจสาวนางนี้ไขว้เขวแล้วยอมให้เขาผ่านไป ไม่คิดว่า สถานการณ์ตรงหน้าเขาจะเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์
“แน่นอน เราเคยเจอกันมาก่อน! แต่นายต้องลืมฉันแน่ ๆ!” เมื่อเห็นไอดอลของเธอ เหลียงเสี่ยวเฉินตื่นเต้น เธอหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดกับตัวเองว่า ‘เหลียงเสี่ยวเฉิน เธอต้องใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ เธอต้องไม่ทำให้คนอื่นกลัว’
“คือมันเป็นอย่างนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ถนนนี้แหละ นายขี่จักรยานเก่า ๆ แล้วแข่งกับคาเยน! ฉันขี่มอเตอร์ไซไล่ตามนาย แต่นายขี่โคตรเก่งเลย ฉันตามนายไม่ทัน! นายบอกฉันได้มั้ย นายไปเรียนขี่มาจากไหน! จักรยานเก่า ๆ แค่จักรยานเก่า ๆ ก็สามารถแซงคาเยนได้! สวรรค์... นี่มันบ้ามาก ๆ ”
ฉินเฉาเข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะพบกับแฟนคลับของเขาแล้ว เขายิ้มแล้วพูดว่า “นี่ง่ายมากเลย ฉันจะสอนเธอวันอื่นนะ แต่วันนี้ ฉันมีบางอย่างต้องทำ เธอดูสิ...”
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา นายไปทำธุระก่อน!” เหลียงเสี่ยวเฉินรีบพูด “ฉันต้องไปปรึกษานายวันอื่นได้แน่ ๆ!”
“อย่าพูดอย่างนั้น เรามาแลกเปลี่ยนความรู้กันเถอะ!” ในใจฉินเฉามีความสุขอยู่ลึก ๆ เขาเริ่มสตาร์ทรถแล้วหายไปจากสายตาของเหลียงเสี่ยวเฉินอย่างรวดเร็ว
เหลียงเสี่ยวเฉินยังคงตื่นเต้นอยู่ แต่ไม่นาน เธอก็ตื่นขึ้นจากความฝัน แล้วจำเรื่องจริงจังได้เรื่องหนึ่ง
เธอลืมถามเบอร์เขา!
‘ชายคนนี้มีจุดประสงค์แอบแฝง! ยิ่งกว่านั้น เขายังไม่ได้แสดงใบขับขี่เลย! ดีมาก! นายบังอาจโกงเหลียงเสี่ยวเฉินผู้หลักแหลมคนนี้! ฮึ่มมมม นายคิดว่านายสามารถหนีจากฉันได้เหรอ? ฉันยังจำป้ายทะเบียนของนายได้!’ เธอคิด
หลังจากคิดได้เหลียงเสี่ยวเฉินก็แสยะยิ้ม แล้วก็เอาวอออกมาแล้วพูดว่า
“เสี่ยวซ่ง ช่วยฉันตรวจป้ายทะเบียนหมายเลข...”
“นายนี่เป็นชายที่มีเสน่ห์จริง ๆ เลยนะ” หลังจากที่ขับออกมา จนไม่เห็นตำรวจจราจรอีก ซูเฟยผู้ที่นั่งอยู่เบาะหลัง พูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา “นายกระทั่งรู้จักกับตำรวจสาวสวย”
“บอสซู” ฉินเฉาลูบจมูกตัวเอง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมรู้จักเธอที่ไหน? ผมพบเธอแค่ครั้งเดียว”
“แค่ครั้งเดียวก็ทำให้เธอเป็นแฟนคลับนายแล้ว” ซูเฟยยกยิ้ม “ถ้านายพบเธออีกครั้ง เธอไม่หมอบแทบเท้านายเลยเหรอ?”
“อะแฮ่ม ๆ ทำไมผมถึงต้อง ต้องการกระโปรงด้วยล่ะ ในเมื่อผมยังมียีนส์อยู่? ยังไงก็เถอะ ผมไม่ได้มีอะไรกับเธอ ไม่แม้กระทั่งเป็นเพื่อน”
“ฮึ่มมมม ผู้ชายกะล่อนไม่น่าไว้ใจ” ความอิจฉาของซูเฟยยิ่งมากขึ้น พลางคิดเกี่ยวกับสายตาเป็นประกายของตำรวจสาวนางนั้น เมื่อเธอเห็นฉินเฉามันก็ยิ่งทำให้เธอไม่พอใจ “นายบอกว่าไม่มีอะไรระหว่างนายกับเธอ แต่พอนายเห็นเธอ นายกลับชวนเธอไปกินข้าว ฉันได้ยินกับหู นายอย่ามาโกหกฉัน”
“เฮ้ ๆ ๆ บอสซู นั่นแค่ข้ออ้างของผมเท่านั้น โอเค๊? ถ้าไม่ใช่เพราะอย่างนั้น ผมจะเลี่ยงสถานการณ์ตรวจใบขับขี่มาได้ยังไง? ถ้าตำรวจจราจรพวกนั้นยึดรถของคุณ ต่อให้คุณขายผมออกไป ผมก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่ารถนี้ได้หรอกนะ!”
“บางที นายอาจมีค่าเท่ากับยางรถยนต์ล่ะมั้ง” ตอนนี้ ซูเฟยได้กลายเป็นกุหลาบที่มีหนามแหลมคมอีกครั้ง พยายามตัดแล้วตำฉินเฉาให้ฟกช้ำดำเขียวอยู่ในกำมือ
“บอสซู ผมผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตผมเถอะ”
“ไม่ ฉันจะบอกน้องสาวฉัน ผู้ชายหย่อนยานแบบนายไว้ใจไม่ได้ ฮึ่มมม ฉันมีน้องสาวแค่คนเดียว ดังนั้นฉันไม่มีใจจะผลักเธอเข้าไปในกองเพลิงหรอกนะ!”
แม้ว่าซูเฟยจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็อยากจะกระโดดเข้าไปในกองเพลิงนั่นเอง
“บอสซู ทำไมคุณถึงพูดว่าผมเป็นกองเพลิงล่ะ!”
‘ทำไม จะไม่ล่ะ!’ ซูเฟยแอบกลอกตา ‘นายมันไฟกองใหญ่ที่ไว้ใช้ล่อแมลง!’
“เอาอย่างนี้เป็นไง เมื่อนายอยู่ในเมืองตงชวน นายก็หาบ้านที่นั่นเลย ฉันได้ยินมาว่าที่นั่นมีสาวสวยเยอะแยะ” ซูเฟยอดกระแนะกระแหนไม่ได้
“แล้วซูจีของผมล่ะ? เธอต้องไม่ยอมให้ผมมีเมียสองคนแน่นอน”
“ให้ตายสิ นายยังอยากจะแต่งเมียสองคน!” ทันใดนั้นซูเฟยก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “พวกผู้ชายเอาแต่คิดเรื่องอย่างว่า พบสาวสวยที่ไหน ก็หยุดตรงนั้น!”
“บอสซู คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมแค่คิดเอง”
“แค่คิดก็ไม่ได้! ทิ้งความคิดโสโครกนั่นไปซะ! ไม่อย่างนั้น ฉันจะตัดเงินเดือนนายทั้งหมด!”
“บอสซู....ผมเพิ่งรู้ว่าทำงานกับคุณ อันตรายกว่าทำงานกับเหลียวตงไคอีก....”
“หา...นายหมายความว่ายังไง?”
ฉินเฉาไม่กล้าพูดอีก ทันใดนั้นมือถือของเขาก็ดังขึ้น เมื่อเขาหยิบมามองดู มันเป็นแฟนของเขา ซูจีที่โทรมา
“ฉินเฉา ฉันมีเรื่องต้องทำ ฉันต้องไปที่เขาซงซาน! นายไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็อย่าโกรธฉันไป! เอาเป็นว่าฉันจะจุ๊บนายทีหนึ่ง เป็นแฟนที่ดี แล้วรอฉันกลับมา!”
ตู๊ดดด! สองพี่น้องนี่ แต่ละคนช่าง...
จบตอน#