Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 85 ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ตอนกลาง

            ตอนที่85 ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ตอนกลาง

             

            “คิดจะทดสอบกันจนถึงที่สุดเลยรึไง”แอนดรูว์เผยความคิด เขาควบคุม กฎเกณฑ์ทั้งหมดกลับสู่ตำแหน่งเดิม ก่อนจะเดินขึ้นไปยังบันไดสีทองขั้นแรกโดยที่เขาไม่สามารถข้ามขั้นได้ ราวกับมีบางอย่างหยุดยั้งเขาไว้ให้เขาเดินขึ้นไปทีละก้าว

            จิตวิญญาณของแอนดรูว์เดินผ่านบันไดไปทีละขั้นอย่างง่ายดายพอเขามาถึงชั้นสุดท้าย ประตูสีทอง สลักคำว่า ‘เจตจำนงอมตะ’ได้เปิดออก เขาจึงก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล

            วูบ! แสงสว่างสีขาวสว่างวาบครั้งหนึ่ง

            จิตวิญญาณของแอนดรูว์พลันหายไปจากชั้นที่สิบสองไปปรากฏตัวอยู่ในชั้นที่สิบสาม ที่เป็นห้องหนังสือในยุคโบราณทางตะวันออก

            ภายในห้องมีชายผมขาวในชุดโบราณนั่งอ่านตำราหนังสัตว์อยู่บนพื้นที่ถูกปูด้วยเสื่อไม้ไผ่สานตรงหน้ามีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยม บนโต๊ะมีกระดานหมากสลักลวดลายเถาไม้เก่าแก่ รอบห้องมีชั้นหนังสือเครื่องเขียนและวัตถุโบราณมากมาย แล้วยังมีบานหน้าต่างที่มองออกไปจะเห็นสวนพฤกษาบางครั้งสายลมอ่อนยังพัดพาอากาศสดชื่นเข้ามาภายในห้อง

            “นั่งลงก่อน”ชายผมขาวในชุดโบราณพูดขึ้น แอนดรูว์ที่ยืนอยู่ก็นั่งลงในด้านตรงข้ามกับชายผมขาว ทันใดนั้นเองเขาได้กลิ่นหอมแสนผ่อนคลายลอยเข้ามาทางบานหน้าต่าง

            “หอมหมื่นลี้?” แอนดรูว์พึมพำ เขาใช้การรับรู้สัมผัสไปยังต้นตอที่อยู่นอกบานหน้าต่างเขาถึงได้รู้ว่ามีดอกไม้สีชมพูอมม่วงดอกเล็กหลายดอก แผ่กลิ่นหอมหวนอบอวลไปทั่วพื้นที่

            เป๊ะ!

            ชายผมขาวดีดนิ้วบนโต๊ะไม้พลันมีถ้วนชาส่งกลิ่นหอมอยู่ตรงหน้าแอนดรูว์ กลิ่นหอมหวนที่ดึงดูดแอนดรูว์ยังหายไปและถูกแทนที่ด้วยกลิ่นชาร้อนสดชื่น

            “หอมหมื่นลี้อยู่ในโลกแห่งวัตถุที่แห่งนี้คือโลกแห่งจิตวิญญาณ กลิ่นหอมนั่นมาจากดอกหอมนิรันดร์ รัญจวนหอมอบอวลไปทั่วแดนแห่งจิต”ชายผมขาวพูดเสียงเรียบ ทว่า เสียงของเขาดังห้องให้ความรู้สึกเหมือนผู้ยิ่งใหญ่จนแอนดรูว์ต้องให้ความสนใจ

            “ชานี่คงเป็นชาจิตวิญญาณ”แอนดรูว์พูดพลางมองชายผมขาว มือขวาเขาจับถ้วยชาอย่างถูกต้องก่อนนำขึ้นมาดมและจิบเล็กน้อย

            “เจ้าสงบยิ่งนักไม่เลว ไม่เลว” ชายผมขาวพูดพลางเสกถ้วยชาแบบเดียวกับแอนดรูว์มาดื่มอย่างสบายใจ

            หลังทั้งสองนั่งจิบชาเสพบรรยากาศไปได้สักพักใหญ่แอนดรูว์วางถ้วยชาลงพร้อมกับพูดขึ้นมา ทว่า! ชายผมขาวชิงถามก่อนทำให้แอนดรูว์ต้องนิ่งฟัง

            “ชีวิตดุจภาพฝันเจ้าเข้าใจประโยคนี้รึเปล่า”

            แอนดรูว์มองหน้าชายผมขาวท่าทางเหมือนผู้มีภูมิความรู้ธรรมดา แต่คำถามเขาไม่ธรรมดาเอาซะเลย

            “ส่วนหนึ่ง”แอนดรูว์ตอบสั้น ๆ ชายผมขาวพยักหน้าเข้าใจ

            “เป็นคำตอบที่ดี”ชายผมขาวชื่นชม จากนั้นกระดานหมากพลันมีหมากทีละตัวปรากฏขึ้น เริ่มจากหมากสีขาวต่อมาเป็นหมากสีดำ หมากทั้งสองสีเพิ่มจำนวนต่อเนื่องอย่างมีความหมายสุดท้ายกระดานหมากได้สงบลงด้วยความพ่ายแพ้ของหมากสีดำที่ตกอยู่ในวงล้อมไม่สามารถเดินต่อได้

            ไม่นานนักกระดานหมากได้เริ่มใหม่อีกครั้งการเดินหมากยังเปลี่ยนรูปแบบไป แต่ไม่ว่ายังไงหมากสีดำก็แพ้หมากสีขาวอยู่ดีต่อให้จะเริ่มใหม่และเปลี่ยนรูปแบบไปหลายสิบรอบ

            “เจ้าเข้าใจรึเปล่า”ชายผมขาวถามแอนดรูว์อีกครั้ง ครั้งนี้แอนดรูว์ไม่ตอบทันทีเขามองกระดานหมากอย่างมีความหมาย ก่อนจะตอบชายผมขาว

            “พอเข้าใจอยู่บ้างแผนการน่าสนใจ น่าเสียดายหมากสีดำมุ่งชนะจนเกินไป เดินพลาดอยู่หลายครั้ง”

            “สิ่งมีชีวิตมุ่งดำรงชีวิตในชีวิตมีหลายสิ่งถาโถมเข้ามา จึงใช้ชีวิตไม่ดีจนเกิดความผิดพลาดล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องแปลก” ชายผมขาวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

            “นั่นก็ถูกของท่านไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรก็อยากมีชีวิตต่อไป แต่ผมกลับไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง ต่อให้ผมรับมรดกไปทั้งหมดความหมายนี้ยังเข้าใจมันไม่ได้ บางครั้งรู้ทั้งรู้ยังยอมทำอย่างสมัครใจ”แอนดรูว์ถอนหายใจ

            “อะไรล่ะ”ชายผมขาวถามคล้ายอยากช่วยแอนดรูว์บรรลุความเข้าใจ

            “เป้าหมายบางอย่าง! ต่อให้เสี่ยงชีวิต...ผมก็ยอมทำ ถึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นแต่มันอดใจไม่ทำไม่ได้...”

            “นั่นหมายถึงการแก้แค้นใช่รึเปล่า”ชายผมขาวถามต่อโดยไม่รอให้แอนดรูว์พูดจบ

            “นั่นเป็นหนึ่งในเป้าหมาย”แอนดรูว์ยอมรับ ชายผมขาวพยักหน้าและรอฟังเขาต่อ

            “เป้าหมายสำคัญจริงเป็นผมอยากรู้เกี่ยวกับอดีตมากเกินไปมรดกทั้งหมดถือว่าเก่าแก่โบราณกว่าสิ่งที่ผมอยากรู้ความรู้และความเข้าใจในปัจจุบันของผมก็ใหม่กว่าในสิ่งที่ผมอยากรู้ช่องว่างระหว่างอดีตกับปัจจุบัน นั่นคือสิ่งที่ผมแสวงหา”

            “เช่นนั้นเจ้าตามหามันไปเพื่ออะไร” ชายผมขาวถาม

            “เพื่อแข็งแกร่งและมีชีวิตรอด”แอนดรูว์ตอบ

            “จากอะไร”ชายผมขาวถามอีกครั้ง

            “อันตราย”แอนดรูว์ตอบในทันที

            “อันตรายอะไร”ชายผมขาวถามต่อเนื่อง

            “ทุกสิ่ง”แอนดรูว์ตอบสั้น ๆ ครอบคลุมในทุกความหมาย

            ชายผมขาวนิ่งคิดชั่วครู่พลางพยักหน้าขึ้นลงเหมือนกำลังเข้าใจทุกอย่างที่แอนดรูว์สื่อ ไม่นานนักเขาก็พูดขึ้น

            “ไม่ดีไม่แย่มรดกที่เจ้าสืบทอด เดิมทีข้ารับสืบทอดมาอีกทีหนึ่งเพราะเจ้าของมรดกก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอด จิตอมตะ ยังพังทลายเป็นผุยผงนับว่าอันตรายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บางครั้งยังยากฝืนต้าน”

            ชายผมขาวพูดจบเขาพลันส่ายหน้า ทำท่าถอนหายใจยืดยาว

            “แล้วท่านยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า”แอนดรูว์ถาม คำถามนี้ทำให้ชายผมขาวมองหน้าเขาพลางวางหนังสือหนังสัตว์ลงบนโต๊ะไม้

            “ไม่! ข้าตายไปแล้ว ทั้งกายและจิต ที่คุยกับเจ้าแค่เสี้ยวจิตสุดท้ายเพื่อรอคอยมอบมรดกให้ผู้เหมาะสม”

            “แล้วผมเหมาะสมรึเปล่า”แอนดรูว์ถาม ท่าทางเขาดูนอบน้อมตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้แสดงการล่วงเกินชายผมขาว

            “เจ้ารับสืบทอดมรดกไปทั้งหมดแล้วคิดว่าอย่างไร” ชายผมขาวตอบเป็นความนัย แอนดรูว์นิ่งไป

            ไม่ทันไรชายผมขาวได้บ่นให้แอนดรูว์ได้ยิน

            “เจ้าช่างแปลกคนยิ่งนักนามไม่ถาม กลับถามเรื่องคนอื่นเสียแล้ว”

            “นี่มันเป็นมารยาทพื้นฐานใครไม่สมัครใจ ไม่พูดชื่อถือว่าไม่ผิด” แอนดรูว์ตอบทันใดนั้นชายผมขาวได้หัวเราะขึ้น

            ฮ่าฮ่า ฮ่า...

            “เจ้าเป็นคนประเภทเดียวกับข้าถูกใจยิ่งนัก จำนามข้าให้ขึ้นใจ ข้ามีนามว่าอู๋หมิงผู้สร้างมรดกนี้ที่ส่งต่อให้ข้า มีชื่อว่าหย่งเหิง ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”ชายผมขาวหัวเราะอย่างมีความสุข

            แอนดรูว์จดจำชื่อทั้งสองไว้ในใจและรอให้ชายผมขาวหัวเราะจนจบ

            “ข้ามีเรื่องบอกเจ้าอยู่สามอย่างจงจำไว้ให้ดี” ชายผมขาวพูดจบก็ลุกขึ้นยืน ก่อนเดินตรงไปยังหน้าต่างทอดสายตามองสวนพฤกษา ส่วนแอนดรูว์นั่งอยู่ที่เดิมและตั้งใจรอฟัง

            “เรื่องแรกมรดกนี้มีชื่อว่า จิตอมตะ มีอักขระโบราณชี้นำ ทุกอักขระมีความหมายแปรเปลี่ยนเป็นทุกสิ่งได้ตามใจนึก ฝืนกฎฝ่าเกณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งช่วยให้จิตมุ่งบรรลุไปสู่อมตะข้าหวังว่าสักวันเจ้าจะก้าวข้ามไปได้ไปอยู่ในระดับที่สูงยิ่งกว่าและพัฒนาอักขระอมตะต่อไป...

            ...เรื่องที่สองคือที่แห่งนี้เมื่อข้าจากไปเรือนหลังนี้จะสลายไปทั้งหมด อยากให้เจ้าช่วยจดจำมันไว้โดยเฉพาะสวนพฤกษา เจ้าต้องดูแลมันต่อให้ดีถือว่ามันเป็นของดูต่างหน้าของอาจารย์หย่งเหิงและมรดกที่มอบให้ผู้สืบทอดวันใดเจ้าอยากรู้เกี่ยวกับข้าอู๋หมิงและอาจารย์หย่งเหิง เพียงรวมอักขระเป็นนามทุกสิ่งจะปรากฏ...

            ...เรื่องที่สามเป็นเรื่องของเจ้าเมื่อข้าจากไป จิตวิญญาณเจ้าจะยกระดับเข้าสู่กึ่งอมตะกายเนื้อจะยกระดับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า อักขระจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าสายเลือดอมตะในร่างกายเจ้าจะถูกปลุก สำหรับการเข้าสู่ระดับอมตะของเจ้ามันเป็นแค่เรื่องของเวลา หวังว่าเจ้าจะยกระดับเสร็จก่อนมังกรตัวนั้นจะมาถึง”

            แอนดรูว์ยืนขึ้นทันทีที่ชายผมขาวพูดจบแล้วถามขึ้น “มังกรนั่นหาผมเจอ”

            ชายผมขาวพยักหน้า“ถูกต้อง มันหาเจ้าเจอ เพราะไม่มีข้าคอยปิดกั้นอีกต่อไป วางใจได้...เจ้ามาพร้อมโชคชะตาข้าเชื่อว่าจะก้าวข้ามข้าและอาจารย์หย่งเหิงไปได้ไม่จบสิ้นลงเพราะมังกรเพียงตัวเดียว”

            แอนดรูว์เห็นชายผมขาวส่งยิ้มร่างกำลังเลือนราง ถึงจะมีหลายสิ่งที่เขาอยากถามแต่ส่วนใหญ่สิ่งที่เขาอยากรู้กำลังแล่นเข้าสู่จิตวิญญาณโดยตรง

            ตุบ!

            แอนดรูว์คุกเข่าลงทั้งสองข้างแล้วก้มลงเป็นการคารวะแด่ชายผมขาว

            “ศิษย์คารวะอาจารย์!”

            สิ้นเสียงแอนดรูว์ชายผมขาวส่งรอยยิ้มจากลาให้เขา ก่อนจิตวิญญาณจะสลายหายไปโดยสมบูรณ์

            ผ่านไปพักใหญ่แอนดรูว์ถึงลุกขึ้นยืน เขากวาดสายตาไปทั่วห้องเห็นว่าทุกอย่างเริ่มกลายเป็นละอองแสงสีขาว เขาจึงโบกมือ ทำมุทราเรียกอักขระที่มีความหมายว่า ‘คงอยู่’ ประทับลงบนเรือนหลังนี้

            วื้บบบบบบบบ

            อักขระสาดแสงจมหายสู่ตัวเรือน ละอองแสงสีขาวจึงกลับมารวมกับเรือนหลังนี้ให้คงอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้ง

            “อักขระอมตะสมชื่อจริง ๆ” แอนดรูว์พึมพำ เขาเดินกลับไปยังโต๊ะไม้ก่อนเสกหมากขาวดำขึ้นมาและเริ่มวางมันลงบนกระดานอย่างไม่รีบร้อน

            ผ่านไปสักพักใหญ่หมากบนกระดานก็ถูกวางเป็นตัวสุดท้าย เป็นหมากสีดำที่ถูกสีขาวล้อมแต่ว่าเกมหมากยังคงไม่จบและแอนดรูว์เลือกหยุดหมากไว้ไม่เดินต่อ

            “นี่คือสถานการณ์ของเราจนตรอก แต่ยังไม่จบสิ้น พลิกกลับได้เสมอ” แอนดรูว์พึมพำเขาเผยรอยยิ้มพลางลุกขึ้นเดินไปชมความสวยงามของตัวเรือนในห้องต่าง ๆ

            “ไม่แปลกเลยที่แห่งนี้จะสำคัญสำหรับท่าน” แอนดรูว์พูดขึ้นหลังจากเห็นสิ่งต่าง ๆมากมายในแต่ละห้อง มันมีทั้งวัตถุทางความทรงจำอยู่นับไม่ถ้วน แฝงเร้นในส่วนอื่น ๆไม่เว้นแต่เรือนหลังนี้

            เมื่อแอนดรูว์ชมเรือนทั้งหลังครบเขาเลือกลงไปเดินดูสวนพฤกษาต่อ เขาเห็นพืชจิตวิญญาณหายากหลายชนิดหลายชนิดเขาพึ่งเคยเห็นกับตา บางชนิดยังคุ้นเคย เพราะชื่อเรียกมันแตกต่างออกไป

            “มันคือเรื่องของเวลาและกาลเปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัยไม่มีทางที่จะพบช่องว่างที่ขาดหายง่าย ๆ เราต้องค้นหามันเองความทรงจำสืบทอดของปรมาจารย์หย่งเหิงกับอาจารย์อู๋หมิง มีเพียงยุคแรกเริ่มช่วงหลังไปจนถึงยุคมืดที่เกิดก่อนยุคโบราณไปหลายสมัยที่เรามีก็แค่เศษเสี้ยวยุคโบราณกับยุคปัจจุบันในจักรวาล นอกจักรวาล...ไม่สินอกมหาพิภพสวรรค์ ยังมีอีกหลายดินแดน...หนทางของเรายาวไกลซะจริง”แอนดรูว์มองไปยังดอกหอมนิรันดร์ดอกหนึ่ง เขาหยุดมองมันอยู่อย่างนั้น

            “ไว้วันหลังจะกลับมาฝึกในนี้ถึงในนี้เวลาต่างจากด้านนอก มันก็ถึงเวลาของเราที่ต้องออกไป” แอนดรูว์พูดจบจิตวิญญาณเขาก็หายไปจากชั้นที่สิบสาม

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน