พรวิเศษ
ความเดิมตอนที่แล้ว
“ลืมตาได้ยังเนี่ยลุง”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากชายชรา เตชินทร์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เลยตัดสินใจลืมตาขึ้น ก่อนจะพบกับความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนชรา
เขาถึงกับกำหมัด ขบกรามแน่น ถ้าพินิจอย่างละเอียดจะพบว่า ที่ขมับทั้งสองข้างของเขามีเส้นเืปูนขึ้นมาอยู่หน่อยๆ เขาในตอนนี้ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป
เตชินทร์อดไม่ได้ที่จะะโก้องดังลั่นศาลเ้าด้วยความโมโห
“เงินกู!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
----------------------------------------------------------------
“พวกมึงออกให้กูก่อนนะ”
เตชินทร์เอ่ยขึ้น ในขณะที่มืออีกข้างก็คว้าหยิบขวดโซดาเทใส่แก้วตัวเอง สภาพของเขาในตอนนี้พร้อมจะร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นได้ทุกเมื่อ นึกแล้วก็เจ็บใจตัวเองไม่หายที่ดันโง่ไปหลงกลมิจฉาชีพจอมเ้าเล่ห์อย่างตาเฒ่าเอาเสียง่ายๆ ทั้งที่มุกต้มตุ๋นก็แสนจะเบสิก มีให้เห็นตามข่าวได้ทั่วไป เขาแทบอยากจะบ้า เพราะนั่นคือเงินค่ากินทั้งสัปดาห์ที่เหลือติดตัวของเขา!
และไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกที่จะทำธุรกรรมทางออนไลน์ โอนจ่ายรัวๆ เหมือนคนอื่นเขาล่ะ..ก็เพราะเงินเก็บทั้งหมดของเขาอยู่ที่แม่ตัวดีน่ะสิ ทันทีที่เงินเดือนออกปุ๊บ เขาต้องโอนให้เธอเก็บรักษาไว้ปั๊บ ครั้นจะบากหน้าไปแบมือขอเมนิลาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้…
ฝันไปเสียเถอะว่าจะได้!
เอฟ แสร้งเบิกตาโต ทำเป็ใ “โอ้โห! นี่มัน เมาฟรีลูกหมาป่า นี่หว่า”
เตชินทร์ด่าเพื่อน “สัตว์.. เดี๋ยวกูโอนคืนให้ทีหลัง”
ปั้นที่นั่งฟังอยู่ได้แต่หัวเราะในลำคอเบาๆ
เอฟกับปั้นคือเพื่อนสนิทของเตชินทร์ที่คบกันมาั้แ่เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ก่อนจะตามมาเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะเรียนกันคนละคณะ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความสนิทสนมลดลงแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม กลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีกเพราะทั้งสามย้ายมาอยู่หอพักเดียวกัน
ถึงแม้ว่า่เวลาที่ยังเรียนอยู่ สามหนุ่มจะค่อนข้างสำมะเลเทเมาไปนิด ชนิดที่ว่า เช็กอินร้านเหล้าแทบครบทุกจุด แต่พวกเขาก็สามารถประคองตัวให้เรียนจบตามเกณฑ์ได้ จนปัจจุบันนี้ต่างก็มีหน้าที่การงานที่ค่อนข้างมั่นคง อย่างเอฟเองก็ทำงานเป็กราฟิกดีไซเนอร์อยู่บริษัทที่ค่อนข้างมีชื่อ ส่วนหนุ่มสุขุมอย่างปั้นก็สามารถสอบตั๋วทนายได้ั้แ่ที่เรียนจบทันที ตอนนี้เขาจึงเป็ทนายผู้มากความสามารถที่ใครๆ ต่างก็ให้การยอมรับ
และที่สำคัญ แม้พวกเขาทั้งสามคนจะแยกย้ายกันไปเติบโตกันคนละเส้นทาง ทว่า มิตรภาพก็ไม่เคยจางหายไปไหนและยังคงติดต่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอยู่เรื่อยมา
“อ้าว หมดซะละ”
เตชินทร์พยายามเขย่าเหล้าที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่หยดลงใส่แก้ว ก่อนจะเงยใบหน้ากรึ่มๆ ขึ้นมาถามเพื่อน
“เดี๋ยวต่ออีกขวดนะเพื่อน”
เอฟเงยหน้าขึ้นจากมือถือแล้วบอกว่า “เมียกูตามแล้วว่ะ”
ปั้นเองก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน “กูก็ถูกจำกัดเวลาไม่เกินเที่ยงคืน”
เตชินทร์ขมวดคิ้ว “โห่…ไรวะ นานๆ เจอกันที กูยังกินเหล้ากับพวกมึงไม่หนำใจเลย”
เอฟพูดติดตลก “ถ้ามึงอยากขนาดนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้กูนัดกินเหล้าผ่านวิดีโอคอลให้ละกัน”
“แดกคนเดียวเถอะครับคุณเอฟ” เตชินทร์โยนเฟรนช์ฟรายส์ใส่เพื่อนอย่างหมั่นไส้ เอฟยกมือขึ้นป้องเบาๆ
ปั้นยกนาฬิกาขึ้นดูอีกครั้ง แล้วบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กูต้องรีบออกตอนนี้แล้วว่ะ ไม่งั้นถึงบ้านเกินเที่ยงคืนแน่”
เอฟพยักหน้า “เออกูด้วย เดี๋ยวจ๋าแม่งงอนกูอีก”
เตชินทร์ถึงกับเบะปากมองบน “เหม็นพวกกลัวเมียว่ะ”
เอฟสวนกลับไป “ใช่ซี้ ก็มึงไม่มีเมียอะ จะมาเข้าใจพวกกูได้ยังไง”
ปั้นเสริม “ถ้ามีเมื่อไร มึงจะหนาว”
เตชินทร์ชะงักกับคำพูดของเพื่อนทั้งสอง เขาไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพูดมากนัก อาจเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้สมองของเขาตีความหมายได้ช้าลงก็เป็ได้ แต่ความฉงนก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะจู่ๆ เขาก็เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมราวกับว่าสารอาหารที่อยู่ภายในกระเพาะพร้อมที่จะขย้อนออกมาทางเดิมในอีกไม่ช้า บางทีหากได้ล้างหน้าสักหน่อย อาการอาจจะดีขึ้น
“เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”
เตชินทร์บอกเพื่อน แล้วค่อยๆ ยกตัวเองออกจากเบาะอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกมึนเต็มพิกัด
“เอาวีลแชร์ไหมเพื่อน” เอฟแซวขำ
เตชินทร์ชูนิ้วกลางให้เอฟ แล้วเดินออกไป
เตชินทร์วักน้ำล้างหน้ามานานกว่าห้านาทีแล้ว ทว่า ความเย็นของน้ำกลับไม่ได้ช่วยให้เขาหายจากอาการคลื่นเหียนเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะทำให้เขาอยากสำรอกอาหารมากกว่าเดิม เพราะการก้มหน้าเป็เวลานานๆ คือตัวกระตุ้นอาการชั้นเยี่ยมนั่นเอง แต่เขาก็รู้สึกเสียดายเหล้าราคาแพงที่เพิ่งดื่มเข้าไป ขืนปล่อยให้มันออกมากองที่พื้นก็ไม่ต่างจากซื้อมาเททิ้งเสียเปล่า
เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แล้วค่อยๆ ประคองสติเดินออกจากห้องน้ำ ตรงกลับไปที่โต๊ะ เห็นทีความสนุกในค่ำคืนนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ตามที่เพื่อนทั้งสองร้องขอ
ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งถูกชายร่างกำยำยืนขวางทางเธอไว้อยู่มุมหนึ่งของร้านเหล้า เขาพยายามจะลวนลามเธออย่างเห็นได้ชัด ทว่า หญิงสาวก็ทำทีไม่สนใจและเดินหนี แต่กลับถูกรั้งแขนเอาไว้แน่น และเพราะขนาดตัวที่เล็กกว่ามากทำให้เธอไม่สามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์อันยากลำบากนี้ได้
“ปล่อยนะ!” เธอะโเสียงดัง
เขาใช้สายตาแทะโลมไปยังการแต่งกายสุดเซ็กซี่ที่เผยให้เห็นร่องอกและเรียวขาอันขาวนวลของเธอ
“ไปต่อกับพี่ไหมจ๊ะ รับรองว่า พี่จัดให้ยันหว่าง”
พูดจบก็ค่อยๆ โน้มหน้าเข้าไปใกล้หวังจะหอมแก้ม แต่ก็ถูกเธอใช้ฝ่ามือเล็กๆ ตบเข้าที่หน้าไปเสียก่อน ทำเอาเขาที่กำลังกรึ่มๆ เพราะฤทธิ์เหล้า ถึงกับโมโหเืขึ้นหน้า เขาจึงใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นบีบแก้มเธอแน่นอย่าง้าจะเอาเื่
“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก”
สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ หากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะด้วยขนาดตัวที่ใหญ่เกินมนุษย์มนาของเขา ทำให้ทุกคนเกรงกลัว
ทว่า ในขณะที่เขากำลังพยายามจะลากเธอออกไป เตชินทร์ก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน เพราะความเมาหรืออย่างไร จึงทำให้เตชินทร์ใจกล้าได้ถึงเพียงนี้
“ปล่อยผู้หญิงซะ”
ชายคนนั้นจิ๊ปากอย่างไม่พอใจที่มีคนมาขวาง
“ถ้ากูไม่ปล่อย มึงจะทำไม”
เขายิ้มอย่างกวนประสาท ก่อนจะปล่อยมือจากหญิงคนนั้น แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เตชินทร์แทน เขาสืบเท้าเข้าหาเตชินทร์อย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน ผู้คนก็เริ่มมามุงดูเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
เตชินทร์ที่กะจะทำเท่ในตอนแรกถึงกับใจฝ่อ เขาพยายามมองหาอาวุธไว้ป้องกันตัว จนสายตาเหลือบไปเห็นขวดเหล้าเปล่าบนโต๊ะเข้า เขาจึงรีบคว้ามันขึ้นมาทุบกับโต๊ะเพื่อให้ขวดแตกเป็ปากฉลามแหลมๆ จากนั้นก็ยื่นไปทางชายคนนั้นเพื่อ้าจะขู่ให้เขากลัว
“อย่าเข้ามานะ กูสู้นะเว้ย”
ชายร่างั์แสยะยิ้มแล้ววาดเท้าขึ้นเตะขวดจนหลุดออกจากมือเตชินทร์ได้อย่างง่ายดาย
เตชินทร์เริ่มหน้าถอดสีพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ เพราะรับรู้ได้ว่าอีกไม่วินาทีข้างหน้านี้ เขาคงไม่รอดพ้นจากส้นเท้าอันบิ๊กเบิ้มของชายตรงหน้านี้แน่นอน
“คิดว่าเป็ฮีโร่เหรอมึงอะ”
ชายคนนั้นตรงเข้ามาคว้าเข้าที่คอเสื้อของเตชินทร์แล้วยกขึ้นสูง จนเท้าของเขาลอยเหนือพื้น ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนได้เป็อย่างดี โดยเฉพาะเอฟกับปั้นที่เพิ่งเดินมาเห็นเพื่อนตัวเองกำลังถูกทำร้าย ทั้งคู่เบิกตากว้างอย่างใ ในขณะเดียวกันก็พยายามแหวกผู้คนเพื่อเข้าไปช่วยเตชินทร์
“ปล่อยเขานะ”
ผู้หญิงที่ถูกเตชินทร์ช่วยใช้กำปั้นทุบไปที่ตัวของชายคนนั้นเพื่อหวังให้เขาปล่อยตัวเตชินทร์ แต่ก็ถูกเขาผลักล้มลงไปเสียก่อน จากนั้นจึงหันมาออกแรงกำคอเสื้อของเตชินทร์แน่นมากขึ้น ในขณะที่เตชินทร์ก็เริ่มตาเหลือก ลิ้นจุกปาก พร้อมกันนั้น ตัวของเขากระตุกขึ้นเรื่อยๆ เพราะเริ่มทนไม่ไหว
“เฮ้ย!!!!!” เอฟกับป้อนร้องเสียงหลง
อีกฝ่ายอ้าปากหัวเราะอย่างสะใจ
แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะได้รับชัยชนะ จู่ๆ ก็มีของเหลวบางอย่างพุ่งออกมาจากปากเตชินทร์อย่างฉับพลัน จนเขาต้องรีบปล่อยมือออกจากคอเสื้อของเตชินทร์ แต่ก็ไม่อาจหลบหลีกห่าฝนที่กระหน่ำใส่อย่างไม่ปรานีนี้ได้ มิหนำซ้ำใน่ที่กำลังอ้าปากหัวเราะอยู่นั้นก็เผลอกลืนผลิตผลจากกระเพาะอาหารของเตชินทร์ไปอึกใหญ่อีกด้วย
“อ้วกกกกกกกก”
เหล่าฝูงชนที่มุงดูก่อนหน้าถึงกับวงแตกเพราะกลัวถูกลูกหลงที่ไม่พึงประสงค์ ในขณะที่เตชินทร์ก็ปล่อยมันออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“อย่าเข้ามาใกล้กู ออกไป๊!”
ชายคนนั้นถอยกรูดอย่างรังเกียจ แล้วรีบวิ่งเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำทันที
เตชินทร์รับรู้ได้ถึงสายตาของผู้หญิงคนนั้นที่มองมาอย่างอึ้งๆ เขาเลยหันไปยกนิ้วหัวแม่มือให้แล้วโก่งคออ้วกโชว์อีกรอบ
“อ้วกกกกกกกก” สิ้นสุดการอ้วกก็ล้มลงไปนอนกองก้นอยู่ที่พื้น
เอาวะ อย่างน้อยกูก็ได้เป็ฮีโร่ในตอนท้ายอยู่ดี…
เอฟกับป้อนจึงได้สติ รีบวิ่งเข้าไปแบกเพื่อนออกจากร้านทันที
หญิงสาวได้แต่มองเตชินทร์จนลับสายตา
พร้อมกันนั้นเธอก็รับรู้ได้ว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นอย่างไม่เป็จังหวะเข้าเสียแล้ว…
โปรดติดตามตอนต่อไป
-------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น :
ก็ดูเฮียชินแกกินซะขนาดนั้น จะไม่ให้อ้วกพุ่งได้ยังไง
แถมได้เป็ฮีโร่เพราะอ้วกตัวเองเฉ๊ยยย