ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่220 ข้าวสีทอง กล่องฟิวชั่น ว่าวไล่แมลงและนก

“ตอบแทน...ตอบแทนเรื่องอะไร” เจมส์เกาศีรษะ นึกยังไงก็นึกไม่ออก

จำได้ว่านักรบและเขาไม่เคยติดค้างหรือพนันกันมาก่อน

แล้วถ้างั้นเรื่องอะไรล่ะ?

นักรบส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดออกไปก่อน ค่อยพูดเข้าเรื่อง “เรื่องที่คุณทำให้ผมพบกับบลูเบลล์อีกครั้งไง”

“แค่เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า” เจมส์ไม่คิดเอาเปรียบนักธุรกิจที่มีพ่อรวย อีกทั้งเรื่องที่เขาช่วยก็แค่ดึงชุดออกมาจากหนังสือ ที่เหลือล้วนเป็นความตั้งใจเด็ดขาดของนักรบ ที่เอาชีวิตรอดกลับมาจากความฝันได้

นักรบตบไหล่อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง

“อย่าปฏิเสธเลย ผมตั้งใจแล้วว่าจะให้ก็ต้องให้ เพียงแต่ที่ผ่านมาคุณอยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง อีกทั้งไปรษณีย์ก็คงไม่ขับรถไปส่งถึงบนเรือ ดังนั้นให้กับมือนั่นแหละดีที่สุด แต่ว่าตอนนี้ผมยังติดธุระ ถ้าหากพรุ่งนี้คุณยังไม่กลับพัทยา ผมจะเอาเอกสารมาให้เซ็น...”

“เอกสารอะไร” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ งั้นขอรู้หน่อยแล้วกันว่ามันคืออะไร

นักรบกล่าว “เทียบกับเรือคุณไม่ได้หรอก มันก็แค่ที่ดินเล็กๆ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เหมาะสำหรับปลูกบ้านพักตากอากาศสักหลัง โดยเฉพาะคุณน่าจะชอบ ด้านหลังสามารถเดินทางด้วยเรือ เอาเรือจอดได้หากทำเป็นท่าจอดส่วนตัว”

“โห...ผมเองก็มีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ ราคาโดยประมาณก็มากกวาสิบล้านและมันเป็นแค่ที่ดินที่ไม่สลักสำคัญ แต่คุณกลับให้ที่ดินติดแม่น้ำเจ้าพระยา ราคามันออกจะแพงเกินไปหรือเปล่า” เจมส์ค่อนข้างลังเลเมื่อรู้ว่าเป็นที่ดินที่ใครหลายคนฝันถึง อยากจะสร้างบ้านที่นั่น ไว้พักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว

“ของแพงหรือถูกไม่ได้อยู่ที่มูลค่าในตลาด ในสายตาผมมองว่าคุ้มค่าที่จะให้คุณเป็นเจ้าของ” นักรบแบมือว่า “นอกจากนั้นคุณใช่ว่าจะปลูกบ้านเดี่ยวๆ โดยไม่มีเพื่อนบ้าน ที่ดินผืนนั้นถูกตัดแบ่งครึ่ง ดังนั้นในอนาคตเราก็อยู่ใกล้กัน”

“โอเค พูดมาซะขนาดนี้ถ้าหากไม่รับไว้ก็คงแปลก ขอบคุณนะนักรบ”

ถึงแม้จะเป็นที่ดินที่ถูกหั่นครึ่ง แต่สำหรับเจมส์มันก็มากเกินไปอยู่ดี

“เรื่องเล็กน้อยน่า”

พวกเขาคุยกันอีกหลายประโยค ก่อนจะแยกย้ายออกไป ทำธุระของแต่ละคน

.......

เจมส์นั่งอยู่บนรถเบาะหลัง โดยมีหุ่นแบนเนอร์เป็นคนขับ

พอมาถึงบ้านพักที่ซื้อไว้เดินทางในกรุงเทพฯ ก็เข้าไปในห้อง หยิบแบงก์พันออกมาแล้วสอดเข้าไปในประตู หมุนลูกบิดกลับไปที่เรือ'เมจิกเชี่ยน'จากนั้นเปิดประตูบานหลัก ไปโผล่ที่ไร่ชา ซึ่งตอนนี้กำลังมีทอยดูแลจัดการ

“เจ้านาย มาถึงแล้วเหรอครับ” ทอยเดินเข้ามาหา ในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตเหมือนคนตัดอ้อย แต่ด้วยรูปลักษณ์ผึ่งผาย ทำให้เขาเหมือนกับนายแบบบนปกนิตยสาร

“อือ ที่นี่เป็นยังไงบ้าง” เจมส์ยิ้มตอบ หยิบหมวกที่แขวนไว้ในห้องขึ้นมาสวม แล้วเดินออกไปพร้อมกับทอย

ที่ที่เขาเดินออกมาเป็นแค่เพิงหมาแหงน มันถูกทำไว้ลวกๆ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่านอกจากเพิงเล็กๆ ที่สามารถพังได้ทุกเมื่อ ไร่แห่งนี้ก็ค่อนข้างโล่งเตียน

“กำลังไปได้สวยครับ เนื้อดินถูกปรับสภาพเรียบร้อย เหลือแค่ปลูกต้นชา เราก็จะได้ผลผลิตออกสู่ตลาดภายในหนึ่งเดือน! อีกทั้งผลผลิตของเรายังมีคุณภาพสูง เป็นชาที่ต่างจากของแดเนียล ถึงแม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกันก็ตาม”

เจมส์พยักหน้าเห็นด้วยกับทอย

ที่ดินผืนนี้กว้างใหญ่ถึง 40 ไร่ ซื้อมาด้วยเงินเพียงไม่กี่ล้านบาท

โดยเมื่อก่อนเป็นของนักธุรกิจชาวต่างชาติแดเนียล แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นของเจมส์ ด้วยการเกลี้ยกล่อมของทอย

เมื่อก่อนเขาติดธุระกับทางนู้นทางนี้ที หลังจากกำจัดแมลงแล้วใช้น้ำยาปรับสภาพผิวดิน ก็ยังไม่ได้ปลูกพืชผัก กระทั่งโรงงานแปรรูปอาหารเสร็จนั่นแหล่ะเขาจึงได้นึกถึงที่นี่

“ว่าแต่ทำไมเจ้านายถึงอยากปลูกชาละครับ ผมดูในข่าวโดยส่วนใหญ่แล้วทุกคนหันมาปลูกข้าว ขุดคลองเล็กๆ ไว้เก็บน้ำจับปลา หรือไม่ก็ทำเป็นคาเฟ่โดยมีวิวเป็นข้าวที่กำลังเป็นสีเขียว ทำไมเราถึงไม่ปลูกข้าวแข่งกับพวกเขาบ้างล่ะครับ ผมว่ามันน่าจะสนุกนะ”

ทอยเรียนรู้จากโลกออนไลน์มาเยอะ แต่เนื้อแท้ด้านในก็เด็กน้อยคนหนึ่ง

ดูสิเนี่ยใส่ชุดเดินอยู่ในไร่ตัวเอง เสื้อตัวบนก็ดีอยู่หรอก แต่ไหงส่วนล่างถึงเป็นกางเกงในตัวเดียว พิลึกชะมัด เห็นแล้วแทบจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

เจมส์ก้มลงไปหยิบเนื้อดินที่ถูกปรับสภาพ ใบหน้าของเขาปรากฏความเห็นใจหลายส่วน

“เพราะมันไม่สามารถทำกำไรให้ผม นอกจากนั้นคนก็ปลูกเยอะ ราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างถูก โดยเฉพาะข้าวเปลือกที่โรงสีรับซื้อ ราคาต่อกิโลกรัมมากสุดแค่ไม่กี่สิบบาท ลองคิดดูหากผมลงทุนปลูกข้าวทั้งหมดในที่ดิน 40 ไร่ มันจะทำกำไรได้สักเท่าไหร่กันเชียว”

“หากเทียบกันแล้ว ชาสามารถทำกำไรได้มากกว่า แถมยังส่งออกนอกได้ราคาดี โดยเฉพาะจีนที่นั่นเขานิยมดื่มชากันอย่างแพร่หลาย ถึงแม้ผมจะยังไม่เคยไป แต่ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตก็แสดงให้เห็นว่า พวกเขาชื่นชอบชาและมักจะกินกับข้าวเพื่อล้างปาก”

“ล้างปาก...”

“ใช่ เพราะอาหารจีนส่วนใหญ่ใช้น้ำมันแทนน้ำเปล่าปรุง ชาจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาขาดไปไม่ได้บนโต๊ะอาหาร นอกจากนั้นทุกบ้านจะต้องมีชา โดยชาเองก็แบ่งไปหลายระดับ มีทั้งแพงและถูก”

“ฮี่ฮี่ ถ้าให้เดาชาของเจ้านายก็คงจะต้องเป็นชาราคาแพงที่สุดสินะคะครับ” ทอยเห็นว่าเจมส์กำลังนั่งเล่นดินบนฝ่ามือ จึงถือวิสาสะลงไปเล่นด้วย เขานอนเกลือกกลิ้งกับดินร้อนๆ ที่มีแดดจากดวงอาทิตย์แผดเผาจนร้อนระอุ

เจมส์พูดไม่ออกเมื่อเห็นหุ่นแบนเนอร์ไม่รู้จักโตเข้ามาเล่นด้วย

“ใช่ ผมต้องขายของแพงเพราะคุณภาพมันดียังไงล่ะ นอกจากนั้นกลุ่มลูกค้าของผมก็เป็นนักธุรกิจ เศรษฐีต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นชาที่จะปลูกหลังจากนี้จะต้องเหนือกว่าทุเรียนที่เคยปลูก!”

“จะว่าไปแล้วเจ้านาย ผมเพิ่งได้หนังสือเล่มใหม่มา ชื่อเรื่อง'เป็นคนรวยได้เพราะการทำไร่' เจ้านายสนใจจะอ่านหรือเปล่าครับ” อยู่ๆ ทอยก็หยุดเล่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“โห...ฟังดูน่าสนใจ ไปเอามาสิ”

“ได้เลยครับ”

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินกลับมาที่เพิงหมาแหงน

ทอยดึงลิ้นชักราคาถูกที่ซื้อมาจากร้าน 20 บาท แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา

“นี่ครับเจ้านายหนังสือที่ผมบอก ตัวเอกชื่อเอริค เขาเป็นคนอังกฤษที่มีระบบร้านค้า สามารถซื้อของได้หากไร่ถูกปรับปรุง ยิ่งไร่ถูกปรับปรุง มียอดผลผลิตมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งได้รับสิ่งใหม่ๆ มากเท่านั้น” หุ่นแบนเนอร์ผู้สวมกางเกงในตัวเล็กเริ่มบรรยายเกี่ยวกับหนังสือ

เจมส์รับหนังสือมาแล้วเริ่มเปิดอ่าน

เขานั่งอยู่ที่เพิงหมาแหงน โดยเปิดแอร์ 9000 BTU ที่ใช้ไฟจากแบตเตอรี่ แต่มันไม่เย็นหรอก เพราะนี่เป็นเพิงแบบเอาท์ดอร์ไม่ใช่พื้นที่แบบปิด

อ่านไม่นานเขาก็รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจมาก

หลังจากหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้ยังไม่จบ ตอนนี้ออกมาแล้ว 5 เล่ม โดยนักเขียนชาวเกาหลี

เจมส์สั่งให้ทอยออกไปซื้อหนังสืออีกสี่เล่มในเมืองเชียงใหม่ จากนั้นเขาได้ใช้เวลาช่วงนี้ที่อยู่คนเดียว ดึงสิ่งของที่อยู่ในหนังสือออกมา

'กล่องฟิวชั่นเมล็ดพันธุ์ เมื่อคุณใส่เมล็ดพันธุ์ลงไปในกล่องด้วยกันสองชนิด จะเกิดปฏิกิริยาฟิวชั่นให้กำเนิดเมล็ดพันธุ์ชนิดใหม่ อัตราความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากใส่เมล็ดพันธุ์สามชนิดลงไป อัตราความสำเร็จจะลดน้อยลง 70 เปอร์เซ็นต์'

'ผลเสียด้านลบ อัตราความสำเร็จทุกอย่างจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์'

กล่องที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามีขนาดใหญ่เหมือนถังน้ำ 5 ลิตร

ตัวกล่องเป็นสีน้ำตาลเหมือนทำมาจากไม้บางชนิด แต่พอสัมผัสดูแล้วกลับพบว่าไม่ใช่ มันดูเหมือนพลาสติกทว่ามีความแข็งแรงทนทานสูง

เจ้ากล่องฟิวชั่นปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เริ่มเนื้อเรื่อง

เอริคพบกล่องนี้ในห้องเก็บของ ด้วยความที่กังวลว่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาจากเพื่อนบ้านจะเสียหายเขาจึงใส่เข้าไปในกล่อง ทว่าพอเปิดกล่องอีกครั้งเมล็ดพันธุ์นั้นได้เปลี่ยนไป กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตที่ดีกว่าเดิม

ด้วยเหตุนี้เอริคจึงขยับขยายพื้นที่ในไร่ด้วยการตัดหญ้าทุบหินทุกวัน เพื่อในวันข้างหน้าจะได้ปลูกเมล็ดพันธุ์ได้หลายชนิดจนเต็มไร่

“ของดีนี่นา”

เจมส์พยักหน้าพึงพอใจแล้วหยิบบางสิ่งออกมาจากหนังสือ

'ว่าวไล่นกและแมลง เมื่อติดว่าวนี้ไว้ในไร่ของคุณ รัศมีโดยประมาณ 1 กิโลเมตรจะไม่มีสัตว์ชนิดใดเข้ามาไต่ตอม'

'ผลเสียด้านลบ ไม่เหมาะสำหรับนำมาวิ่งเล่น'

ว่าวที่อยู่ในมือมีขนาดใหญ่พอสมควร ยาวประมาณ 10 เมตร เป็นสีขาวและหางเป็นปล่องคล้ายงูหางกระดิ่ง

เจมส์วางว่าวไว้ข้างกล่องฟิวชั่นแล้วเริ่มหยิบของในหนังสืออีกครั้ง

'ข้าวสีทอง ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากนั้นยังปลูกได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศแห้งแล้งหรือดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำปลูก แค่หย่อนเมล็ดลงไปในดินแล้วถม'

'ผลเสียด้านลบ จำเป็นต้องกำจัดข้าวทุก 1 เดือนเมื่อออกผลผลิต ไม่งั้นอีก 15 วันถัดมาข้าวสีทองจะเริ่มกินอาหารหรือก็คือพืชผักต่างๆ ในไร่ของคุณจะถูกมันกินจนหมด'

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน