ตอนที่เก้าสิบแปด Customization
Customization การดัดแปลงปรับแต่งให้เมหาะสมกับตนเอง
แสดงถึงความแพงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างหนึ่ง
ปรกติแล้วผลิตภัณฑ์มักจะมีการผลิตจำนวนมากเพื่อที่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายต่างๆได้
การดัดแปลงให้เหมาะกับบุคคลนั้นจะเสียค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นแบบเดียวกับบะหมี่สำเร็จรูปและบะหมี่ตามร้านค้านั่นเอง
ที่จะถูกใจถูกลิ้นมากกว่าสร้างความพอใจได้มากกว่า
แต่คนปรกติมักจะคำนวณถึงราคาและความคุ้มค่าจึงเลือกที่จะซื้อของสำเร็จรูปมากกว่า
อย่างชุดสูท หากอยากได้สิ่งที่เหมาะกับตัวเราอย่างแท้จริงก็ต้องตัดสูทโดยเฉพาะ
“เราได้ของคุณภาพตามราคา”
อย่างที่ชนชาวหัวเซี่ยเรามักกล่าวกัน
และผมก็ใช้วิธีการปรับแต่งโดยเฉพาะนี้ในการเรียนรู้ลมปราณและกระบวนท่าต่างๆ
ไม่ใช่ค่ผมคนเดียว
นามู คิงคองเงิน วานรทองแดง ระกาเหล็กและบรรดาลูกศิษย์สายนอก นักวิทยาศาสตร์ต่างๆก็หาวิชาที่เหมาะกับตนเอง
แบบเดียวกับการแยกเงาพันร่างของนารุโตะขอเพียงมีสักคนหนึ่งคิดเคล็ดลับอะไรได้หรือแม้แต่จะไม่รู้ตัวว่าตนเองมีเคล็ดลับอะไรใช้ไปโดยไม่รู้ตัว
การวิเคราะห์ข้อมูลจากคนทั้งหมดก็ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าแต่ลคนมีเทคนิคหรือนิสัยเฉพาะตัวอย่างใดในการใช้กระบวนท่าหรือการเดินลมปราณ
และเท่ากับว่าพวกเราทุกคนอยู่ในคาถาแยกเงาพันร่างของนารุโตะ
มันคือเรื่องของความพยายามแต่ความพยายามของคนรวยที่มีทรัพยากรมาก มีผลมากกว่าความพยายามของคนจนหลายร้อยหลายพันเท่านั่นเอง
นี่คือข้อได้เปรียบของคนที่มีแรงงานจำนวนมากในการคิดค้นเคล็ดวิชาร่วมกันอย่างเป็นระบบ
และงบประมาณในการซื้อเคล้ดวิชาต่างๆจากสำนักประมูลที่ทำให้สามารถมอง”รูปแบบ”pattern ร่วมกันของเคล็ดวิชาต่างๆได้
ตามมุกของนิยายว่า”ตัดกากและเหลือแต่แก่นแท้ของวิชา”นั่นเอง
“คิองคองเงินพลิกภูเขา”
คิงคอวเงินยังซ้อมอยู่กับเครื่องมืออุปกรณ์ฝึกและการจับวัตถุอย่างรถหนักหลายร้อยกิโลกรัมได้อย่างง่ายดาย
แต่หลังจากฝึกหลายครั้งปรับความผิดพลาด
การเคลื่อนไหวกระบวนท่าของคิงคองเงินกลับกลายเป็นไร้สุ้มเสียงพลังอาจจะไม่มากขึ้น แต่ความสูญเปล่าของลมปราณน้อยลงและประสิทธิภาพของพลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“นามูเฟลมเดอลุกซ์”
นามูลอยอยู่กลางอากาศและพ่นไฟสีน้ำเงินแบบเดียวกับผมออกมา
พลังของนามูก็ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งรวมไปถึงการเคลื่อนที่เทเลพอร์ตที่จากการอดตาหลับขับตานอนและการเดินเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก
ความเชี่ยวชาญในการเทเลพอร์ตก็เพิ่มมาก
มันไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าของคนเดียวแต่คือความก้าวหน้าของการเข้าใจในด้านลมปราณของทั้งหมู่คณะ
ทำให้เรอื่องการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาต่างๆไม่ใช่แค่เรื่องของผมคนเดียวอีกต่อไปคือเป้าหมายของผม
และแต่ละคนอาจจะสนใจสิ่งต่างๆกันก็ไม่เป็นอะไร
มีเรื่องเล่าของนักเรียนที่ชนะคณิตศาสตร์โอลิมปิคและพบว่าการเข้าวงการคณิคศาสตร์นั้นได้อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยในการ”ถามคำถาม”
ที่ทำให้เขาสามารถทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตได้
คิดเรื่องที่คนเราไม่เคยคิดมาก่อน
ความก้าวหน้าในวิทยาการต่างๆเริ่มจากตรงนี้
และ
“วานรฉกผลท้อ”
“ระกาถลาแล่นลม”
มือของวานรทองแดงและกรงเล็บของระกาเหล็กปะทะกันประลองวรยุทธซึ่งเราก็เก็บข้อมูลไว้เช่นกันว่าอะไรคือสมการรูปแบบที่สามารถใช้ได้ในการต่อสู้จริงและอะไรคือสมการที่ใช้ได้เพียงแค่ในห้องทดลอง
ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลวที่มีมากขึ้นคือความเข้าใจลมปราณและวรยุทธ
ผมไม่ได้ล้มเหลวหมื่นครั้ง ผมได้รู้วิธีที่ทำไม่สำเร็จหมื่นครั้งต่างหากไม่ใช่เรื่องที่ปลอบใจตนเอง มันเป็นแค่กระบวนการหนึ่งในการค้นคว้าเท่านั้นเอง
วิชาของพวกเราก้จะสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆหากได้ผสมกับข้อมูลที่ได้มาจากการซื้อหาของเคล็ดวิชาจากสำนักอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นด้วย
ทุกคนคือส่วนหนึ่งของการค้นคว้าวิชาเป็นองค์กรนั่นเอง
ผมสามารถเห็นแนวคิดของผมไปหลอมรวมกับการใช้พลังคิงคองพลิกภูเขาของคิงคองเงินบางส่วนและนามูเฟลมเดอลุกซ์ก็มาจากอ้าวป้าหม่าไฟร์ของผม
พวกเราต่างช่วยพัฒนาวิชาของกันและกันอย่างแท้จริงนั่นเอง
“เอาล่ะนามูพวกเราไปเยี่ยมบ้านของนามูกัน”
ผมกล่าวกับนามูหลังจากการฝึกประจำวันของพวกเรา