ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 103 คุ้น......คำว่าแม่

    ฮวาเสี่ยวซีโบกมือลาชาวบ้านด้วยรอยยิ้มบางๆหลังจากแบ่งปันเนื้อหมีตัวใหญ่อย่างทั่วถึงน้ำใจของนางทำให้ได้รับเงินตอบแทนมาจำนวนหนึ่ง แม้จะไม่มากมายแต่ก็พอให้ประทังชีวิตและเป็นทุนตั้งต้นในเมืองใหญ่ได้


    นางหันไปมอง เจ้าอ้วนน้อย เด็กชายวัยหกเดือนที่อยู่ในอ้อมแขน "เอาล่ะเจ้าอ้วนน้อย ถึงเวลาเดินทางกันแล้ว"


    จุดหมายปลายทางของฮวาเสี่ยวซีคือเมืองหลวงนางตั้งใจว่าจะหาซื้อรถม้าสักคัน เพื่อใช้ในการเดินทางระยะไกลการเดินเท้าเป็นเรื่องลำบากเกินไปสำหรับนางและเจ้าอ้วนน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเดินทางไกลเป็นวันๆความเหนื่อยล้าและอันตรายระหว่างทางเป็นสิ่งที่นางไม่อยากเสี่ยง


    สองร่างเล็กใหญ่จึงมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่ทอดไปยังเมืองหลวงแสงแดดยามเช้าสาดส่องอบอุ่น ทาบทาทุ่งนาสีทองที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยวฮวาเสี่ยวซีสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ความหวังใหม่ๆ เริ่มผลิบานในใจแม้จะยังไม่รู้ว่าอนาคต

    จะเป็นอย่างไร แต่การได้ก้าวออกจากหมู่บ้านที่คุ้นเคยก็เหมือนเป็นการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ที่นางจะได้ลิขิตชีวิตด้วยตัวเอง


    เจ้าอ้วนน้อย ส่งเสียงอ้อแอ้ในอ้อมแขนของนางดวงตากลมแป๋วจับจ้องไปรอบข้างอย่างสนใจ ฮวาเสี่ยวซีมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูอย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมเดินทางที่ซื่อสัตย์และไม่เคยทอดทิ้งกัน


    "อดทนหน่อยนะเจ้าอ้วนน้อย อีกไม่นานเราก็ถึงเมืองหลวงแล้ว"ฮวาเสี่ยวซีลูบแก้มยุ้ยของเด็กชายเบาๆในใจวาดหวังถึงรถม้าคันงามที่จะช่วยให้การเดินทางของพวกนางสะดวกสบายยิ่งขึ้นการผจญภัยครั้งใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...


    ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยแนบอกก้าวเดินไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา นางคำนวณในใจระยะทางอีกพันลี้กว่าจะถึงเมืองหลวงนั้นช่างยาวไกลนักแสงแดดยามสายเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆทำให้เจ้าอ้วนน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ประท้วงเป็นระยะ


    "อดทนหน่อยนะ เจ้าอ้วนน้อย อีกไม่นานเราก็ถึงเมืองแล้ว"ฮวาเสี่ยวซีปลอบเด็กน้อย พลางลอบถอนหายใจด้วยความกังวลเงินที่ได้มาจากการแบ่งปันเนื้อหมีนั้นมีจำกัด นางต้องประหยัดให้มากที่สุด


    ในที่สุด สองร่างเล็กใหญ่ก็มาถึงประตูเมืองอันใหญ่โตมโหฬารทหารยามตรวจตราผู้คนที่เข้าออกอย่างเข้มงวดฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเดินเข้าไปในเมืองด้วยความตื่นตาตื่นใจ บ้านเรือนร้านค้า และผู้คนมากมายทำให้เมืองหลวงดูมีชีวิตชีวากว่าหมู่บ้านที่นางจากมาหลายเท่า


    จุดมุ่งหมายแรกของฮวาเสี่ยวซีคือโรงม้า นางเดินถามทางไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงโรงม้าขนาดใหญ่ ที่มีรถม้าหลากหลายรูปแบบจอดเรียงรายอยู่ฮวาเสี่ยวซีเดินสำรวจอย่างตั้งใจ พยายามเลือกรถม้าที่ราคาไม่แพงแต่ก็แข็งแรงพอที่จะใช้เดินทางไกลได้


    "แม่นาง สนใจรถม้าสักคันหรือไม่?" ชายวัยกลางคนเจ้าของโรงม้าเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม


    ฮวาเสี่ยวซีพยักหน้า "ข้าต้องการรถม้าสำหรับเดินทางไกลราคาไม่แพงมาก"


    เจ้าของโรงม้าพยักหน้าเข้าใจ "ข้ามีรถม้าหลายแบบให้ท่านเลือกเชิญทางนี้"


    ฮวาเสี่ยวซีเดินตามเจ้าของโรงม้าไปยังรถม้าคันหนึ่งซึ่งดูแข็งแรงแต่เรียบง่าย ราคาไม่แพงจนเกินไป นางพิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจซื้อรถม้าคันนั้น ด้วยเงินที่เหลืออยู่นางซื้อเสบียงและอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเดินทางอีกเล็กน้อย


    "เอาล่ะ เจ้าอ้วนน้อย เรามีรถม้าแล้วต่อไปการเดินทางของเราก็สบายขึ้นเยอะ"ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยขึ้นรถม้าด้วยความดีใจการผจญภัยครั้งใหม่ของนางและเจ้าอ้วนน้อยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...


    ฮวาเสี่ยวซีเริ่มรู้สึกถึงอาการปวดศีรษะเป็นระยะอาการปวดนั้นไม่ได้รุนแรงนักทว่ามักจะมาพร้อมกับภาพเลือนลางบางอย่างที่นางพยายามจับจ้องแต่ก็เลือนหายไปราวกับควัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยพยายามนึกทบทวนว่าภาพเหล่านั้นคืออะไร แต่ก็ไม่สามารถดึงความทรงจำที่ชัดเจนออกมาได้


    อย่างไรก็ตาม จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดในใจนางยังคงแน่วแน่นั่นคือการเดินทางไปยังเมืองหลวง เพื่อกลับไปหาครอบครัว "ตระกูลฮวา"ที่กำลังรอคอยนางด้วยใจจดใจจ่อ นางสัมผัสสร้อยหยกรูปดอกไม้ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อเบาๆความรู้สึกผูกพันกับครอบครัวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อใกล้ถึงเมืองหลวง


    ก่อนออกเดินทาง ฮวาเสี่ยวซีแวะซื้อเสบียงเล็กน้อยสิ่งที่นางให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคืออาหารและของเล่นสำหรับเจ้าอ้วนน้อยนางเลือกซื้อขนมเนื้อนุ่ม ผลไม้บด และตุ๊กตาผ้าตัวเล็กๆ ที่มีสีสันสดใสเจ้าอ้วนน้อยในวัยหกเดือนนั้นต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ


    เมื่อจัดเตรียมเสบียงของตนเองและเจ้าอ้วนน้อยเรียบร้อยฮวาเสี่ยวซีก็เริ่มคิดถึงปัญหาในการเดินทางนางไม่อยากให้เจ้าอ้วนน้อยต้องออกมาตากแดดตากลมอยู่ด้านหน้ารถม้ากับนางตลอดทางเด็กน้อยยังเล็กและบอบบาง เกรงว่าจะไม่สบายเอาได้


    นางมองไปยังตู้เก็บของด้านหลังรถม้า ซึ่งมีขนาดค่อนข้างกว้างขวางความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมอง "ถ้าเราจัดตู้ให้ดีๆเจ้าอ้วนน้อยก็น่าจะอยู่ในนั้นได้อย่างสบาย"


    ฮวาเสี่ยวซีเริ่มลงมือจัดตู้เก็บของ นางนำผ้าห่มนุ่มๆ และหมอนเล็กๆที่ซื้อมาปูรองด้านใน จัดวางอาหารและของเล่นของเจ้าอ้วนน้อยไว้ใกล้มือจากนั้นก็หาผ้าโปร่งบางๆ มาขึงไว้ที่ช่องระบายอากาศ เพื่อให้มีลมถ่ายเทแต่ก็ป้องกันแมลงและฝุ่นละอองได้


    "เจ้าอ้วนน้อย ดูนี่นะ ที่นี่จะเป็นบ้านน้อยของเจ้าในระหว่างเดินทาง"ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเข้าไปในตู้รถอย่างเบามือ เด็กน้อยมองไปรอบๆด้วยความสงสัย ก่อนจะคลานไปจับตุ๊กตาผ้าด้วยท่าทางสนใจ


    ฮวาเสี่ยวซีลูบศีรษะเล็กๆ ของเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยน"อยู่ในนี้นะลูก ถ้าหิวก็กินขนม ถ้าเบื่อก็เล่นของเล่นเดี๋ยวแม่จะแวะพักเป็นระยะๆ"นางรู้ว่าการปล่อยให้เด็กเล็กอยู่ในตู้ตามลำพังเป็นเวลานานไม่ใช่เรื่องดีแต่ด้วยสถานการณ์ นางจำเป็นต้องหาทางออกที่ดีที่สุด


    นางทดลองปิดประตูตู้ แล้วแง้มช่องเล็กๆ ไว้เพื่อให้มองเห็นเจ้าอ้วนน้อยได้นางสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยไม่ได้ร้องไห้และดูเหมือนจะปรับตัวได้ ฮวาเสี่ยวซีก็ค่อยๆปิดประตูตู้ลงอย่างระมัดระวัง


    "เอาล่ะ เจ้าอ้วนน้อยของแม่ ต้องเข้มแข็งนะ"ฮวาเสี่ยวซีพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับรถม้าควบม้าให้เคลื่อนที่ช้าๆมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่นำไปสู่เมืองหลวงอันเป็นจุดหมายปลายทางของนางความรู้สึกถึงบ้านเริ่มชัดเจน

    ขึ้นทุกขณะ แม้จะมีอาการปวดศีรษะและภาพเลือนลางรบกวนอยู่บ้างแต่ความปรารถนาที่จะได้พบหน้าครอบครัวก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด


    ฮวาเสี่ยวซีชะงักมือที่กำลังบังคับม้าดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เสียงที่นางเพิ่งเปล่งออกมาเมื่อครู่นี้..."แม่" ... คำเรียกขานที่แสนคุ้นเคยแต่กลับไม่เคยออกจากริมฝีปากของนางมาก่อนในความทรงจำอันเลือนรางนี้


    นางก้มลงมองตู้เก็บของด้านหลังรถม้าที่เจ้าอ้วนน้อยกำลังส่งเสียงอ้อแอ้เล่นตุ๊กตาผ้าอยู่ภายในความรู้สึกอบอุ่นและผูกพันอย่างลึกซึ้งพลันแล่นริ้วไปทั่วหัวใจราวกับมีสายใยบางอย่างที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงนางกับเด็กน้อยคนนี้


    "เมื่อครู่... ข้าเรียกตัวเองว่าแม่...?" นางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือความสับสนและงุนงงตีวนอยู่ในสมอง ภาพเลือนลางต่างๆ ที่เคยผ่านมาแวบเข้ามาอีกครั้งราวกับชิ้นส่วนของภาพต่อที่ไม่สมบูรณ์


    "เป็นไปได้อย่างไร? ข้า... ความทรงจำของข้า..."นางยกมือขึ้นกุมศีรษะ อาการปวดศีรษะเริ่มกลับมาอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมภาพในหัวเริ่มชัดเจนขึ้นเล็กน้อย... มือเล็กๆ ที่คว้าจับนิ้วนาง...เสียงร้องไห้จ้าที่ทำให้ใจนางกระวนกระวาย... ความรู้สึกห่วงใยอย่างสุดหัวใจ...


    "เจ้าอ้วนน้อย..." นางเอ่ยชื่อเด็กน้อยอีกครั้งน้ำเสียงแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกราวกับว่าคำเรียกนั้นมาจากส่วนลึกที่สุดของจิตใจ


    ความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างช้าๆ ราวกับภาพวาดที่ค่อยๆถูกเติมสีสัน ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากๆกำลังจะหวนคืนสู่ความทรงจำของนางความผูกพันกับเจ้าอ้วนน้อยนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่ดูแลเด็กนางรู้สึกถึงสายเลือด... ความเป็นแม่...


    "หรือว่า... หรือว่าเจ้า..."นางจ้องมองไปยังตู้เก็บของด้วยดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าความจริงบางอย่างที่น่าตกใจกำลังจะเปิดเผย


    อาการปวดศีรษะทวีความรุนแรงขึ้น นางหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดภาพในหัวเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ...เหตุการณ์ที่นางอุ้มเด็กน้อยคนนี้หนีจากบางสิ่งบางอย่าง... ความหวาดกลัว...ความสิ้นหวัง... และความรักอันยิ่งใหญ่...


    ฮวาเสี่ยวซีขมวดคิ้วมุ่นพยายามเค้นความทรงจำที่ยังคงเลือนรางอยู่ในห้วงความคิด "แม่..."คำคำนั้นยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับเสียงกระซิบจากส่วนลึกของจิตใจนางรู้สึกถึงความอบอุ่นและความผูกพันที่แสนคุ้นเคยเมื่อได้เอ่ยคำนี้ออกมาแต่ภาพที่ชัดเจนกลับยังไม่ปรากฏ


    นางจ้องมองไปยังตู้เก็บของที่เจ้าอ้วนน้อยกำลังส่งเสียงอ้อแอ้เล่นอย่างมีความสุขความรู้สึกผูกพันกับเด็กน้อยนั้นยังคงแน่นแฟ้นแต่ความกระจ่างในความสัมพันธ์ยังคงคลุมเครือ ราวกับมีหมอกบางๆ บดบังความจริง


    "ทำไมกันนะ... ทำไมถึงรู้สึกคุ้นปากกับคำนี้..."นางพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย มือเรียวยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากเบาๆราวกับกำลังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำที่หล่นหายไป


    ภาพเลือนลางต่างๆ ยังคงแวบเข้ามาในความคิดของนาง เป็นภาพที่ไม่ต่อเนื่องจับต้องไม่ได้ ราวกับความฝันที่ไม่สมบูรณ์ นางเห็นมือเล็กๆ คว้าจับนิ้วนางเห็นดวงตากลมแป๋วที่จ้องมองมาด้วยความไร้เดียงสา และได้ยินเสียงร้องไห้เล็กๆที่ทำให้ใจนางกระวนกระวาย แต่ภาพรวมที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ยังคงคลุมเครือ


    "เจ้าอ้วนน้อย..." นางเอ่ยชื่อเด็กน้อยอีกครั้งน้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความผูกพัน แต่ก็มีความสับสนเจือปนอยู่ด้วย"ทำไมข้าถึงรู้สึก... คุ้นเคยกับเจ้ามากขนาดนี้..."


    อาการปวดศีรษะเริ่มทุเลาลงเล็กน้อย แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจยังคงอยู่นางรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆระหว่างความทรงจำที่เลือนรางกับความจริงที่กำลังจะเปิดเผย ความรู้สึก"คุ้นปาก" กับคำว่า "แม่" นั้นแข็งแกร่งจนน่าประหลาดใจ ราวกับเป็นคำที่เคยใช้เรียกขานมานับครั้งไม่ถ้วน


    ฮวาเสี่ยวซีส่ายศีรษะเบาๆพยายามสลัดความสับสนออกไป "ช่างเถอะ...ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเดินทางไปยัง

    เมืองหลวง...ไปหาครอบครัวตระกูลฮวา..." แม้จะพยายามเบี่ยงเบนความคิดแต่ความรู้สึกคุ้นเคยกับคำว่า "แม่" และความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับเจ้าอ้วนน้อยก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจนางอย่างยากที่จะสลัดทิ้ง


    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน