หลินเยี่ยนตามาุโเสวี่ยอวิ๋นมาถึงตำหนัก เห็นคนมาชุมนุมกันเพียบ ประมุขพรรคมารโลหิตนั่งบนบัลลังก์ สองข้างมีาุโและผู้พิทักษ์ยืนอยู่สิบกว่าคน สีหน้าแต่ละคนเคร่งเครียด
“หลินเยี่ยนมาแล้ว” ประมุขเห็นหลินเยี่ยนก็ยิ้มออกมานิดหนึ่ง “ไม่เลว ทะลวงขั้นอีกแล้ว กลั่นลมปราณขั้นหก แถมลมปราณมั่นคงมาก”
“ขอบคุณท่านประมุข” หลินเยี่ยนคารวะ
“นั่งก่อน ข้าจะเล่าสถานการณ์ให้ฟัง”
หลินเยี่ยนหาที่นั่ง ตั้งใจฟังท่านประมุข
“เื่ที่เ้าฆ่าหน่วยไล่ล่าสำนักชิงอวิ๋นทีู่เาเฮยเฟิงต่อเนื่อง ลือกันไปทั่วสิบแปดเมืองแล้ว” ประมุขกล่าว “สำนักชิงอวิ๋นโกรธจัด รวมหัวกับอีกแปดสำนักใหญ่ ประกาศากับพรรคมารโลหิตเรา พวกมันบอกว่า ถ้าไม่ส่งตัวเ้า ก็ต้องรบ”
“แล้วท่านประมุขเห็นว่าไง” หลินเยี่ยนถาม
“ก็รบสิ!”
ประมุขตาเป็ประกายดุดัน “สำนักชิงอวิ๋นคิดว่าพรรคมารโลหิตข้ารังแกง่าย ถือโอกาสนี้แสดงให้พวกมันเห็นฝีมือซะเลย!”
“อีกอย่าง...” เขามองหลินเยี่ยน “ผลงานของเ้า ทำให้ข้าเห็นแวว กลั่นลมปราณขั้นหกฆ่าสร้างฐานขั้นกลาง พร์เช่นนี้ ร้อยปีจะเจอสักคน ดังนั้นข้าเลยตัดสินใจ แต่งตั้งเ้าเป็ผู้พิทักษ์ฝ่ายนอกอันดับหนึ่งแห่งพรรคมารโลหิต คุมศิษย์ฝ่ายนอกทั้งหมด”
“ผู้พิทักษ์?”
คนในตำหนักหันขวับมามองเป็ตาเดียว ผู้พิทักษ์ฝ่ายนอกอันดับหนึ่ง นี่มันระดับสูงของพรรคมารโลหิต เป็รองแค่ประมุขกับาุโสูงสุดไม่กี่คน ไอ้เด็กกลั่นลมปราณขั้นหก ได้เป็ผู้พิทักษ์เนี่ยนะ?
“ท่านประมุข ผิดกฎหรือเปล่า”
าุโคนหนึ่งก้าวออกมา “หลินเยี่ยนแม้พร์ดี แต่ก็แค่กลั่นลมปราณ ตำแหน่งผู้พิทักษ์ ต้องระดับสร้างฐานเท่านั้นถึงจะเป็ได้มาตลอด”
“กฎคนเป็คนตั้ง”
ประมุขเอ่ยเรียบ ๆ “พลังรบหลินเยี่ยน ไม่แพ้สร้างฐานขั้นปลาย ให้เขาเป็ผู้พิทักษ์ จะเป็ไรไป”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่” ประมุขขัดขึ้น “นี่การตัดสินใจของข้า ใครข้องใจ ก็ไปประลองกับหลินเยี่ยนดู”
าุโคนนั้นอ้าปากค้าง สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดอะไร ผลงานหลินเยี่ยนเขาก็ได้ยินมา กลั่นลมปราณขั้นหกฆ่าสร้างฐานขั้นกลาง ฝีมือขนาดนี้ สมควรเป็ผู้พิทักษ์จริง ๆ
“ขอบคุณท่านประมุขที่ไว้ใจ” หลินเยี่ยนลุกขึ้นคารวะ
“ไม่ต้องขอบใจ นี่เ้าใช้ฝีมือแลกมา ต่อไป ข้ามีงานแรกให้เ้า”
“เชิญสั่งมาได้เลย”
“อีกเจ็ดวัน แปดสำนักใหญ่จะส่งคนมาพรรคมารโลหิต เจรจาก่อนเปิดศึก อ้างว่าเจรจา จริง ๆ คือมาลองเชิงเรา ข้า้าให้เ้า แสดงฝีมือตอนเจรจา ข่มขวัญพวกมัน”
“ทราบแล้ว”
“อีกอย่าง ่นี้เ้าไปคัดศิษย์ฝ่ายนอกมาตั้งกองกำลังส่วนตัวได้ ผู้พิทักษ์มีสิทธิ์คุมยอดฝีมือฝ่ายนอกห้าสิบคน”
“ขอรับ”
ประชุมเสร็จ หลินเยี่ยนออกจากตำหนัก ข้างนอก ศิษย์ฝ่ายนอกมารอเพียบ ได้ยินว่าหลินเยี่ยนได้เป็ผู้พิทักษ์ ก็อยากเห็นตัวจริง
“คนนี้เหรอ หลินเยี่ยนที่กลั่นลมปราณขั้นหกฆ่าสร้างฐานขั้นกลาง?”
“เด็กจัง ดูแล้วน่าจะสิบเจ็ดสิบแปดเอง”
“ได้ข่าวว่าฝึกวิชาธาตุไฟ กลืนกินอัคคีทิพย์ได้ด้วย”
“เก่งชะมัด ถ้าข้ามีฝีมือสักครึ่งของเขาคงดี”
หลินเยี่ยนฟังเสียงซุบซิบ ใจนิ่งสนิท เขาไม่สนคนอื่นมองยังไง สนแค่จะเก่งขึ้นยังไง จะล้างแค้นยังไง
“ผู้พิทักษ์หลิน”
เสียงหนึ่งดังมาจากฝูงชน หลินเยี่ยนหันไป เห็นชายหนุ่มเดินมา รูปร่างกำยำ ถือดาบยาว วรยุทธ์กลั่นลมปราณขั้นแปด
“เ้าเป็ใคร”
“ข้าน้อยเฉินซ่า ศิษย์ฝ่ายนอก” ชายหนุ่มประสานมือ “ได้ยินชื่อเสียงผู้พิทักษ์หลินมานาน วันนี้ได้เจอ สมคำร่ำลือจริง ๆ”
“เฉินซ่า...”
หลินเยี่ยนใช้เนตรอัคคีทองกวาดมอง คนนี้วรยุทธ์แน่นปึ้ก แถมมีรังสีฆ่าฟันเข้มข้น เห็นชัดว่าเป็ยอดฝีมือที่ผ่านความเป็ความตายมานับไม่ถ้วน
“มีธุระ?”
“ได้ข่าวว่าผู้พิทักษ์หลินจะตั้งกองกำลัง ข้าน้อยไร้ความสามารถ แต่อยากติดตามท่าน ขอแค่ท่านไม่รังเกียจ ข้ายินดีรับใช้ บุกน้ำลุยไฟ!”
หลินเยี่ยนพิจารณาเขา ครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“ทำไมถึงอยากตามข้า”
“เพราะผู้พิทักษ์หลินใจใหญ่ กล้าหาญ ข้าอยู่พรรคมารโลหิตมานาน เจอแต่พวกตาขาว มีแต่ท่านที่กล้าเอากลั่นลมปราณชนสร้างฐาน กล้าเป็ศัตรูกับสำนักชิงอวิ๋นทั้งสำนัก คนแบบนี้แหละ น่าติดตาม!”
หลินเยี่ยนยิ้ม เ้าเฉินซ่านี่ น่าสนใจ
“ได้ เ้าเป็คนแรก นับแต่วันนี้ เ้าคือรองผู้บัญชาการของข้า”
“ขอบคุณผู้พิทักษ์หลิน!” เฉินซ่าดีใจ คุกเข่าข้างเดียวคารวะ
หลายวันต่อมา หลินเยี่ยนคัดเลือกศิษย์ฝ่ายนอก เขาไม่ดูวรยุทธ์ ดูแค่ศักยภาพและความภักดี สุดท้ายได้มาห้าสิบคน ตั้งเป็กองกำลัง ในห้าสิบคนนี้ มีทั้งยอดฝีมือกลั่นลมปราณขั้นปลาย และมือใหม่ขั้นต้น แต่มีจุดร่วมเดียวกัน... ไม่กลัวตาย กล้าแลกชีวิต
“นับแต่วันนี้ พวกเ้าคือองครักษ์เพลิง” หลินเยี่ยนประกาศต่อหน้าห้าสิบคน “ข้าจะไม่ให้พวกเ้าต้องเสียใจที่ติดตามข้า แต่ข้ามีข้อแม้นะ หนึ่ง เชื่อฟังคำสั่ง ข้าบอกไปซ้าย ห้ามไปขวา สอง ไม่กลัวตาย ลงสนามรบ ต้องเตรียมใจตาย สาม ไม่ทิ้งกัน ไม่ยอมแพ้ เราเป็หนึ่งเดียว ห้ามใครแตกแถว ทำได้หรือไม่”
“ได้!”
ห้าสิบคนตอบรับเสียงดังสนั่น
“ดีมาก เจ็ดวันจากนี้ ข้าจะฝึกพวกเ้า อีกเจ็ดวัน าธรรมะและอธรรม พวกเราองครักษ์เพลิง จะทำให้ทั่วสิบแปดเมืองรู้จักชื่อเรา!”
“ขอรับ!”
ขณะเดียวกัน สำนักชิงอวิ๋น ตำหนักใหญ่ เ้าสำนักอวิ๋นชางฉงหน้าเขียวคล้ำฟังลูกน้องรายงาน
“อะไรนะ? ฐานทีู่เาเฮยเฟิงพังยับ? หน่วยไล่ล่าตายเรียบ? แม้แต่าุโสร้างฐานขั้นกลางก็ตาย? แถม... ถ้ำไฟใต้ดินก็โดนหลินเยี่ยนเจอ ไฟลาวาใต้พิภพข้างในโดนมันกลืนไปแล้ว”
“บัดซบ! บัดซบ!”
อวิ๋นชางฉงโกรธจัด ตบโต๊ะแตกกระจาย
“เ้าเดรัจฉานน้อยนั่นมันตัวอะไรกันแน่! กลั่นลมปราณขั้นหก ฆ่าสร้างฐานขั้นกลางได้ยังไง!”
“ท่านเ้าสำนัก ตอนนี้ทั่วสิบแปดเมืองกำลังลือเื่นี้ าุโใหญ่กล่าว ชื่อเสียงหลินเยี่ยน กลบรัศมีศิษย์อัจฉริยะของสำนักชิงอวิ๋นเราหมดแล้ว ขืนไม่รีบกำจัด เกรงว่า...”
“ข้ารู้ เจรจาอีกเจ็ดวัน พวกเ้าเตรียมตัวให้ดี ครั้งนี้ ยังไงก็ต้องกำจัดหลินเยี่ยนให้ได้!”
“ขอรับ!”
สิบแปดเมือง ตามโรงเหล้าโรงน้ำชา ผู้ฝึกตนวิจารณ์กันเซ็งแซ่
“ได้ยินไหม หลินเยี่ยนคนนั้น สร้างปาฏิหาริย์อีกแล้ว! กลั่นลมปราณขั้นหกฆ่าสร้างฐานขั้นกลาง นี่มันตำนานชัด ๆ! แถมยังกลืนไฟลาวาใต้พิภพในถ้ำไฟใต้ดิน ตอนนี้มีอัคคีทิพย์สี่ชนิดแล้ว!”
“อัคคีทิพย์สี่ชนิด... พร์นี้ คงเทียบชั้นยอดคนโบราณได้เลย”
“ได้ข่าวว่าพรรคมารโลหิตตั้งให้เป็ผู้พิทักษ์ วันเจรจาอีกเจ็ดวัน เขาจะมาด้วย ถึงตอนนั้นต้องไปดูให้ได้ ไปดูโฉมหน้าตำนานคนนี้หน่อย!”
ชื่อหลินเยี่ยน ดังสนั่นสิบแปดเมืองอีกครั้ง ส่วนเ้าตัว กำลังเก็บตัวฝึกวิชาในพรรคมารโลหิต เตรียมพร้อมสำหรับวันเจรจา าะเืฟ้าดิน กำลังจะเปิดฉากแล้ว