เมื่อยามค่ำมืดค่อยๆ มาถึงอีกครั้ง วันนี้ตัวมันซุนนานวุ่นวายไม่น้อย เพราะการอาศัยอยู่ในถ้ำกลางป่าดงอสูรเช่นนี้ สิ่งต่างๆ ที่บิดาซุนก่าทะยานของมันจัดเตรียมนั้นยังไม่นับว่าเรียบร้อยดี บิดามันมีความตั้งใจดี หากแต่ความเอาใจใส่ในรายละเอียดนั้นหามีไม่ส่วนหนึ่งก็เพราะความรีบร้อนและอีกส่วนก็คงเพราะตัวบิดามันซุนก่างหาใช่คนมากสติปัญญาอะไร ตัวของมันซุนนานจึงต้องหาสิ่งของต่างๆ มาประยุกต์ใช้ทดแทน โชคดีสิ่งสำคัญที่สุดอย่างอาหารแห้งต่างๆ บิดามันเตรียมไว้ครบถ้วน
วันนี้่กลางวันตัวมันและแม่แปดซุนเฟิ่งย่า ได้หาที่ดีๆ ที่สวยงามใกล้ๆ ถ้ำเร้นลับแห่งนี้ขุดเป็หลุมศพทำเป็ที่พำนับสุดท้ายให้แก่ร่างอันไร้ิญญาของแม่ใหญ่มันซุนลี่หรู ตัวมันฝั่งร่างแม่ใหญ่เสร็จมันก็อุ้มร่างซุนผูเ้าอ้วนตัวน้อยมากราบไหว้หลุมศพแม่ใหญ่ทันที
นอกจากนั้นแม่แปดซุนเฟิ่งย่า ก็ยังประคองร่างแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านออกมาด้วยเช่นกัน แม้ร่างกายนางจะบอบช้ำภายในไม่น้อย หากแต่นางก็ยังปรารถนาจะมากราบไหว้การจากลาครั้งนี้ของแม่ใหญ่ ดูเหมือนแม่เจ็ดนางจะโศกเศร้ามากมายไม่น้อยเลย คาดว่านางก็คงรักแม่ใหญ่ไม่น้อยกว่าตัวมัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ตัวมันซุนนานจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับแม่เจ็ดที่แสนขี้อายและบริสุทธิ์ไร้เดียงสาผู้นี้มากนัก แต่ทุกครั้งที่มันเห็นนางก็คล้ายๆ ว่านางมักจะอยู่กับแม่ใหญ่และแม่สองเสมอมา ในภายหลังตัวมันจึงได้รู้ว่าแม่เจ็ดรักแม่ใหญ่ผู้นี้มากจริงๆ คาดว่าคงเป็เพราะความเมตตาของแม่ใหญ่ต่อแม่เจ็ดมันเด่นชัดว่าดูแลเอาใจใส่นางแม่เจ็ดดีกว่าเหล่าฮูหยินคนอื่นๆ ในตำหนักแม่ทัพซุนก่างเป็อย่างมาก
หลังจากผ่านความวุ่นวายไป เมื่อเริ่มมืดค่ำทุกคนก็ต่างหลับใหลไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
แต่ตัวมันซุนนานยังไม่เลือกที่จะหลับนอน มันเลือกเปิดกล่องดูว่าสมบัติฟ้าดินที่แม่ใหญ่เก็บไว้ให้มันคืออะไร เมื่อมันเปิดกล่องไม้ออก ภายในนั้นมันเห็นลูกเหล็กดำหนึ่งลูก รอบๆ มันมีอักขระลึกลับที่คล้ายจะเป็อักษร คล้ายจะเป็รูปภาพ มันมองไม่ออกจริงๆ ว่าลวดลายนี้มีความหมายอย่างไร
นอกจากนั้นมันยังคิดต่อไปอีกว่าไอ้ลูกเหล็กดำๆ เนี่ยนะเป็สมบัติฟ้าดิน มันมิได้ดูล้ำค่าตระการตาถึงขนาดนั้นเสียหน่อย หากแต่ซุนนานตัวมันก็ยังไม่มีเวลาพิจารณามันมากนัก หากเพราะด้านในกล่องไม้นั้นยังมีหนังสือเล่มหนึ่งที่ทำจากหนังสัตว์อีกหนึ่งด้วย
ด้านนอกเขียนเอาไว้ว่าตระกูล [เฉิน] เมื่อตัวมันซุนนานเปิดอ่านส่วนแรกของหนังสือเล่มนี้มันก็พบว่า ส่วนแรกนั้นเป็เื่ราวของตระกูลเฉิน มิคาดเลยว่าตระกูลเฉินนั้นจะเป็ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งสืบทอดกันมามากกว่า 890 ปี มีทายาทราว 48 รุ่น
หากแต่ความยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลเฉินนั้นต้องนับย้อนกลับไปเมื่อ 300 ปีก่อน ตอนที่ผู้นำตระกูลเฉินรุ่นที่ 39 ได้ไปทำการค้าและหลงติดอยู่ในป่าดงอสูร มันได้พบแดนอัศจรรย์ที่เหมาะแก่การฝึกฝนอย่างยิ่ง แต่รอบด้านอัตรายเหลือเกิน
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ซุนนานตัวมันก็รับรู้ทันทีว่ามันคือที่ไหน สถานที่แห่งนี้ที่มันอยู่มิใช่เื่บังเอิญจากการพบเจอของบิดาซุนก่างและบิดาแท้ๆ ของมันหลอกรึ
หากแต่พอมันอ่านต่อจึงเข้าใจ เมื่อผู้นำตระกูลเฉินรุ่นที่ 39 ได้เข้ามายังที่เร้นลับมันได้พบสมบัติฟ้าดินชิ้นหนึ่ง สมบัติชิ้นนั้นแม้ตัวมันก็ไม่รู้ว่ามีความสามารถอะไรบ้าง หากแต่สิ่งหนึ่งที่ตัวผู้นำตระกูลเฉินรุ่นที่ 39 รู้ก็คือ มันไม่สามารถถูกทำลายได้ไม่ว่าจะสิ่งใดในโลกนี้ แม้แต่พลังของผู้ฝึกปราณระดับกระแสพลัง [ผู้ฝึกปราณระดับ 5] ยังไม่ทำให้สิ่งนี้หวั่นไหวแม้แต่น้อย ยามที่ผู้ฝึกปราณระดับกระแสพลังปล่อยกระแสปราณหวังทำร้ายมัน ตัวผู้นำตระกูลเฉินรุ่นที่ 39 ได้ใช้สิ่งนี้บังกายไว้ และมันก็พบว่า สมบัติฟ้าดินชิ้นนี้สามารถดูดกลืนพลังปราณของผู้ฝึกปราณระดับกระแสพลังได้ราวกับเหวลึกที่ไร้จุดจบ
และหลังจากได้รู้ความสามารถนี้ของสมบัติชิ้นนี้ตระกูลเฉินก็ค่อยๆ รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ และได้เป็ถึงตระกูลจอมทัพ เื่ราวความลับของสมบัติวิเศษและสถานที่พบมันถูกส่งต่อกันเฉพาะผู้นำตระกูลจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง หากแต่พอถึงรุ่นที่ 48 รุ่นสุดท้ายของตระกูลเฉิน ภายในตระกูลมีคนทรยศ ความลับของสมบัติชิ้นนี้ได้รู้ไปถึงตระกูลราชวงศ์ และพวกมันก็ปรารถนาจะสิ่งนี้
แม้ตระกูลเฉินจะเป็ตระกูลระดับจอมทัพแล้ว หากแต่รากฐานและภูมิหลังนับว่ายังสู้ตระกูลอื่นๆ ไม่ได้ และเมื่อถูกหมายปองด้วยตระกูลราชวงศ์ ไม่ช้าตระกูลเฉินก็ล่มสลาย
ซุนนานอ่านประวัติตระกูลพร้อมสรุปใจความสำคัญของมัน
จากนั้นในส่วนต่อมา มันพบว่าเป็แผ่นหนังใหม่ คาดว่าจะถูกทำขึ้นหลังจากเขียนแผ่นหนังแรกๆ นานพอสมควร มันเป็เื่ราวของบิดาแท้ๆ ของมัน [เฉินกัง]
[ถึงบุตรข้าเฉินกัง]
[ตัวบิดาของเ้านั้นมีนามว่าเฉินกัง เป็ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเฉิน บิดาเฉินกังของเ้ามิได้หวังให้เ้าแก้แค้นเพื่อบิดา หากแต่ข้าเพียงหวังว่าเ้าจะได้มีชีวิตที่มีความสุข และขออภัยให้แก่บิดาผู้ไม่เอาไหน และมารดาที่อาภัพของตัวเ้า เมื่อเ้าได้เปิดอ่านสารนี้แสดงว่าเ้าต้องรู้ว่าตระกูลเฉินรุ่งเื่เพราะสมบัติฟ้าดิน แม้บิดาของเ้าจะเป็คนของอาณาจักรของราชวงศ์จู แต่ที่บิดามาอยู่ในอาณาจักรของราชวงศ์โจวก็ด้วยสาเหตุของการตามหาแหล่งที่มาของสมบัติฟ้าดินชิ้นนั้น ในตอนนั้นบิดาของเ้าหวังเพียงฟื้นฟูตระกูลแม้ตัวบิดาจะเหลือเพียงผู้เดียว
หากแต่การมายังอาณาจักรของราชวงศ์โจวก็ไม่ได้ทำให้บิดาผิดหวัง บิดาได้มีน้องร่วมสาบานซุนก่าง เราสองคนมีนิสัยไม่ต่างกัน หากเ้ารู้จักนิสัยมันดีเ้าจะรู้ว่าซุนก่างนั้นมันโง่แค่ไหน หากแต่บิดาของเ้าก็เช่นกัน และก็คงเป็แบบนี้บิดาจึงรู้สึกไว้ใจมันนักและกล้าฝากฝังเ้าไว้กับมัน
เ้าคงยากรู้เื่ของมารดาเ้าไม่น้อย มารดาของเ้างดงาม เป็สตรีที่ล้ำเลิศในแผ่นดินอย่างแท้จริง หากแต่นางก็อาภัพเพราะนางเกิดในตระกูลจู มารักคนโง่เช่นบิดาของเ้า แต่เดิมนางถูกส่งตัวมาเพื่อตีสนิทกับบิดา หวังให้ได้รู้เื่สมบัติฟ้าดิน ผ่านไปนานปีพวกราชวงศ์ก็ยังไม่ลดละความสนใจในเื่นี้ มารดาของเ้าจึงถูกส่งมาเพื่อหลอกล่อบิดาของเ้า
หากแต่วาสนาบุรุษและสตรีใช้จะมีใครกำหนดได้ นางดันหลงรักบุรุษโง่เง่าเช่นตัวบิดาของเ้า นางจึงแสร้งเผยตัวให้บิดารู้โดยที่ไม่ให้ตระกูลจูสงสัย ทำให้ตัวบิดารู้ถึงแผนของตระกูลจู ในระหว่างนั้นบิดาก็ไปๆ มาๆ ดงอสูรตลอดจนได้พบกับดินแดนเร้นลับที่บรรพบุรุษตระกูลเฉินตามหากับเ้าซุนก่าง ไม่คิดว่าในยามยากที่เข้าไปช่วยเหลือมันจะหลบหนีและบังเอิญเข้ามาเจอมันเข้าจนได้ ดินแดนนี้ช่างอัศจรรย์ยิ่งมองจากภายนอกมิอาจจะมองเห็นมันได้ ราวกับว่ามันอยู่ในมิติเอกเขนกพร้อมทั้งมีูเาสูงเสียดฟ้า หากแต่มองจากภายนอกกลับมิอาจจะเห็นมันได้ หากไม่อยู่ภายในเขตลึกลับนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีผู้ใดค้นพบมัน และหลังจากนั้นตัวบิดาก็ค่อยๆ ค้นหาความลับของมัน และได้พบวิธีเข้าสู่ดงอสูรอย่างปลอดภัย
หากแต่ก่อนที่บิดาจะหาความลับของสมบัติฟ้าดินและสถานที่เร้นลับสำเร็จมารดาของเ้าก็ตั้งครรภ์ ตระกูลจูล่วงรู้เื่นี้ มันคิดจะใช้ทารกบีบบังคับบิดาเ้า แต่มารดาผู้โง่งมของเ้ากับเลือกที่จะตัดสินใจโง่ๆ นางเลือกที่จะยอมตายแต่จะไม่ยอมให้คนตระกูลจูใช้นางเพื่อทำร้ายบิดาของเ้า หากแต่บิดาของเ้าก็เป็คนโง่เช่นกัน หากวันหนึ่งเ้าได้อ่านเื่ราวเหล่านี้บิดากับมารดาเ้าก็คงไปอยู่โลกหน้าแล้ว แต่อย่างน้อยบิดาก็ช่วยเ้าได้สำเร็จ
อย่าโกรธมารดาเ้าที่ทำให้เ้าสูญเสียแก่นกำเนิด ที่นางทำก็เพื่อให้บิดาตัดใจและทิ้งนางกับเ้าไป หากแต่บิดาเป็คนโง่ย่อมไม่อาจจะตัดใจได้ วันนั้นบิดาแลกชีวิตสังหารคนตระกูลจูไปหลายสิบ หากแต่สุดท้ายตัวเองก็าเ็สาหัส ส่วนมารดาเ้าได้ตายบนอ้อมอกของบิดา ในยามที่บิดาเขียนสิ่งนี้เ้าทารกน้อยของบิดา เ้าร้องไห้เสียงดังเพราะความเ็ปจนหมดสติไป ส่วนบิดาเ้าก็กำลังล่องเรือไปหาน้องชายร่วมสาบานเ้าโง่ซุนก่าง
ขอโทษด้วยบุตรข้า เฉินกัง]
ซุนนานตัวมันเก็บแผ่นหนังสือหนังเ่าั้ ก่อนที่จะนั่งนิ่งครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจตอนนี้ตัวมันรู้ที่ไปที่มาของตัวมันเองแล้ว และตัวมันก็ไม่มีความโกรธแค้นใดๆ ต่อบิดาและมารดาแท้ๆ ของตัวมัน มีแต่ความสงสารในชะตาชีวิตของบิดามารดาแท้ๆ ของมันเอง เหตุใดดินแดนนี้จึงมีแต่เหตุฆ่ากันไม่ว่างเว้น
มันสำนึกขอบคุณบิดามันเฉินกังที่ทำให้มันได้มีชีวิตต่อ ได้มาเจอบิดาซุนก่างของมัน และบรรดามารดาทั้งหลายของตัวมัน ใน่ชีวิตเก่ามิติก่อนหน้านี้ของมัน มันเคยฝันที่จะมีครอบครัวและบิดามารดาเหมือนคนอื่นเขา มีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่คิดว่าหลายปีนี้ตัวมันเองได้เติมเต็มความฝันเหล่านี้แล้ว ต่อให้ตัวมันนับจากนี้ตายมันก็ไม่เสียใจและไม่โทษใคร
หากแต่ในตอนนี้ ถ้าจะมีสิ่งใดที่ยังเป็ห่วงรัดคอทำให้มันรู้สึกไม่พร้อมใจที่จะตายก็คงเป็ชะตากรรมของบรรดาแม่ๆ ทั้งหลายของมันที่ยังไม่รู้ดีรู้ชั่ว และเ้าซุนผูเ้าอ้วนน้อยนั่นแหละที่ทำมันเป็ห่วงถึงที่สุด
ไม่ช้าซุนนานตัวมันก็ถอนหายใจอีกคราว ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปนอกถ้ำเร้นลับแห่งนี้เพื่อรับลมเสียหน่อย
วันนี้ภายนอกไม่มืดมิดฟ้ากระจ่างดวงจันทร์กลมโต หมู่ดาราก็แข่งกันให้แสงเป็ภาพที่สวยงามยิ่ง ซุนนานตัวมันก้าวเดินออกไปเรื่อยๆ มันหวังเพียงปล่อยจิตใจล่องลอยและชื่นชมความงดงามของธรรมชาติในดินแดนนี้สักครู่
หลายวันมานี้มันมีแต่เื่เ็ปหัวใจ
หากแต่ยังไม่ทันเดินไปไหนไม่ไกล บึงน้ำใกล้ๆ ก็มีเสียงสั่นไหวกระเพื่อมของบึงน้ำ เสียงนี้ดึงดูดความสนใจของตัวมันซุนนานยิ่งนัก
และเมื่อมันใช้สายตามองไปทางบึงน้ำใกล้ๆ มันก็พบว่ามีร่างสตรีนางหนึ่งงดงามกระจ่างตากำลังแหวกว่ายในบึงนั้นอยู่ เรือนกายของนางนั้นเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดปิดบัง และกำลังว่ายมาทางขอบบึงมากขึ้นเรื่อยๆ แสงของจันทราสะท้อนกับผืนน้ำที่กระเพื่อมและเผยให้เห็นเรือนกายของสตรีเพศเป็ริ้วน้ำสลับกับแสงจันทราและหมู่ดาวที่กำลังสะท้อนเงาในผืนน้ำ หากแต่ถึงจะเป็เช่นนั้นเรือนกายอันน่าเสน่หานี้ก็มิอาจจะปกปิดได้อย่างมิดชิด ภาพความงดงามยังกระจ่างต่อสายตาผู้พบเห็นเช่นเดิม แม้ยามนี้จะเป็เวลาค่ำแล้วก็ตาม
สตรีนางนั้นเสยสะบัดเส้นผมงามสลวยของนางไปมาคราวหนึ่ง ก่อนที่นางจะพบว่าตรงหน้านางนั้นมีเด็กน้อยยืนจ้องมองนางอยู่ราวกับต้องมนตร์ ั์ตารูปหงส์ของนางฉายเสน่ห์เย้ายวนเช่นเคย
แม่แปดซุนเฟิ่งย่าทำตาฉงนยี่ตาคู่งามของนางเล็กน้อย ตัวนางคิดว่ายามนี้ค่ำมืดจะไม่มีใครซะแล้ว นอกจากนั้นสองสามวันที่ผ่านมาช่างมีเื่ราวมากมายเหลือเกิน การสัประยุทธ์สังหารผู้คนก็รุนแรงยิ่ง เรือนการทั้งหลายของนางต่างชุ่มไปด้วยคราบโลหิตและกลิ่นเหงื่อไคลสตรี นางปรารถนาจะล้างกลิ่นสาบเหล่านี้ให้สิ้นไป แม้นี่จะเป็เวลาค่ำมืด หากแต่นางกลับคิดว่านี่เป็โอกาสดีที่จะชำระร่างกาย แม้น้ำจะเย็นไปเสียหน่อยก็ตาม หากแต่ตัวนางก็เป็ผู้ฝึกปราณ ความหนาวเย็นเล็กน้อยจึงไม่ใช่ปัญหาของนาง
ซุนเฟิ่งย่าเอามือเท้าคางพร้อมกับเชิดหน้างดงามของนางเล็กน้อย นางมองไปทางเด็กน้อยซุนนานของนาง ที่บัดนี้มีใบหน้าใและแลดูคลาดกลัวราวมุสิกตัวน้อย "คิคิ" นางหัวเราะเบาๆ ในใจนางคิด 'ซุนน้อยเริ่มเติบใหญ่แล้ว ดูสิตัวมันเริ่มเขินอายต่อหน้าสตรีเพศแล้ว' ในใจของนางซุนเฟิ่งย่ายามนี้คล้ายคิดไปถึงตอนซุนนานวัยเยาว์ทารกน้อยที่นางชอบกลั่นแกล้งมัน มันช่างมอบความสนุกสุขสันต์แก่นางจริงๆ
หลังจากความใตัวมันซุนนานโค้งตัวคำนับ พร้อมมองพื้นอย่างขัดเขิน พร้อมกล่าวเรียกแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันด้วยน้ำเสียงสั่นแปลก "ท่านแม่แปด..." จากนั้นมันก็ไม่พูดอะไรต่อ เพราะความคิดในหัวมันนั้นล่องลอยไปเสียแล้ว
หากแต่ในเวลาไม่นานแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็ออกปากถามมันด้วยน้ำเสียงหวานสดใสของสตรี "ซุนน้อยดึกดื่นแล้วเหตุใดเ้ายังไม่หลับนอนอีก หึ" นางลงท้ายด้วยน้ำเสียงแง่งอนของสตรีเอาแต่ใจเบาๆ
"เอ่ออออ... วันนี้บุตรมีความคิดมากมายในใจให้ขบคิด จึงไม่อาจจะข่มตาหลับได้นะขอรับ"
"มิใช่ว่าเ้าจะมาแอบดูแม่แปดอาบน้ำหลอกรึ" เสียงของซุนเฟิ่งย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มของสตรีเพศยิ่ง หากเป็บุรุษอื่นคงกระสันทะยานอยากให้ห้วงอารมณ์ราคะไม่น้อยแล้ว
หากแต่ซุนนานตัวมันตอนนี้ก็คล้ายจะหน้าแดงถึงหูในทันทีเช่นกัน มันมิได้คิดเื่แบบไม่ดีที่แม่แปดพูดแน่นอน แท้จริงมันตั้งใจเพียงเดินมาเพื่อสูดอากาศธรรมชาติแต่เพียงเท่านั้น ในตอนแรกก่อนที่มันจะเปิดกล่องไม้อ่านหนังสือหนัง มันก็เห็นแม่ทั้งสองของมันหลับข้างเ้าอ้วนน้อยซุนผูแล้ว
หากแต่เพียงเมื่อมันอ่านจบและใช้เวลาขบคิดทบทวนคาดว่าเวลาคงผ่านไปไม่ได้น้อย และห้วงจิตใจของมันก็ล่องลอยมันจึงมิได้สังเกตุว่าภายในถ้าเร้นลับนั้นมีใครหายไป
ซุนนานรีบสะบับหน้าไปมาโดยสายตายังจ้องมองพื้นอยู่ มันเกรงแม่แปดจะเข้าใจในตัวมันผิดว่ามันเป็บุรุษชั่วช้า ซึ่งแน่นอนอดีตมันเคยเป็ "!!!ไม่ขอรับท่านแม่แปดซุนน้อยรู้ความย่อมไม่ทำสิ่งเสียหาย บุตรเพียงตั้งใจเดินมาสูดอากาศเท่านั้นขอรับ มิได้มีความคิดอื่นใดจริงๆ" ซุนนานพูดยืดยาว ตัวมันพยายามแก้ตัว
หากแต่ถ้าแม่แปดถามเื่ในอดีตมันอาจจะยอมรับบ้างว่ามันเคยมีความคิดต่ำช้าจริงๆ ซุนนานคิด
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ ซุนน้อยของแม่แปดโตแล้วรู้ความจริงๆ ดูสิแม้แต่ตอนนี้ก็ไม่กล้ามองใบหน้าของแม่แปดเลยแม้แต่น้อย เ้ารู้จักเขินอายสตรีแล้วรึ คิกคิก"
ในใจของซุนนานยามนี้นั้น เสียงหัวเราะของแม่แปดนี้ราวกับดอกไม้ผลิบานก็ไม่ปาน สั่นไหวจิตใจของมันยิ่งนัก ไม่ช้าแม่แปดของมันซุนเฟิ่งย่าก็พลิกกายหันหลังให้มัน ก่อนจะเบี่ยงศีรษะเล็กน้อยมาทางมัน "ซุนน้อยตอนนี้เ้าว่างรึเปล่า" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวถามซุนนานเสียงหวาน
ส่วนในใจซุนนานตอนนี้นั้น เกิดความคิดสับสนแล้ว พร้อมคิดไม่รู้ทำไมแม่แปดนางจึงชอบกลั่นแกล้งตัวมันซุนนานผู้นี้นัก มันพร้อมนึกถึงสมัย่มันเป็ทารกน้อย่แรกเกิดและวัย 1-3 ขวบ ปีที่มันมักถูกนางเรียกหาและกลั่นแกล้งดึงหนอนน้อยัมันบ้าง คลำคลึงพวง์มันบ้าง สีหน้าเลิ่กลั่กของมันดูจะทำให้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าดูมีความสุขเสียจริงๆ
"ว่า..ง ว่างขอ..รับ ท่านแม่แปด" ซุนนานกล่าวด้วยน้ำเสียงเลิ่กลั่ก
"งั้นเ้ามาช่วยแม่แปดขัดตัวขจัดคราบไคลที"
"!!!หาา" ซุนนานอุทานออกปากอย่างไม่อาจจะควบคุมตัวมันเองได้
หากแต่ไม่ช้าตัวมันก็ได้ยินเสียงหัวเราะ คิกคิก ของแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของตัวมันดังลอดออกมาเบาๆ
.
.
.
ในใจซุนนานมันก็รอบคิด 'นิท่านแม่แปดท่านกำลังเล่นกับไฟท่านไม่รู้รึ' ก่อนจะถอนหายใจและคิดอีกอย่างทันที 'ข้าใช่ไฟที่ไหน หากแต่เป็คนถูกกลั่นแกล้งชัดๆ เป็แม่แปดกลั่นแกล้งข้าจริงๆ'