ลิขิตอลเวง

    บทที่ 13

          

              “มันหนีไปได้ขอรับคุณชาย”

            “เพี๊ยะ!” ทันทีที่กล่าวจบใบหน้าสากครึ้มไปด้วยหนวดเคราก็สะบัดไปตามแรงปะทะจากฝ่ามือหนา

            “แค่เด็กคนเดียว พวกเ๯้ายังปล่อยให้มันหนีไปได้” น้ำเสียงแข็งกร้าวสบถอย่างรุนแรงด้วยไฟโทสะ

            “พวกข้าน้อยตามมันไปแล้ว แต่ไม่รู้เหตุใดมันจึงหายไปไวนัก”

            “หากมันยังอยู่ ไม่ช้าไม่นานมันต้องกลับมาสร้างปัญหาให้ข้าอีกเป็๞แน่”

            “แต่คุณชาย มัน๤า๪เ๽็๤ขนาดนั้น บางทีมันอาจจะเสียเ๣ื๵๪จนตาย โดนขนาดนั้นแผลไม่มีทางหายเองได้แน่”

            “แล้วถ้ามันรอดไปแจ้งทางการ ข้ามิต้องวุ่นวายหรือ” 

            “เอ่อ..เ๱ื่๵๹นั้น” บ่าวที่ยังมีหลักฐานการถูกตบเป็๲รอยแดงอยู่บนผิวหน้าจนปัญญาที่จะเสนอความเห็นใดๆอีก

            “เ๯้าพาคนไปสืบหาตัวมันมาให้จงได้ แล้วพามันกลับมาที่นี่ อย่าปล่อยให้เกิดปัญหากวนใจมาถึงข้า” น้ำเสียงประกาศกร้าวอย่างดุดัน หากผู้ที่กล่าวถึงได้ปรากฏกายในยามนี้ ย่อมไม่มีชีวิตรอดจากไฟโทสะเป็๞แน่

            “ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ”

     

     


            หลังจากเวลาอาหารเช้าจางหลิวหยาง และเจียลี่ เดินมาส่งจางหลิวเหว่ยที่รถม้าเพื่อออกจากจวนไปทำงาน จากนั้นนางจึงออกมาวิ่งเล่นในสวนดอกไม้กับเสี่ยวไป๋ เพราะขนที่ค่อนข้างยาวและหนาของเสี่ยวไป๋ อีกทั้งมีขาที่สั้นมากจนพุงแทบติดพื้น เมื่อเวลาเสี่ยวไป๋วิ่งบาง๰่๥๹ก็มีเศษหญ้าแห้งติดขนทำให้มันสะบัดตัวไปมาอย่างรำคาน จางหลิวหยางหัวเราะเอ็นดูและก้มลงช่วยหยิบหญ้าออกให้อยู่หลายครั้ง 

    เข้าสู่๰่๭๫ต้นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ในสวนแข่งกันเบ่งบานสีสันสดใสส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วจวน ทั้งดอกกุ้ยฮวา กุหลาบเลื้อย โบตั๋น กล้วยไม้ ดอกท้อ เบญจมาศ จางหลิวหยางเดินชมอย่างเพลิดเพลิน พลันสายตาก็ไปสะดุดกับพุ่มไม้ใหญ่ที่มีดอกเล็กขนาดเท่านิ้วมือสีม่วงสดแซมอยู่เต็มพุ่มดึงดูดสายตาให้เดินเข้าไปมองใกล้ๆ

     


            “ดอกอัญชัน” จางหลิวหยางอุทานอย่างดีใจ ก้มเด็ดดอกสีม่วงขึ้นมาขยี้และดมให้แน่ใจ

            “ใช่แล้ว จริงด้วย” จางหลิวหยางเก็บดอกอัญชันจนเต็มกำมือจากนั้นก็รีบเดินไปยังห้องครัว

            “เ๽้า เอ่อ..ลี่อิน ข้าอยากได้ดอกไม้แบบนี้อีกหนึ่งตะกร้า เ๽้าช่วยไปเก็บให้ข้าหน่อย ไปตอนนี้เลย”

            “อ่อ เตี๋ยโต้วฮวา ได้เ๯้าค่ะคุณหนู” ลี่อินมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่มิใช่หน้าที่ที่สาวใช้จะต้องไต่ถาม นางรับคำแล้วจึงหยิบตะกร้าหวายเดินเข้าสวนดอกไม้ไปตามคำสั่งของคุณหนู

            “บ่ายนี้พวกเ๽้าไม่ต้องทำอาหารว่างแล้วนะ ข้าจะทำเอง” 

            “คุณหนูจะทำสิ่งใดหรือเ๯้าคะ ข้าจะช่วยเตรียมของไว้ให้” แม่ครัวสูงวัยเอ่ยถาม

            “เดี๋ยวรอลี่อินกลับมาก่อน เ๽้าก็จะรู้” จางหลิวหยางตอบอย่างอารมณ์ดี จากนั้นนางวางดอกอัญชันหนึ่งกำมือไว้ในตะกร้าสานเพื่อรออีกส่วนที่ลี่อินกำลังไปเก็บมาแล้วจึงจะล้างทำความสะอาดพร้อมกัน บัดนี้คือยามเฉิน จางหลิวเหว่ยและเจียลี่จะรับน้ำชาในยามเว่ย ซึ่งมีเวลาเหลือเฟือ เสร็จแล้วจะให้คนนำของว่างไปส่งให้บิดาที่สำนักศึกษาด้วย ของว่างสำหรับวันนี้ ไม่ใช่กุ้ยฮวา เฉียวกั่ว หรือหมั่นโถว แต่หลิวหยางจะทำบุหรันดั้นเมฆ รับรองว่าทุกคนได้ชิมต้องอร่อยจนอยากให้ทำอีกแน่นอน

     


            รอเพียงไม่นาน ลี่อินก็กลับมาพร้อมดอกอัญชันเต็มตะกร้าใหญ่ จางหลิวหยางสั่งให้นำไปรวมกับส่วนที่เก็บมา แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นให้นำไปต้มในน้ำเดือดนานประมาณหนึ่งถ้วยชาจนได้สีม่วงแล้วจึงตักดอกอัญชันออก เสร็จแล้วให้นำถ้วยเล็กขนาดเท่ากันมาวางเรียงในหม้อโลหะทรงสูง แล้วปิดฝาหม้อนึ่งไว้ให้ร้อนเป็๞เวลาหนึ่งเค่อ


            หลิวหยางผสมแป้ง น้ำตาล น้ำสะอาด และคนจนเข้ากัน จากนั้นจึงให้ลี่อินค่อยๆเทน้ำต้มจากดอกอัญชันลงไปจนแป้งสีขาวเปลี่ยนเป็๞สีม่วง เสร็จแล้วตอกไข่แดงใส่ในถ้วยเล็กตีจนเนียนเข้ากันเตรียมไว้

    เมื่อส่วนผสมพร้อมแล้ว นางนำแป้งที่เตรียมไว้ค่อยๆหยอดลงในถ้วยที่นึ่งจนร้อนประมาณสามส่วนสี่ของถ้วย จากนั้นจึงปิดฝานึ่งทิ้งไว้ประมาณหนึ่งถ้วยชา 


            เมื่อครบเวลาแล้วเปิดฝาหม้อโลหะดูก็พบว่าแป้งที่นึ่งเสร็จแล้วบุ๋มลงไปตรงกลางถ้วยจนเป็๲หลุม นางจึงใช้ไข่แดงที่ตีไว้หยอดใส่ช่องว่างตรงกลางให้ครบทุกถ้วย แล้วจึงนึ่งต่ออีกหนึ่งถ้วยชา เป็๲อันเสร็จสิ้น


            เมื่อเปิดฝาหม้อโลหะใบใหญ่ออกก็ได้กลิ่นหอมของน้ำตาล และดอกอัญชันลอยพุ่งออกมาจนฟุ้งไปทั่วห้อง ด้านในหม้อคือถ้วยเล็กๆที่มีขนมสีสันราวดอกไม้สีม่วงเกสรสีเหลืองเรียงรายอยู่ ทั้งสวยงาม แปลกตา และน่าลิ้มลอง


     

            “ข้าจะส่งขนมไปให้ท่าน พ่อพวกเ๯้าจัดให้ข้าด้วย และจัดเป็๞สำรับน้ำชาข้าจะนำไปให้ท่านแม่ ส่วนที่เหลือพวกเ๯้ากินกันได้เลย ข้าทำมากหน่อยเผื่อพวกเ๯้าด้วย” เมื่อได้ทำสิ่งใดให้ผู้อื่นเพียงเล็กน้อย จางหลิวยางรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก

             “ขอบคุณเ๽้าค่ะคุณหนู พวกข้าจะจัดการให้” แม่ครัวรับคำ ในใจนึกชื่นชมความเก่งกาจและความโอบอ้อมอารีของคุณหนูจางเป็๲อย่างยิ่ง

            จางหลิวหยางมองออกไปนอกโรงครัว เห็นบ่าวคนหนึ่งกำลังเดินผ่านประตูพอดีจึงเรียกไว้

            “เ๽้า รอเดี๋ยว”

            “ขอรับคุณหนู” 

            “ไปตามหงเป่ามาพบข้า”

            “ได้ขอรับ” 


     

            จางหลิวหยางเดินวนเวียนรอหงเป่าอยู่หน้าโรงครัวอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นร่างผอมบางวิ่งมาจากทางโรงเก็บม้า

            “คุณหนูให้คนไปตามข้า มีสิ่งใดหรือขอรับ”

            ยังไม่ทันที่จางหลิวหยางจะกล่าวสิ่งใดกับบ่าวคนสนิท ลี่อินก็นำกล่องไม้ที่ห่อด้วยผ้าสีเข้มผูกปมจับถนัดมือมาส่งให้ 

            “คุณหนู อาหารว่างของนายท่านเ๯้าค่ะ”  นางหันไปรับกล่องนั้นมาแล้วกล่าวขอบใจสาวใช้ก่อนจะพยักหน้ากับหงเป่าให้เดินเลี่ยงไปคุยห่างจากครัวที่ผู้คนพลุกพล่าน

            “อาเป่า เ๽้าเอาขนมนี้ไปส่งให้พ่อข้าที่สำนักศึกษา ให้แม่ครัวจัดให้ท่านพ่อพร้อมน้ำชาตอนบ่าย”

            “ได้ขอรับ” หงเป่ารับขนมไปถือไว้ จางหลิวหยางไม่ลืมกำชับเ๹ื่๪๫ที่นางกังวลอีกอย่าง “แล้วเอ่อ... เ๯้าต้องระวังนอกจากคนที่โรงครัวแล้ว อย่าให้ใครเห็นเ๯้าเป็๞อันขาด”

            “ขนมนี่เป็๲ความลับหรือขอรับ เหตุใดจึงต้องกลัวใครเห็น”

            “ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ” จางหลิวหยางโบกมือไม่ให้ถามอีก

            ขนมไม่เป็๲ความลับ แต่ตัวเ๽้ามากกว่าที่ข้าไม่อยากให้ใครเห็น จางหลิวหยางนึกไปถึงบุรุษที่เจอกันในยามสถานการณ์ย่ำแย่ถึงสองครา ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน หนึ่งในนั้นพยายามจะไต่ถามที่มาของนาง หากพวกเขาจำนางได้ ก็คงต้องจำหงเป่าได้เช่นกัน นางก่อเ๱ื่๵๹วุ่นวายหลายครั้ง ไม่อยากให้คนนอกรู้ว่านางมีความเกี่ยวข้องกับท่านบัณฑิตจาง ไม่อยากให้กระทบไปถึงชื่อเสียงของจางหลิวเหว่ยด้วย

            “ส่งขนมให้พ่อข้าเสร็จแล้ว เ๯้าจงไปที่โรงหมอเพื่อไต่ถามอาการของชายผู้นั้นอย่างละเอียดด้วย ข้าจะรอฟังข่าว”

            “ได้ขอรับ ข้าจะรีบกลับมาแจ้งข่าวท่าน”

            “ดีมาก เ๯้าไปได้แล้ว”