“มันหนีไปได้ขอรับคุณชาย”
“เพี๊ยะ!” ทันทีที่กล่าวจบใบหน้าสากครึ้มไปด้วยหนวดเคราก็สะบัดไปตามแรงปะทะจากฝ่ามือหนา
“แค่เด็กคนเดียว พวกเ้ายังปล่อยให้มันหนีไปได้” น้ำเสียงแข็งกร้าวสบถอย่างรุนแรงด้วยไฟโทสะ
“พวกข้าน้อยตามมันไปแล้ว แต่ไม่รู้เหตุใดมันจึงหายไปไวนัก”
“หากมันยังอยู่ ไม่ช้าไม่นานมันต้องกลับมาสร้างปัญหาให้ข้าอีกเป็แน่”
“แต่คุณชาย มันาเ็ขนาดนั้น บางทีมันอาจจะเสียเืจนตาย โดนขนาดนั้นแผลไม่มีทางหายเองได้แน่”
“แล้วถ้ามันรอดไปแจ้งทางการ ข้ามิต้องวุ่นวายหรือ”
“เอ่อ..เื่นั้น” บ่าวที่ยังมีหลักฐานการถูกตบเป็รอยแดงอยู่บนผิวหน้าจนปัญญาที่จะเสนอความเห็นใดๆอีก
“เ้าพาคนไปสืบหาตัวมันมาให้จงได้ แล้วพามันกลับมาที่นี่ อย่าปล่อยให้เกิดปัญหากวนใจมาถึงข้า” น้ำเสียงประกาศกร้าวอย่างดุดัน หากผู้ที่กล่าวถึงได้ปรากฏกายในยามนี้ ย่อมไม่มีชีวิตรอดจากไฟโทสะเป็แน่
“ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ”
หลังจากเวลาอาหารเช้าจางหลิวหยาง และเจียลี่ เดินมาส่งจางหลิวเหว่ยที่รถม้าเพื่อออกจากจวนไปทำงาน จากนั้นนางจึงออกมาวิ่งเล่นในสวนดอกไม้กับเสี่ยวไป๋ เพราะขนที่ค่อนข้างยาวและหนาของเสี่ยวไป๋ อีกทั้งมีขาที่สั้นมากจนพุงแทบติดพื้น เมื่อเวลาเสี่ยวไป๋วิ่งบาง่ก็มีเศษหญ้าแห้งติดขนทำให้มันสะบัดตัวไปมาอย่างรำคาน จางหลิวหยางหัวเราะเอ็นดูและก้มลงช่วยหยิบหญ้าออกให้อยู่หลายครั้ง
เข้าสู่่ต้นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ในสวนแข่งกันเบ่งบานสีสันสดใสส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วจวน ทั้งดอกกุ้ยฮวา กุหลาบเลื้อย โบตั๋น กล้วยไม้ ดอกท้อ เบญจมาศ จางหลิวหยางเดินชมอย่างเพลิดเพลิน พลันสายตาก็ไปสะดุดกับพุ่มไม้ใหญ่ที่มีดอกเล็กขนาดเท่านิ้วมือสีม่วงสดแซมอยู่เต็มพุ่มดึงดูดสายตาให้เดินเข้าไปมองใกล้ๆ
“ดอกอัญชัน” จางหลิวหยางอุทานอย่างดีใจ ก้มเด็ดดอกสีม่วงขึ้นมาขยี้และดมให้แน่ใจ
“ใช่แล้ว จริงด้วย” จางหลิวหยางเก็บดอกอัญชันจนเต็มกำมือจากนั้นก็รีบเดินไปยังห้องครัว
“เ้า เอ่อ..ลี่อิน ข้าอยากได้ดอกไม้แบบนี้อีกหนึ่งตะกร้า เ้าช่วยไปเก็บให้ข้าหน่อย ไปตอนนี้เลย”
“อ่อ เตี๋ยโต้วฮวา ได้เ้าค่ะคุณหนู” ลี่อินมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่มิใช่หน้าที่ที่สาวใช้จะต้องไต่ถาม นางรับคำแล้วจึงหยิบตะกร้าหวายเดินเข้าสวนดอกไม้ไปตามคำสั่งของคุณหนู
“บ่ายนี้พวกเ้าไม่ต้องทำอาหารว่างแล้วนะ ข้าจะทำเอง”
“คุณหนูจะทำสิ่งใดหรือเ้าคะ ข้าจะช่วยเตรียมของไว้ให้” แม่ครัวสูงวัยเอ่ยถาม
“เดี๋ยวรอลี่อินกลับมาก่อน เ้าก็จะรู้” จางหลิวหยางตอบอย่างอารมณ์ดี จากนั้นนางวางดอกอัญชันหนึ่งกำมือไว้ในตะกร้าสานเพื่อรออีกส่วนที่ลี่อินกำลังไปเก็บมาแล้วจึงจะล้างทำความสะอาดพร้อมกัน บัดนี้คือยามเฉิน จางหลิวเหว่ยและเจียลี่จะรับน้ำชาในยามเว่ย ซึ่งมีเวลาเหลือเฟือ เสร็จแล้วจะให้คนนำของว่างไปส่งให้บิดาที่สำนักศึกษาด้วย ของว่างสำหรับวันนี้ ไม่ใช่กุ้ยฮวา เฉียวกั่ว หรือหมั่นโถว แต่หลิวหยางจะทำบุหรันดั้นเมฆ รับรองว่าทุกคนได้ชิมต้องอร่อยจนอยากให้ทำอีกแน่นอน
รอเพียงไม่นาน ลี่อินก็กลับมาพร้อมดอกอัญชันเต็มตะกร้าใหญ่ จางหลิวหยางสั่งให้นำไปรวมกับส่วนที่เก็บมา แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นให้นำไปต้มในน้ำเดือดนานประมาณหนึ่งถ้วยชาจนได้สีม่วงแล้วจึงตักดอกอัญชันออก เสร็จแล้วให้นำถ้วยเล็กขนาดเท่ากันมาวางเรียงในหม้อโลหะทรงสูง แล้วปิดฝาหม้อนึ่งไว้ให้ร้อนเป็เวลาหนึ่งเค่อ
หลิวหยางผสมแป้ง น้ำตาล น้ำสะอาด และคนจนเข้ากัน จากนั้นจึงให้ลี่อินค่อยๆเทน้ำต้มจากดอกอัญชันลงไปจนแป้งสีขาวเปลี่ยนเป็สีม่วง เสร็จแล้วตอกไข่แดงใส่ในถ้วยเล็กตีจนเนียนเข้ากันเตรียมไว้
เมื่อส่วนผสมพร้อมแล้ว นางนำแป้งที่เตรียมไว้ค่อยๆหยอดลงในถ้วยที่นึ่งจนร้อนประมาณสามส่วนสี่ของถ้วย จากนั้นจึงปิดฝานึ่งทิ้งไว้ประมาณหนึ่งถ้วยชา
เมื่อครบเวลาแล้วเปิดฝาหม้อโลหะดูก็พบว่าแป้งที่นึ่งเสร็จแล้วบุ๋มลงไปตรงกลางถ้วยจนเป็หลุม นางจึงใช้ไข่แดงที่ตีไว้หยอดใส่ช่องว่างตรงกลางให้ครบทุกถ้วย แล้วจึงนึ่งต่ออีกหนึ่งถ้วยชา เป็อันเสร็จสิ้น
เมื่อเปิดฝาหม้อโลหะใบใหญ่ออกก็ได้กลิ่นหอมของน้ำตาล และดอกอัญชันลอยพุ่งออกมาจนฟุ้งไปทั่วห้อง ด้านในหม้อคือถ้วยเล็กๆที่มีขนมสีสันราวดอกไม้สีม่วงเกสรสีเหลืองเรียงรายอยู่ ทั้งสวยงาม แปลกตา และน่าลิ้มลอง
“ข้าจะส่งขนมไปให้ท่าน พ่อพวกเ้าจัดให้ข้าด้วย และจัดเป็สำรับน้ำชาข้าจะนำไปให้ท่านแม่ ส่วนที่เหลือพวกเ้ากินกันได้เลย ข้าทำมากหน่อยเผื่อพวกเ้าด้วย” เมื่อได้ทำสิ่งใดให้ผู้อื่นเพียงเล็กน้อย จางหลิวยางรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก
“ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนู พวกข้าจะจัดการให้” แม่ครัวรับคำ ในใจนึกชื่นชมความเก่งกาจและความโอบอ้อมอารีของคุณหนูจางเป็อย่างยิ่ง
จางหลิวหยางมองออกไปนอกโรงครัว เห็นบ่าวคนหนึ่งกำลังเดินผ่านประตูพอดีจึงเรียกไว้
“เ้า รอเดี๋ยว”
“ขอรับคุณหนู”
“ไปตามหงเป่ามาพบข้า”
“ได้ขอรับ”
จางหลิวหยางเดินวนเวียนรอหงเป่าอยู่หน้าโรงครัวอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นร่างผอมบางวิ่งมาจากทางโรงเก็บม้า
“คุณหนูให้คนไปตามข้า มีสิ่งใดหรือขอรับ”
ยังไม่ทันที่จางหลิวหยางจะกล่าวสิ่งใดกับบ่าวคนสนิท ลี่อินก็นำกล่องไม้ที่ห่อด้วยผ้าสีเข้มผูกปมจับถนัดมือมาส่งให้
“คุณหนู อาหารว่างของนายท่านเ้าค่ะ” นางหันไปรับกล่องนั้นมาแล้วกล่าวขอบใจสาวใช้ก่อนจะพยักหน้ากับหงเป่าให้เดินเลี่ยงไปคุยห่างจากครัวที่ผู้คนพลุกพล่าน
“อาเป่า เ้าเอาขนมนี้ไปส่งให้พ่อข้าที่สำนักศึกษา ให้แม่ครัวจัดให้ท่านพ่อพร้อมน้ำชาตอนบ่าย”
“ได้ขอรับ” หงเป่ารับขนมไปถือไว้ จางหลิวหยางไม่ลืมกำชับเื่ที่นางกังวลอีกอย่าง “แล้วเอ่อ... เ้าต้องระวังนอกจากคนที่โรงครัวแล้ว อย่าให้ใครเห็นเ้าเป็อันขาด”
“ขนมนี่เป็ความลับหรือขอรับ เหตุใดจึงต้องกลัวใครเห็น”
“ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ” จางหลิวหยางโบกมือไม่ให้ถามอีก
ขนมไม่เป็ความลับ แต่ตัวเ้ามากกว่าที่ข้าไม่อยากให้ใครเห็น จางหลิวหยางนึกไปถึงบุรุษที่เจอกันในยามสถานการณ์ย่ำแย่ถึงสองครา ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน หนึ่งในนั้นพยายามจะไต่ถามที่มาของนาง หากพวกเขาจำนางได้ ก็คงต้องจำหงเป่าได้เช่นกัน นางก่อเื่วุ่นวายหลายครั้ง ไม่อยากให้คนนอกรู้ว่านางมีความเกี่ยวข้องกับท่านบัณฑิตจาง ไม่อยากให้กระทบไปถึงชื่อเสียงของจางหลิวเหว่ยด้วย
“ส่งขนมให้พ่อข้าเสร็จแล้ว เ้าจงไปที่โรงหมอเพื่อไต่ถามอาการของชายผู้นั้นอย่างละเอียดด้วย ข้าจะรอฟังข่าว”
“ได้ขอรับ ข้าจะรีบกลับมาแจ้งข่าวท่าน”
“ดีมาก เ้าไปได้แล้ว”