“อี้เฉินน้อย เจ้าระวังตัวด้วย เหมือนว่าการเคลื่อนไหวของเจ้า จะกลายเป็นที่สนใจของจักรพรรดิ ผู้ยิ่งใหญ่เข้าเสียแล้ว” จักรพรรดิเต่าชรา เขาเอ่ยเตือนอี้เฉิน ออกมาทันที ครั้นรับรู้ ได้ถึงพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ กำลังจะย่างกายมาเยือน ยังสถานที่แห่งนี้
ก่อนเสียงหัวเราะหมิงเจ๋อ จะดังออกมาก้อง ครั้นได้ยินเสียงมังกร คำรามออกมาก้องฟ้า “หึ!! หึ!! เจ้าไอ้เวรอี้เฉิน ขั้นพลังเจ้าไปแตะอยู่ในขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ ดันมารังแกพวกข้าเสียได้ ดูซิเมื่ออยู่ต่อหน้า องค์หญิงอิงฮวา จักรพรรดิแท้จริง เจ้าจะทำหน้าอย่างไร ไอ้เด็กเวรโอหัง”
อี้เฉินมอง หมิงเจ๋อด้วยสายตา ประกายความเหี้ยมโหด เอาเรื่องในทันใด ครั้นเห็นไอ้เวร ปากดีไม่เลิก “สงสัยเจ้าคงอยากเจ็บ ตัวมากกว่านี้ซินะ”
พร้อมร่างอี้เฉินสืบฝีเท้า ฟึบ!! ไปอย่างฉับไว ส่งหมัดเปล่า ออกไปอัดกระแทก ใบหน้าชายวัยกลางคน จนเลือดกบปากร้อง อ๊าก!! กก!!ออกมาก้องทันใด
คนอื่นๆ ต่างก็ปิดปากเงียบ ฉับ!! ในเสี้ยวฉับพลัน แม้แต่ฝีเท้าที่จะขยับเขยื้อน ไปช่วยหมิงเจ๋อ พวกเขายังไม่กล้าอีกต่อไป ฝ่ามือบีบรัด เข้าหากันจนแน่น เมื่อเห็นหมัดเปล่าอี้เฉิน พุ่งปราดเข้าใส่ใบหน้า หมิงเจ๋อไปอีกหลายที ตุบ!! ตุบ!!
เสียงร้อง อ๊าก!!กก!! ครวญครางของหมิงเจ๋อ ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมเสียงกระดูกกราม แตกหักดังออกมาสะท้านใจหมู่ชนที่ฟังมัน ปะปนมาด้วยโลหิตสด ที่สาดกระเซ็น จวนพวกเขา ไม่กล้ามอง สู้หน้า หมิงเจ๋ออีกต่อไป
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูด ออกมาเสียงดังก้อง “ที พวกเจ้าลงมือไม่เห็นพูดเช่นนี้เลย ที เป็นข้าลงมือเข้าหน่อย เจ้าก็ร้องเป็นสุนัขโดนเชือด เชียวนะ” แม้อี้เฉินจะไม่ใส่ปราณพลัง เข้าไปภายในกำปั้น ที่จับคอชายหนุ่มเอาไว้แน่น เมื่อได้ยินเสียงตุบๆ อัดกระแทกหมัดเข้าไปซ้ำๆ หลายที
ส่งให้ใบหน้าข้างซ้ายหมิงเจ๋อ กระดูกแก้มแตกหัก บวมตุ่ย เลือดกบปาก พ้นฟันแตกหัก ออกมาหลายซี่ ทำให้พวกเขารับรู้ได้ทันที หากอี้เฉินคิดฆ่าสังหารพวกเขา เกรงว่าจะเป็นการง่าย ราวกับพลิกฝ่ามือ
“เจ้า!! เจ้า!!” หมิงเจ๋อประกายตา เขาฉายความหวาดกลัว ในตัวอี้เฉินขึ้นมาสุดขีด ยิ่งเห็นกำปั้นของอี้เฉิน เตรียมจะพุ่งปราด เข้าใส่ใบหน้าเขาอีกครา จวนเขาแทบจะฉี่ราดอยู่แล้ว ก่อนเขาจะถอนลมหายใจออกมายาว ครั้นเห็นอี้เฉินหยุดกำปั้น ของเขาเอาไว้ในเสี้ยวพริบตา
เมื่อเห็นร่างมังกรสีขาวเผือก ตัวเขื่องใหญ่โต มาปรากฏเบื้องหน้าอี้เฉินอย่างฉับพลัน พร้อมคลื่นลมระเบิด ออกไปทั่วทิศอย่างรุนแรง มาพร้อมกับชายวัยกลางคน ยืนมือไพล่หลัง บนหัวมังกรตัวเขื่อง ก่อนพวกเขาจะจ้องมองสายตา ลงมามองที่อี้เฉิน อย่างไม่วางตา ด้วยสายตาคมกล้าเป็นสายตาเดียว
อี้เฉินเหวี่ยงร่างหมิงเจ๋อ ออกไปหาหัวหน้าเผ่าคนอื่นๆ ทันทีพร้อมสายตาลึกล้ำ หันขึ้นไปจ้องมองท้องฟ้า ที่บ้าคลั่ง พร้อมร่างมังกรตัวเขื่องสีขาวเผือก ขดอยู่เบื้องหน้าเต็มผืนฟ้า ปลดปล่อยริ้วคลื่น น่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาดสาย
จนกลายเป็นภาพฉาก สองผู้ยิ่งใหญ่ยืนประจันหน้า คลื่นลมพายุ โหมกระหน่ำ ซัดสาดออกไปอย่างบ้าคลั่ง พร้อมสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ส่งระลอกคลื่น ออกไปทั่วผืนฟ้าอย่างรุนแรง แม้แต่ผู้คนทั่วดินแดนปิดผนึก พวกเขายังรับรู้ พลังของผู้ยิ่งใหญ่เสียดสี เผชิญหน้ากัน
ก่อนในเสี้ยวฉับพลัน ร่างมังกรตัวเขื่องสีขาวเผือก จะสลายร่างสายเลือดดั้งเดิมนางออก ตึง!! มายืนเผชิญหน้ากับอี้เฉิน ในร่างสตรีงามล่มเมือง อาภรณ์สีขาวตัดลวดลายน้ำเงินทอง ปลิวไสวโยกไปกับสายลมเย็นอย่างวุ่นวาย ผิวขาวเนียนละเอียด ราวกับตุ๊กตากระเบื้องแก้ว คิ้วโค้งอ่อนช้อย ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อ เผยอสั่นกระตุกขึ้นมาน้อยๆ เกรงว่าจะมีเพียง เขาสีฟ้าบริเวณกลางศีรษะทั้งสองข้าง ขององค์หญิง อิงฮวา เท่านั้นที่ทำให้นาง ไม่เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไป
แม้แต่ชายแก่ จักรพรรดิเต่าชรา ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน เขายังกลืนน้ำลายลงคอ ดังออกมาอึกใหญ่ รู้สึกกังวลขึ้นมา อย่างหนักหน่วง หากอี้เฉินเผชิญหน้า จักรพรรดิที่แท้จริงแล้วตายตก จะไม่ใช่ตัวเขา ที่ตายตกไปด้วยหรอกหรือ
ผู้คนดินแดนบรรพกาลที่อยู่โดยรอบ พวกเขาที่เห็นองค์หญิง อิงฮวา มาพร้อมผู้ติดตาม เล่งซุน สืบฝีเท้ามารับหน้าอี้เฉิน ด้วยตัวของพวกเขาเอง หมู่ชนพวกเขาจึงกล้าเผยรอยยิ้มกว้าง ภายในใจขึ้นมา โดยเฉพาะ หมิงเจ๋อ ที่หมุนขับเคลื่อน ปราณพลังขึ้นมารักษาอาการบาดเจ็บ ไม่หวาดกลัวอี้เฉิน ที่อยู่เบื้องหน้าอีกต่อไป
อี้เฉินที่มองหญิงสาวอ่อนโยนในยามอดีต ที่พวกเขาพบเจอกัน ด้วยสายตาคมกล้า ไม่รู้บัดนี้ความคิดของนางจะเปลี่ยนไป เฉกเช่นคนอื่นๆ หรือไม่ ครั้นเห็นสายตาคมกล้า นางจ้องมองมาที่เขาราวกับสายตานักล่า พร้อมจะตะปบ จับเหยื่ออันโอชะ
ก่อนคำพูดขององค์หญิง อิงฮวา จะทำให้อี้เฉิน เบาใจไปได้ระดับหนึ่ง ครั้นได้ยินเสียงใสกังวานของสตรี เอ่ยทักทายเขาขึ้นมา “เป็นเจ้าจริงๆ หรือ อี้เฉินข้านึกว่าเจ้า ตายตก ไม่สามารถมาปลดปล่อย ดินแดนปิดผนึก พวกเราได้แล้วเสียอีก”
อี้เฉินเพียงขำแห้งๆ ออกมาเท่านั้น ครั้นเห็น องค์หญิง อิงฮวา ผสานฝ่ามือ คำนับเขาออกมา ด้วยความนอบน้อม พร้อมกับชายหนุ่มนามว่า เล่งซุน ยังคงไม่เคยลืมบุญคุณของอี้เฉิน ที่ทำให้องค์หญิง อิงฮวา ได้รับสิ่งสืบทอดล้ำค่า กลายเป็นจักรพรรดิที่แท้จริง
อี้เฉินเขาไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวต่างๆ ออกมาอย่างไรดี ทำได้เพียง เข้าไปดึงฝ่ามือพวกเขาขึ้นมา “พวกเจ้าเป็นถึงผู้ปกครองดินแดนบรรพกาล ข้าว่าทำเช่นนี้ มันจะไม่เหมาะกระมัง”
ครั้นเห็นสายตาหมู่ชนรอบๆ แทบจะเดือดดาลบ้าคลั่ง เมื่อทุกๆ อย่าง ผิดคาดพวกเขาไปเสียหมด โดยเฉพาะหมิงเจ๋อ ที่กัดกรามกรอด จนเกิดเสียงฟัน ตกกระทบออกมา กึก!! กึก!! ก่อน องค์หญิง อิงฮวา จะปรายตาไปมอง หมิงเจ๋อ ด้วยสายตาเอาเรื่อง ให้เขาเก็บความคิดบ้าๆ ลงไป
แม้แต่จักรพรรดิเต่าชรา ตัวเขายังเดือดดาลบ้าคลั่ง จวนแทบใจหายใจคว่ำ “เจ้า!! เจ้า!! ไอ้เวรเจ้าหนู เจ้ารู้จัก จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ผู้นั้นเช่นนั้นหรือ?” ทำให้ภายในทะเลความรู้อี้เฉิน เกิดการสั่นไหวขึ้นมาน้อยๆ จากความบ้าคลั่งของ จักรพรรดิเต่าชรา ที่คิดเป็นห่วงอี้เฉิน กลัวชายหนุ่มจะตายตกลงไป
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น ไม่กล่าวพูดอ้อมค้อม บอกสิ่งที่เขาต้องการออกไปทันที “ข้าต้องการกำลังของพวกเจ้า องค์หญิง อิงฮวา ที่จะขึ้นไปเหยียบย่ำ ยังดินแดนจักรพรรดิพร้อมกับข้า จบศึกมหาสงคราม ที่ยืดเยื้อหลายพันปีลงเสีย พวกเจ้าเองก็อยากกลับบ้านเก่า ที่เรียกว่าดินแดนจักรพรรดิ ของบรรพชนพวกเจ้าไม่ใช่หรือ?”
องค์หญิง อิงฮวา นางพอจะได้ยินเรื่องราวของอี้เฉิน จากคนดินแดนเทพมาบ้าง นางพยักหน้าตอบรับคำ ของอี้เฉินอย่างไม่ลังเล “อืมๆ ได้อี้เฉินข้าตกลง”
หัวหน้าเผ่าระดับสูงต่างๆ พวกเขาต่างก็ต้องพลันหน้าบูดเบี้ยว เคยได้ยินเรื่องดินแดนจักรพรรดิมาบ้าง ไม่รู้บัดนี้ดินแดนจักรพรรดิ จะมีผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นมากี่คนแล้ว ใบหน้าพวกเขาต่างก็เผยความไม่จำยอมออกมา ไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิเต่าชรา ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน ที่สบถด่าอี้เฉินออกมาดังลั่น เมื่อรับรู้ความต้องการแท้จริง ของชายหนุ่มผมขาว
“บัดซบ!! บัดซบ!! ไอ้เวรเจ้าพาข้ากลับไปขังที่เก่าเดี๋ยวนี้เลยนะ ข้าไม่ออกมาด้านนอกยอมถูกกักขังดีกว่า การขึ้นไปด้านบนดินแดนจักรพรรดิ ก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินขึ้นไปหาความตาย ไม่ใช่หรอกหรือ ไอ้เวรบัดซบเอ๊ย”
ด้านของผู้นำทั้ง4เผ่า พวกเขาต่างก็ค้านเถียงคอเป็นเอ็น “เจ้าคิดจะใช้กำลังพวกเรา ออกไปแก้แค้นส่วนตัวสินะ เพราะเจ้าโอหังอย่างนี้ ถึงได้ถูกตามล่าฆ่าสังหาร อย่างไรล่ะ”
“อืมๆ ใช่ๆ ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ไม่ทำเพื่อ ผลประโยชน์ของผู้ใด ผู้หนึ่ง”
อี้เฉินปรายตาไปมองพวกเขาด้วยอายสังหารเหี้ยม ฉายวาบขึ้นมาจากดวงตา แม้แต่องค์หญิง อิงฮวาเองก็เช่นกัน ครั้นนางรับรู้ดินแดนปิดผนึก นี้กำลังจะพังพินาศ จากการได้รับสิ่งสืบทอดของบรรพชน ทำให้นางรู้เรื่องราวหลายๆ อย่าง ก่อนนางจะบอกกล่าว พลางอธิบายเรื่องราวต่างๆ ออกมา
“ดินแดนบรรพกาลแห่งนี้จริงๆ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเทพ ที่ถูกแยกตัวออกมา จากพลังของผู้ยิ่งใหญ่บรรพชน ยุคสมัยโบราณ ทำให้พวกเราได้มีโอกาสได้เติบโต ข้าเกรงว่าคงจะถึงเวลาแล้วล่ะ ที่ดินแดนปิดผนึก ของเหล่าลูกหลานที่ถูกเนรเทศ จะเผยตัว กลับขึ้นไป ยังดินแดนจักรพรรดิอีกครั้ง”