ตอนนี้เองหัวหน้าแก๊งก็รู้แล้วว่าเหมือนจะไปยั่วยุคนที่ไม่ควรยั่วยุเข้าให้แล้ว
ฉินลู่ดึงสายตาที่โหดเหี้ยมและทรงพลังกลับกลับมาเหมือนคนธรรมดาทั่วไปอีกครั้ง และพูดกับพวกอันธพาลว่า“แกจะจ่ายค่าเสียหายไหม”
“จ่าย...จ่าย...จ่ายทั้งหมดเลย...”
หัวหน้าแก๊งตัวสั่นเทา เขาหยิบเงินทั้งหมดที่อยู่ในกระเป๋าออกมาส่งให้ฉินลู่
ฉินลู่รับมา จากนั้นก็วางไว้ในมือของเจ้าของร้านที่กำลังเหม่อและหันไปพูดต่อ “ยังไม่พอ เงินแค่นี้เอาไปให้ขอทานเหรอ”
หัวหน้าแก๊งมีสีหน้าขมขื่น
ประโยคนี้เขาเพิ่งพูดไปไม่ใช่เหรอ ตอนนี้วนกลับมาเสียแล้วกรรมตามสนองจริงๆ ...
“พวก...พวกแกเอาให้เงินเขาให้เขาทั้งหมดเลย” หัวหน้าแก๊งอันธพาลสั่งพวกลูกน้อง
ทุกคนรวมตัวกันจ่ายเงินทั้งหมดให้เจ้าของร้านแต่เจ้าของร้านกลับไม่กล้ารับ รีบผลักออก
“เถ้าแก่ คุณกลัวว่าพวกเขาจะมาแก้แค้นคุณภายหลังใช่ไหม” ฉินลู่ถามเจ้าของร้าน
“ไม่...ไม่ใช่...” เจ้าของร้านโบกมืออย่างรวดเร็วแต่ความกลัวในดวงตาของเขาก็ได้อธิบายความคิดที่แท้จริงหมดแล้วเขากลัวการแก้แค้นของพวกอันธพาลเหล่านี้ เขาเป็นแค่คนธรรมดาเขาไม่สามารถจัดการกับพวกอันธพาลเหล่านี้ได้
เมื่อฉินลู่เห็นแววตาของเจ้าของร้าน เขาก็ยิ้ม และตบไหล่เจ้าของร้านจากนั้นก็หันไปพูดกับหัวหน้าแก๊งอันธพาล”ตอนนี้ก็โทร 110 แล้วมอบตัวซะ”
“อะไรนะ”
พวกอันธพาลอึ้งกับการกระทำของฉินลู่
“แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ โทรหา 110 แล้วมอบตัวซะฉันจะให้เวลาแกแค่สิบนาที ถ้าเกินนั้น แกจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา” ฉินลู่พูดอย่างเย็นชา
หัวหน้าแก๊งวางนักเลงที่กำลังพยุงลงกับพื้น แล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า“อย่ารังแกกันให้มากนัก! ไม่ไว้หน้าคนอื่นสักนิด! แกทำแบบนี้ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย!”
“ฉันยอมรับว่าฉันไม่ใช่สุภาพบุรุษ ฉันไม่ก็เคยพูดว่าฉันเป็นสุภาพบุรุษ”ฉินลู่แสยะยิ้มมองพวกอันธพาล และความโหดเหี้ยมก็ปรากฏให้พวกเขาเห็นอีกครั้ง เขาพูดนิ่งๆว่า “เอางี้ เรามาเล่นเกมกัน”
“เกม...เกมอะไร” หัวหน้าแก๊งเห็นแววตานั้นที่ทำให้เขาหวาดกลัวอีกครั้งพลังที่มีเมื่อสักครู่ก็หายไปในทันใด
“ไม่มีชื่อเกม แต่กฎของเกมคือฉันพร้อมที่จะเซอร์ไพรส์แกและพวกพ้องของแกตลอดเวลา”ใบหน้าของฉินลู่ประดับรอยยิ้ม แต่ในสายตาของพวกอันธพาลมันดูน่ากลัวมาก
“คุกคือที่ที่ปลอดภัยของแก ถ้าแกอยู่ในคุก ฉันก็จะไม่ทำอะไรแต่ถ้าพวกแกออกจากคุกแล้ว ก็ถือว่าแพ้ แพ้ต้องเจอกับอะไร พวกแกน่าจะเดาได้ใช่ไหม ถ้าพวกแกอยู่ถึงสิบปีก็ถือว่าชนะฉันจะปล่อยพวกแกไป”
รูม่านตาของพวกอันธพาลหดตัวอย่างรวดเร็ว “มัน...มันจะฆ่าฉัน!”
ฉินลู่ไม่ได้ขู่พวกเขา อันที่จริง จริงๆแล้วในฐานะนักฆ่ามือวางอันดับสามเขาไม่มีความคิดที่จะเหลียวแลพวกอันธพาลที่รังแกผู้อื่นแบบนี้หรอก”
“ฉัน....ฉัน....ฉันโทร. ฉันโทร.แล้ว” หัวหน้าแก๊งไม่สนใจความอวดดีของตัวเองอีกต่อไปเขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าด้วยมือที่สั่นระรัว จากนั้นก็กดโทร 110
“ตู๊ด...”
“สวัสดีครับ ที่นี่คือสาขา XX ในเขต XX ของเมืองจิงเฉิงครับคุณต้องการความช่วยเหลืออะไรครับ”
“ผม...ผมจะมอบตัว...”
ห้านาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสี่นายจากสถานีตำรวจซึ่งอยู่ไม่ไกลก็เดินเข้ามาในร้านอาหาร
ทันใดนั้นหัวหน้าแก๊งอันธพาลก็กอดต้นขาตำรวจร้องไห้โฮ “ผมทำผิด! ผมทำผิดร้ายแรง!ได้โปรดตัดสินโทษให้ผมจำคุกเกินสิบปีเถอะครับ...”
ตำรวจต่างก็งุนงง ไม่เข้าใจการกระทำของอันธพาลเหล่านี้
ในที่สุด พวกอันธพาลทั้งห้าก็ถูกพาตัวไปสิ่งที่พวกเขาต้องได้รับคือการลงโทษทางกฎหมาย (ประโยคนี้คุ้นหูมาก)
ฉินลู่ตบเรียกสติเจ้าของร้านที่ยืนงุนงงอยู่ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ตอนนี้ก็ไม่กังวลว่าพวกมันจะมาแก้แค้นคุณแล้วใช่ไหม”
เจ้าของร้านได้สติ มองไปที่ฉินลู่และกลืนน้ำลายทันที รีบคุกเข่าลง“ฉัน...ฉัน...ฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณอย่างไรจริงๆ...”
ฉินลู่พยุงเจ้าของร้านขึ้นมา และพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ไม่มีอะไรต้องขอบคุณหรอกครับถ้าคุณอยากจะขอบคุณก็ต้องขอบคุณคุณตำรวจที่พาพวกอันธพาลออกไปนั่นแหละผมแค่ช่วยนิดหน่อยเท่านั้น”
“ฉันขอทราบชื่อคุณหน่อยได้ไหมพ่อหนุ่ม”
ฉินลู่พูด “ผมชื่อฉินลู่”
“ฉินลู่!” เจ้าของร้านคว้ามือทั้งสองข้างของฉินลู่ไปและกล่าวว่า “ต่อไปคุณมากินข้าวที่ร้านฉัน ฉันจะไม่คิดเงินคุณเลยแม้แต่แดงเดียว!”
ฉินลู่ทำหน้าไม่ถูก “เถ้าแก่คุณเปิดร้านขายของนะคุณจะไม่รับเงินไม่ได้”
“ได้สิ! ทำไมจะไม่ได้ล่ะ! คุณเป็นผู้มีพระคุณของฉัน ปีนี้ฉันโชคร้ายมาตลอด ถ้าวันนี้ไม่ใช่เพราะคุณฉันก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอก”
เจ้าของร้านจับมือฉินลู่ไม่ปล่อยฉินลู่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบตกลงไปว่าต่อไปมากินข้าวที่นี่จะไม่จ่ายเงินเขาถึงได้เป็นอิสระ
เมื่อเดินออกจากร้านอาหารมาผู้คนที่มาล้อมดูอยู่หน้าประตูก็มองฉินลู่ด้วยแววตาซาบซึ้ง
สิ่งที่ฉินลู่ทำในวันนี้คือการแก้ปัญหาใหญ่ให้กับพวกชาวบ้าน
ในขณะนี้ จู่ๆ ฉินลู่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตภายในร่าง
“นี่คือ...”
ฉินลู่รีบพยักหน้าให้กับผู้คน จากนั้นก็เดินออกจากฝูงชนวิ่งเข้าไปในตรอกเล็กๆและเรียกเคล็ดพลังขึ้นมาเพื่อสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
“นี่คือ...”
ฉินลู่ตกใจมาก เขาพบว่าวรยุทธ์ของตัวเองเลื่อนขั้นแล้ว!
ขอบเขตขยายขึ้นไม่น้อย!คุ้มค่ากับการฝึกฝนอย่างหนักตลอดครึ่งเดือน
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ฉินลู่ขมวดคิ้วและคิดเงียบๆ
หลังจากผ่านไปนาน จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า“เป็นไปได้ไหมว่าฉันทำความดี การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ทำให้เลื่อนระดับ”
ฉินลู่คิดอย่างละเอียดก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเขาก็ทำความดีมาไม่น้อย ช่วยชีวิตผู้คนตั้งมากมาย แต่ทำไมถึงมีเพียงครั้งนี้ที่เลื่อนระดับ
หลังจากครุ่นคิดนานกว่าสิบนาที ฉินลู่ก็ยอมแพ้
หนทางแห่งการฝึกตนมีเรื่องแปลกประหลาดมากมาย เช่นเดียวกับเคมีในร่างกายมนุษย์มันควบคุมไม่ได้ มีอาการหรือปฏิกิริยาที่อธิบายไม่ได้มากมายที่แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นสูงก็ยังไม่เข้าใจ
ฉินลู่ส่ายหัวเพื่อไม่ให้คิดเรื่องไร้สาระ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจึงเห็นว่าใกล้จะเก้าโมงแล้ว
“ซวยแล้ว คราวนี้ฉันสายแล้วจริงๆ”
ฉินลู่ถอนหายใจ รีบวิ่งไปทางมหาวิทยาลัยหวาชิง
เมื่อฉินลู่นั่งแท็กซี่มาถึงประตูมหาวิทยาลัยหวาชิงก็เป็นเวลา 9:15น.แล้ว
ฉินลู่มาสายจริงๆ
ตั้งแต่ที่มาทำงานที่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยนี้หลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่ฉินลู่มาทำงานสาย
ฉินลู่จ้ำอ้าวไปที่อาคารที่ห้องพยาบาลตั้งอยู่
ประตูห้องพยาบาลล็อกอยู่ และไม่มีใครอยู่ที่โถงทางเดิน
“ฮู่ว...”
ฉินลู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าตอนเช้าจะไม่มีนักศึกษามาเข้ารับการปฐมพยาบาล
หลังจากไขประตู ฉินลู่ก็เดินเข้าไปและเปลี่ยนเป็นชุดกาวน์
ทันทีที่สวมเสื้อ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้คนมากมายที่ด้านนอกประตู