ทันย่ารู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเขา
การซึมซับพลังงานและยีนกลายพันธุ์จากราชาหนูสายฟ้าและแรดมังกรปีกสวรรค์ทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
พลังงานที่ได้รับจากการขัดเกลานั้นไม่ได้แค่เพิ่มพลังดิบเถื่อนของเขา แต่ยังเสริมสร้างความทนทานและความรวดเร็วที่มากยิ่งขึ้น
พลังของราชาหนูสายฟ้าที่เขากลืนกินเข้าไปทำให้เขาสามารถควบคุมพลังงานสายฟ้าได้อย่างสมบูรณ์ เขาสามารถปลดปล่อยกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าที่รุนแรงจากร่างกาย เพิ่มพลังการโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนไหว
ส่วนพลังของแรดมังกรปีกสวรรค์ก็ทำให้ร่างกายมีความทนทานยิ่งขึ้น เกล็ดที่ปกคลุมร่างของเขาแข็งแกร่งราวกับเกราะเหล็กที่ไม่สามารถทะลุผ่านได้
ขณะที่ทะเลจิตสำนึกของทันย่าก็เต็มไปด้วยพลังที่ไหลเวียน ดาวเคราะห์จำลองภายในจิตสำนึกส่องประกายราวกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงอยู่ท่ามกลางความมืด ความเป็นจริงที่เขาสร้างขึ้นภายในจิตสำนึก กลายมาเป็นสถานที่ที่พลังของเขาถูกควบคุมและเสริมสร้างอย่างต่อเนื่อง
ทันย่าลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงฉานของเขาส่องประกายอย่างเจิดจ้า
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายของเขาทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลังจากที่ทันย่ากลืนกินมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชา ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงบ
เหล่าขุนพลเทพทั้งสี่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามองดูร่างที่เปล่งประกายของทันย่าด้วยความเคารพและหวาดหวั่น พวกเขารู้ดีว่าทันย่าได้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิมมาก แต่ความเคารพนั้นแฝงไปด้วยความกลัว เมื่อรู้ว่าเบื้องหลังความยิ่งใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย
ทันย่ายืนอยู่ท่ามกลางซากศพของมอนเตอร์ที่เขากลืนกิน ใบหน้าของเขาเยือกเย็นและไร้อารมณ์
ดวงตาสีแดงฉานของเขามองไปที่เหล่าขุนพลเทพที่กำลังยืนรอคำสั่งต่อไป
แต่ทันย่ากลับไม่มีคำสั่งใดๆ เขามองพวกเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้พวกเขาแยกย้ายไปตามทางของตนเอง
“พวกคุณทั้งหมด จงกลับไปทำหน้าที่ของพวกคุณเหมือนเช่นเดิม”
“ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จงซ่อนความจริงนี้ไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม”
ทันย่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
“เราเข้าใจ ท่านทันย่า เราจะกลับไปยังสถานะเดิมในฐานะเทพธิดาแห่งสงครามของสมาพันธ์โลก ไม่มีใครจะสงสัยในตัวของเราได้”
โรซาเลียเป็นคนแรกที่ตอบรับคำสั่งของทันย่า ชิงหลงเองก็พยักหน้าและพูดขึ้น
“ส่วนข้าจะกลับไปที่สำนักมังกร ทำหน้าที่ของผมในฐานะผู้นำระดับสูงตามปกติ และผมจะไม่เปิดเผยความลับนี้ให้ใครล่วงรู้”
ฮยุนมูเองก็กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ผมจะกลับไปยังสำนักดาบ ทำให้ทุกอย่างเป็นปกติที่สุด จะไม่มีใครรู้ว่าเราเคยพบกันที่นี่”
ส่วนแบคโฮยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
“ชายชราเองก็จะกลับไปยังสมาพันธ์ผู้ใช้พลังจิต ข้าจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและทำงานของข้าเหมือนเช่นเดิม”
ทันย่าพยักหน้าให้กับคำสาบานของพวกเขา แม้ว่าจะเป็นการแยกย้ายกันชั่วคราว
แต่เขารู้ว่าพวกเขาจะยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งของเขา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาจะเรียกพวกเขากลับมาเพื่อทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต
“ดี จำไว้ว่าเราจะยังไม่เปิดเผยความลับนี้ต่อใคร เราจะรอเวลาที่เหมาะสม!”
“เมื่อถึงเวลานั้น เราจะทำให้ทุกคนรู้ว่าใครคือผู้ปกครองที่แท้จริงของโลกนี้”
ทั้งสี่คนพยักหน้าและกล่าวลา จากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันออกไป โรซาเลียหายตัวไปในความมืดราวกับเงาที่ซ่อนอยู่ ชิงหลงหายลับไปในสายลม ฮยุนมูหายวับไปกับแสงที่ส่องประกาย และแบคโฮหายไปในเงามืดที่ล้อมรอบ ด้วยการแยกย้ายกันไปในทิศทางที่แตกต่างกัน
พวกเขากลับไปทำหน้าที่และสถานะที่เคยเป็นมา ทำเหมือนกับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
ทันย่าเฝ้ามองพวกเขาหายไปทีละคน ความเยือกเย็นในดวงตาของเขายังคงอยู่
เขาไม่ต้องการให้ผู้นำขององค์กรมอนเตอร์ที่แท้จริงมาปรากฏตัวขึ้นตอนนี้ เพราะเขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับบุคคลที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนี้ทั้งหมด เขารู้ว่าการเผชิญหน้ากับผู้นำที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน
และเขายังต้องเพิ่มพลังของตนเองให้มากขึ้นเพื่อที่จะพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าในอนาคต (ทันย่าระวังตัวและหวาดระแวง ไม่รู้ว่าผู้นำคนนี้เป็นใคร แต่ทันย่าดันไม่รู้เลยว่าผู้นำลึกลับนี้คลั่งใคล้และศรัทธาในตัวของทันย่ามากยิ่งกว่าขุนพลเทพทั้งสี่ 55+)
“ฉันจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ แข็งแกร่งให้มากยิ่งกว่าใครๆ!”
ทันย่าพูดกับตัวเอง ขณะที่เขามองไปยังขอบฟ้าที่ไกลออกไป
โลกนี้ยังมีความลับอีกมากมายที่ยังไม่ได้ค้นพบ และเขาจะต้องเป็นผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทุกสิ่ง ทันย่ารู้ดีว่าภารกิจยังไม่จบสิ้นลง
การที่ได้รับการยอมรับจากเหล่าขุนพลเทพนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ตอนนี้เขาเป็นราชันแห่งมอนเตอร์ แต่เขาต้องการมากกว่านั้น เขาต้องการครอบครองทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพลัง ความรู้ หรืออำนาจ ชายหนุ่มจะไม่หยุดจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ
[กลับกันเถอะศิษย์รัก]
[ตอนนี้เจ้ามีเรื่องต้องทำไม่ใช่เรอะ?]
ในตอนนั้นดาวาลได้พูดขึ้นอย่างจริงจัง ทำให้ทันย่าต้องพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์!”
จากนั้นร่างกายของเขาก็กลับคืนสู่สภาพปกติ จากเบฮีมอทเป็นมนุษย์ ขณะที่เขาหายตัวไปในความมืดแห่งทวีปมืด ราวกับไร้ซึ่งล่องลอยใดๆ
ในที่สุดผืนป่าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงการต่อสู้และความโหดร้ายก็กลับมาเงียบสงบ ผืนป่าที่ถูกทำลายยังคงเป็นพยานถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเมื่อรุ่งอรุณยามเช้าได้มาเยือน ทว่าความเงียบงันนี้ก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่พายุที่แท้จริงจะมาถึง
ขุนพลเทพที่กลับไปยังสถานะของพวกเขา เป็นเพียงเงาที่ซ่อนอยู่ในสังคมมนุษย์ รอคอยเวลาที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
และเมื่อวันนั้นมาถึง โลกจะต้องสั่นสะเทือนจากพลังของราชันแห่งมอนเตอร์ เบฮีมอทผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทุกสิ่ง
ไม่นาน ทันย่าในร่างมนุษย์กลับมาถึงคฤหาสน์ของเขาเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้า
สายลมเย็นของยามเช้าพัดผ่านใบหน้าของเขา แต่ไม่สามารถดับความร้อนแรงที่อยู่ภายในจิตใจของชายหนุ่มได้ เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาทำให้ทันย่าแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อย
พลังที่เขาดูดซับจากมอนเตอร์ระดับราชาทั้งสองและการขัดเกลาร่างแห่งดวงดาว ทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตนเองไปอีกขั้นนึง
ทันย่าเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์อย่างเงียบงัน เขาไม่เสียเวลาไปกับการพักผ่อนหรือประเมินสภาพร่างกายของตัวเอง
หลังจากที่เพิ่มพูนพลังมาแล้ว เขารู้ว่าต้องเสริมสร้างความสามารถอื่นๆให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีก และการฝึกฝนคือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด
เมื่อเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ทันย่าหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา แต่ร่างกายของเขากลับรู้สึกอบอุ่นราวกับมีเปลวไฟเผาผลาญอยู่ภายใน เขาหลับตาลงสักครู่ รวบรวมจิตสำนึกเข้าสู่ภายในตัวเอง
[เริ่มกันเลยศิษย์รัก ก่อนอื่นเจ้าจะต้องควบคุมกระบวนท่าที่ 1 — คมดาบเริงระบำให้ได้]
ทันใดนั้นอาวุธพลังจิตรูปแบบนึงก็โผล่ออกมา ดาบโลหะสีเงินขนาดกว่าสองเมตรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ลอยล่องอยู่ในอากาศอย่างไร้ที่ติ
ดาบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธธรรมดา มันคือสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ ดาบที่เปล่งแสงประกายสว่างดั่งดวงดาว มันมีพลังจิตที่เชื่อมโยงกับจิตสำนึกของทันย่า เขาพยายามทำให้ดาบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์
“คริสตัลจิตดาวฤกษ์ จินตนาการสร้างเจตจำนงแห่งพลังจิตอันยิ่งใหญ่ ปรับเปลี่ยนเซลล์พันธุกรรมในร่างกาย หลอมรวมทุกสิ่งก่อร่างเป็นดาวฤกษ์แห่งพลังจิต ควบแน่นเจตจำนงขึ้นในส่วนลึกอันลี้ลับ ไร้รูปร่างเปรียบได้ดั่งสายน้ำ ก่อเกิดรูปแบบอันไร้ที่สิ้นสุด”
ทันย่านั่งขัดสมาธิกลางห้องโถง ร่างกายของเขาค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้นอย่างช้าๆ แรงโน้มถ่วงรอบตัวเขาดูเหมือนจะไร้ความหมาย
พลังจิตที่ถูกปลดปล่อยจากร่างโปร่งแสงในทะเลจิตสำนึกของเขา ก่อให้เกิดพลังงานที่ไหลเวียนรอบๆตัว เปล่งประกายแสงสีเงินออกมา
ดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าลอยอยู่เบื้องหน้า เปล่งแสงประกายสีเงินตอบรับ พลังจิตที่รวบรวมอยู่ภายในดาบนั้นถูกปลดปล่อยออกมาทันทีที่มันสัมผัสกับจิตสำนึกของทันย่า ดาบเริ่มสั่นไหวเบาๆในอากาศ ราวกับตอบรับการเรียกของเขาอย่างช้าๆ
ในตอนนั้นทันย่าได้เปิดเปลือกตาของตนเองขึ้นขึ้น สายตาของเขาจ้องมองดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าด้วยความมุ่งมั่น ในแสงสีเงินที่แผ่ออกมาจากดาบ เขาเห็นถึงพลังที่ถูกซ่อนอยู่ พลังที่เขายังไม่สามารถดึงออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และนั่นคือเป้าหมายของการฝึกฝนครั้งนี้
[ไม่เลว ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจจุดประสงค์หลักของเทคนิควิชาอย่างคริสตัลจิตดาวฤกษ์แล้ว]
[ถ้าร่างกายเปรียบเป็นภาชนะแห่งการดำรงอยู่ พลังจิตเองก็คือพลังงานที่เสริมสร้างทุกสิ่ง]