เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 5 เอาเงินร้อยล้านจากลูกค้า!


    วันนี้ผมแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษ พี่หลินพาผมไปซื้อเสื้อสูท เธอเป็นคนเก่งและละเอียดรอบรอบ พี่หลินอธิบายว่าเวลาใส่เสื้อไปพบลูกค้า นอกจากจะแต่งตัวให้ดูดีและน่าเชื่อถือแล้วสีเสื้อก็มีความสำคัญ บางครั้งเราอาจใส่สีฟ้าให้ลูกค้ารู้สึกโล่ง ดีกว่าใส่สีดำที่เป็นทางการ หรือสีเข้มหน่อยเมื่อเจอกับลูกค้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงผมได้เงินหนึ่งแสนบาทจากคุณวรเดช แบ่งไปให้ที่บ้านสี่หมื่น อีกหกหมื่นเก็บไว้ใช้เอง ผมเอาเงินมาซื้อเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายหมดไปอีกสามหมื่นกว่า เหลือเงินแค่สองหมื่นกว่าบาทเองเพื่อธุรกิจเราต้องลงทุนพี่หลินยังสอนหลักการพูด สอนสิ่งต่างๆ ที่ใช้เกลี้ยกล่อมลูกค้าให้อีกด้วยวันนี้ผมนัดเจอพี่หลินที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง บรรยากาศในร้านค่อนข้างเงียบสงบ พี่หลินเอาข้อมูลค้ามาให้
    คุณหญิงวิมลรัตน์อายุ 50 ปีชอบ เครื่องเพชร เครื่องประดับ ไม่ชอบ สุนัข สัตว์เลื้อยคลานสามี_ตายบุตร_มีลูกสาวหนึ่งคนอายุ 20
    “พวกผู้หญิงชอบเครื่องประดับทั้งนั้นเลยนะครับ” ผมบอกพี่หลินพยักหน้า “ผู้หญิงที่ไหนก็ชอบแต่งตัว อยากสวยทั้งนั้นแหละ”“แต่พี่หลินไม่เห็นต้องแต่งไรมากยังสวยนะครับ”พี่หลินจ้องตาผม ผมก้มหน้าอายๆ นิดนึง ปากไวไปแฮะ“พล็อตนี่ปากหวานนะ สงสัยพูดแบบนี้กับลูกค้า รับรองหลงน่าดู”“แฮะ แฮะ มันไม่ใช่แบบนั้นครับ พูดตามความจริง” ผมบอก“ไม่หรอก พี่ก็ทั่วไป” พี่หลินยิ้ม“พี่หลินมีแฟนยังครับ?” ผมถามพี่หลินส่ายหน้า “ไม่มีนะ ทำแต่งานพล็อตก็เห็น บางวันเลิกงานก็ทุ่มสองทุ่ม เอาเวลาที่ไหนล่ะ”“แล้วไม่มีคนถูกใจเลยเหรอครับ”“อืมม..” พี่หลินทำหน้าครุ่นคิด“ไม่มีนะ” พี่หลินบอก“แล้วสเปคพี่ล่ะ?” “ไม่ได้ชอบคนหล่ออะไร ชอบคนเก่ง มีไหวพริบ พึ่งพาได้” พี่หลินบอก“โห หายากนะครับเนี่ย” ผมบอก“นั่งอยู่หน้าพี่คนนึงไง” ผมสะอึกไปเลย พี่หลินชมผมเหรอวะเนี่ย ผมรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะ ผมดูหน้าพี่หลิน ยิ่งดูก็ยิ่งน่ารัก ยิ่งสวย“เขิลก็น่ารักนะเนี่ย” พี่หลินชมผมก้มหน้าอายๆ จากนั้นพูดว่า “เรื่องความน่ารักไม่มีใครเกินพี่หลินหรอกครับ”“พอแล้วพล็อต พี่จะลอยแล้ว” พี่หลินหัวเราะเบาๆ “แล้วพล็อตล่ะมีแฟนหรือยัง”“เคยมีตอน ม.6 แต่คบไม่กี่เดือนก็เลิก”“ทำไมเลิกล่ะ?”“ก็เด็กๆ คบกันอะพี่ ไม่ค่อยคิดไรมาก ตอนเรียนปี 1 ก็มีจีบคนอื่นบ้างแต่ไม่ติด”“อืม สู้ๆ นะ เดี๋ยวคงมีคนน่ารักๆ เข้ามาในชีวิต” คนน่ารักที่ว่าก็อยู่ข้างหน้าผมไง ผมคิด
    เราสองคนคุยกันอีกพักหนึ่ง พี่หลินนัดให้ผมไปพบลูกค้าตอนสิบโมงเช้าของวันเสาร์ ผมก็ตกลง พี่หลินจ่ายค่าอาหารให้ผม แต่ผมรีบบอกไม่ต้อง พี่หลินยืนยันว่าจะจ่ายเพราะเธอเป็นหัวหน้า วันนี้ผมอาจเป็นลูกน้องวันหน้าผมอาจเป็นหัวหน้านะหัวหน้าครอบครัวไง!
    วันนี้นัดเจอลูกค้ามาถึง ผมแต่งตัวใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าหวีผมให้ดูหล่อ ผมฝึกยิ้มบ่อยๆ เพื่อให้ยิ้มเป็นธรรมชาติไม่ใช่เสแสร้งพี่หลินขับรถมารับผมที่บ้าน พี่หลินแต่งตัวสวมเสื้อแขนกุดธรรมดา กางเกงขายาว เราสองคนไปหาลูกค้าที่อยู่บ้านแถวชานเมือง บ้านของคุณหญิงวิมลรัตน์ใหญ่มากๆ เป็นบ้านสีขาวสะอาดมีสองชั้น กว้างขวางมาก ที่บ้านมีสวนมีทั้งกล้วยไม้ กุหลาบปลูกอยู่ มีคนสวนสองสามคนทำงาน ในบ้านคุณหญิงก็มีคนรับใช้หญิงอีกสองคน ผมกับพี่หลินนั่งรอลูกค้าอยู่ที่ห้องรับแขก คนใช้เอาน้ำและเค้กมาเสิร์ฟให้ผมระหว่างรอคุณหญิงลงมาจากห้องนอนจะเข้าพบคนรวย ก็ต้องรอแบบนี้สินะคุณหญิงวิมลรัตน์เดินลงมาจากบ้าน เธอแต่งชุดกระโปรงยาวสีแดง ใส่กำไลเพชรที่ข้อมือ เพชรน้ำงามลูกโต ผมดูไม่เป็นหรอก แต่มันสวยมากที่คอเธอยังใส่ทองเส้นเบอเร่อ ไม่รู้ว่ากี่บาทอาจสักสิบบาทได้ คอจะหักลงมาไหมวะเนี่ยคุณหญิงทำผมทรงกระบังลม ดูแล้วมีสง่าราศีไม่น้อย ริมฝีปากแดงสด ใบหน้าขาวจั๊ว สงสัยโบ๊ะแป้งมาเยอะ!พวกผมยกมือสวัสดีคุณหญิง เธอก็รับไหว้“สวัสดีค่ะ”พี่หลินแนะนำตัวเองและก็ผมให้คุณหญิงฟัง“คุณหญิงยังคงสวยเหมือนเดิมนะคะ”“แหม พูดอะไรไม่รู้ หลินเนี่ย”“หลินแต่งตัวไม่เป็นแบบคุณหญิง อยากให้คุณหญิงแนะนำเคล็ดลับบ้าง”อ้อ ผมเข้าใจละ ทำไมพี่หลินถึงแต่งตัวแปลกๆ ธรรมดา“ไม่มีอะไรเลยค่ะ ก็แค่ดูหุ่นรูปร่างแล้วก็เลือกชุดเลือกสีที่เหมาะสมเท่านั้นเอง”“ยังไงหลินก็อยากให้คุณหญิงช่วยนะคะ แต่งตัวสวยมากเลย”คุณหญิงแกยิ้มแก้มปริ พี่หลินก็ยิ้มเล็กๆ แม่งเอ๊ย ผู้หญิงสองคนคุยกันผมไม่มีที่ให้แทรกเลยว่ะพี่หลินหันไปมองผม “น้องพล็อตคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานค่ะ เป็นเด็กขยันมาก ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีน้องเขาต้องออกจากมหาวิทยาลัยมาทำงาน”คุณหญิงทำหน้าเมตตามองผม “โถ สงสารจังหนู”ผมยิ้มน้อยๆ ก้มหน้าทำตัวให้ดูน่าสงสารพี่หลินพูดขึ้นอีก “ธนาคารต่างๆ ทยอยมีหนี้เสียเพิ่ม คนก็ไปแห่ถอนเงิน ตอนนี้ธนาคารไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับการเก็บเงินอีกค่ะ”คุณหญิงพยักหน้า “ฉันก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกัน”“แต่ก็คงไม่มีใครถอนเงินทั้งหมดของตัวเอง มาเก็บไว้ที่บ้าน มันคงไม่สะดวกในการดูแล” พี่หลินบอก“ฉันก็กลุ้มใจ เงินเก็บในธนาคารฉันก็มี แต่จะให้ถอนมาเก็บไว้ในตู้เซฟมันก็ไม่สะดวกจริงๆ แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร”“ถ้าคุณหญิงไว้ใจบริษัทวิทยทรัพย์ของเรา คุณหญิงสามารถนำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนกับเราได้นะคะ ในช่วงหุ้นตก ราคาน้ำมันตกแบบนี้ บริษัทเราทำกำไรได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ”พี่หลินเปิดให้คุณหญิงดูงบของกิจการบริษัทซึ่งกำไรปีละหลายร้อยล้าน “ผลตอบแทนคือเงินปันผลและหากบริษัทเรากำไรเพิ่มขึ้น มูลค่าในเงินลงทุนของคุณหญิงก็จะเพิ่มขึ้นด้วย” พี่หลินบอกคุณหญิงพยักหน้าเห็นด้วย แต่เธอก็บอกว่า“แต่ฉันไม่รู้เรื่องการลงทุน ฉันไม่ได้ถนัดด้านนี้”“คุณหญิงวางใจค่ะ บริษัทเราจะดูแลให้ทุกอย่าง”“ถึงจะบอกแบบนั้น แต่มันก็..” คุณหญิงหยุดพูดทำสีหน้าลำบากใจ“หลิน เธอก็รู้ สามีพี่ก็ตายไปแล้ว เหลือแต่พี่กับลูกสาว ถ้าลงทุนแล้วขาดทุนมันคงไม่ดีเท่าไร”“คุณหญิงสามารถลงทุนกับเราบางส่วนก่อนก็ได้นะคะ”“อืม..สักสองแสนบาทเป็นไง”“ตามใจเลยค่ะ” คุณวรเดชให้ผมกับพี่หลินชวนคุณหญิงมาลงทุนร้อยล้าน เงินสองแสนมันน้อยเกินไป
    พี่หลินอธิบายเรื่องผลตอบแทนในการลงทุนอีกครั้ง คุณหญิงฟังละก็หน้าเซ็งๆ พี่หลินพลันบอกว่า “ขอโทษนะคะ ห้องน้ำอยู่ไหนคะ”คุณหญิงบอกทางไปห้องน้ำ พี่หลินก็ไป ทิ้งให้ผมอยู่กับคุณหญิงสองคนผมไม่รู้จะพูดอะไร คุณหญิงบอกว่า“หลินพูดเก่งเนอะ เธอไม่เห็นพูดอะไรเลย”“แฮะ..ผมเพิ่งมาทำงานน่ะครับ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ”“เธอเก่งนะ อายุแค่นี้ก็มาเป็นผู้ช่วยหลินแล้ว”“ไม่หรอกครับ ยังต้องฝึกอีกเยอะ”“เธอทำงานที่นี่ได้เงินเดือนเท่าไร”“หมื่นสี่พันบาทครับ”“ฉันชอบคนขยัน บ้านฉันขาดคนช่วยงาน มาทำงานที่บ้านฉันไหม ฉันให้สองหมื่นแล้วเธอก็จะมีเวลากลับไปเรียนมหาลัยด้วย”ผมตกใจเลย ไม่คิดว่าคุณหญิงจะมีข้อเสนอให้แบบนี้“เอ่อ..ผม..” ไม่รู้จะพูดอะไรว่ะงานนี้ผมมองคุณหญิง เธอก็จ้องมองกลับด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม“ฉันอยากช่วยเธอจริงๆ เศรษฐกิจแบบนี้ ถึงทำงานก็ไม่รู้จะตกงานเมื่อไร แต่ถ้าทำกับฉัน ไม่มีตกงานแน่นอน”คุณหญิงไม่พูดเปล่า เอามือมาจับแขนผมเบาๆ แล้วก็ปล่อยผมคิดถึงคำพูดคุณวรเดช ถ้าเกลี้ยกล่อมคุณหญิงมาลงทุนได้ ผมจะได้ 10%แต่ถ้าผมยอมตามใจคุณหญิงและเกลี้ยกล่อมให้เธอเอาเงินร้อยล้านมาลงทุนล่ะต่อให้ไม่สำเร็จผมก็ได้คุณหญิงมาเป็นเมีย ผมก็หนูตกถังข้าวสารอยู่ดีผมใจเต้นตึกตัก ตอนนี้ผมต้องตัดสินใจ!!
    จบตอนที่ 5 หนุ่มน้อยอยากรวยกับคุณหญิงขี้เหงาเจอกัน เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดตาม !