บทที่ 141 กลับบ้าน
“นักเรียนทุนอัน เรื่องภารกิจนั้นต้องขอบคุณเธอมากๆ...” ซานหยานกล่าวขึ้นมาอย่างเกรงใจหลังจากที่ซูหยวนพาพวกเขากลับมาห้องรักษาเหมือนเดิม
“ใช่ พวกเราควรจะทำได้ดีกว่านี้แท้ๆ แต่ที่ผ่านมา...พวกเราสองคนเพิ่งล่าได้แค่ 6 แกนพลังงานเท่านั้น” เนื่องจากมีแค่พวกเขาสองคน แถมอุปกรณ์ใดๆก็มีไม่มากด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ประสิทธิภาพการล่าของพวกเขาจะไม่ดีนัก
“ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นอาวุธของฉันหักล่ะก็....” ซานหยานกัดฟันกรอด เขาไม่ได้อ่อนแอขนาดที่จะล้มลงง่ายๆ ทว่า...เรื่องนี้ต้องโทษที่อุปกรณ์ของเขามีระดับต่ำเกินไป เพียงรับการโจมตีไม่กี่ครั้งก็พังไม่เป็นท่าแล้ว ซึ่งเมื่อเขากลายเป็นผู้บาดเจ็บ ถงเฟยก็ไม่ยอมละทิ้งเขา อีกฝ่ายจึงบาดเจ็บไปด้วย
ดีที่มีนักล่าจำนวนมากอยู่รอบๆนั้น ชีวิตของพวกเขาจึงเก็บกู้กลับมาได้อยู่ ซานหยานสาบานกับตนเองว่าหลังจากนี้...เขาจะเลือกอาวุธให้ดีที่สุด แม้จะไม่ได้กินสารอาหารนานหน่อย ก็ยังดีกว่ามีอาวุธระดับต่ำ
ซูหยวนมองดูทั้งสองคน ความมุ่งมั่นแบบนี้เป็นสิ่งที่เธอชื่นชอบมากๆ ย้อนกลับไปในชีวิตก่อน...เธอเองก็เคยมีรุ่นน้องในแผนกเดียวกันอยู่ อีกฝ่ายก็เป็นเด็กดีแบบนี้ เธอจึงได้สนับสนุนจนกระทั่งทางนั้นสามารถขึ้นเป็นระดับหัวหน้างานได้ ซูหยวนแม้จะมีมนุษย์สัมพันธ์แย่ แต่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถ้าคนที่ดีต่อเธอ เธอก็จะดีตอบ
ตอนนั้นที่ดูแลอีกฝ่ายก็เพราะเห็นถึงความตั้งใจ ไม่คิดเลยว่าหลังจากนั้น เธอก็จะมีคนรู้จักที่แสดงน้ำใจต่อเธอกับเขาบ้าง
วันเกิดของเธอ เค้กก้อนเล็กๆจะถูกส่งมา บางครั้งก็มีของขวัญมาขอบคุณรุ่นพี่อันด้วย ตอนนั้นเธอยังจำได้เลยว่ามีเพื่อนร่วมงานที่ไม่ชอบหน้า มองของขวัญด้วยความอิจฉา แต่ก็นั่นแหละ...ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องของอดีตเท่านั้น
ที่พูดถึงเรื่องเก่าๆนี้เป็นเพราะ ความรู้สึกเดียวกันเกิดขึ้นกับเด็กทั้งสองคนตรงหน้า ถึงปีนี้พวกเขาจะมีอายุมากกว่าเจ้าของร่างอันซูหยวน ทว่า...จิตวิญญาณของเธอก็อายุมากกว่าเขาหลายสิบปีแล้ว
“ถึงจะบอกว่าภารกิจผ่านแล้ว แต่พวกคุณอยากจะแก้ตัวไหม” ซูหยวนเอ่ยถามเสียงเรียบ
“หมายความว่ายังไง....จนกว่าแผลของพวกเราจะหายดี...”
“ใช่ ด้วยยาจากตระกูลจางนี้ แผลของทั้งสองคนน่าจะหายดีในเวลาไม่นาน คิดว่าน่าจะมีเวลาไปล่าได้ในครึ่งเดือนสุดท้าย เป็นยังไง...สนใจจะไปเล่นที่เขต A ด้วยกันหน่อยไหม” ซูหยวนเชิญชวนพวกเขา พร้อมกันนั้นก็ส่ง “น้ำบริสุทธิ์” ที่บรรจุในขวดขนาดเล็กให้พวกเขาด้วย
แผลของทั้งสองคนใกล้จะหายดีแล้ว แต่ยังมีการบาดเจ็บที่จุดต่างๆตามตำแหน่งพลังงานอยู่ บางจุดถูกปิดกั้นเพราะการบาดเจ็บ ดังนั้น...ด้วยน้ำบริสุทธิ์ที่เธอเตรียมเอาไว้แล้วนั้น คงจะช่วยพวกเขาแก้ปัญหานี้ ทำให้การฟื้นตัวรวดเร็วขึ้นได้
“ยาจากตระกูลจางงั้นหรอ” ซานหยานมองดูขวดสีทึบด้วยความสนใจ
“ใช่ ของดีเลยนะ”
“แน่นอนว่าต้องเป็นของดีอยู่แล้ว องค์กรนักล่าสกุลจางนั้นยิ่งใหญ่มาก พวกเขาจะมีของไม่ดีอยู่ได้ยังไง” ถงเฟยหัวเราะออกมา เขาไม่กล้าหยิบยานี้มาด้วยซ้ำ กลัวว่าจะมีราคาแพงเกินกว่าชีวิตทั้งชีวิตของพวกเขาจะหาได้
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบดื่มเถอะค่ะ”
“ไม่ได้ๆ ยานี้มีไว้เพื่อสมาชิกในองค์กรเท่านั้น จะมอบให้คนนอกมั่วๆได้ยังไง” ถงเฟยปฏิเสธต่อ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขออนุญาตประธานจางมาแล้ว” ซูหยวนพูดโกหกตาใส เธอทำเหมือนสิ่งที่ตัวเองพูดเป็นเรื่องจริง ทั้งที่ประธานจางคนนั้นไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อนด้วยซ้ำ
“แต่ว่า...มันมีค่ามากเกินไป”
“ฉันให้ค่ากับเพื่อนร่วมกลุ่มมากนะคะ ไม่ใช่แค่ภารกิจนี้ที่ฉันรบกวนพวกคุณ แต่ในอนาคต...หากมีภารกิจกลุ่มอีก ฉันก็อยากจะให้พวกคุณรับฉันไว้ในกลุ่มค่ะ” ซูหยวนมองพวกเขาอย่างตรงไปตรงมา
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เธอเองก็มีภารกิจที่ต้องไปทำให้กองทัพ ดังนั้นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่สถาบันนี้...พวกเราย่อมต้องช่วยเหลือ”
“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็รับความช่วยเหลือจากฉันบ้างนะคะ” เมื่อเจอซูหยวนพูดแบบนี้ ทั้งสองก็ปฏิเสธไม่ได้อีก
ก่อนหน้านี้ตัวเองยังบอกว่าพวกเขาจะช่วยเหลือซูหยวนเอง แล้วถ้าเกิดว่าซูหยวนต้องการช่วยเหลือพวกเขาบ้าง แต่พวกเขากลับไม่ยอมรับไว้ นี่มันจะไม่ถือว่าเป็นการเสียมารยาทหรอกหรือ?
สุดท้ายทั้งสองก็รับมันเอาไว้ พวกเขากระดกรวดเดียวหมด แสดงให้ซูหยวนเห็นว่าไม่มีใครเจตนาจะนำมันไปขายต่อหรือมอบให้คนอื่น การแสดงความจริงใจของพวกเขาทำให้ซูหยวนชื่นชมขึ้นไปอีก
“ฉันรอที่จะร่วมงานด้วยในอีก 45 วันข้างหน้านะคะ” เธอพูดแค่นั้นแล้วก็เดินจากไปทันที ปล่อยให้ทั้งสองลอบมองตามด้วยความซาบซึ้งใจ
เพราะการล่าของซูหยวนทำให้ความยากของภารกิจจบชั้นปีที่ 1 เพิ่มขึ้นไปหลายเท่าตัวนัก ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งถูกนำตัวกลับมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บกันอย่างต่อเนื่อง
หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาสามารถล่าพวกกลายพันธุ์ได้ในพื้นที่เขต A ส่วนต้นๆและส่วนกลางๆ สัตว์กลายพันธุ์รอบๆนี้จะไม่ได้อันตรายมากนัก พวกมันต่อสู้กันเป็นเดี่ยวๆ ไม่เหมือนกับเขตที่จะเชื่อมออกไปยังเขต B ตำแหน่งนั้นจะเริ่มอันตรายขึ้นมาแล้ว
น่าเสียดายที่ปีนี้ ซูหยวนได้ทำลายโอกาสนั้นของพวกเขา เธอล่าพวกกลายพันธุ์ในบริเวณต้นๆทางไปเกือบหมดแล้ว พวกกลายพันธุ์หนึ่งพันตัวเป็นแต้มเพื่อส่งภารกิจ แล้วยังมีนอกจากนั้นที่เธอส่งซากมันเข้าไปในมิติอีก ให้ใช้ชิ้นส่วนเพื่อสร้างยาสารดึงดูดสัตว์ร้าย ในขณะที่แกนพลังงานเหล่านั้น...เก็บตุนเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นก็ยังได้ อย่าลืมว่าตอนนี้เธอมีธนูเพลิงอยู่ในมือ ที่ต้องกินพลังงานมหาศาลอยู่นะ
เด็กสาวเป็นนักเรียนไม่กี่คนเท่านั้นที่กลับเข้ามาเรียนในสถาบัน ดังนั้นห้องเรียนจึงเงียบมากๆ แต่พวกอาจารย์เข้าใจได้ พวกเขาไม่ได้สั่งสอนเธอมากนัก เพียงบอกให้เธอทบทวนความรู้แล้วก็จากไป เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เป็นแบบนี้ ซูหยวนจึงเปลี่ยนใจที่จะอยู่ในสถาบันตลอด 45 วัน แล้วกลับไปยังพื้นที่เขตกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งของบ้านใหม่ที่เธออยู่
“พ่อคะ แม่คะ หนูกลับบ้านแล้วค่ะ”
ซูหยวนร้องบอกทางหน้าบ้าน เวลาที่เธอเลือกจะกลับมา เป็นช่วงเย็นๆจนเกือบค่ำแล้ว ทุกคนในบ้านควรจะกลับมา ซึ่งถ้าเธอร้องบอกแบบนี้ที่หน้าบ้าน พวกเขาก็จะรีบมาที่หน้าประตูในไม่กี่วินาที เป็นแบบนี้ตลอด...ยกเว้นก็แค่ครั้งนี้
“พ่อแม่คะ...” ซูหยวนเรียกอีกครั้ง ก่อนจะพบความผิดปกติ เธอกระโดดข้ามกำแพงบ้านเข้าไปด้านในทันที
คิ้วของเด็กสาวขมวดมุ่น รับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นข้างในทันที เธอไม่ได้รับการตอบรับจากครอบครัว ทั้งๆที่เวลานี้ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนแล้วแท้ๆ เพราะแบบนั้น...ซูหยวนจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปข้างในโดยไม่รออีก
สภาพบ้านของเธอดีขึ้นมาก บิดาหารายได้จากการล่าจนมีเครื่องนอนที่อบอุ่นและนุ่มสบาย ไหนจะเครื่องเรือนอื่นๆที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อผ้าไม่ได้มีแค่ชุดหรือสองชุดเหมือนก่อนหน้านี้ ทำให้กลิ่นเหม็นในบ้านไม่มีอีกต่อไป ขนาดชุดป้องกันที่บิดาของเธอใส่ในระหว่างออกไปล่า ก็ยังมีชุดสำรองอีกสองสามชุด เห็นแบบนี้แล้ว...ก็แสดงว่าครอบครัวปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้แล้วจริงๆ เพียงแต่....
ชีวิตที่ดีขึ้น ทำไมพวกเขาถึงยังทำงานอยู่แล้วไม่ยอมกลับบ้านกันล่ะ? ถ้าพวกเขาต้องทำงานเพิ่ม แบบนี้ก็ไม่ถือว่าถูกต้องแล้ว
ดีที่ซูหยวนไม่ต้องคิดให้หัวหมุน เมื่อเธอเดินออกมาจากบ้านก็พบกับมารดาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางอ่อนแรง หลังจากที่อันเหลียงเห็นลูกสาว คราแรกเธอตกใจ แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเศร้าใจเสียอย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้นกับพ่อหรอคะ” ซูหยวนร้อนใจเมื่อเห็นภาพนั้น มารดาของเธอค่อนข้างเข้มแข็ง ถ้าอีกฝ่ายกลับมาบ้านเพียงลำพังด้วยท่าทางแบบนี้ หรือว่าพ่ออันจะได้รับบาดเจ็บ!
“ซูหยวน หยวนเอ๋อร์....ฮือๆ” อันเหลียงพยายามควบคุมตัวเอง ไม่อยากให้ลูกสาวต้องเป็นกังวล แต่เธอก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้จริงๆ ทันทีที่เห็นลูกสาว ก็เหมือนกับได้เห็นที่พึ่งสุดท้ายของตน
ซูหยวนไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ มีเพียงยืนนิ่งๆปลอบโยนมารดาจนอีกฝ่ายสงบลง เธอจึงได้พากันเข้าไปในบ้าน หลบสายตาของชาวบ้านข้างๆจำนวนมากที่พยายามจะชะโงกหน้าเข้ามามองเหล่านั้น
ให้ตายเถอะ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน มนุษย์ก็ยังเป็นบุคคลที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้านอยู่เช่นเดิม...
“เกิดอะไรขึ้นคะแม่ แล้วพ่อไปไหนคะ”
“ซูหยวน ตอนนี้พ่อของเราน่ะอยู่โรงพยาบาลแล้ว”
“อยู่โรงพยาบาลหรอคะ!” ซูหยวนตกใจมาก สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือครอบครัวได้รับบาดเจ็บ คิดไม่ถึงว่าพ่ออันที่แข็งแกร่งขนาดนั้นก็ยังได้รับบาดเจ็บจนต้องไปนอนโรงพยาบาลอีกจนได้!
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่พ่ออัน เรื่องนี้เป็นพ่ออันที่ผิด...ฮือๆ”
“หมายความว่ายังไงคะ” ดีที่อันเหลียงรีบบอกลูกสาวก่อน ถ้าไม่พูดออกไป ซูหยวนคงวิ่งไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลพ่ออันเป็นแน่
“พ่อของเราน่ะสิ ช่างประมาทเหลือเกิน ทำเอาเด็กสาวดีๆคนหนึ่งต้องบาดเจ็บไปด้วย มารดาสงสารเธอจริงๆ” อันเหลียงก้มหน้าลง ท่าทางเหมือนกับเสียใจมากๆ
“ก่อนหน้านี้ พ่ออันไปมีเรื่องกับพวกนักล่าที่อยู่เขตกลางเดิม พอพ่ออันเป็นผู้อาศัยที่เขตกลางบ้าง แต่ยังรวมกลุ่มล่ากับพวกนักล่าเขตนอกที่สนิทสนมกัน พ่อเล่าว่าคนพวกนั้นพยายามมาชวนพ่ออันไปล่าด้วยกันหลายครั้ง แต่พ่ออันปฏิเสธไป คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าพวกสารเลวนั้นจะโกรธแค้นที่พ่ออันไม่ตกลง พวกมันจึงได้ลอบโจมตีพ่ออันแบบนี้”
“โชคดีที่เด็กสาวคนนั้นมาเห็นเข้า เธอเข้ามาช่วยรับการโจมตีแทนพ่ออัน ตอนนี้ยังบาดเจ็บที่ด้านหลังอยู่เลย เด็กสาวที่น่าสงสาร....เธอไม่ใช่ผู้ใช้พลังงานด้วยซ้ำ การฟื้นตัวก็ยาก แม่เองก็เคยผ่านสถานการณ์แบบนั้นมาแล้ว รู้ว่ามันทรมานขนาดไหน” นึกถึงตอนที่ตัวเองถูกโจมตีใหม่ๆ เธอก็ยิ่งสงสารเด็กดีคนนั้นขึ้นไปอีก
“เพราะเธอช่วยพวกเราไว้มาก ดังนั้นตอนนี้พ่ออันก็เลยต้องไปเฝ้าเธอที่โรงพยาบาล ส่วนพวกคนจากเขตกลางพวกนั้นถูกจับไปแล้ว เจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรม จับพวกเขาลงโทษอย่างหนัก ไม่มีโอกาสกลับมาที่เขตกลางอีกต่อไป”
แม่อันเหลียงอธิบายทั้งหมด เธอพูดไปก็เศร้าใจไปด้วย รู้สึกสงสารเด็กสาวคนนั้นมากจริงๆ ยิ่งเห็นว่าเธอน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูหยวน ก็ยิ่งคิดว่าถ้าเป็นลูกสาวของตนเองที่ต้องบาดเจ็บ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง
ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แม้ว่าครั้งนี้จะมีคนอื่นได้รับบาดเจ็บ ก็ยังดีที่ไม่ใช่พ่อหรือแม่ของเธอใช่ไหม? ความคิดนี้ค่อนข้างเห็นแก่ตัว แต่มันก็คือความรู้สึกของเธอจริงๆ
แน่นอนว่าซูหยวนไม่มีทางปล่อยผู้มีพระคุณให้อยู่อย่างลำบาก ในเมื่อเธอเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวอันแล้ว ก็ต้องตอบแทนให้ดี
“พรุ่งนี้ หนูขอไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ”
“ดีแล้วลูก ดีแล้ว...ลูกต้องขอบคุณเธอมากๆนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ซูหยวนคลี่ยิ้มปลอบมารดา เพราะยังไม่สามารถนำอาหารดีๆมาให้กินได้ ดังนั้นจึงมีเพียงการดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์เพื่อคลายความกังวลเท่านั้น
วันนี้ซูหยวนก็ยังนำน้ำดื่มมาให้ที่บ้านอีกจำนวนมาก พวกเขาควรจะพอกินสำหรับ 3 เดือน แต่ถ้าสำหรับพ่อแม่อันที่ดื่มวันละ 1 แก้ว บางทีคงจะอยู่ได้ถึงปีเลย
สองแม่ลูกใช้เวลากลางคืนด้วยกันเงียบๆ ก่อนที่จะเตรียมพร้อมไปสถานรักษาที่พาเด็กคนนั้นไปอยู่ แม่อันไปที่โรงพยาบาลพร้อมกับเงินค่ารักษาที่แพงมาก ค่าใช้จ่ายต่อคืนในเขตกลางแทบจะมากกว่ารายได้ต่อวันของพ่ออันเลย ถ้าไม่ใช่เงินเก็บที่มีค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาของพวกเขา ต่อให้อยากจะรักษาก็คงโดนไล่ออกมาแทน
แม่อันพาซูหยวนไปยังห้องรักษา ที่นี่มีคนบาดเจ็บมากมาย ห้องที่พ่ออันเลือกให้เด็กสาวย่อมเป็นห้องที่ดีที่สุด ถ้าเป็นพ่ออันที่ได้รับบาดเจ็บเอง แผลเช่นนี้อาจจะไม่ยอมเข้ารักษาตัวด้วยซ้ำ แต่นี่เป็นคนอื่น เป็นน้ำใจที่คนอื่นมอบให้ พวกเขาจะไม่ใส่ใจได้ยังไง
ซูหยวนเข้ามาในห้องพักฟื้น เธอได้เห็นหญิงสาวที่อายุน่าจะมากกว่าเธออยู่หลายปี ใบหน้าเล็กๆดูบอบบาง แต่ก็ไม่ได้เหมือนจะยากไร้เช่นที่พวกเขตชั้นนอกเป็น ดังนั้นซูหยวนจึงแปลกใจอยู่บ้างที่นึกถึงเหตุการณ์วันที่พ่ออันถูกโจมตี แล้วเด็กสาวคนนี้อยู่ในพื้นที่ล่ากับเขาด้วย
ผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้พลังงาน ร่างกายอ่อนแอนุ่มนิ่มไม่ดูเหมือนว่าเป็นคนจน หากจะเป็นนักล่าก็ไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าเป็นผู้เก็บขยะยิ่งน่าแปลกใจมากขึ้นไปอีก....
…………………………..