“เพียงแค่สร้างค่ายกลระดับเริ่มต้นสำหรับเฉินเฟยแล้วมันง่ายมาก ท่านเย่เทียนโปรดวางใจ!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนหนึ่งกล่าว
“นายท่าน ฉัน...ฉันได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณเมื่อไม่นานมานี้ เกรงว่าฉันคงไม่สามารถสร้างค่ายกลระดับเริ่มต้นได้!”
เฉินเฟยกล่าวอย่างประหม่า
หืมมม!!!!
ทันใดนั้นใบหน้าของราชาหลายคนพลันเปลี่ยนไปภายในไม่กี่วินาทีพวกเขารีบเข้าปิดล้อมเฉินเฟยอย่างรวดเร็ว
ได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ?
นายเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ใช้พลังจิตแม้แต่น้อย วิญญาณของนายจะได้รับความเสียหายได้อย่างไร? เรื่องนี้ไม่มีทางไปไม่ได้
“ท่านเย่เทียน คนผู้นี้เป็นสัตว์อสูรจริงๆ หรือ?”
หยุนเมิ่งหลีไม่แน่ใจนัก
เขาใช้สัมผัสทางจิตวิญญาณของเขาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วแม้แต่เลือดเนื้อของจอมเวทค่ายคนตรงหน้าก็ไม่มีกลิ่นอายของสัตว์อสูรเลยแม้แต่นิดเดียวมันเป็นร่างกายของมนุษย์อย่างแน่นอน!
แต่จู่ๆเฉินเฟยก็บอกว่าเขาไม่สามารถสร้างค่ายกลได้ และเย่เทียนก็มั่นใจว่าเฉินเฟยเป็นสัตว์อสูรนี่มันเรื่องอะไรกัน?
“คุณเคยได้ยินเรื่องพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวหรือไม่?”
เย่เทียนถาม
หยุนเมิ่งหลีพยักหน้า“ผมเคยได้ยินเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน!”
“คนผู้นี้คือสัตว์อสูรที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ด้วยพรสวรรค์ปลอมตัว สัตว์อสูรที่กล้าปลอมตัวเป็นมนุษย์ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!”
กลิ่นอายของเย่เทียนพุ่งเข้ากดดันเฉินเฟย
ครั้นเฉินเฟยรู้ว่าตัวเองถูกเปิดโปงแล้วร่างของเขาก็หายไปในพริบตา
“หายไปไหนแล้ว?”
หยุนเมิ่งหลีและคนอื่นๆตกใจมาก
เมื่อครู่เฉินเฟยยังอยู่ใต้สายตาของพวกเขาแต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่สัมผัสทางจิตวิญญาณก็ไม่สามารถสัมผัสถึงเขาได้
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ในตอนนี้พวกเขาเชื่อมั่นอย่างเต็มที่แล้วว่าเฉินเฟยเป็นสัตว์อสูรจริงๆ!
ไม่มันน่าจะเป็นสัตว์อสูรที่ปลอมตัวมาเป็นเฉินเฟย เฉินเฟยตัวจริงน่าจะตายไปแล้ว
“คิดจะหนีเหรอ?”
เย่เทียนยิ้มเยาะ
วิธีการของฝ่ายตรงข้ามนั้นแปลกประหลาดอย่างยิ่งแม้แต่จิตสำนึกของเขาก็ยังยากที่จะสัมผัสถึงการคงอยู่ของมัน แต่ภายใต้พรสวรรค์ในการคัดลอกเขาสามารถมองเห็นพรสวรรค์ของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
[ประเภท : อสูรมายา
พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับหลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านการปลอมตัว: ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านมายา: ระดับเริ่มต้น
พรสวรรค์ด้านล่องหน: ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านหอกอเวจี: ระดับสูงสุด]
นี่คือพรสวรรค์ของสัตว์อสูรมายาจากพรสวรรค์ของมัน ความสามารถของมันช่างท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง!
พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวพรสวรรค์ล่องหนระดับสูงสุด และยังมีพรสวรรค์หอกอเวจีระดับสูงสุดอีกด้วย พรสวรรค์หอกอเวจีนี้น่าจะเป็นพรสวรรค์ด้านการโจมตี
สามพรสวรรค์ระดับสูงสุดและพรสวรรค์ทางสายเลือดของอีกฝ่ายนั้นก็ไม่ธรรมดา มันจะต้องสามารถเติบโตได้ถึงระดับราชาได้อย่างแน่นอนตอนนี้มันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับสูงเท่านั้น แต่ด้วยพรสวรรค์ทั้งหมดของมัน มันสามารถสังหารระดับปรมาจารย์ทั่วไปได้อย่างไม่ยากเย็น
แม้ว่ามันจะต้องเผชิญหน้ากับระดับราชาหรือระดับศักดิ์สิทธิ์มันก็สามารถหลบหนีไปได้ หากไม่มีพรสวรรค์ในการตรวจสอบ ไม่มีทางเลยที่จะพบตัวมัน
“ตาย!”
เย่เทียนชี้นิ้วออกไป
พรูด
ร่างของอสูรมายาถูกเย่เทียนเจาะทะลุด้วยนิ้วเดียวพรสวรรค์ล่องหนของมันค่อยๆ หายไป ร่างของมันล้มลงกับพื้นทันที
ท่ามกลางสายตาของทุกคนเฉินเฟยที่เดิมทีอยู่ในร่างของมนุษย์ ตอนนี้กลับกลายเป็นซากศพของสัตว์อสูร
สัตว์อสูรตัวนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักมันมีความสูงราว 1เมตร ขนสีขาวปกคลุมทั่วทั้งตัว รูปร่างของมันมีลักษณะคล้ายแมวหรือเสือตัวตนที่แท้จริงของมันเป็นสัตว์อสูรอย่างไม่ต้องสงสัย
“เป็นสัตว์อสูรจริงๆ!”
หยุนเมิ่งหลีเปล่งเสียงพร้อมกัดฟันด้วยความโกรธ
พวกเขาเป็นระดับราชาแต่กลับถูกหลอกโดยสัตว์อสูรระดับสูง แม้เย่เทียนจะอธิบายตัวตนของสัตว์อสูรด้วยตัวเองแต่พวกเขากลับแก้ต่างให้สัตว์อสูร
“ท่านเย่เทียน พวกเราช่างโง่เขลานัก ขอท่านโปรดอภัยด้วย!”
เหล่าราชากล่าวขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร พวกคุณถอยไปก่อนเถอะ ผมจะเอาซากสัตว์อสูรตัวนี้ไปตรวจสอบ!”
เย่เทียนโบกมือและนำศพของสัตว์อสูรและถุงเก็บของมิติของสัตว์อสูรไป
ที่นี่มีบ้านว่างอยู่ไม่น้อยเย่เทียนเลือกบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะหยิบศพของสัตว์อสูรมายาออกมา
“พรสวรรค์ด้านล่องหน คัดลอก!”
“พรสวรรค์ด้านการปลอมตัว คัดลอก!”
เขาคัดลอกพรสวรรค์ทั้งสองนี้ทันที
แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวอยู่แล้วแต่มันก็เป็นเพียงระดับสูงเท่านั้น พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวระดับสูงสุดจะต้องสมบูรณ์แบบกว่าพรสวรรค์การปลอมตัวระดับสูงอย่างแน่นอน
ไม่นานนัก
เย่เทียนก็หลอมรวมพรสวรรค์ทั้งสองเสร็จสิ้น
จากนั้นเย่เทียนก็ลองปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรประเภทหนูสิงโต แมว สุนัข และสัตว์อสูรอื่นๆ ด้วยพรสวรรค์นี้ การปลอมตัวของเขาไม่ได้จำกัดเฉพาะมนุษย์อีกต่อไป
พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวระดับสูงสุดนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวระดับสูงเสียอีก
สำหรับพรสวรรค์ล่องหน!
เมื่อเย่เทียนตรวจสอบมันเขาก็ต้องประหลาดใจกับพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์นี้
เมื่อล่องหนนอกจากจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระแล้ว สัมผัสทางจิตวิญญาณใดๆ ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบการคงอยู่ของเขาได้เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นพรสวรรค์พิเศษที่ยับยั้งพรสวรรค์การล่องหนหรือเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก
“ช่างเป็นพรสวรรค์ที่ทรงพลังจริงๆ ถ้าอสูรมายาไม่ได้พบกับเรา มันก็ไม่มีทางถูกสังหารง่ายๆแน่!”
เย่เทียนยิ้มขณะพูด
การที่ต้องมาพบกับเขาสัตว์อสูรมายาตนนี้ช่างโชคร้ายจริงๆ แน่นอนว่าการที่มันถูกสังหารย่อมเป็นความสูญเสียของเผ่าสัตว์อสูรเพราะสัตว์อสูรมายาตัวนี้มีความสามารถไม่น้อยเลย
เย่เทียนหยิบถุงเก็บของมิติออกมาถุงเก็บของมิตินี้เดิมทีเป็นของเฉินเฟย แต่เขาถูกอสูรมายาชิงไป บางทีสมบัติที่ใช้ล่อลวงสัตว์อสูรทะเลอาจจะอยู่ในถุงเก็บของมิติใบนี้
ดังนั้นเย่เทียนจึงรีบปรับแต่งถุงเก็บของมิติทันทีเมื่อปรับแต่งเสร็จสิ้น เขาก็ตรวจสอบสิ่งของภายในถุงเก็บของมิติ ไม่นานเขาก็พบสิ่งที่ไม่ธรรมดามันคือลูกแก้วที่ปลดปล่อยกลิ่นอายลึกลับออกมา
“ลูกแก้วมังกรวารี!”
เย่เทียนตกใจมาก
เห็นได้ชัดว่านี่คือลูกแก้วมังกรวารีและลูกแก้วนี้ยังปลดปล่อยกลิ่นอายลึกลับออกมาตลอดเวลา
“เราเข้าใจแล้ว กลิ่นอายของมังกรวารีนั้นสามารถดึงดูดสัตว์อสูรในทะเลได้ พวกมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของลูกแก้วนี้พวกมันจึงไม่ลังเลบุกเข้ามา แต่กลิ่นอายนี้คงจะเบาบางเกินไป ดังนั้นสัตว์อสูรทะเลจึงไม่สามารถตรวจจับมันได้ง่ายๆมิฉะนั้นสัตว์อสูรทะเลระดับศักดิ์สิทธิ์คงจะบุกมาด้วยตัวเองแล้ว หยุนเมิ่งหลีและคนอื่นๆไม่สามารถหยุดพวกมันได้แน่!”
เย่เทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาได้ค้นพบแผนการของสัตว์อสูรมายาก่อนมิฉะนั้นสัตว์อสูรมายาคงจะดึงดูดสัตว์อสูรจากทะเลมานับไม่ถ้วน และที่นี่จะต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน
เย่เทียนไม่ได้หยิบลูกแก้วมังกรวารีออกมาเขาเก็บมันไว้ในถุงเก็บของมิติตามเดิม เพราะเขากลัวว่าทันทีที่เขาหยิบลูกแก้วมังกรวารีออกมามันจะไปดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรทะเลอีกครั้ง
เพื่อยืนยันว่าที่นี่ปลอดภัยเขาจึงวางแผนที่จะอยู่ที่นี่เป็นเวลาครึ่งเดือนก่อนที่จะจากไป
ดังนั้นเย่เทียนจึงเก็บตัวบ่มเพาะอีกครั้ง
เขาเริ่มโคจรทักษะการบ่มเพาะกายาทองคำผลที่ได้นั้นดีกว่าทักษะการบ่มเพาะปราณมรกตเป็นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้นการจะเปิดพื้นที่สมองของเขาก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า
เพราะการเปิดสมองไม่สามารถใช้พลังปราณได้เขาจำเป็นต้องใช้เทคนิคการบ่มเพาะกระตุ้นจิตสำนึกเปิดพื้นที่สมองอย่างช้าๆ
การเปิดพื้นที่สมอง1%สมองส่วนในจะดูดซับพลังจำนวนมากเพื่อปรับแต่งร่างกายและเพิ่มความแข็งแกร่งการป้องกันและความเร็ว
กล่าวได้ว่าการฝึกในห้องฝึกฝนระดับสูงสุดจะช่วยประหยัดเวลาในการดูดซับพลังปราณและก้าวหน้าเร็วขึ้นเล็กน้อย
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ได้มีผลกระทบอะไรจากการฝึกฝนภายนอกมากนักห้องฝึกฝนระดับสูงสุดหรือห้องฝึกฝนระดับสูงจึงมีประโยชน์ต่อเสี่ยวเซวี่ยและเย่หยูมากกว่าเขา
สิ่งที่กำหนดความเร็วในการบ่มเพาะระดับศักดิ์สิทธิ์คือทักษะการบ่มเพาะและพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพรสวรรค์นั้นมีความสำคัญอย่างแท้จริงสำหรับการเปิดพื้นที่สมอง แน่นอนว่าสมบัติล้ำค่าบางชิ้นก็มีส่วนช่วยด้วยเช่นกัน
เย่เทียนมีมันอยู่เพียงแค่ขวดเดียวซึ่งเขาได้มันมาจากมิติวิหาร
ตามการคาดเดาของเย่เทียนถ้าเขาต้องการที่จะบรรลุระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี