เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

พบพานมารดา

"เอ่อ........ข้าพาลูกเข้ามาหลอมรวมพลัง"

 

เมื่อได้ฟังคำถามของผู้เป็นภรรยา กู่หลินเฉินก็มิได้รอช้าและทำการตอบกลับไปตามความจริงในทันที

 

ซึ่งคำพูดของเขาประโยคนี้ มันก็ทำให้เหว่ยเสวียนจีถึงกับร่างกายสั่นสะท้านไปครู่ใหญ่ ก่อนที่จะหันไปมองร่างของบุตรชายด้วยความโหยหา หยาดน้ำตาค่อยๆไหลรินโดยที่นางมิอาจหยุดมันได้

 

"จะ เจ้า! เจ้ามันบุรุษใจร้าย ในเมื่อพบเจอลูกชายแล้วทำไมถึงไม่พามาหาข้า"หญิงงามหันกลับมาต่อว่ามหาเทพปีศาจผู้เป็นสามี

 

ทางด้านกู่หลินเฉินเมื่อสดับวาจานี้ ตัวเขาก็บินตรงไปที่ริมฝั่ง จากนั้นใช้แขนโอบเอวนางมาแนบชิดกาย "นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะเจ้าเอาแต่สนใจลูกสะใภ้กับหลานๆ จนลืมข้า"

 

"หึ! ทำตัวเป็นเด็ก ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!!" โฉมสะคราญพยายามขันขืน ทว่ากลับถูกกอดแน่นยิ่งกว่าเก่า "เหว่ยเสวียนจี ในเมื่อข้าพาลูกมาเจอเจ้าแล้ว เจ้าก็ควรจะให้รางวัลข้าเสียหน่อยใช่หรือไม่?"

 

"เหอะ! ให้รางวัลบ้าบออะไร!! ถ้าหากข้าไม่บังเอิญอยู่แถวนี้ เกรงว่าเจ้าก็คงจะคิดปิดบังข้าไปอีกนาน" ผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์กล่าวพลางเบือนหน้าหนี

 

และในวินาทีต่อมานั้นเอง! สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเย่หยุนซีที่กำลังจับจ้องมองมา ซึ่งมันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการหลอมรวมพลังของเขาสำเร็จเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

 

"ละ ลูกของแม่" คำพูดที่แสนสั้นและสั่นเทานี้ ดังออกมาจากปากของเหว่ยเสวียนจีพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงรินไหล

 

"ท่านแม่" ทางด้านเย่หยุนซีแม้จะอยู่ในอารมณ์ที่หลากหลาย แต่เขาก็ยังคงเคลื่อนกายเข้าไปหาบิดามารดา จากนั้นเอ่ยปากเรียกขานโฉมสะคราญเบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหาไม่ต่างกัน

 

"แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ" เหว่ยเสวียนจีมิอาจสะกดกลั้นความรู้สึกผิดได้อีกต่อไป

 

"ท่านแม่อย่าร้องไห้ ข้ารู้เรื่องทุกอย่างจากตาแก่หมดแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่ถือโทษโกรธเคืองท่านเลยสักนิด" หลังสิ้นสุดคำพูด เย่หยุนซีก็เดินตรงดิ่งเข้าไปสวมมารดาเพื่อปลอบประโลมใจ แต่ทว่ามันกลับทำให้หญิงงามยิ่งร้องไห้หนักยิ่งกว่าเก่า เพราะนี่คืออ้อมกอดที่นางเฝ้าฝันถึงทุกคืนวัน

 

ส่วนทางฝั่งบิดาอย่างกู่หลินเฉินนั้น บัดนี้เขาก็กำลังยืนเฝ้าดูสองแม่ลูกอยู่ห่างๆ โดยมิได้เข้าไปรบกวนหรือสร้างความวุ่นวาย

 

"ลูกแม่ ตั้งแต่เด็กจนโตลูกต้องลำบากมากเลยใช่หรือไม่"

 

"นับจากนี้ต่อไป แม่จะไม่ยอมให้ลูกต้องลำบากอีกแล้ว แม่สัญญา" เหว่ยเสวียนจียกมือขึ้นลูบศีรษะของเย่หยุนซีช้าๆขณะให้คำมั่น

 

"ท่านแม่ ข้ามิได้ลำบากอะไรเลยขอรับ ออกจะโชคดีกว่าผู้อื่นด้วยซ้ำ เพราะรอบตัวข้านั้นมีแต่คนที่ดีและไว้ใจได้" บุรุษหนุ่มเอ่ยปากตอบกลับอีกฝ่าย ใบหน้าประดับรอยยิ้มยินดี

 

"จริงหรือ แล้วเขาล่ะ? เขารังแกอะไรลูกหรือเปล่า?" เหว่ยเสวียนจียกมือขึ้นชี้ไปทางสามีของตนแล้วเอ่ยถาม

 

เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "นอกจากทำตัวเย็นชาน่าหมั่นใส้แล้ว เขาก็ยังมิได้ทำอะไรที่ผิดต่อข้าเลยสักนิด"

 

"ท่านแม่ พวกเราเลิกคุยเรื่องนี้กันเถอะ ข้าอยากพบเจอลูกๆและภรรยา ท่านช่วยพาข้าไปหาพวกนางหน่อยได้หรือเปล่า?"

 

"เอ่อ.......สำหรับเรื่องนี้แม่เกรงว่าจะทำให้ลูกต้องผิดหวังแล้ว เพราะทั้ง 4 สาวกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการปิดด่าน ส่วนทางด้านหลานๆ เมื่อวานแม่พึ่งให้พวกเขากินโอสถบำรุงระดับเทพเข้าไป ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ในสภาวะจำศีลและคงไม่ฟื้นตื่นขึ้นในเร็ววัน" โฉมสะคราญกล่าวอธิบายตามความจริงโดยไม่คิดปิดบัง หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว มีหรือที่นางจะมีเวลาว่างมาเดินเล่นแบบนี้ได้

 

"เห้อ ไม่ได้พบเจอกันอีกแล้วงั้นหรือ ช่างเถอะๆ โอกาสหน้าค่อยมาใหม่" บุรุษหนุ่มถอนหายใจ จากนั้นเขาก็ได้พูดคุยกับมารดาไปอีกสักพัก ซึ่งส่วนมากจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เย่หยุนซีได้ประสบพบเจอมานับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน

 

และเมื่อสิ้นสุดการเล่านั้น ใบหน้าของทั้งเหว่ยเสวียนจีและกู่หลินเฉินก็กลับกลายเป็นนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เพราะพวกเขาไม่คาดคิดว่าลูกชายจะผ่านอะไรมามากมายขนาดนี้ทั้งๆที่อายุยังไม่ถึง 50 ปีเลยด้วยซ้ำ

 

"ลูกแม่นี่ช่างน่าอัศจรรย์ ในอดีตตอนแม่อายุเท่าลูก แม่ยังไม่มีประสบการณ์ผจญภัยอะไรแบบนี้เลย" เหว่ยเสวียนจียิ้มกล่าว

 

เย่หยุนซีส่ายศีรษะอย่างแผ่วเบา "หากเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบสงบกับครอบครัวมากกว่า"

 

"หึ! เรื่องนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆหรอกนะ เพราะพรสวรรค์ล้ำฟ้า มันมักจะมาพร้อมกับบททดสอบและปัญหาเสมอ" กู่หลินเฉินเอ่ยปากกล่าว ถึงแม้จะเป็นเหล่าพระเจ้า พวกเขาก็ต้องประสบพบเจอปัญหาเช่นกัน

 

"เห้อ สำหรับเรื่องนั้น ข้าเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ"

 

"อยากจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง การที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้จะต้องอยู่เหนือทุกคนในใต้หล้าและจักรวาล" ใบหน้าของเย่หยุนซีเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมา

 

"หึ! พูดได้ดีนี่ อยู่เหนือทุกคนในใต้หล้า ข้าจะรอดูอย่างใจจดใจจ่อเลยว่าเจ้าจะไปถึงจุดนั้นได้จริงหรือไม่" กู่หลินเฉินรู้สึกพึงพอใจในคำตอบของบุตรชายเอามากๆ

 

"แต่ลูกก็อย่าฝืนตัวเองไปนักล่ะ สำหรับแม่ แม่แค่อยากให้ลูกปลอดภัยเพียงเท่านั้น" พูดจบ! ผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็ได้นำอาวุธประจำตัวของนางอย่างคฑาแห่งการชำระล้างออกมาแล้วส่งมอบมันให้บุตรชายในทันที

 

"โอ่ว แบบนี้ข้าก็ต้องส่งมอบอาวุธให้เขาบ้างสินะ" กู่หลินเฉินไม่อยากน้อยหน้าภรรยาสาวคนงาม ดังนั้นเขาจึงส่งมอบอาวุธประจำกายอย่าง ง้าวเทพปีศาจอมตะ ให้กับบุตรชายด้วยเช่นกัน

 

ซึ่งตัวของเย่หยุนซีก็รับอาวุธทั้งสองนั้นเอาไว้ด้วยความยินดี เพราะอย่างที่เขาบอก สิ่งที่เขาชื่นชอบมีอยู่ 2 อย่างนั่นคือสตรีและสมบัติล้ำค่า

คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน