หลังจากการประลองจบลงทั้งหมดก็แยกย้ายกันไบรอันพยายามรบเร้าให้ลูคัสไปพักอยู่กับเขาให้ได้ เมื่อเลี่ยงไม่ได้ลูคัสจึงบอกเพียงว่าจะอยู่ที่นั่นเป็นการชั่วคราวเท่านั้น
ทั้งสองเรียกรถม้าจากหน้าสถานศึกษาเพื่อเดินทางกลับขณะรถม้าวิ่งเข้าสู่ประตูใหญ่ไบรอันก็บรรยายว่าอาณาบริเวณของปราสาทหินตระกูลเกรนั้นมีเนื้อที่กว้างเกือบเท่ากับสถานศึกษาอีเดน
ประสาทสัมผัสของชายหนุ่มถูกส่งออกไปเกือบสามร้อยเมตรปราณในร่างของเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายที่ซุ่มตัวอยู่ล้วนถูกตรวจพบ
"นี่มันกองทัพชัดๆ " เขาพบผู้ฝึกตนนับร้อย
ลูคัสคิดในใจขนาดตระกูลเกรไม่ใช่อันดับหนึ่งยังเข้มแข็งขนาดนี้แล้วเหล่าตระกูลใหญ่อื่นๆจะเป็นเช่นไร
เมื่อทั้งสองมาถึงด้านในไบรอันก็กล่าวกับผู้ดูแลสั่งเตรียมห้องพักให้อีกฝ่ายก่อนกำชับกับเหล่าคนรับใช้ว่าลูคัสคือเพื่อนสนิทของตน
ขณะทั้งสองยืนอยู่ในห้องโถงก็มีคนรับใช้ในชุดเมดเดินเข้ามา
"คุณชายน้อยผู้สืบทอดแห่งวันเดอร์แลนด์มารอท่านตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้วขอรับ"ชายผู้นั้นกล่าว
ไบรอันพยักหน้าก่อนชักชวนลูคัสให้ตามไปด้วยด้วยความที่ปราสาทตระกูลเกรนั้นมีเนื้อที่กว้างขวางทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาเดินสักระยะระหว่างทางทุกคนที่พบก็ทำการทักทายไบรอันด้วยความเคารพ
ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงห้องที่เป็นประตูไม้สีแดงสลักด้วยรูป"ลาสีเทา" ที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลเกร
"สวัสดีอาเธอร์" ไบรอันทักทายชายร่างผอมที่ใส่ชุดเกราะหนังสีดำ
เมื่อได้ยินชื่อของชายคนนี้ทำให้ลูคัสย้อนคิดถึงคุณตาเพราะทั้งสองมีชื่อเดียวกัน
"ไงเพื่อน" ชายที่ถูกเรียกตรงเข้ามากอดคอไบรอันแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมของทั้งคู่
"เฮ้ ไบร์ทนายจะไม่แนะนำเพื่อนให้เรารู้จักบ้างหรือยังไง"ชายคนนี้มีผมสีน้ำตาลยาวลงมาถึงหน้าอก รูปร่างเขาดูผอมเพรียวคล้ายกับลูคัส
"นี่ลูคัส เรน เพื่อนสมัยอยู่สถานศึกษาอีเดน" ไบรอันเดินไปยืนข้างลูคัสก่อนแนะนำกับอาเธอร์
"เราอาเธอร์ แห่ง วันเดอร์แลนด์" ชายเกราะดำยื่นมือทั้งสองออกมากุมสองมือของลูคัส
"สวัสดีอาเธอร์" ลูคัสเองก็ยิ้มก่อนทักทายออกไป
อาเธอร์เองดูเหมือนคุณชายที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีการสนทนากับอาเธอร์จึงลื่นไหลเป็นอย่างมาก
"ผมดีใจที่นายไม่ดูถูกอาเธอร์ แม้ระดับการฝึกตนอาเธอร์จะต่ำแต่เขาก็ไม่ได้เป็นขยะอย่างที่คนอื่นกล่าวหากัน"
ไบรอันออกตัวแทน
เมื่อพลังปราณในร่างของอาเธอร์เผยออกมาลูคัสทำเพียงยิ้มเล็กน้อยเท่านั้นชายตรงหน้ามีวิธีการบางอย่างซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้โดยเลือกแสดงออกว่าเขามีระดับการบ่มเพาะเพียงอาณาจักรพลังที่ 2 ขั้นต้นเท่านั้น
เมื่ออาเธอร์เห็นรอยยิ้มของลูคัสเขาก็รู้สึกแปลกใจ
"หรือเขาจะรู้" อาเธอร์ครุ่นคิด
"งานชุมนุมใกล้จะเริ่มอาเธอร์เข้าร่วมหรือไม่" ลูคัสลองถามออกไป
อาเธอร์เงียบไปสักพักก่อนตอบ
"ในฐานะผู้สืบทอดคนปัจจุบันผมต้องเข้าร่วมแน่นอนแม้จะต้องอับอายก็ตามที" อาเธอร์เองก็ตอบอย่างถ่อมตน
เมื่อไม่มีอะไรให้สนทนามากนัก อาเธอร์จึงเล่าประวัติย่อๆให้ฟัง ว่าไบรอันคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา อาเธอร์บอกว่าด้วยพัฒนาการด้านการบ่มเพาะพลังที่ที่ช้าตนจึงมักถูกเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นในตระกูลสาขาย่อยอยู่เสมอ "ขยะแห่งวันเดอร์แลนด์" จึงเป็นฉายาที่เหล่าผู้คนตั้งให้
ปัจจุบันแม้ว่าอาเธอร์จะมีอายุตามกำหนด แต่ด้วยระดับการบ่มเพาะขั้นต่ำทำให้เขาเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของตระกูลใหญ่ทั้งแปดที่ไม่สามารถเข้าสถานศึกษาจิวหลิงตามเกณฑ์ปกติได้ตอนนี้เขาใช้เส้นสายเพื่อศึกษาที่นั่นเป็นกรณีพิเศษทำให้อาเธอร์เป็นบุคคลที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำที่สุดในสถานศึกษาจิวหลิง
ไบรอันน้ำตาตกด้วยความเศร้าขณะที่ลูคัสมีท่าทีเรียบเฉยไม่ได้คล้อยตามแต่อย่างใดเขาเพียงรู้สึกไม่เข้าใจในตัวผู้สืบทอดตระกูลวันเดอร์แลนด์ผู้นี้เล็กน้อยว่าทำไมต้องปกปิดความสามารถที่แท้จริงเอาไว้แต่ลูคัสก็เลิกคิดเพราะทุกคนล้วนมีความลับด้วยกันทั้งนั้น
ขณะที่ทั้งสามคุยกันอย่างออกรส
"ไบร์ท ไบร์ททท นายอยู่ไหนเนี้ยยยยย" เสียงแหลมเล็กตะโกนโหวกเหวกมาจากด้านนอก
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ชายหนุ่มผมทรงกะลาครอบทำตัวลีบเล็กลงสร้างความสนใจให้กับลูคัสเป็นอย่างมาก ปัง!ประตูถูกถีบออกหญิงสาวในชุดกระโปรงดำฟูฟ่องก้าว ฉับ ฉับ เข้ามาในมือทั้งสองเต็มไปด้วยเศษดิน
"คุณหนูมีแขกช่วยสำรวมด้วย" สาวรับใช้วิ่งตามด้วยอาการเหงื่อตก
"ชั้นรู้นะว่านายแอบอยู่ในนี้" อีกฝ่ายเป็นหญิงสาวผมทองผิวพรรณดีบ่งบอกว่ามีชาติตระกูลที่สูงศักดิ์
"โหพี่ ประตูก็ไม่ได้ลงกลอนพี่พังเข้ามาทำไม" ไบรอันโอดครวญ
เมื่อแนะนำตัวกันก็ได้รู้ว่าเธอคนนี้มีชื่อว่า"โอลิเวียร์ เกร" เป็นพี่สาวแท้ๆ ของไบรอันพวกเขาอายุห่างกันเพียงปีเดียวเท่านั้นแต่ด้วยความที่โอลิเวียร์เป็นสตรีหน้าที่ผู้สืบทอดจึงถูกโยนให้ไบรอันโดยปริยาย
ขณะนี้ทั้งสี่นั่งสนทนากันในขณะที่มือของโอลิเวียร์ยังเปื้อนดินอยู่
"นายบอกจะช่วยพี่ปลูกดอกไม้" โอลิเวียร์หน้ามุ่ย
"พี่ก็ให้สาวใช้ช่วยกันสิ ผมเป็นนักสู้นะ เข้าใจไหมนักสู้!" ไบรอัน ยืนด้วยท่าทีองอาจ ทำให้อาเธอร์และลูคัสขำกันออกมา
"คุณโอลิเวียร์ปลูกดอกไม้อะไรเหรอครับ" ลูคัสถามด้วยความใคร่รู้
"ดอกลิลลี่ นี่ขนาดดูแลอย่างดีรดน้ำเยอะมากแต่มันกลับตาย"โอลิเวียร์กล่าวอย่างเศร้าสร้อย
"ดอกลิลลี่ไม่ควรรดน้ำมากเกินไปเพราะรากกับหัวจะเน่าและเวลารดน้ำไม่ควรโดนดอกและใบต้องจัดอยู่ในที่ที่มีแสงแดดรำไร..." ลูคัสร่ายยาวราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ
สายตาโอลิเวียร์ตาเป็นประกายในปราสาทแห่งนี้ในสายตาเธอทุกคนล้วนเป็นพวกป่าเถื่อนไร้สาระที่เอาแต่บ่มเพาะพลัง
"เพื่อนเธอคนนี้น่าสนใจดีนะ"โอลิเวียร์มีจุดมุ่งหมายจะยืมตัวลูคัสไปช่วยปลูกดอกไม้
แม้แต่อาเธอร์กับไบรอันเองก็รู้สึกตะลึงเขาไม่รู้ว่าลูคัสจะมีความรู้เรื่องพืชด้วย หารู้ไม่ว่ามัจจุราชสีขาวผู้นี้นี่แหละหนุ่มชาวไร่ตัวจริง
"งั้นก็เป็นโชคดีของพี่แล้วแหละเพราะพ่อหนุ่มคนนี้จะอาศัยอยู่ที่ปราสาทตระกูลเราจนจบงานชุมนุมนักรบสวรรค์"
ไบรอันโยนระเบิดลูกใหญ่ให้ลูคัส
จากนั้นหลายวันให้หลัง
ลูคัสจึงถูกโอลิเวียร์จองตัวให้ช่วยเธอปลูกดอกไม้นานาพรรณเป็นประจำ
"นี่คือดอกไฮเดรนเยียคุณโอลิเวียร์รู้หรือไม่ว่ามันเปลี่ยนสีได้"ลูคัสหนุ่มน้อยชาวไร่ให้ความรู้
ขณะนี้โอลิเวียร์ราวกับเป็นนักเรียนหน้าห้องเธอตั้งใจเรียนรู้เรื่องสายพันธุ์ของดอกไม้จากลูคัสมากมายยิ่งเวลาผ่านไปเธอก็ยิ่งประทับใจในตัวชายหนุ่มผู้นี้
ทุกๆ วันอาเธอร์จะมาหาพวกเขาที่สวนดอกไม้ด้วยขณะนี้โอลิเวียร์กำลังออกไปนำเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ที่รับมาใหม่ ทำให้เวลานี้ในโรงเพาะชำเหลือชายหนุ่มทั้งสองเท่านั้น
เขาตบไหล่อาเธอร์"ในเมื่อเธอชอบดอกไม้ทำไมคุณชายไม่ลองเรียนรู้เรื่องพวกนี้ดูจะได้เข้าหาเธอได้"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ทำให้อีกฝ่ายถึงกับอายชายหนุ่มแอบชอบโอลิเวียร์มาตั้งแต่วัยเด็ก อาเธอร์จึงสอบถามเรื่องดอกไม้กับลูคัสทุกครั้งที่เจอกันจะได้จดจำไปบอกกับโอลิเวยร์เพื่อทำคะแนนเพิ่ม
ลูคัสเองก็พยายามสอบถามเรื่องผู้สืบทอดที่หายตัวไปของวันเดอร์แลนด์อย่างเต็มความสามารถไม่แน่เขาอาจจะเป็นผู้สืบทอดที่หายตัวไปก็เป็นได้ เพราะภาพความทรงจำที่ตนเห็นล่าสุดตอนทะลวงขั้นราวกับว่ามารดาของเขากำลังถูกใครบางคนตามล่าอยู่ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวที่ได้ฟังแต่ก็ได้อาเธอร์ก็บอกแต่เพียงว่าเหล่าอาวุโสตระกูลบอกว่าเขาคนนั้นอาจถูกพาตัวไปยังทวีปอื่นและทุกครั้งที่อีกฝ่ายตอบคำถามก็มักจะมีการผันผวนทางอารมณ์อยู่เสมอ “เขากำลังโกหก”
"เอ่อลูคัสผมมีเรื่องจะขอร้อง" อยู่ดีๆอาเธอร์ก็เอ่ยขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ
"มันเป็นความลับที่เกี่ยวกับตัวผมน่ะ ไบร์ทเองก็ไม่รู้"อาเธอร์มีสีหน้าจริงจัง
"หากเป็นเรื่องระดับการบ่มเพาะล่ะก็ไม่ต้องจำเป็นต้องอธิบายหรอก"ลูคัสพูดออกมาตรงๆ
อีกฝ่ายอึ้งไป จุดนี้อาเธอร์รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากต้องเข้าใจว่าเขาเก็บซ่อนความลับนี้ตั้งแต่ยังเล็ก แม้แต่ไบรอันที่เป็นเพื่อนสนิทเองก็ยังไม่ทราบความจริงข้อนี้
ปู่เขาผู้นำตระกูลวันเดอร์แลนด์คนปัจจุบันเป็นคนบอกเองว่าหากต่ำกว่าระดับจักรพรรดิยุทธลงไปจะไม่มีใครสามารถ มองระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของเขาออกแต่ผิดกับชายหนุ่มตรงหน้าที่เพียงเจอกันไม่กี่นาทีกลับล่วงรู้เรื่องนี้เสียแล้ว
“เขารู้ได้ยังไง”อาเธอร์เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง
"ไม่ต้องห่วงผมไม่บอกใครหรอก คุณคงมีเหตุจำเป็น"ลูคัสเดินไปโกยดินมาใส่กระถาง
เมื่อได้ยินประโยคนี้อาเธอร์ก็รู้สึกเบาใจ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นขยะแห่งวันเดอร์แลนด์ต่อไปทั้งสองจึงทำเป็นลืมเรื่องนี้ก่อนกลับมาคุยเรื่องพืชต่อ
เวลาไหลผ่านไปช่วงเวลาเย็นของวันหนึ่ง
ลูคัสอาศัยอยู่กับตระกูลเกรมาเกือบสี่เดือนแล้วอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันชุมนุม จากการอยู่ที่นี่มาสักระยะก็พบว่ามารดาของไบรอันนั้นจะกลับมาในวันงานพวกเขาสองคนพี่น้องอาศัยอยู่กับพ่อบ้านและคนรับใช้เพียงลำพัง ส่วนอาเธอร์ก็ราวกับเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งของตระกูลเกรเลยก็ว่าได้เพราะเขาจะโผล่มาที่นี่เกือบทุกเวลา
ขณะนี้ทั้งสี่กำลังนั่งประชุมกันที่ห้องโถง
"นี่ของนายลูคัส" ไบรอันส่งซองจดหมายสีแดงให้กับเขา
ลูคัสพลิกซองก่อนเปิดภาพนิมิตดูก็พบว่ามีตราประทับรูปมังกรสีทองอยู่สิ่งนี้คือบัตรเชิญ
"นายจำงานชุมนุมพยัคฆ์ที่สถานศึกษามอวู้ดส์ได้ไหม นี่ก็คล้ายๆกันนั่นแหละแต่เปลี่ยนชื่อเป็นงานชุมนุมมังกร"
ไบรอันตอบ
ไบรอัน เกรขยายความให้ฟังว่าเนื่องจากเหล่าผู้คนที่เตรียมเข้างานชุมนุมนักรบสวรรค์มีจำนวนมากเกินไปจดหมายสีแดงจึงคัดเลือกเฉพาะเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงในทวีปไปร่วมงานน้ำชาในครั้งนี้เท่านั้นเท่ากับว่าใครที่ได้รับจดหมายก็นับว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติของทางราชวงศ์เจียง
ลูคัสเองก็ไม่ได้สนใจงานน้ำชานี้สักเท่าไหร่ ตนเพียงคาดหวังว่าจะได้พบเฉินหรืออึนจูในงานนี้จึงตกลงที่จะไปตามคำเชิญเพราะหากอยู่ในวันงานชุมนุมแล้วการที่จะมาหาตัวกันคงลำบากไม่น้อย
"อาเธอร์นายจะไปงานน้ำชาคืนนี้มั้ย ถ้านายไม่ไปเราก็ไม่ไป"ไบรอันถามอาเธอร์ที่กำลังถือจดหมายสีแดงในมือ
เขาแคร์ความรู้สึกเพื่อนคนนี้มาก
"ก็ต้องไปสิไบร์ทแค่นั่งกินข้าวพูดคุยมีอะไรน่ากลัวกัน"อาเธอร์ยิ้มก่อนตอบออกมา
โอลิเวียร์เองก็จะไปที่งานน้ำชาครั้งนี้เช่นกันแม้ว่าหญิงสาวจะดูไม่สนใจการต่อสู้และไม่ใช่ผู้สืบทอดของตระกูลแต่ระดับการบ่มเพาะของเธอนั้นกลับมีมากกว่าไบรอันเกร เสียอีก
"งั้นเราไปกันเลยไหม"อาเธอร์ยืนขึ้นวันนี้เขาไม่ได้อยู่ในชุดเกราะสีดำแต่แต่งกายในชุดจอมยุทธสีขาวราวกับเป็นคุณชายเจ้าสำอาง
ขณะที่ทั้งหมดกำลังจะก้าวออกจากห้องไป
"หยุดดด!"ไบรอันในชุดเกราะสีเทายกมือขวาขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนอยู่กับที่ก่อนทำสีหน้าจริงจัง