(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 100 หนึ่งเดือนผ่านพ้นไป

            ไม่นานเวลาก็ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ ทันย่าทุ่มเทให้กับการฝึกฝนทั้งร่างกายและพลังจิตของตนเองในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์


            เขาไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกๆนาทีถูกใช้ไปกับการขัดเกลาความสามารถทุกๆด้านของร่างกายให้ก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น


            ในเวลาเดียวกัน ทันย่ายังใช้เทคนิคคริสตัลจิตดาวฤกษ์เพื่อขัดเกลาพลังจิตและทะเลจิตสำนึกของเขา จิตสำนึกที่กว้างใหญ่ดุจจักรวาลขยายออกไปเสมือนไม่มีที่สิ้นสุด


            พลังจิตที่ไหลเวียนภายในร่างกายถูกขัดเกลาและควบแน่นเป็นปึกแผ่น ทำให้ความสามารถในการควบคุมดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าของเขาก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด


            ในทุกวัน ทันย่าจะปลดปล่อยพลังจิตออกมาเพื่อควบคุมดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า ฝึกฝนและทำความคุ้นเคยอย่างต่อเนื่อง


            ดาบสีเงินส่องประกายเจิดจ้าในอากาศ เปล่งแสงราวกับดวงดาวที่ระเบิดเป็นหมื่นเส้นแสง


            ดาบนี้ไม่ใช่เพียงแค่เศษโลหะธรรมดา มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของเขา ราวกับว่าเป็นอวัยวะที่สามารถเคลื่อนไหวตามคำสั่งของจิตสำนึกได้โดยตรง


            [การพัฒนาของเจ้ามันเกินกว่าที่เราคาดคิดไว้เสียอีก อีกนิดคงใกล้เปิดรูปแบบที่หนึ่งได้]


            ดาวาลเฝ้าสังเกตการณ์การฝึกฝนของทันย่าจากเงามืดในคฤหาสน์ เธอเห็นถึงการพัฒนาที่น่าทึ่งของลูกศิษย์ตน


            ทันย่าไม่เพียงแค่ทำให้พลังของตัวเองก้าวหน้าไปอย่างมาก แต่ยังสามารถควบคุมพลังจิตได้อย่างแม่นยำและสมบูรณ์แบบมากขึ้น


            ดาวาลรู้ดีว่าการฝึกฝนในระดับนี้ต้องใช้เวลายาวนานและความอดทนสูงยิ่ง แต่ทันย่ากลับทำได้ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์


            ชายหนุ่มเองก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง แม้ว่าเขาจะยังไม่ก้าวไปถึงระดับที่ 3


            แต่พลังที่สั่งสมตลอดหนึ่งสัปดาห์นี้ ทำให้เขารู้สึกมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนมากยิ่งขึ้น


            “ใกล้ทะลวงผ่านระดับ 2 ดาวแล้ว!”


            ทันย่าพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะที่เขาควบคุมดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าให้ลอยขึ้นอยู่เบื้องหน้า


            ดาบนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในอากาศ หมุนวนและพุ่งทะลุผ่านมวลอากาศด้วยความแม่นยำและความเร็วที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก


            หลังจากที่ทันย่าได้ฝึกฝนและเสริมสร้างพลังของตนเองจนเสร็จสมบูรณ์ เขารู้ว่าการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กำลังใกล้เข้ามา เหล่าขุนพลเทพที่กลับไปยังตำแหน่งและหน้าที่ของตนเองก็เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเช่นกัน


            แต่สิ่งที่ทันย่าไม่คาดคิดคือการที่มนุษย์กำลังวางแผนบางอย่างที่จะใช้เพื่อกำจัดในตัวของเขา


            ในอีกมุมหนึ่งของสำนักงานหลัก ภายในห้องโถงที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงของสมาพันธ์แห่งโลก มีกลุ่มคนที่กำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับมอนเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเจอ


            ในห้องโถงนี้เต็มไปด้วยเครื่องมือและภาพโฮโลแกรมที่ฉายข้อมูลจากดาวเทียมแซงทัวรี่ ดาวเทียมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว—กำจัดมอนเตอร์


            อาซาเลีย เด็กสาวปัญญาประดิษฐ์ที่มีชีวิต กำลังลอยอยู่บริเวณหน้าจอมอนิเตอร์ใหญ่ จ้องมองข้อมูลที่แสดงบนโฮโลแกรมด้วยสายตาที่นิ่งสงบ


            เธอเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและตรวจสอบระบบต่างๆในสมาพันธ์โลก ด้วยความสามารถในการประมวลผลและการตัดสินใจที่เหนือกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั่วไป เธอถูกออกแบบมาให้เป็นผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบสำหรับภารกิจที่ซับซ้อนเช่นนี้


            ข้างๆเธอคือชายชราในชุดเสื้อคลุมสีขาว


            ท่าทางของเขาดูสง่างามและเต็มไปด้วยประสบการณ์ ไอน์สไตน์ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของสมาพันธ์ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาดาวเทียมแซงทัวรี่ตั้งแต่เริ่มต้น เขายืนอยู่ข้างอาซาเลีย มองดูภาพโฮโลแกรมด้วยแววตาที่ล้ำลึกและแฝงไปด้วยความกังวล


            “สถานะของดาวเทียมแซงทัวรี่เป็นอย่างไรบ้าง อาซาเลีย?”


            ไอน์สไตน์ถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งแต่เต็มไปด้วยความสนใจ อาซาเลียหันมามองเขา แววตาของเธอเป็นประกายเย็นเยียบและพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรายงาน


            [ดาวเทียมแซงทัวรี่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์]


            [ระบบการควบคุมและการยิงอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน ทุกอย่างถูกตั้งค่าเพื่อการโจมตีมอนเตอร์ระดับจักรพรรดิ เบฮีมอท ตามที่ท่านกำหนด]


            ไอน์สไตน์ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับอย่างยินดี


            “นั่นเป็นข่าวดี เราต้องแน่ใจว่าดาวเทียมนี้สามารถกำจัดเบฮีมอทได้ในครั้งเดียว”


            “หากเราพลาดไป มันอาจจะเป็นหายนะสำหรับมนุษยชาติบนโลกแห่งนี้เลยก็ว่าได้”


            อาซาเลียยังคงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีอารมณ์


            [ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเบฮีมอทคือภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่เราต้องเผชิญ?]


            ชายชราพอถูกถามก็ถอนหายใจ


            “เฮ้อ ตัวข้าเองก็ไม่รู้อาซาเลีย”


            “ข้ารู้แค่ว่าเบฮีมอทคือสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ มันต่างไปจากมอนเตอร์ตนอื่นๆ มอนเตอร์ตนนี้มีพลังที่เหนือกว่าทุกสิ่งที่เราเคยเจอ หากมันไม่ถูกกำจัด ทุกสิ่งอาจถูกทำลายจนหมดสิ้น!”


            อาซาเลียหันกลับไปมองภาพโฮโลแกรมอีกครั้ง ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ภาพของเบฮีมอทที่ถูกบันทึกไว้ในข้อมูลเมื่อนหนึ่งเดือนก่อน


            ตัวของเธอรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดในตัวของเบฮีมอทผู้นี้ มันไม่ใช่แค่สัตว์ร้ายธรรมดา แต่มันมีสติปัญญาและความมุ่งมั่นที่น่ากลัว


            “อีกไม่กี่วัน.. ทุกอย่างจะตัดสินใจในอีกไม่กี่วัน เราจะรู้ว่าภารกิจนี้จะสำเร็จหรือไม่”


            ไอน์สไตน์พูดขึ้นเบาๆ ขณะที่เขามองดูข้อมูลบนภาพโฮโลแกรมสามมิติเช่นเดียวกัน


            [ไม่ต้องห่วงไปค่ะ ดิฉันจะทำให้ภารกิจนี้สำเร็จ จะไม่ให้เบฮีมอทหลุดรอดไปได้แน่นอน]


            ชายชราเพียงแค่พยักหน้า แต่ในใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความสงสัยและความกังวล


            เบฮีมอทไม่ใช่แค่มอนเตอร์ธรรมดา มันคือสิ่งที่เหนือกว่านั้น และเขารู้ดีว่าภารกิจนี้จะไม่ง่ายอย่างที่เขาคาดคิด


            ทั้งสองคนยังคงเฝ้าดูการทำงานของดาวเทียมแซงทัวรี่อย่างเงียบงัน ขณะที่เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไป วันเวลาในการกำจัดเบฮีมอทใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และพวกเขารู้ดีว่าเมื่อวันนั้นมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล


            ไม่นาน ในที่สุดแผนการดาวเทียมแซงทัวรี่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทันย่าที่นอนเล่นพักผ่อนอยู่ภายในคฤหาสน์ก็ได้รับการติดต่อเข้ามาโดยตรง


            ชายหนุ่มได้ยินเสียงเตือนที่ดังขึ้นจากกำไลข้อมือ เขาประหลาดใจอยู่เล็กน้อยเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนติดต่อมา ในสมาพันธ์โลก คนที่กล้าติดต่อเขามาเช่นนี้ คงจะมีเพียงแค่ชายชราอย่างหลี่จิ้งคนเดียวเท่านั้น


            [ยัยหนูทันย่า ข้ามารบกวนหรือไม่?]


            [แต่ยังไงก็ตาม.. เจ้ารีบมาที่ห้องโถงในสมาพันธ์โลกสาขาหลักเร็วเข้า ในตอนนี้พวกเราจะเริ่มเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ขึ้น เป้าหมายคือการใช้ดาวเทียมแซงทัวรี่เพื่อกำจัดตัวของเบฮีมอท!]


            เมื่อรู้ว่าถึงวันเวลานั้นแล้ว ทันย่าก็ยักคิ้วด้วยความประหลาดใจ พลางใช้สายตาหันมองไปทางเด็กสาวผู้เป็นอาจารย์


            ดาวาลเองก็พูดอะไรไม่ออก เพราะก่อนหน้านี้เธอได้รับข้อมูลมากมายจากรากฐานสมาพันธ์


            หนึ่งในนั้นคือแผนการที่พวกเขาได้ประชุมกันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน มันเป็นจังหวะก่อนที่ทันย่าจะเข้ามารับตำแหน่งจักรพรรดิสงคราม และพอรู้ถึงข้อมูลดังกล่าว ทั้งสองแทบหัวเราะออกมาอย่างหนัก


            [คิกคิก ไปกันเถอะศิษย์รัก]


            [เราเองก็อยากรู้เช่นกันว่าดาวเทียมอย่างแซงทัวรี่จะหาเบฮีมอทที่ว่าเจอหรือไม่?]


            ในตอนนั้นเด็กสาวเหมือนกำลังเอ่ยแซวไปทางทันย่า ซึ่งมันก็ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก ใครจะไปคิดละว่าเป้าหมายในครานี้คือตัวเขาเอง


            แต่ต่อให้สมาพันธ์โลกจะใช้ดาวเทียมสแกนไปทั่วทุกหนแห่งบนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้


            พวกมันทั้งหมดก็ไม่มีทางได้พบเจอกับร่างขนาดใหญ่อย่างเบฮีมทหรอก เพราะเขานั่งหัวโด่อยู่ภายในเมืองหรู่หมิง และมีร่างกายเป็นมนุษย์ ต่อให้ใช้อีกหลายร้อยชาติก็คงไม่พบเจอ



            ...

            ไม่หยุดเฟ้ย 555+

            ตอนติดเหรียญจะยาวเกือบสองเท่าของตอนฟรีนะ


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน