ตอนที่ 82
โอสถทั้งหก
หลังจากที่เสวี่ยหมิงทำลายโรงฝึกยุทธ์ของผู้เป็นอาจารย์ครั้งที่สาม ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจแม้ว่าพลังฝีมือที่ทดสอบของเสวี่ยหมิงในตอนนี้จะมีผลออกมาเกินกว่าที่คาดคิดก็ตาม ทำให้เสวี่ยหมิงคิดหาวิธีตอบแทนรวมถึงชดเชยให้โจวอู่เว่ยจนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีโอสถปริศนาอีกหกขวด ซึ่งได้รับมาจากเฟยอี้หยินผู้นำแห่งสมาคมพ่อค้าอยู่ เสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นเซียนโอสถอี้เฟยอีกครั้งเพื่อกลับไปยังโรงเตี๊ยมชะตามงคลทั้งยามค่ำคืน
ทันทีที่ยามรักษาการณ์เห็นเซียนโอสถอี้เฟยก็จำได้ จึงปรี่เข้ามาทักทายทำความเคารพ แต่มันก็ไม่ลืมว่าเซียนโอสถผู้นี้ชื่นชอบสั่งอาหารทีละมาก ๆ ขึ้นไปรับประทานบนห้องส่วนตัว ยิ่งไปกว่านั้นผู้นำตระกูลจิวยังกำชับให้ดูแลเซียนโอสถผู้นี้เป็นพิเศษอีกด้วย ดังนั้นหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นพวกมันคงต้องโดนตำหนิเป็นแน่ มันจึงตั้งใจจะแจ้งข่าวเรื่องที่โรงเตี๊ยมจำต้องปิดครัวในวันนี้ แม้ว่าเรื่องราวจะไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของยามผู้นี้ก็ตาม
"เออ ใต้ท่านเซียนโอสถขอรับ ข้าน้อยมีเรื่องจะแจ้งให้ท่านทราบ"
"ว่ามาสิ" เสวี่ยหมิงหันมาหาด้วยสีหน้าเรียบเฉยรักษามาดของเซียนโอสถผู้ลึกลับเอาไว้
"คือว่าข้าทราบว่าใต้เท้าเซียนโอสถชื่นชอบสั่งอาหารของเราไปรับประทานที่ห้องพักแม้ว่าจะเป็นยามดึกดื่นค่ำคืน แต่ว่า..."
"ไม่ต้องอ้ำอึ้งพูดมาเถอะ"
"คือว่าตอนนี้โรงครัวเรามีปัญหานิดหน่อยขอรับ วันนี้ทางร้านเราขายดีมากจนวัตถุดิบหมดเกลี้ยงทุกอย่าง กว่าที่วัตถุดิบชุดใหม่จะมาก็คงเป็นรุ่งสาง เมื่อเป็น..."
เสวี่ยหมิงยกมือขึ้นปรามมิให้มันเอ่ยต่อ
"ขายหมดเลยรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไรวันนี้ข้าอิ่มมากแล้ว"
...มันจะเหลือได้ยังไงกันก็ข้านี่ละที่กินของพวกเจ้าจนหมด
เสวี่ยหมิงหยิบเหรียญทองวาววับออกมายื่นให้กับยามผู้นั้นก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องพักของตัวเอง โดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติมอีก ปล่อยให้ยามยื่นคำนับขอบคุณตอบกลับด้วยความงุนงงเพียงผู้เดียว
.
.
ภายหลังจากที่ประตูห้องปิดสนิทลง เสวี่ยหมิงก็นำหีบไม้ดำหรูหราออกมาจากแหวนมิติ เมื่อฝาของหีบไม้เปิดออกเสวี่ยหมิงก็หยิบขวดโอสถทั้ง 6 ออกมาตรวจสอบดูจึงพบว่าโอสถเสียหายซึ่งเฟยอี้หยินจัดหามาให้นั้นประกอบด้วย โอสถทะลวงร่าง...เสวี่ยหมิงตั้งใจไว้ว่าจะเอาไปมอบให้กับจื่อฮุยที่ช่วยแนะนำจนเขาได้ครอบครองแก่นแท้ลมปราณ ขวดที่สองเป็นโอสถฟื้นชีพขั้นสูง เป็นโอสถรักษาและสมานบาดแผลที่ดีและให้ผลรวดเร็วกว่าโอสถฟื้นชีพอีกหนึ่งขั้น โอสถฟื้นปราณ เป็นโอสถเฉพาะที่ช่วยในการฟื้นคืนลมปราณอย่างรวดเร็ว (แม้จะยังเป็นขั้นต่ำแต่ก็เป็นโอสถที่สำคัญของผู้ฝึกตนขั้นแรกธรรมชาติขึ้นไป จึงถือเป็นโอสถล้ำค่าในเมืองหยกม่วง) ต่อมาเป็นโอสถที่เสวี่ยหมิงคุ้นเคยดี...โอสถหยินหยางเทียนฟง ซึ่งสร้างความยินดีให้กับเสวี่ยหมิงเป็นอย่างมาก เพราะเขารู้แล้วว่าจะตอบแทนโจวอู่เว่ยได้อย่างไร เมื่อความยินดีสงบลงเสวี่ยหมิงก็เปิดจุกโอสถขวดที่ห้าออก กลิ่นเผ็ดร้อนกระตุ้นเลือดลมพลันพวยพุ่งออกมา เสวี่ยหมิงมองดูโอสถประหลาดสีดำปนแดงสดที่คล้ายกับลูกนัยน์ตาของสัตว์ร้ายด้วยความสนใจ เพราะว่าโอสถสิบกว่าเม็ดในขวดนี้ล้วนเสียหายเป็นอย่างมากทำให้รูปร่างในแต่ละเม็ดล้วนแตกต่างจนเสวี่ยหมิงไม่แน่ใจว่ามันคือโอสถอะไร แต่จากกลิ่นไอเผ็ดร้อนแถมยังส่งผลกระตุ้นเลือดลมที่แผ่ออกมาเสวี่ยหมิงก็พอจะรับรู้ถึงความไม่ธรรมดาของมันได้ แต่เพราะโอสถแต่ละเม็ดมีระดับความบริสุทธิ์ไม่ถึงครึ่งทำให้เสวี่ยหมิงตัดสินใจที่จะกลั่นโอสถทั้ง 10 เม็ดนี้เข้าด้วยกันเป็นเม็ดเดียว เมื่อตัดสินใจได้แล้วเสวี่ยหมิงก็วางขวดโอสถใบที่ 5 ลง ก่อนจะหยิบขวดโอสถใบสุดท้ายขึ้นมาเปิดออกทำให้เสวี่ยหมิงพบกับโอสถผลัดกระดูก ซึ่งถือเป็นโอสถที่หาได้ยากยิ่ง แม้จะมีเพียงแค่สามเม็ดแต่หลังจากที่เสวี่ยหมิงทดสอบดูก็พบว่ามันมีความบริสุทธิ์เพียงพอที่จะกลั่นโอสถเม็ดใหม่ที่ใช้งานได้ และแน่นอนว่าโอสถเม็ดนี้จะเป็นของขวัญสุดวิเศษที่โจวอู่เว่ยจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน(โอสถผลัดกระดูกเป็นโอสถที่ช่วยในการทะลวงผ่านขอบขั้นของลมปราณแรกธรรมชาติขั้นกลางได้ แต่ผลที่แท้จริงก็เป็นดังชื่อของมันคือผลัดกระดูก ที่ช่วยยกระดับพลังทางกายภาพจากการขจัดของเสียในร่างกายออกไปได้ราวกับผลัดเปลี่ยนเป็นคนใหม่ แต่เพราะเสวี่ยหมิงตั้งใจว่าจะฝึกฝนให้ได้เส้นชีพจรธาตุเสียก่อนจึงจะทะลวงผ่านไปสู่ขอบขั้นลมปราณแรกธรรมชาติ และในเมื่อเงินทองไม่ใช่ปัญหาอีกบวกกับตัวเขาเองมั่นใจว่าด้วยศาสตร์แห่งการกลั่นจะทำให้เขาหาโอสถชนิดนี้อีกได้อีก ดังนั้นการที่สามารถทำให้โจวอู่เว่ยผู้เป็นอาจารย์เลื่อนระดับไปสู่ลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลายได้ย่อมส่งผลดีมากกว่าในหลาย ๆ ด้าน)
หลังจากนั้นเสวี่ยหมิงก็ใช้เวลาถึงสามวันในการกลั่นโอสถทั้งหกขวดจนเสร็จสมบูรณ์ ทำให้รู้ว่าโอสถในขวดที่ห้านั้นคือโอสถผลาญชีพจร ซึ่งเป็นโอสถพิษกระตุ้นพลังแฝง แม้จะช่วยเพิ่มพลังลมปราณจำนวนมากในระยะสั้น แต่ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายในยามที่มันหมดฤทธิ์ ซึ่งผลเสียก็คือสิ่งตกค้างในร่างกายรวมถึงระดับพลังลมปราณจะลดฮวบลงหลังจากที่ยาหมดฤทธิ์ไปแล้วราวหนึ่งชั่วยามจึงจะฟื้นคืนกลับมา
ก่อนวันประลองคัดเลือกตัวแทนของสำนักมังกรฟ้าสามวันเสวี่ยหมิงก็นำโอสถทะลวงร่างไปมอบให้กับจื่อฮุยที่ดีใจจนน้ำหูน้ำตาไหล ก่อนที่เสวี่ยหมิงจะโชว์ของขวัญที่เตรียมไปมอบให้กับโจวอู่เว่ย เมื่อจื่อฮุยรู้ว่าคือโอสถหยินหยางเทียนฟง กับโอสถผลัดกระดูกก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้นน้ำตาไหลพรากยิ่งกว่าเดิม พร้อมขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเสวี่ยหมิงมาเป็นสหายกับมัน แถมยังเอ่ยดีใจแทนผู้เป็นตาที่มีโอกาสจะบรรลุพลังในระดับสูงได้ตามที่ใฝ่ฝันเอาไว้ ทำให้เสวี่ยหมิงถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูก ได้แต่เร่งขอตัวจากมาเพื่อไปหาโจวอู่เว่ย แม้ตอนแรกจื่อฮุยอยากจะขอติดตามไปด้วยแต่เสวี่ยหมิงบอกว่าเมื่อได้โอสถมาก็ให้เร่งฝึกฝนจะดีกว่าเพราะการประลองใกล้เข้ามาแล้วจื่อฮุยจึงได้เชื่อฟังและทำตาม (แม้จะเป็นการประลองคัดเลือกตัวแทน แต่เมื่อเป็นการประลองที่เป็นทางการ ดังนั้นจึงมีผลต่อการจัดอันดับของศิษย์ในสำนักมังกรฟ้าด้วย)
ภารกิจแรกเสร็จสิ้นด้วยน้ำหูน้ำตาแห่งความปิติ ส่วนภารกิจที่สองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะหลังจากที่โจวอู่เว่ยเห็นของขวัญที่เสวี่ยหมิงนำมาให้ตัวเองชัดตา...มันก็แข็งค้างและหมดสติไปทั้งที่ยังยืนอยู่ ลำบากเสวี่ยหมิงและบ่าวชราทั้งสองต้องนำตัวโจวอู่เว่ยไปวางนอนบนเตียง หลังจากที่ผ่านไปครู่ใหญ่ผู้เป็นอาจารย์ของเสวี่ยหมิงก็กลับฟื้นขึ้นมา ก่อนจะยิ้มร่าเอ่ยปากเล่าว่าเมื่อครู่มันฝันดีมาก ฝันว่าเสวี่ยหมิงนำโอสถที่มันถวิลหาตลอดชีวิตมามอบให้ ยิ่งตื่นขึ้นมาพบเสวี่ยหมิงโจวอู่เว่ยก็รู้สึกว่าความฝันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะหากผู้เป็นศิษย์สายตรงของตัวเองทำผลงานได้ดี มันอาจจะได้รับโอสถวิเศษดั่งที่ฝันไว้จากสำนักมังกรเทวะก็เป็นได้
ข้างเสวี่ยหมิงและบ่าวชราทั้งสองที่ได้ฟังคำบอกเล่าก็อมยิ้มกลั้นหัวเราะกันอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดเสวี่ยหมิงก็เฉลยความจริงให้โจวอู่เว่ยรับรู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมิใช่ความฝันพร้อมยัดขวดโอสถทั้งสองใส่มือของผู้เป็นอาจารย์...แน่นอนว่าโจวอู่เว่ยดีใจมากจนสลบไปอีกหน