หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 22 เงินหล่น
หลังจากได้รับค่าชดเชยจากตระกูลตู้และของขวัญขออภัยอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งห้าก็เดินทางกลับบ้านทันที
หลี่ซานพี่ชายสามกระซิบถามเป่าเปาขึ้นว่า
"น้องเล็ก ตอนนี้ครอบครัวเรามีเงินแล้ว เราควรบอกราคาค่ายาของพี่ใหญ่ให้ท่านแม่รู้ดีหรือไม่?"
ก่อนหน้านี้ตอนเขาไปซื้อยาให้พี่ชายคนโต ใช้เงินไปกว่าหนึ่งตำลึง เงินเ่าั้คือเงินที่ยืมมาจากสหายของน้องสาวคนเล็ก เมื่อ ยืมเงินมาก็ต้องคืน แต่จะเอาที่ไหนไปคืนล่ะ หากไม่ใช่ขอจากมารดาในตอนนี้
เป่าเปาส่ายหน้าก่อนจะกระซิบกลับไปว่า
"ขืนบอกไป ท่านแม่ได้รู้เื่ทำการค้าของพวกเรากันพอดี ดีไม่ดี อาจจะคิดว่าพี่แอบซุกเงินของครอบครัวเอาไว้ก็เป็ได้"
"เฮ้ย แบบนี้ไม่ได้นะ"
หลี่ซานพี่ชายสามเอ่ยออกมาเสียงดัง อย่างลืมตัว ทำให้คนอื่นๆ หันมาสนใจสองพี่น้องที่กำลังเดินรั้งท้ายอยู่
"เป่าเปา เ้าจะให้ข้าอุ้มตลอดทางแบบนี้ไม่ได้นะ"
"ซานหลาง เ้าเป็บุรุษเสียเปล่า แค่อุ้มน้องสาวนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็โอดครวญไปได้ มาลูกรัก เดี๋ยวพ่อพาเ้ากลับบ้านเอง "
หลี่ชุนผู้เป็พ่อเอ่ยขึ้น เขารับเป่าเปามาขี่ไว้ที่คอ ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า
"เห็นมั้ย ไม่มีใครรักเ้าเท่าพ่อคนนี้อีกแล้ว พ่อจะพาเ้าขี่หลังจนกว่าจะถึงบ้านเลย"
"ท่านพ่อจะพาข้าขี่หลังจนถึงบ้านจริงๆ หรือเ้าคะ?"
"แน่นอน หากไม่ถึงบ้านพ่อจะไม่ปล่อยลงเด็ดขาด"
"ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเ้าคะ"
"แน่นอน สัญญาลูกผู้ชายเลย"
เป่าเปายิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะอ้อนขอให้บิดา พาไปดูนั่น เดินผ่านนี่ วนไปนู่นที ไปนี่ที
"เรากลับบ้านกันเถอะ"
"แต่ข้าอยากเห็นกระต่ายในป่านี่เ้าคะ ข้าไม่สบายมานานจนไม่เคยไปไหน ไม่รู้ชาตินี้จะมีโอกาสได้เห็นหรือไม่"
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาวสุดที่รัก หลี่ชุนผู้เป็พ่อก็เกิดแรงฮึด ขอแยกทางพาเป่าเปาขี่คอวนไปที่ชายป่า สุดท้ายกว่าเขาจะได้กลับถึงบ้าน ก็ถูกเป่าเปาฝึกร่างกายจนเกือบลุกไม่ขึ้นในวันถัดไป
---------
หลายวันผ่านไปหลังเื่ร้ายๆ จบลง เื่น่ายินดีก็เข้ามาแทน ตอนแรกที่เคยตกลงว่าจะไปสู่ขอิจูหลังฤดูเก็บเกี่ยวจบลง ก็สามารถล่นระยะเวลามาเป็อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ที่ยังไม่ได้ไปสู่ขอในตอนนี้ เพราะห้องนอนในครอบครัวมีไม่พอจะแยกให้เป็ห้องของคู่แต่งงานใหม่ ทำให้บ้านตระกูลหลี่ต้องจัดการเื่นี้ให้แล้วเสร็จเสียก่อน ถึงจะสามารถรับสะใภ้เข้ามาได้
การขยับขยายต่อเติมห้องในยุคสมัยนี้ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก ตระกูลหลี่มีบุรุษมากมายอยู่แล้ว ขาดแต่ไม้ที่เป็ตัวหลักในการต่อเติมครั้งนี้
เป่าเปาเป็คนอาสาจัดตารางทำงานให้กับเหล่าบุรุษในการต่อเติมบ้านครั้งนี้ ซึ่งหลี่หลิงผู้เป็แม่เองไม่ได้คัดค้าน เพราะคิดว่าเป็การละเล่นของเด็ก ผ่านไปพักหนึ่งนางก็คงเบื่อไปเอง
แต่ใครจะไปรู้ว่าการขอจัดการในครั้งนี้ของลูกสาวคนเล็กมีบางอย่างแอบแฝงอยู่ด้วย นอกจากเป่าเปาจะช่วยให้ห้องหอของพี่ชายใหญ่สำเร็จแล้ว นางยังจัดตารางฝึกให้ท่านพ่อ ท่านอา และเหล่าพี่ชายของนางอีกด้วย
"ท่านพ่อเ้าคะ ข้าว่าพี่ชายใหญ่แข็งแรงกว่าท่านอีกนะ เ้าคะ"
"เหตุใดลูกถึงคิดเช่นนั้น"
"ก็พี่ชายใหญ่ขนไม้ทีละสามท่อนเลยน่ะสิเ้าคะ แข็งแรงมากเลยจริงๆ"
"เฮอะ แค่นั้นเอง พ่อสามารถขนได้เป็สิบเลยคอยดู"
แล้วหลี่ชุนผู้เป็พ่อก็ลุกไม่ขึ้นไปอีกสองวันหลังจากนั้น
---‐----
ณ จวนตระกูลจิ้น
ตอนนี้ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่จิ้นอัน หลานชายคนเดียวในบ้านออกเดินทางไปศึกษากับอาจารย์ฮุ่ยที่เมืองทังโจว
อีกไม่กี่วันจะเป็วันก็จะเป็วันครบรอบวันเกิดของเขา ดังนั้นฮูหยินผู้เฒ่าจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อไปฉลองกับหลานชายที่เมืองทังโจว โดยมีนายผู้เฒ่าอย่างจิ้นฝูขอตามไปด้วยอีกคน
"เ้าช่างเป็ภรรยาที่งดงามขึ้นทุกวันจริงๆ เมื่อก่อนสวยเท่าไหน ตอนนี้ก็แก่...เอ้ย สวยเท่าเดิมไม่เปลี่ยนเลย พวกเ้าว่ามั้ย"
เหล่าข้ารับใช้ได้แต่ก้มหน้าอมยิ้ม แต่ไม่มีใครเอ่ยตอบ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้สนใจคำพูดไร้สาระของสามี นางกำลังปรึกษากับลูกสะใภ้เกี่ยวกับของที่ต้องเตรียมไปในครั้งนี้
"ข้านี่ช่างโชคดีจริงๆ ที่มีภรรยาดีเช่นเ้า จะดีกว่านี้หากภรรยาที่แสนดีพาข้าไปด้วย"
เขาเหลือบตามองภรรยาของตัวเองทีหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สนใจก็เอ่ยต่อขึ้นอีกว่า
"ข้าเนี่ยมันคนวาสนาดีมากเลยนะที่..."
"หากท่านยังไม่เงียบ ก็อยู่เฝ้าจวนกับลูกท่านเสียเถอะ"
"..."
จิ้นฝูที่กำลังจะพูดต่อ ปิดปากลงทันที ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากปากของเขา คำพูดของภรรยาเมื่อครู่หมายความว่าเขาสามารถไปเยี่ยมหลานชายพร้อมภรรยาและลูกสะใภ้ได้แล้วใช่หรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนั้นจิ้นฝูก็รีบวิ่งออกไปที่ห้องของตัวเองเพื่อจัดเตรียมของสำคัญที่ต้องนำติดตัวไปด้วย ทั้งยังส่งเสียงโห่ร้องอย่างดีใจไปตลอดทาง
ฮูหยินผู้เฒ่าที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจในพฤติกรรมของสามี ก่อนกันมาสนทนากับลูกสะใภ้ว่า
"หลายวันมานี้มีคนแวะเวียนมามาก เ้าต้องระวังๆ หน่อยนะ เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ"
่นี้มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในวังหลวง ทำให้ขุนนางเริ่มมีการแบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายกันออกไป เสนาบดีจิ้นเองก็เป็หนึ่งในขุนนางที่มีอิทธิพลลำดับต้นๆ ทำให้เหล่าขุนนางพากันมาหยั่งเชิงที่จวนแห่งนี้
เมื่อเห็นสถานการณ์น่าลำบากใจเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นจึงตัดสินใจพาคนในตระกูลไปเยี่ยมหลานชายที่อยู่ต่างเมือง เพื่อหลบเลี่ยงผู้คนที่จะเข้ามาหา มีเพียงบุตรชายของนางเท่านั้นที่ยังทำงานและไม่ได้ตามไปด้วย
ถึงจะเป็อย่างนั้นนางก็ไม่ได้กังวลใจมากนัก เพราะบุตรชายของนางสามารถอ้างว่าทำงานอยู่จึงไม่สะดวกรับแขกได้ แต่หากมีนายคนอื่นอยู่ด้วยจะไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธเช่นนี้
ทางด้านนายผู้เฒ่าจิ้นที่วิ่งมาถึงห้องนอนก็พุ่งตรงเข้าไปที่ตู้เสื้อผ้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจมาเก็บเสื้อผ้าหรอกนะ แต่เขาตั้งใจมาเอาเงินที่แอบไว้ใต้ตู้เสื้อผ้าเพื่อนำติดตัวไปด้วยต่างหาก
เมื่อก้มลงดูใต้ตู้ก็พบว่าเงินที่แอบไว้ยังคงอยู่ดี แม้มันจะมีไม่มากแต่ก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นเมื่อมีมันอยู่ โชคดีจริงๆ ที่ภรรยาของเขาไม่รู้ จิ้นฝูยิ้มกว้างออกมาก่อนจะซุกมันเอาไว้ในแขนเสื้อ แล้วก็เดินยิ้มร่าอย่างมีความสุขไปหาภรรยาของเขา
"ข้าพร้อมที่จะไปหาหลานชายแล้ว"
ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นมองหน้าสามีทีหนึ่งก่อนจะหันไปบอกให้พ่อบ้านตรวจสัมภาระเตรียมตัวเดินทาง
เสนาบดีจิ้นผู้เป็บุตรชายไม่ได้ไปทำงานในวันนี้เพราะ้าอยู่ส่งบิดามารดาและภรรยาออกเดินทาง ได้ช่วยดูความเรียบร้อยก่อนออกเดินทางอีกครั้ง หลังพบว่าไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสามก็เริ่มออกเดินทางทันที
จากเมืองหลวงไปเมืองทังโจว หากเดินทางด้วยรถม้าโดยไม่หยุดพักจะใช้เวลาเดินทางประมาณสองวันสองคืน แต่เดินทางเป็ขบวนทั้งยังมีการหยุดพักเป็ระยะๆ น่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณสี่ถึงห้าวัน
"โอ้วนี่มันขนมอะไรกัน ฮูหยินเ้าไม่คิดจะซื้อมันหน่อยหรือ?"
"ท่านอยากกินก็ซื้อกินเอาเองสิ ข้าไม่ได้อยากกินเสียหน่อย"
"ข้าจะเอาเงินจากไหนมาซื้อได้ล่ะ?"
"ก็เงินใต้ตู้เสื้อผ้าที่ท่านทำหล่นเอาไว้ไงล่ะ อย่าบอกนะว่าไม่ได้หยิบมา?"
"..."
แม้เขาจะอยู่ในสถานะผู้นำ แค่ทุกการกระทำ มันอยู่ในสายตาของเมีย เฮ้อ...