ผู้าุโสองคนมองหน้ากันสุดท้ายผู้าุโร่างอ้วนมองไปยังอู๋เซิ่งอีกครั้ง“เ้าหนูเ้าปรุงยาเป็งั้นเหรอหรือว่าหลอมยาระดับิญญาได้”
“ก็พอได้บ้าง”อู๋เซิ่งยิ้ม
“ก็พอได้อะไรของเ้าดูเ้าอายุ 14 ปี วาดยันต์ก็ได้ หลอมยาก็เป็ มันจะเป็ไปได้ยังไง” ผู้าุโร่างอ้วนกรีดร้อง
“เ้าอ้วนหุบปากซะเดี๋ยวพวกสาขาปรุงยาก็ได้ยินหรอก”ผู้าุโที่ทำการประเมินราคาตบไปที่หัวของผู้าุโร่างอ้วนทันที
“ใช่ใช่ ข้าลืมตัว”
“ทำไมพวกท่านต้องกลัวสาขาปรุงยาจะได้ยิน”อู๋เซิ่งหรี่ตาลง
“ไม่มีอะไรไม่มีอะไร” ทั้งสองส่ายหน้า
“หากไม่บอกข้าจะไม่นำของมาขายให้พวกท่านอีก”อู๋เซิ่งยิ้ม
“เดี๋ยวก่อนศิษย์ผู้หล่อเหลา เ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้แค่นี้พวกข้าก็ถูกพวกมันกดราคาจนแทบจะขาดทุนอยู่แล้ว”ทั้งสองรีบเข้ามาหาอู๋เซิ่งด้วยใบหน้าอ้อนวอนทันที
“มันเกิดอะไรขึ้นพวกท่านบอกข้ามาก่อน”
“จริงๆแล้วพวกข้านั้นจะรับซื้อวัตถุดิบที่เหล่าศิษย์หามาและขายต่อให้กับสาขาปรุงยาแต่หลายปีมานี้สาขาปรุงยามีชื่อเสียงพวกมันเริ่มกดราคาของพวกข้าทั้งๆที่พวกข้าก็รับซื้อในราคาปกติและขายให้กับพวกมันในราคาที่สมเหตุสมผลแต่พวกมัน้าราคาที่ถูกลงเรื่อยๆสุดท้ายหากฝืนต่อไปพวกข้าก็จะขาดทุน
แต่พวกมันก็ไม่ได้สนใจและประกาศให้ศิษย์ไปขายของให้พวกมันโดยตรงดังนั้นหลายปีมานี้รายได้ของพวกข้าลดลงไปมาก จะมีเพียงศิษย์บางกลุ่มที่ถูกเ้าพวกนั้นเอาเปรียบและนำวัตถุดิบมาขายให้กับพวกเราแต่พวกเราก็ไม่สามารถนำวัตถุดิบไปขายให้กับพวกมันได้อยู่ดีข้าจึงส่งมันไปขายในเมืองแทน” ทั้งสองกล่าว
“แบบนี้นี่เองแล้วอีกฝ่ายปรุงยาได้คุณภาพระดับไหน”
“ระดับก่อกำเนิดลงไปพวกมันก็ปรุงได้คุณภาพระดับสูงอยู่แต่ระดับิญญาถึงตัดิญญาพวกมันปรุงได้แค่คุณภาพระดับกลางเท่านั้น”
“ดูเหมือนก็ไม่ได้มีฝีมืออะไรมากมายนี่”อู๋เซิ่งกล่าว
“หมายความว่าไงเ้าปรุงได้คุณภาพระดับไหน”ทั้งสองกลายเป็ตื่นเต้น
“หากข้าปรุงได้คุณภาพระดับสูงละ”อู๋เซิ่งยกยิ้ม
“หากเป็เม็ดยาระดับิญญาคุณภาพสูงแค่เม็ดเดียวก็ราคา 500 หินิญญาแล้วขาย 10 เม็ดเ้าก็ได้รับ 5000 หินิญญาง่ายๆแต่หากแลกเป็แต้มสำนักก็คงจะได้ประมาณเม็ดละ 2000 แต้ม”
“มากขนาดนั้นเลย”อู๋เซิ่งใ
“ก็เพาะคุณภาพสูงถึงได้ราคาสูงหากเป็เม็ดยาระดับิญญาคุณภาพกลางละก็ได้แค่เม็ดละ500-1000 แต้มเท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอใช้แต้มของข้าแลกสมุนไพรพวกนี้ได้หรือไม่”อู๋เซิ่งส่งรายชื่อสมุนไพรให้อีกฝ่าย
“แลกทั้งหมดเลยงั้นเหรอ”
“ทั้งหมด”
“ได้ข้าจะขายให้เ้าในราคาที่ถูกกว่าปกติแต่เ้าต้องสัญญาว่าจะนำเม็ดยามาขายให้กับข้ารวมถึงยันต์ด้วย” ทั้งสองเผยแววตาคาดหวัง
“ถ้าท่านจริงใจกับข้าข้าก็จะนำมาขายให้กับพวกท่าน” อู๋เซิ่งกล่าว
“ดีเช่นนั้นข้าจะรีบไปเตรียมเดี๋ยวนี้” ทั้งสองรีบเข้าไปในร้านด้วยใบหน้ามีความสุข
“อะไรกันนี่ยังมีคนมาซื้อของกับร้านกระจอกๆแบบนี้อีกงั้นเหรอ” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นทำให้ร่างของผู้าุโทั้งสองหยุดลงร่างสั่นไหวด้วยความโกรธ
“เ้ามาทำไมร้านของข้าไม่ต้อนรับคนปากสุนัขแบบเ้า”
“อะไรกันเต๋อซางจงลู่ พวกเ้ายังกล้าปากดีใส่ข้าอยู่อีกเหรอเ้ารู้หรือไม่หากข้า้าข้าสามารถทำให้ร้านของพวกเ้าหายไปจากสำนักได้เลย”จางเหมินกล่าว
ตระกูลจางเป็หนึ่งในตระกูลที่มีอิทธิพลต่อหุบเขาเฟยเซียงมากเพราะคนใสตระกูลเป็ผู้าุโและศิษย์ในสำนักค่อนข้างมากอย่างเช่นจางไถและจางหลี่ก็คือหนึ่งในคนที่มีอำนาจในสำนัก
“เ้ามีอำนาจอะไรหรือว่าตระกูลจางของเ้าคือผู้ปกครองสำนัก”เต๋อซางคำราม
“แม้พวกเราจะไม่ได้ปกครองสำนักแต่ในอนาคตไม่แน่ว่าน้องชายของข้าจางหลี่อาจจะได้แต่งกับท่านประมุขก็ได้ถึงตอนนั้นมันจะต่างอะไรละ”จางเหมินยิ้มเยาะเย้ย
“ศิษย์อู๋เซิ่งเ้าได้ยินแล้วหรือไม่ในฐานะศิษย์ของท่านประมุขเ้าคิดเห็นอย่างไร”จงลู่หันไปมองอู๋เซิ่งทันที
“อะไรนะเ้าหนะเหรออู๋เซิ่งที่เอาชนะซวีเหยียนกับหนิงหยู”จางเหมินหันไปมองอู๋เซิ่งทันที
“แม้ข้าจะไม่อยากไปยุ่งเื่ส่วนตัวของท่านอาจารย์แต่เื่นี้ยังไงก็ต้องรายงานให้นางทราบเพราะในอนาคตไม่รู้ว่าอำนาจของประมุขจะถูกใครหมายตาบ้างก็ไม่รู้” อู๋เซิ่งกล่าว
“เป็แค่ศิษย์เ้าไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับความสัมพันธ์ของทั้งสองได้หรอก”จางเหมินกล่าว
“ท่านพูดเหมือนกับท่านประมุขนั้นชมชอบผู้าุโจางหลี่น้องชายของท่านอย่างงั้นแหละแต่จากที่ข้าฝึกฝนกับท่านประมุขมา4 ปีนางไม่เคยกล่าวถึงชายใดเลยนางพูดเพียงว่าในสำนักตอนนี้ไม่มีใครคู่ควรกับนางเลย”อู๋เซิ่งกล่าว
“นี่เ้า!!!!!!!!!!!”
“เ้าอะไรยังไม่ใสหัวไปอีก” เต๋อซางคำราม
“ฮึรอวันที่หลานชายของข้ากลับมาข้าอยากจะรู้นักว่าเ้าจะมีจุดจบอย่างไร” จางเหมินกล่าวด้วยใบหน้าโกรธแค้นก่อนจะจากไป
“เ้าเห็นไหมตอนนี้สาขาปรุงยาตกอยู่ภายในอำนาจของตระกูลจางพวกมันหยิ่งยโสไม่พอยังกล้าใฝ่สูงอยากจะท่านประมุขอีก”จงลู่รีบใส่ไฟทันที
“ข้ารู้แล้วเอาไว้เมื่อข้าปรุงยาและวาดยันต์เสร็จเมื่อไหร่จะมาขายให้กับท่าน” อู๋เซิ่งกล่าว
“มันต้องแบบนี้แหละ”ทั้งสองรีบกลับไปนำสมุนไพรมามอบให้กับอู๋เซิ่งทันที
หลังจากได้ของที่้าแล้วอู๋เซิ่งก็กลับมายังที่พักเมื่อเข้ามาอู๋เซิ่งขมวดคิ้วเขาพบว่าค่ายกลของตนเองมีร่องรอยการทำงานอยู่
“ท่านเข้ามาที่พักของข้าใยต้องบุกทำลายค่ายกลเข้าไป”อู๋เซิ่งกล่าว
“แล้วศิษย์คนไหนบ้างที่บ้าวางค่ายกลสังหารเอาไว้มากมายหากข้าไม่รู้จักเ้าดีข้าจะรอดเข้ามานั่งอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ” เมี่ยวอิงเยว่กล่าวขณะที่นั่งอยู่ในสวน
“อยากจะมาก็บอกข้าก่อนข้าจะได้บอกวิธีผ่านค่ายกลเข้ามา”อู๋เซิ่งถอนหายใจและเริ่มซ่อมแซมค่ายกลทันที
“ข้าได้ยินมาว่าเ้าเอาชนะสองคนนั้นได้แล้วไม่เลวเลยไม่ทำให้ข้าเสียชื่อเสียง”เมี่ยวอิงเยว่ยิ้ม
“หยุดแสดงได้แล้วคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าท่านมาเพราะทักษะเมฆาเยือกแข็ง”อู๋เซิ่งเค้นเสียง
“ชิเกลียดนักศิษย์บ้า” เมี่ยวอิงเยว่แสดงท่าทางแง่งอนออกมา
“เอาไป”อู๋เซิ่งมอบหนังสือทักษะออกไปให้นางทันที
เมื่อได้รับหนังสือทักษะมาใบหน้าของเมี่ยวอิงเยว่ก็เต็มไปด้วยความยินดีนางนั่งเปิดอ่านอย่างมีความสุข
“อ้อเมื่อครู่ข้าได้ยินเื่สนุกๆมาด้วย”อู๋เซิ่งยิ้ม
“เื่อะไร”
“เหมือนว่าตระกูลจางจะคิดว่าท่านและคนที่ชื่อจางหลี่ชอบพอกันพวกเขาถึงขั้นกล่าวว่าในอนาคตพวกท่านทั้งสองจะแต่งงานกันถึงตอนนั้นอำนาจของสำนักก็อยู่ในมือของพวกเขา”อู๋เซิ่งกล่าวเสร็จก็หัวเราะออกมา
“ใครมันกล้าพูดไร้สาระออกมาข้าจะไปฉีกปากมันแม้ข้าจะรู้สึกได้ว่าเ้าจางหลี่นั่นคิดยังไงกับข้า แต่ลำพังแค่เ้านั่นคิดจะให้ข้าไปชอบงั้นเหรอน่าขั้นตัวมันยังไม่ถึงระดับตัดิญญาขั้นสมบูรณ์ด้วยซ้ำมีสิทธิ์อะไรมาคิดจะแต่งงานกับข้า”เมี่ยวอิงเยว่กล่าวด้วยความโกรธ
“ดูเหมือนจะชื่อจางเหมินอะไรนี่แหละข้าจำไม่ได้แล้ว”อู๋เซิ่งหัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมา