บทที่ 30
โจมตีจงซานและซุนเคอ
พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงออกมาเมื่อมองเห็นว่าผู้ติดตามของพวกมันโดนเล่นงานล้มลงไปในครั้งเดียว
ในตอนนี้พวกมันสามารถสัมผัสได้แล้วว่าคนไร้ค่าของสำนักมันแตกต่างออกไปก่อนหน้านี้ลู่หมิงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนลู่หมิงเป็นคนไร้ค่าของสำนักผู้คนมากมายตราหน้าว่าเป็นแบบนั้น
แต่ในตอนนี้มันเปลี่ยนไปผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าที่ตกตะลึงออกมาอย่างชัดเจนมองเห็นถึงความแข็งแกร่งที่สามารถซัดร่างกายของผู้ติดตามของมันกระเด็นในครั้งเดียวได้
โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีระดับอยู่ในระดับเดียวกับพวกมันไม่มีทางที่จะโดนคนธรรมดาเล่นงานจนมีอาการแบบนั้นได้อย่างแน่นอน
ซุนเคอนึกย้อนกลับไปถึงก่อนหน้านี้ที่ตัวของมันนั้นเคยปะทะแรงกับลู่หมิงเมื่อทำการนึกย้อนกลับไปถึงในตอนนั้นจึงจำได้ว่าบางทีพละกำลังอันมหาศาลนั้นอาจจะไม่ได้เกิดจากการที่ร่างกายของมันไม่พร้อมก็ได้
มันอาจจะเป็นเพราะว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีกำลังภายในร่างกายจริงๆ“ อะไรกันตัวของเจ้าเปิดประตูแห่งการฝึกฝนได้แล้วงั้นรึ? ”
นั่นคือคำตอบเดียวที่จะสามารถอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ถ้าสามารถเปิดประตูแห่งการฝึกฝนได้มันเองก็คงจะสามารถมีทำแบบนี้ได้
ที่ผ่านมาทุกคนภายในสำนักรู้ดีถึงร่างกายของลู่หมิงที่ไม่สามารถฝึกฝนได้เพราะแบบนั้นผู้คนมากมายภายในสำนักจึงตราหน้าว่าตัวของมันนั้นเป็นขยะไร้ค่าของสำนักที่ไร้ความสามารถ
แต่ถ้าสามารถเปิดประตูแห่งการฝึกฝนได้และสามารถเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนได้ย่อมกลายเป็นผู้ฝึกตนได้และมีพลังไม่ได้แตกต่างจากพวกมัน
แต่สิ่งที่ทำให้พวกมันนั้นรู้สึกประหลาดใจก็คือโดยทั่วไปแล้วอาการบาดเจ็บเช่นนี้ถูกฟันธงจากผู้อาวุโสภายในสำนักแล้วว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้
หรือก็คือตัวของมันไม่สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนได้ตลอดทั้งชีวิตแต่ในตอนนี้อยู่อยู่กับสามารถก้าวสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนได้
จงซานที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังพูดขึ้นมา “ฝึกฝนวรยุทธ์ได้แล้วอย่างไร มันเริ่มทำการฝึกฝนช้ากว่าตอนนี้ระดับคงจะอยู่ต่ำกว่าพวกเราอย่างไรเสียก็ไม่ใช่คู่มือบดขยี้มันซะ ”
คนผู้นี้คิดได้ตามหลักการอันที่จริงแล้วการที่เปิดประตูฝึกฝนได้ในตอนนี้ถือว่าได้เปิดประตูฝึกฝนช้ากว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก
ตามหลักการแล้วควรจะฝึกฝนขึ้นมาอยู่ในระดับเพียงแค่ประมาณขอบเขตเริ่มต้นสีขาวเท่านั้นไม่น่าจะก้าวเข้ามาอยู่ในจุดเดียวกับพวกมัน
แต่ว่าวิธีการฝึกฝนของลู่หมิงมันแตกต่างออกไปในตอนนี้พระกำลังภายในร่างกายและก็เส้นทางของพลังวิญญาณก้าวหน้านำหน้าพลังของพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าไปแล้วโดยที่พวกมันไม่รู้เลย
ซุนเคอได้ยินจะหายของตนเองทำการกล่าวออกมาแบบนั้นจึงทำการแสยะยิ้มที่มุมปาก“ ที่พูดมาก็ถูกต้องจะเกรงกลัวอะไรมัน ”
มันทำการเดินมุ่งตรงเข้าไปหาลู่หมิงที่อยู่บริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็วซุนเคอเท้าทั้งสองข้างมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าของลู่หมิง
มันง้างมือของตนเองขึ้นรวบรวมพลังวิญญาณใส่เข้าไปพร้อมจะใช้ฝ่ามือของตนเองฟาดลงที่ร่างกายของลู่หมิง
โดยตัวของมันนั้นคิดว่าระดับพลังของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าต่ำต้อยกว่าตนเองจึงคิดจะกระทำแบบนี้ฝ่ามือที่ยกสูงขึ้นฟาดลงมาอย่างเต็มแรงหวังจะบดขยี้ร่างของลู่หมิงในฝ่ามือเดียว
ลู่หมิงที่ยืนอยู่แสยะยิ้มที่มุมปากเห็นความโง่เขลาของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าการโจมตีพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ว่าฝ่ามือของอีกฝ่ายถูกหยุดเอาไว้ได้
พรึบ!!!ฝ่ามือที่มีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่ภายในนั้นถูกหยุดเอาไว้ด้วยฝ่ามือของลู่หมิงที่ยื่นเข้าไปรับฝ่ามือที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหยุดลงทันควันราวกับว่าไปกระแทกเข้ากับของแข็งบางอย่าง
ไม่เพียงเท่านั้นพลังวิญญาณที่ถูกใส่เข้าไปภายในฝ่ามือก็หายไปในพริบตา “ อะไรกัน!!! ” ซุนเคออุทาน
มันแสดงใบหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจมันดึงฝ่ามือของตนเองออกมาแต่ว่าไม่สามารถทำได้มันมีเจตนาที่จะดึงฝ่ามือของตนเองแต่ว่าฝ่ามือของลู่หมิงกับกำฝ่ามือของมันแน่น
ฝ่ามือของลู่หมิงกำมือของมันแน่นโดยที่อีกฝ่ายนั้นพยายามจะออกแรงแต่กลับไม่สามารถขยับขยื่นมือของตนเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ลู่หมิงมีระดับขอบเขตพลังที่ทะลุขึ้นไปจนถึงระดับขอบเขตเริ่มต้นสีม่วงแล้วในตอนนี้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าหาใช่คู่ต่อสู้ทำงานออกแรงบีบรัดอย่างรุนแรงกระดูกของมันหัก “ก๊อก!!! ”
ต้องดูภายในมือของมันหักการที่จะบทขยี้กระดูกของผู้ที่เป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณได้จำเป็นจะต้องมีพลังวิญญาณภายในร่างกายมากกว่าคนที่ทำการบดขยี้ถึงสองเท่า
กระดูกมือของมันแตกละเอียดมันส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด“ อ๊าก!!! ” มันทำการส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ร่างกายของมันค่อยค่อยเซไปบริเวณด้านหลัง ซุนเคอดิ้นทุรนทุรายลู่หมิงทะยานเข้าไปใช้ฝ่ามือของตนเองกระแทกเข้าที่บริเวณลำคอของมัน
ตรึง!!! ฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่บริเวณลำคอชายผู้นั้นกระอักเลือดออกมามันแสดงใบหน้าเจ็บปวดเส้นเสียงโดนตัดขาดแม่อยากจะส่งเสียงร้องก็ไม่สามารถทำได้
การลงมือในครั้งนี้โหดเหี้ยมแล้วก็แม่นยำเป็นอย่างมากฝ่ามือนั้นตัดเข้าที่เส้นเสียงพอดีจึงทำให้มันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
จงซานที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันมันตั้งถ้าเตรียมพุ่งพยานเข้าไปช่วยสหายของตนเองที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้
ลู่หมิงที่ยืนอยู่มองเห็นคนผู้นั้นเตรียมตัวพุ่งทะยานเข้ามาจงซานขยับพุ่งตรงเข้าหา เมื่อมันพุ่งตรงเข้ามาใช้ฝ่ามือพุ่งทะยานพร้อมกับจะโจมตีใส่ร่างกายของลู่หมิง
มองเห็นฝ่ามือที่พุ่งทะยานมามันแฝงเร้นไปด้วยจิตสังหารฝ่ามือนี้หวังจะสังหารเมื่อเห็นแบบนั้นทำการดึงร่างกายของซุนเคอเข้ามารับการโจมตีแทน
ฉึก!!! ฝ่ามือที่พุ่งตรงมาหลุดกระบี่ทะลุหน้าอกของซุนเคอจงซานเป็นผู้สังหารซุนเคอ ดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้นฝ่ามือของมันสังหารสหายของมันเอง
ลู่หมิงยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าลงมือสังหารกันเองเหวี่ยงร่างกายของซุนเคอให้กระแทกกับจงซาน
เมื่อทำการวิ่งออกไปร่างกายกระแทกทำให้ชายผู้นั้นกระเด็นไปหลายเมตรลู่หมิงพุ่งทะยานตามไปพริบตาเดียวเท่านั้นร่างกายเคลื่อนที่ไปอยู่บริเวณด้านหลังของจงซาน
ร่างกายเคลื่อนที่ไปอยู่บริเวณด้านหลังใช้หมัดของตนเองควบแน่นด้วยพลังของโทสะคลั่งกระแทกเขาต่อยที่บริเวณกลางหลังอย่างเต็มแล้ว
ตรึง!!!เสียงดังสนั่นหวั่นไหวหมัดนั้นกระแทกเข้าไปที่บริเวณแผ่นหลังของมันกระดูกหักไปหลายท่อนร่างกายของมันกระเด็นเกลือนกลิ้งไปกับพื้น
จงซาน แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดมันหันกลับไปมองเห็นรังสีอาฆาตพรุ่งทะยานมาจากด้านหลังรู้ได้ในทันทีว่าลู่หมิงจะสังหารมันอย่างแน่นอน
เจ้าคนผู้นี้ทั้งฉลาดและก็เจ้าเล่ห์กว่าซุนเคอ มองเห็นว่าลุงหมิงใช้ดวงตาจ้องมองมาที่มันแล้วค่อยค่อยเดินเข้ามาหวังจะสังหารมันลีบถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปภายในสายรัดข้อมือและถอนตัวออกจากการแข่งอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่ามันยอมแพ้มันยอมแพ้กับการแข่งขันครั้งนี้ดีกว่ามันต้องทิ้งชีวิตอยู่ที่สถานที่อย่างดีมันรู้ได้ในทันทีถ้ามันยังคงอยู่ที่สถานที่อย่างนี้มันโดนสังหารตายอย่างแน่นอน
ร่างกายของจงซานค่อยๆหายไปแล้วก็คะแนนที่มันปรากฏขึ้นตรงสายรัดข้อมือของลู่หมิงคนผู้นั้นรักษาชีวิตโดยการถอนตัวออกจากการแข่ง
“ อะไรหนีไปแล้ว ว่าแต่หมัดเมื่อกี้คิดว่าจะสามารถปิดชีวิตมันได้แล้วแต่แท้ทำได้เพียงแค่กระดูกหักดูเหมือนว่าด้านหลังของมันจะใส่อะไรสักอย่างเอาไว้สินะ”ลู่หมิงพึมพำกับตนเอง
แน่นอนตัวของมันรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายหนึ่งมีโอกาสที่จะหนีเป็นอย่างมากเพราะรู้ถึงวิสัยของคนผู้นี้เพราะแบบนั้นหมัดเมื่อครู่ที่ปล่อยออกไปเลยซัดเข้าไปเต็มแรงหวังว่าจะปิดชีวิตมันได้มันได้หมัดเดียวและไม่ปล่อยให้มันหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้
เพราะว่าภายในสถานที่อย่างนี้ถือว่าเป็นสถานที่เดียวที่สามารถสังหารกันได้โดยที่ไร้ความผิดแต่ว่าดูเหมือนว่ามันจะใส่อะไรซักอย่างเอาไว้บริเวณด้านหลังของมันทำให้มันสามารถรักษาชีวิตได้แล้วก็รีบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อคิดดูแล้วก็น่าเสียดายแต่ในตอนนี้มันหนีไปแล้วไม่สามารถทำอะไรได้“ เฮ้อ~ ไปต่อแล้วกัน… ”
ลู่หมิงเริ่มออกล่าคะแนนต่อ
จบบท