หลังจากการปะทะกับ เย่ อู่ฉาง ความเงียบก็กลับคืนสู่ สำนักหมอกควันเมฆา อีกครั้ง แต่ความเสียหายนั้นใหญ่หลวงนัก ลานสำนักเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของอาคารและรอยไหม้จากปราณมาร อาจารย์าุโชิว และศิษย์อีกหลายคนาเ็สาหัส ต้องใช้เวลาหลายวันในการรักษาและฟื้นฟู
หลี่ มู่ไป๋ ใช้เวลาหลังการต่อสู้ในกระท่อมของเขา เขาไม่ได้าเ็หนัก แต่พลังปราณถูกใช้ไปจนหมดสิ้น และเขากำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็วด้วยพลัง ก่อรากฐานขั้นกลาง ที่เพิ่งบรรลุ
มู่ไป๋รู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากเขา แต่ ความไร้อารมณ์ ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนก็ป้องกันไม่ให้เขารู้สึก สำนึกผิด เขาเพียงประเมินสถานการณ์ด้วยตรรกะ: สำนักนี้ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับข้าอีกต่อไป และข้าเป็หนี้บุญคุณพวกเขา
การเผชิญหน้ากับเสวี่ย ลั่วเสวี่ย ลั่ว เป็คนแรกที่มาเยี่ยมมู่ไป๋ เธอไม่ได้มาพร้อมกับความโกรธ แต่มาพร้อมกับ ความกังวล และ ความสับสน
"ท่านพี่หลี่..." เสวี่ย ลั่ว เริ่มต้นด้วยเสียงสั่นเครือ "ท่านเป็ผู้ช่วยเหลือพวกเราไว้ แต่คนที่ตามล่าท่าน... เขาคือใคร? ทำไมเขาถึงได้มีปราณมารที่น่ากลัวขนาดนั้น?"
"เขาคือศัตรูที่ตามล่าสมบัติ" มู่ไป๋ตอบอย่างเ็า "เขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้มันไป"
"สมบัติอะไร?"
มู่ไป๋ไม่ได้ตอบ เขาไม่สามารถเผยความจริงเื่สมุดบันทึกได้ เสวี่ย ลั่ว มองเห็นความนิ่งเฉยในดวงตาของเขา เธอนึกถึงคำพูดของ ซุน เฉิง และความดุดันของปราณที่มู่ไป๋แสดงออกมา
"ท่านพี่" เธอกล่าวอย่างจริงใจ "ท่านต่อสู้เพื่อสำนักนี้ ท่านปกป้องข้า... ท่านไม่ได้ไร้หัวใจ แต่ข้ารู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างกำลังกัดกินความเป็ตัวท่าน ท่านฝึกวิชาต้องห้ามอยู่ใช่หรือไม่?"
มู่ไป๋เงียบไปนาน เขาหันไปมองเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด: "ข้าได้ช่วยชีวิตเ้าไว้ และข้าได้ปกป้องทุกคนในสำนักนี้โดยไม่เปิดเผยความลับของตัวเอง นี่คือ การตอบแทน ที่ข้าทำได้แล้ว เ้าต้องไปจากที่นี่กับข้าในไม่ช้า"
เสวี่ย ลั่ว รู้สึกถึงกำแพงที่มู่ไป๋สร้างขึ้นมาปิดกั้น เธอรู้ว่าความผูกพันของเขาอยู่บนพื้นฐานของการ ชดใช้ ไม่ใช่ความรู้สึก แต่เธอก็ยังยึดมั่นในความเชื่อที่ว่า คุณธรรม ของเขายังไม่ตาย
ซุน เฉิง ไม่สนใจคำโกหกเื่ สมบัติ เขาเชื่อมั่นว่า หลี่ มู่ไป๋ คือผู้บ่มเพาะนอกรีตที่นำภัยพิบัติมาสู่สำนัก
เขาเดินเข้าไปหา อาจารย์าุโชิว ที่กำลังรักษาตัวอยู่
"อาจารย์าุโ! ชายผู้นั้น... หลี่ มู่ไป๋ คือที่มาของหายนะ! ปราณของเขาดุดันและมีร่องรอยของ บาปกรรม ข้าขอเสนอให้เรา กักบริเวณ เขาไว้ทันที และตรวจสอบที่มาของวิชาบ่มเพาะที่เขาแลกเปลี่ยนให้เรามา!"
อาจารย์าุโชิว ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ
"ซุน เฉิง... เ้าพูดถูก ชายผู้นั้นอันตราย แต่เ้าต้องไม่ลืมว่า เขาคือผู้ที่ทำให้เย่ อู่ฉาง าเ็และล่าถอยไปได้ และวิชาที่เขาให้มานั้นมีมูลค่ามหาศาลต่อสำนักเรา"
"เราควรทำอย่างไร?"
"เราไม่สามารถฆ่าผู้มีบุญคุณได้ และเราก็ไม่สามารถปล่อยผู้มีภัยคุกคามไปได้เช่นกัน" อาจารย์าุโชิวตัดสินใจ "จงไปแจ้งเขา... ว่าเนื่องจากเขาเป็ที่้าตัวของ สำนักอนธการนรก และนำภัยมาสู่เรา สำนักจะยกเลิกสถานะศิษย์ ของเขา แต่จะอนุญาตให้เขาอยู่ในสำนักต่อได้ในฐานะ 'ผู้แสวงบุญรับเชิญ' โดยมี เงื่อนไข คือต้องเข้าถึงคลังทรัพยากรอย่างจำกัด และต้อง ทำงาน ให้สำนักเพื่อชดเชยความเสียหาย"
การตัดสินใจนี้เป็การยื่นโอกาสให้มู่ไป๋ ชดใช้ และเป็การผูกมัดให้เขาอยู่ภายใต้การควบคุมและเฝ้าระวังของสำนัก
ภารกิจแรกของการชดใช้ซุน เฉิง นำคำสั่งของอาจารย์าุโชิวไปแจ้งแก่มู่ไป๋ด้วยความไม่พอใจ
"หลี่ มู่ไป๋! สำนักอนุญาตให้แกอยู่ต่อได้ แต่แกต้องชดเชยค่าเสียหายทั้งหมด! ภารกิจแรก: จงไปที่หุบเขาเมฆาคราม และนำ สมุนไพรศิลาวารี มาให้ข้าเพื่อรักษาอาการาเ็ของอาจารย์าุโ"
มู่ไป๋รับคำอย่างสงบ เขาไม่ได้รู้สึกถึงการถูกลงโทษ แต่รู้สึกถึง โอกาส ในการแสวงหาทรัพยากรต่อไป
"ข้าจะรับภารกิจนี้" มู่ไป๋ตอบ
เขาไม่ได้รู้สึกถึงความจำเป็ที่จะต้องชดใช้ด้วยความรู้สึก แต่ด้วย ตรรกะ ที่ว่า: การทำภารกิจคือการเข้าถึงทรัพยากรภายนอกโดยไม่ต้องใช้การแลกเปลี่ยน และเป็การซื้อเวลาให้ตัวเองในสำนัก
มู่ไป๋เตรียมตัวออกเดินทางทันที โดยไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนของซุน เฉิง และความกังวลของเสวี่ย ลั่ว ที่ขอตามเขาไปด้วยอย่างเด็ดเดี่ยว
การเดินทางครั้งใหม่เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... ซึ่งเป็เส้นทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและภาระที่เพิ่มขึ้น