แส้ที่ฟาดไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดของเส้าเหยียนยังมิทันกระทบร่างฝ่ายตรงข้ามมันพลันละลานตาวูบ พลันเห็นเงาร่างเลือนลางมิชัดตาพุ่งเข้าหาพร้อมรู้สึกเหมือนใบหน้าคล้ายโดนช้างเตะพุ่งกระเด็นม้วนตัวตีลังกาเข้าสู่ภายในรถม้าในทันที เสียงรถม้าพังทลาย พร้อมเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของสตรี และเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของชายหนุ่มในรถม้า จากนั้นมีเสียงเตะดังสนั่นพร้อมร่างที่ลอยละลิ่วกลับออกมาของเส้าเหยียน ดุจลูกฟุตบอลตกกระแทกพื้นจนดังสนั่น
"โครม..!!"
"ว๊ายยย..!!"
"ปัง..!!"
"บัดซบ..!! ใครให้เจ้าเข้ามาก่อกวนเวลาสำราญของข้าขณะนี้"
ปรากฎบุรุษหน้าตาหล่อเหลาผมเผ้ายุ่งเหยิงประกายตามากไปด้วยราคะสวมชุดสีม่วงมีราคาท่าทางเป็นคุณชายของตระกูลใดตระกูลหนึ่งอายุประมาณสิบเก้าปีพร้อมสตรีงามวัยเดียวกันสวมใส่ชุดแดงท่าทางยั่วยวน ผุดลุกออกมาจากรถม้าที่พังทลาย ด้วยสภาพเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ผมกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าอิสตรีหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นผิวกายที่ขาวผ่องเป็นยองใยจนผู้ที่พบเห็นต่างต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เส้าเหยียน..ครานี้มิอาจอภัยให้เจ้าได้อีกแล้ว เจ้า...."
เสียงพูดได้ขาดหายไปทันทีเมื่อพบว่า รอบข้างบัดนี้ต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเมียงมองมายังตนและสตรีงามชุดแดง บ้างมีสีหน้าลุ่มหลงบ้างมีสีหน้าเหยียดหยามบ้างมีสีหน้าตกใจ หลังสงบสติอารมณ์จึงกวาดสายตามองสำรวจไปรอบ ๆ พบเห็นคนขับรถม้าของตนกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นเนื้อตัวสกปรกมอมแมมหน้าตาบวมปูดโลหิตเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า บัดนี้ฟันหน้าทั้งหมดของมันได้หลุดร่วงไปหมดสิ้นแล้ว จึงกล่าวถามขึ้น
"เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า แล้วเป็นผู้ใดทำร้ายเจ้า ?"
เมื่อผู้ที่มาเฝ้าชมเรื่องราวสนุกพานพบเห็นผู้ที่มากับรถม้าชัดเจนถึงกับส่งเสียงอุทานดังเซ็งแซ่ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นา ๆ
"อา..นายน้อยตระกูลเหยียน เหยียนตงห่าว"
"เหยียนตงห่าว สหายขององค์ชายสี่แห่งตระกูลราชวงค์ "
"เจ้าหนุ่มนี่คงได้แส่หาความเดือดร้อนใส่ตัวเข้าแล้ว"
"นับเป็นคราเคราะห์ร้ายของเจ้าหนุ่มนี่จริง ๆ ที่ต้องมาเจอกับเจ้า เหยียนตงห่าว"
เหยียนตงห่าวนั้นเป็นบุตรชายคนเดียวของผู้นำตระกูลเหยียนแห่งเมืองชิวหลิง เหยียนตงฝ้าย ตระกูลอันดับหนึ่งของ เมืองชิวหลิง ด้วยมีบุตรชายเพียงคนเดียว เหยียนตงฝ้ายจึงตามอกตามใจและสนับสนุนจน เหยียนตงห่าวกลายเป็นอัจฉริยะของเมืองชิวหลิงที่ยากจะพบพานในรอบร้อยปีมานี้ ตอนมันอายุสิบห้าปีก็บรรลุปราณขุนพลระดับหก จึงได้รับการตามใจจนเคยชิน
ปัจจุบันเหยียนตงห่าวอายุสิบแปดปีได้บรรลุปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดเป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากมันมีนิสัยมักมากในกามราคะชอบฉุดลากสตรีที่สวยงามจนเป็นที่เลื่องชื่อในทางชั่วร้ายแต่เนื่องจากตัวมันมีพลังฝีมือที่กล้าแข็งและเหยียนตงฝ้ายผู้เป็นบิดาก็มีพลังที่สูงถึงระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นกลางมาเนิ่นนานแล้ว
จึงมิมีใครกล้าเอาเรื่องเอาราวกับมันและเหยียนตงห่าวนั้นได้คบหาถูกใจเป็นสหายกับองค์ชายสี่ของตระกูลราชวงค์ซึ่งมีพลังฝีมือเป็นอันดับสองในหมู่พระราชโอรสและพระราชธิดาของตระกูลราชวงค์ องค์ชายสี่นั้นมีนิสัยที่คล้ายคลึงกันคือหมกมุ่นในกามราคะเช่นเดียวกับเหยียนตงห่าวเมื่อมีสหายที่มีอำนาจศักดิ์ใหญ่มันจึงยิ่งเหิมเกริมก่อเหตุไปมาในเมืองเหลียวและเมืองชิวหลิงจนผู้คนต่างเอือมระอาแต่ก็มิอาจทำอันใดได้ผู้คนโดยส่วนใหญ่จึงต่างหลีกลี้ และห้ามปรามมิให้บุตรีออกมาท่องเที่ยวตามลำพัง
เส้าเหยียนเบือนหน้ามองไปยังกังหลงอย่างตื่นตระหนกตัวมันมิคาดคิดว่าบุรุษหนุ่มชุดนักศึกษาสีขาวร่างบอบบางจะมีความรวดเร็วถึงเพียงนี้จึงกล่าว ตะกุกตะกักออกมา
"เปะ..เป็น.คุ..คุณชาย..ท่านนี้.."
มันมิกล้ากล่าวคำหยาบออกมาอีกกลัวจะโดนตบปากเหมือนคราแรกบัดนี้มันรู้สึกปวดระบมไปทั้งใบหน้าดุจโดนท่อนซุงฟาดเข้าให้เหยียนตงห่าวหันไปมองตามสายตาของเส้าเหยียนพบเป็นเพียงบุรุษหนุ่มชุดนักศึกษาสีขาวร่างบอบบางระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นเก้าช่วงชั้นสูงจึงยิ้มเหยียดที่มุมปากคราหนึ่งและหันมองต่อไปยังกลุ่มคนเบื้องหลังของบุรุษหนุ่มทันทีที่สายตาส่องไปพานพบกลุ่มคนด้านหลัง มันถึงกับตะลึงงันไปในทันทีเหมือนหัวใจของมันได้หลุดลอยออกจากร่างไป
เนื่องด้วยมันพบเห็นเบื้องหลังบุรุษหนุ่มกลับยืนไว้ด้วยสตรีเยาว์วัยที่หน้าตางดงามสุดหล้าฟ้าดินถึงสามนางความงดงามของสตรีทั้งสาม ตั้งแต่มันถือกำเนิดมาก็ว่าได้มิมีนางใดที่จะเทียบเท่ากับสตรีทั้งสามนางนี้ ทั้งสามช่างงามหมดจดดุจนางสวรรค์ทรวดทรงองค์เอวสมส่วนมิมีขาดมิมีเกิน ผิวขาวผ่องเป็นยองใยวงพักษ์งามพิลาสล้ำเหนือคำบรรยาย ดวงตาสุกใสกระจ่างดุจน้ำค้างกลางหาวคิ้วโค้งเรียวดุจพระจันทร์เสี้ยว เส้นผมดำขลับสยายแม้จิตกรเอกก็มิอาจสร้างสรรค์วาดออกมาได้จิตใจของเหยียนตงห่าวขณะนี้ได้คิดไปไกลเลยเถิดมากมายจนประกายตาเกิดริ้วรอยราคะขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน
สตรีทั้งสามเมื่อเห็นสายตาของมันที่มองมาเช่นนั้นต่างรู้สึกชิงชังรังเกียจต่างเบือนหน้ามองไปยังกังหลงทั้งหมดเหตุการณ์นี้ได้กระชากสติของเหยียนตงห่าวให้กลับมาในทันทีอย่างไรมันก็นับเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งจึงสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียงสิบแปดปีได้บรรลุปราณขุนพลระดับแปดขั้นเก้าช่วงชั้นสูง หากไม่นับกังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์เยี่ยนฟาง หยางเสี่ยวเอ๋อร์ ที่มีวาสนาเสริมส่งแล้วเหยียนตงห่าวย่อมเป็นอัจฉริยะผู้น่าจับตามองผู้หนึ่งได้เลยทีเดียว
เหยียนตงห่าวเมื่อเห็นสตรีทั้งสามมองมันด้วยสายตารังเกียจและหันไปมองบุรุษหนุ่มชุดนักศึกษาสีขาวร่างบอบบางระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุดด้วยสายตาที่ลุ่มหลงเลื่อมใสศรัทธาก็ยิ่งเกิดความอิจฉาเคียดแค้นอย่างยิ่งแต่มันเป็นคนที่มีความสุขุมเลือดเย็นจึงควบคุมอารมณ์เก็บอารามณ์หล่านี้ไว้ภายในจนมิชิดไว้รอโอกาสประจวบเหมาะเมื่อไหร่ค่อยหาหนทางดำเนินการตามที่คิดไว้จึงฝืนฉีกรอยยิ้มยกมีอคารวะกล่าว
"มิทราบคนของข้าได้ล่วงเกินน้องชายท่านนี้ไปเช่นไรบังเอิญข้าพักผ่อนอยู่ในรถม้าจึงมิทันได้เห็นเหตุการณ์และมิได้ห้ามปรามข้าเหยียนตงห่าวบุตรชายของผู้นำตระกูลเหยียนแห่งเมืองชิวหลิงต้องขออภัยน้องชายท่านนี้เป็นอย่างยิ่งด้วย"
กังหลงเห็นผู้อื่นขอขมาตามมารยาทและมิอยากให้เรื่องราววุ่นวายมากกว่านี้จึงแย้มยิ้มตอบไปตามมารยาท
"เมื่อพี่ท่านมีน้ำใจออกมาขอโทษแทนก็มิเป็นไรแล้วเนื่องจากผู้รับใช้ของพี่ท่านขับรถม้ารวดเร็วเกินไปในชุมชนจนเกือบเฉี่ยวชนทำร้ายผู้อื่นแต่ยังดีที่ข้าหยุดรถช่วยไว้ทันท่วงทีจึงมิมีอันตรายใดเกิดขึ้นข้าได้ลงมือสั่งสอนแทนพี่ท่านไปเล็กน้อยในความหยาบคายก่อนหน้านี้ พี่ท่านคงมิว่าอะไรกระมัง"
เหยียนตงห่าวแสดงความใจกว้างดุด่าตำหนิคนรับใช้ของตัวเองครู่หนึ่งและให้เส้าเหยียนไปขอโทษต่อกังหลงสร้างความเคียดแค้นให้เส้าเหยียนยิ่ง แต่ต้องจำใจทำตามที่ผู้เป็นนายสั่งเหยียนตงห่าวกล่าวถามขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
"น้องท่านมาเยี่ยมชมการประลองคัดเลือกตัวแทนระดับอาณาจักรหรือเป็นผู้มาเข้าร่วมการคัดเลือกกัน "
"ข้าบังเอิญตามน้องสาวและสหายมาร่วมประลองด้วยเผื่ออาจจะมีโชคได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรบิดามารดาจะได้ภูมิใจ "
"โอ้ ดียิ่งข้าก็เป็นตัวแทนจากเมืองชิวหลิงมาเข้าร่วมประลองเช่นกันหวังว่าคงจะมีโอกาสพบเจอกันอีก บังเอิญข้ามีนัดกับองค์ชายสี่ของราชวงศ์หากน้องท่านสะดวกเชิญไปด้วยกัน จะได้ทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ "
"ของคุณพี่ท่านเป็นอย่างมากแต่คงจะไม่สะดวกพวกข้าเพิ่งมาถึงจะขอแยกย้ายไปจัดการหาที่พักเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ บัดนี้ขออำลา"