บทที่ 42 สายฝนหนีไปแล้ว!
‘กำแพงนํ้าแข็ง!’ ดารินทร์กล่าวในใจ ขณะเดียวกันก็เขียนอักษรรูนเสร็จ อักษรรูนเปร่งแสงสีฟ้าออกมา วินาทีถัดมามันพลันจางหายไป ปรากฏเป็นนํ้าแข็งรูปทรงสี่เหลี่ยมเบื้องหน้าสาวน้อยแทน
ปึง!
ร่างจ่าฝูงหมาป่าวายุชนเข้ากับนํ้าแข็งรูปทรงสี่เหลี่ยม กำแพงนํ้าแข็งแตกกระจายอย่างง่ายดายด้วยแรงชนของจ่าฝูงหมาป่าวายุ ดารินทร์ตกใจแต่เพราะอยู่กับสายฝนมานานเธอจึงสามารถตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว สายฝนมักเตือนเธอเสมอว่าหากเจอเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นถ้าไม่อยากตายก็ต้องรีบตั้งสติให้เร็วที่สุด
“พี่โลเวล!” ดารินทร์ใช้จังหวะที่จ่าฝูงหมาป่าวายุชะงักหลังชนกำแพงนํ้าแข็งของเธอวิ่งไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังโลเวล โลเวลใช้ตัวบังสาวน้อยเอาใว้ สาวน้อยดารินทร์เคยช่วยชีวิตของเขาครั้งหนึ่งคราวนี้เขาจะตอบแทนด้วยการปกป้องเธอ
กรรรร!
จ่าฝูงหมาป่าวายุมองดารินทร์อย่างอาฆาตมนุษย์เด็กสาวคนนี้สังหารหมาป่าในฝูงของมันไปเป็นจำนวนมาก ในฐานะที่มันเป็นจ่าฝูงมันจะทนไม่โกรธเกรี้ยวได้อย่างไร?
ตามชื่อของมันจ่าฝูงหมาป่าวายุเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถใช้พลังธาตุลมได้ เมื่อมันใช้พลังธาตุลมแล้วตัวมันก็เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สิ่งนี้ทำให้โลเวลรู้สึกเป็นปัญหา
“พี่โลเวลเดี๋ยวหนูจะช่วยสนับสนุนให้!” สาวน้อยกล่าว เธอเริ่มขยับมือวาดอักษรรูนกลางอากาศอีกครั้ง ไม่นานก็เสร็จ เวทมนตร์ปรากฏขึ้น อากาศเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิค่อยๆลดตํ่าลงเรื่อยๆ พื้นดินบริเวณรอบข้างดารินทร์กลายเป็นนํ้าแข็ง
จ่าฝูงหมาป่าวายุซึ่งกำลังวิ่งเข้าโจมตีพลันหยุดชะงัก เท้าของมันถูกล็อกด้วยนํ้าแข็ง ใช่แล้ว! มันไม่ได้ถูกแช่แข็ง ดารินทร์เพิ่งเรียนรู้วิธีการใช้เวทมนตร์ได้ไม่ถึงวันด้วยซํ้าเธอจึงไม่สามารถทำแบบนั้นได้ จ่าฝูงหมาป่าวายุพยายามดึงเท้าออกจากนํ้าแข็งอยู่หลายครั้งทว่าก็ไม่สำเร็จ เวทมนตร์นี้ถูกใช้โดยระดับหนึ่งมันไม่ใช่เวทมนตร์กิ๊กก๊อก
โลเวลเห็นโอกาสโจมตี เขากำมีดความมืดมิดยามราตรีในมือแน่น ภาพรอบตัวราวกับช้าลง เขาพุ่งเข้าไปใช้อาวุธแทงใส่ แต่น่าเสียดายมันไม่สำเร็จ วินาทีที่มีดกำลังแทงโดนตัวจ่าฝูงหมาป่าวายุนั้นมันก็ได้ใช้ทักษะติดตัวแต่กำเนิดของมัน
กลางอากาศพลันปรากฏลมรูปใบมีดจำนวนมาก เนื่องจากเป็นลมมันจึงดูออกยาก โลเวลไม่ทันสังเกตเห็นเพราะเขากำลังจดจ่ออยู่กับร่างกายจ่าฝูงหมาป่าวายุ
“พี่โลเวลระวังข้างบน!” ดารินทร์ร้องเตือนอย่างตกใจ ด้วยสัมผัสที่ดีขึ้นจากการยกระดับกลายเป็นนักเวทธาตุน้ำเป็นผลให้ดารินทร์สามารถสัมผัสรับรู้ถึงใบมีดวายุจำนวนมากกลางอากาศได้ แต่ใบมีดลมมันก็ดูออกยากจริงๆนั่นแหละ หากเธออยู่ในสถานการณ์เดียวกับโลเวลที่ต้องระมัดระวังจ่าฝูงหมาป่าวายุตลอดเวลา สาวน้อยคงไม่สังเกตพบแน่
“หะ!” โลเวลตกใจแล้วรีบแหงนหน้ามองขึ้นฟ้า เขาไม่สามารถสัมผัสถึงใบมีดลมได้เนื่องจากไม่ได้มีสัมผัสดีเท่าดารินทร์และไม่เห็นมันโลเวลจึงคิดว่าดารินทร์มองผิด ในความเป็นจริงหากโลเวลตั้งใจดูมากกว่านี้เขาจะสามารถเห็นใบมีดลมได้ แต่ก็นั่นแหละเขาจำเป็นต้องดูจ่าฝูงหมาป่าวายุตลอดเวลาไม่สามารถแบ่งสมาธิไปดูอย่างอื่นได้
ขณะเดียวกับที่โลเวลหันหน้ากลับมามองจ่าฝูงหมาป่าวายุ จ่าฝูงหมาป่าวายุก็สามารถทำลายนํ้าแข็งซึ่งล็อกเท้ามันใว้ได้สำเร็จ มันใช้กรงเล็บของมันโจมตีใส่โลเวล โลเวลเตรียมใช้พลังธาตุกับความมืดมิดยามราตรีเพื่อป้องกันทว่าวินาทีนั้นเองเขาก็รู้สึกเจ็บที่ไหล่ขวา
โลหิตจำนวนมากไหลออกมา ยังไม่จบ ต่อมาโลเวลพลันรู้สึกเจ็บปวดที่ข้อมือ เลือดสาดกระจาย ความมืดมิดยามราตรีหลุดออกจากมือ โลเวลรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจ เขาเสียใจที่ไม่ยอมเชื่อดารินทร์มากกว่านี้ ยังคงมีต่อ ใบมีดลมอีกหลายเล่มแหวกอากาศพุ่งโจมตีโลเวล พวกมันทั้งหมดโจมตีโดนหลังของเขา โลเวลสูญเสียสมาธิควบคุมพลังธาตุจนหมดสิ้น
“อ๊าากกก” โลเวลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เห็นโลเวลกรีดร้องเสียงดังจ่าฝูงหมาป่าวายุก็ไม่หยุดโจมตีแต่อย่างใด ชายคนนี้เองก็ฆ่าหมาป่าวายุจำนวนมาก
เวลานี้โลเวลรู้แล้วว่าตนคิดผิด ‘มันไม่ใช่จ่าฝูงหมาป่าวายุแต่มันคือราชันย์หมาป่าวายุ!’ โลเวลยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อตั้งท่าป้องกันอย่างยากลำบาก กรงเล็บหมาป่าวายุข่วนใส่แขนเขาด้วยความรุนแรง เลือดสาดกระจายอีกครั้ง ร่างโลเวลเซถอยไปด้านหลัง
กรรร!
จ่าฝูงหมาป่าวายุ ไม่สิ ราชันย์หมาป่าวายุคำรามครั้งหนึ่ง เหล่าหมาป่าวายุที่ปิดล้อมคณะเดินทางอยู่แต่ละตัวค่อยๆเดินเข้าใกล้พวกโลเวล ฮันน่าหน้าซีด เธอได้แต่ด่าสายฝนในใจ หากไม่ใช่เพราะเขาตะโกนหมาป่าวายุพวกนี้ก็คงจะไม่เจอพวกเธอหรอก
“สายฝนหายไปแล้ว! ไอ้สารเลวนั่น!” ฮันน่ามองไปรอบๆ เธอเห็นว่าสายฝนไม่อยู่ เรื่องนี้ทำให้เธอโกรธมากแม้จะรู้อยู่แล้วว่าหากสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงคนแรกที่จะหนีโดยไม่ลังเลคือสายฝน
“ดารินทร์เห็นมั้ยว่าเขาเป็นคนยังไง?!” ฮันน่ากล่าวไปทางดารินทร์
“เขาก็เป็นคนแบบนี้นั่นแหละค่ะ” ดารินทร์ตอบ เธออยู่กับสายฝนมาหลายวันทำไมจะไม่รู้นิสัยของเขา สายฝนสามารถทิ้งคนอื่นได้โดยไม่ลังเลตราบใดที่สามารถทำให้เขามีชีวิตรอด เรื่องนี้ดารินทร์รู้ดี ทว่าเธอก็เลือกไม่สนใจนิสัยของเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้นิสัยสายฝนตอนนี้
อีกอย่างแม้ดารินทร์จะเห็นสายฝนเป็นเหมือนพี่ชายแต่สำหรับสายฝนแล้วเธอก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น ระหว่างชีวิตตนเองกับชีวิตเพื่อนร่วมงานแน่นอนว่าเขาจะต้องเลือกชีวิตตนเองแน่นอน
มันมีอยู่หลายสาเหตุว่าทำไมสาวน้อยถึงสามารถยอมรับนิสัยของสายฝนได้ หนึ่งคือเธอจำเป็นต้องพึ่งเขาเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ถ้าแข็งแกร่งขึ้นการตามหาแม่ก็จะเป็นเรื่องง่าย ลำพังตัวเธอเองหากไปอยู่ในโลกของผู้ใช้เวทมนตร์สาวน้อยก็ไม่ต่างจากลูกแกะในฝูงหมาป่า มีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิต
ดารินทร์กลัวตายทว่าเพื่อแม่เธอสามารถยอมตายได้ แต่ไม่ใช่ว่าตายโดยไม่มีประโยชน์อะไร อย่างน้อยก่อนตายเธอต้องทำให้แม่มีความสุขซักครั้งหนึ่ง
สองคือสายฝนเป็นคนช่วยชีวิตเธอใว้ แม้จะเป็นแค่การเลี้ยงอาหารแต่มันก็สามารถทำให้ดารินทร์ไม่อดตาย เด็กสาวเคารพสายฝนมาก มากขนาดที่ว่าต่อให้สายฝนจะทิ้งเธอไปเพื่อเอาชีวิตรอดเธอก็ไม่โกรธเขา ชีวิตนี้เป็นเขาช่วยใว้ไม่ใช่หรือ?
และยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้สาวน้อยสามารถยอมรับนิสัยสายฝนได้ แน่นอนสายฝนไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าเขารู้สายฝนคงไม่จำเป็นต้องสร้างความประทับใจให้เธอเพราะค่าความเคารพมันเต็มอยู่แล้ว เวลานี้หากสายฝนได้รู้บางทีเขาอาจเสียใจไปสองสามวันเลยทีเดียว ตนเสียเวลาสร้างความประทับใจไปเพื่ออะไร!
กลับมาต่อที่ปัจจุบัน
‘ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ต้องโดนเจ้าสายฝนล้างสมองไปแล้วแน่ๆ’ ฮันน่าคิด ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกกับสายฝนแย่มากขึ้น เธอกระทั่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เลวมาก ถึงขนาดทิ้งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแล้วก็หนีไป
“หมาป่าวายุพวกนี้มันไม่มีเยอะเกินไปหน่อยเหรอ?” ฮันน่าพึมพำพลางหลบการโจมตีหมาป่าวายุ เธอใช้แสงจันทราฟันสวนกลับไปทีหนึ่ง หมาป่าวายุร้อง หงิงๆ ออกมาก่อนตกตายลง
ไม่ทันให้ฮันน่าได้พัก หมาป่าวายุตัวใหม่ก็กระโจนใส่เธอ ฮันน่าไม่สามารถทำอะไรได้เธอทำได้แค่โจมตีตอบโต้กลับไปและหลบ เธอทำแบบนี้วนไปวนมาอยู่หลายครั้ง หมาป่าวายุเข้าโจมตีเธอไม่หยุดซักที เมื่อนานเข้าฮันน่าก็เริ่มเหนื่อย
ไม่ใช่แค่ฮันน่าคนเดียวเท่านั้นที่เหนื่อย สาวน้อยดารินทร์เองก็เหนื่อยเช่นกัน ทว่าเธอไม่ได้เหนื่อยเพราะร่างกายใช้พลังงานมากเกินไป เด็กสาวเหนื่อยเพราะใช้พลังเวทเยอะเกินไปในเวลาสั้นๆ
กลับมาทางโลเวล ตัวเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก และแต่ละบาดแผลก็ไม่ใช่บาดแผลเล็กๆ โลเวลหน้าซีด เวลาเพียงไม่นานเขาก็เสียเลือดจำนวนมากแล้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอเข้ากับราชันย์หมาป่าวายุในเวลาแบบนี้ การออกเมืองครั้งนี้มีแต่อันตรายเต็มไปหมด
“ก่อนที่ฉันจะตายฉันจะฆ่าแกก่อน” โลเวลรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสรอดน้อยมากต่อให้จะดิ้นรนซักแค่ไหนก็ตามโอกาสรอดก็ไม่เพิ่มขึ้นอยู่ดี
ราชันย์หมาป่าวายุก้าวเดินอย่างช้าๆเข้าใกล้ร่างโลเวล ดารินทร์ใช้เวทมนตร์กระสุนนํ้าแข็งยิงใส่มันเพื่อทำให้มันชะงัก น่าเสียดายมันไม่ชะงักและไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอะไร ขนของมันหลุดเพียงไม่กี่เส้นเท่านั้น
‘ต้องซื้อเวลาให้มากกว่านี้’ ดารินทร์คิดในใจ เธอเลือกจะไม่เก็บพลังเวทใว้อีกต่อไป สาวน้อยวาดอักษรรูนกลางอากาศอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีบางอย่างแตกต่างจากเดิม อักษรรูนมีความทรงพลังมากกว่าและวาดยากกว่า อีกทั้งรูปลักษณ์ยังเปลี่ยนไปจนต่างจากเดิมมาก
“พี่โลเวลช่วยถ่วงเวลาให้หกวินาทีหน่อยค่ะ” ดารินทร์กล่าวขณะเขียนอักษรรูน โลเวลพยักหน้ารับเขากำมีดแน่นด้วยมือที่สั่นเทา ทุกวินาทีขึ้นอยู่กับความตาย
“นี่ค่ะ” ไม่รู้ว่าดารินทร์ไปเอามาจากไหน โลเวลรับยาฟื้นฟูเบื้องต้นมาจากสาวน้อย เขาเปิดขวดแล้วดื่มมันโดยไม่ลังเล บาดแผลค่อยๆฟื้นตัวอย่างเห็ดได้ชัด คาดว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปอีกเพียงไม่กี่นาทีบาดแผลเล็กๆก็น่าจะหายหมด
สัญชาตญาณของราชันย์หมาป่าบอกกับมันว่าดารินทร์กำลังทำอะไรบางอย่างและถ้าทำสำเร็จมันอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยํ่าแย่ บางทีมันอาจเสียชีวิตเลยด้วยซํ้า
ราชันย์หมาป่าวายุใช้ทักษะตั้งแต่กำเนิดของมัน ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน มันไม่ได้เก็บพลังใว้แล้ว ใบมีดลมเกือบห้าสิบเล่มลอยอยู่กลางอากาศเตรียมพุ่งเข้าใส่พวกดารินทร์ วินาทีนั้นราชันย์หมาป่าวายุพลันวิ่งไปยังเบื้องหน้าโลเวล
“แย่แล้ว!” โลเวลมองใบมีดลมแล้วอดหน้าซีดยิ่งกว่าก่อนไม่ได้ เขาพยายามดูดซับพลังงานท้องทะเลเข้าร่างกายมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลังเพิ่มขึ้นหลายเท่า ยาฟื้นฟูเบื้องต้นกับพลังงานท้องทะเลเป็นผลให้อาการบาดเจ็บของเขาน้อยลง
“เข้ามาเลย!” แม้จะรู้สึกกลัวทว่าโลเวลก็ไม่ใช่คนขี้ขลาด พ่อของเขาเป็นนักรบที่กล้าหาญแล้วตัวเขาซึ่งเป็นลูกจะมาทำตัวขี้ขลาดได้อย่างไร?
“ย๊าากก” โลเวลคำรามพร้อมพุ่งตัวไปด้านหน้าก่อนใช้ความมืดมิดยามราตรีโจมตีใส่ราชันย์หมาป่าวายุ ราชันย์หมาป่าวายุไม่ได้มีดีแต่ชื่อมันสามารถหลบการโจมตีของโลเวลได้อย่างง่ายดาย มันอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม วินาทีเดียวกันใบมีดลมพลันเคลื่อนที่
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
“หมาบ้านี่!” โลเวลใช้พลังธาตุสร้างโล่นํ้าขึ้นมาป้องกันการกัดของราชันย์หมาป่าวายุ โล่นํ้าไม่สามารถทนรับฟันแหลมคมได้มันจึงสลายหายไปภายในไม่กี่วินาที ทว่าไม่กี่วินาทีนั้นก็เพียงพอที่โลเวลจะขยับออกห่างจากราชันย์หมาป่าวายุแล้ว
เพราะพลังงานท้องทะเลโลเวลจึงมีความเร็วเพิ่มขึ้นหลายเท่า เขาขยับร่างกายเคลื่อนไหวไปยืนอยู่เบื้องหน้าดารินทร์ซึ่งกำลังวาดอักษรรูนอยู่ โลเวลไม่รู้ว่าอักษรรูนคืออะไรแต่เขาก็ไม่คิดมาก เวลานี้เป็นเวลาความเป็นความตาย ไม่มีเวลาให้คิดเรื่องไม่สำคัญ
ชริ้ง!
ความมืดมิดยามราตรีปล่อยออร่าม่วงเข้มออก โลเวลปัดป้องใบมีดลมที่พุ่งเข้ามาด้วยมีดสีดำ เขาพยายามป้องกันไม่ให้ใบมีดลมไปโดนดารินทร์ เวลานั้นโลเวลพลันพัฒนาขึ้น การสัมผัสรับรู้ดีมากกว่าไม่กี่วินาทีก่อนหลายเท่า เขาสามารถป้องกันใบมีดลมส่วนมากได้
แต่ก็มีบางเล่มที่เขาไม่สามารถป้องกันได้ทัน ทว่าโชคดีที่มีฮันน่าอยู่ใกล้ เธอปกป้องดารินทร์อย่างสุดความสามารถ ฮันน่าเป็นเพียงระดับศูนย์จุดห้าเท่านั้นทุกครั้งที่เธอป้องกันใบมีดลมเธอมักจะได้รับบาดเจ็บตลอด
ฮันน่ากับโลเวลช่วยกันปกป้องดารินทร์จนสาวน้อยสามารถเขียนอักษรรูนเสร็จ อักษรรูนมีแสงเปล่งประกายออกมา ฉับพลันอักษรรูนหายไป เหลือเพียงแค่แสงอย่างเดียว แสงเคลื่อนที่ช้าๆไปที่ร่างราชันย์หมาป่าวายุ ราชันย์หมาป่าวายุต้องการทำให้แสงสลายหายไปแต่ไม่ว่ามันจะใช้วิธีไหนแสงก็ไม่หายไปซักที
แสงลอยเข้าไปในตัวราชันย์หมาป่าวายุ จู่ๆวินาทีนั้นความเร็วมันก็ลดลง ไม่ใช่ลดลงเพียงเล็กน้อย ความเร็วของมันลดลงไปหลายส่วน อีกทั้งยังมีสัมผัสรับรู้ที่แย่กว่าเดิมด้วย ใบมีดลมซึ่งกำลังพุ่งเข้าใกล้พลันมีขนาดเล็กลง ดูเหมือนความคมก็จะลดลงเช่นกัน
‘คำสาปแสงดารา!’ ดารินทร์กล่าวในใจ เวทมนตร์นี้ไม่ได้มีอยู่ในหนังสือที่สายฝนให้มา เวทมนตร์นี้เป็นเวทมนตร์ที่สาวน้อยได้รับจากของเหลวสีทองซึ่งเข้ามาในร่างกายเธอ
ตั้งแต่ที่ของเหลวสีทองเข้ามาในร่างกายไม่เพียงแต่ดารินทร์จะไม่เป็นอะไรแล้วตัวเธอกลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ทุกๆอย่างพัฒนาขึ้นจนแข็งแกร่งกว่าในอดีต สาเหตุที่การฟื้นฟูเวทมนตร์ของสาวน้อยเร็วผิดปกติก็เพราะแบบนี้นั่นเอง
ดารินทร์ได้รับวิธีเขียนอักษรรูนเวทมนตร์[คำสาปแสงดารา]มาจากของเหลวสีทอง เวทมนตร์นี้สามารถใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตหนึ่งชีวิตเท่านั้นไม่สามารถใช้เป็นหมู่ได้ อาจเป็นเพราะตัวสาวน้อยฝีมือไม่ถึขั้นก็เป็นได้
เมื่อสิ่งมีชีวิตโดนเวทมนตร์[คำสาปแสงดารา]เข้าไปพวกมันจะได้รับคำสาป ความสามารถทุกๆอย่างจะลดลง จะลดลงมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่ามีพลังแข็งแกร่งเท่าไหร่
“สุดยอด!” ฮันน่ากับโลเวลอดพูดออกมาไม่ได้หลังเห็นเวทมนตร์[คำสาปแสงดารา]ของสาวน้อย แสงนั้นงดงามมาก! ทั้งสองไม่เคยเจอแสงอะไรที่สวยขนาดนี้มาก่อน จะโทษทั้งสองก็ไม่ได้เพราะกระทั่งดารินทร์ซึ่งเคยเห็นแสงดวงดาวยามคํ่าคืนมาแล้วยังอดชื่นชมไม่ได้
วินาทีถัดมาทั้งสองก็ได้สติ ทั้งคู่ใช้อาวุธที่ถืออยู่โจมตีใส่ราชันย์หมาป่าวายุ เนื่องจากความสามารถหลายๆอย่างลดลงราชันย์หมาป่าวายุจึงไม่สามารถหลบการโจมตีของโลเวลกับฮันน่าได้
บาดแผลค่อยๆปรากฏบนร่างกายราชันย์หมาป่าวายุ ยิ่งเพิ่มมากขึ้นมันยิ่งโกรธเกรี้ยว กรรรร! ราชันย์หมาป่าวายุร้องคำรามเสียงดัง เหล่าหมาป่าวายุที่ได้ยินเสียงคำรามนี้ต่างก็พุ่งเข้าหาพวกโลเวลทันที สู้ไม่ได้ก็ต้องเรียกพวก!
การโจมตีจากทุกทิศทางเป็นผลให้ฮันน่ากับโลเวลกลับมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกครั้ง ดารินทร์พยายามช่วยทั้งสอง เมื่อพลังเวทในลูกแก้วฟื้นฟูมาจนเพียงพอแล้วเธอก็จะใช้เวทมนตร์[กระสุนน้ำแข็ง]
พลังเวทในลูกแก้วมีอยู่ด้วยกันหลายธาตุ ในการใช้เวทมนตร์ผู้ใช้สามารถใช้พลังเวทธาตุต่างจากเวทมนตร์ได้แต่ความแข็งแกร่งของเวทมนตร์จะลดลงหลายส่วน กลับกันหากผู้ใช้ใช้พลังเวทที่ธาตุตรงกับเวทมนตร์มันจะทำให้เวทมนตร์แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก เมื่อครู่ที่ดารินทร์ใช้เวทมนตร์[คำสาปแสงดารา]เธอไม่มีธาตุดวงดาวอยู่ในลูกแก้ว ความแข็งแกร่งของเวทมนตร์จึงลดลงมาก เวทมนตร์ไม่สามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้
กรรรร!
ไม่นานความสามารถที่ลดลงไปของราชันย์หมาป่าวายุก็กลับคืนมา มันจ้องมองดารินทร์อย่างอาฆาต มันคำรามออกมาด้วยความโกรธ ใบมีดลมจำนวนมากปรากฎเพิ่มขึ้น หมาป่าวายุทั้งหลายร้องคำรามตามราชันย์ที่ยิ่งใหญ่ของพวกมัน
ราชันย์หมาป่าวายุแยกเขี้ยวก่อนเดินเข้าใกล้กลุ่มดารินทร์ หมาป่าวายุตัวอื่นๆก็ก้าวเท้าไปหาพวกสาวน้อยเช่นกัน ใบมีดวายุเตรียมพุ่งฟันมนุษย์ทั้งสาม
“โอกาสรอดแทบไม่เหลือแล้ว!” โลเวลกล่าวด้วยนํ้าเสียงสิ้นหวัง เขากำมีดความมืดมิดยามราตรีแน่น
“เป็นเพราะเขาคนเดียว!” ฮันน่าโมโหเมื่อคิดถึงสายฝน
“...” ดารินทร์เงียบเหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ เธอไม่ได้กล่าวอะไรทั้งนั้น ในแววตามีความเชื่อมั่นปรากฎอยู่
โฮกกกกกกกกกก!
เวลานั้นพลันมีเสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตอื่นดังขึ้น พวกหมาป่าวายุตกใจรีบหันไปมองทิศทางต้นเสียง แม้แต่ราชันย์หมาป่าวายุก็ยังหันไปมอง มนุษย์ทั้งสามเองก็เหมือนกัน
---
จบบทที่ 42 สายฝนหนีไปแล้ว!