กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ตกหลุมพราง

            ว่านฮวนรู้สึกเสียใจอย่างมากในสองวันที่ผ่านมานี้!

            ใครจะคิดว่าหลังจากที่นางไปขอถอนหมั้นกับเซียวหลิงอวิ๋นเจ้าขยะที่ไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรในช่วงสิบสี่ปีที่ผ่านมา จะกลับพลิกโผได้ขนาดนี้เขากลายเป็นที่โด่งดังขึ้นมากลายเป็นมังกรตัวจริงที่มีศักยภาพมากพอที่จะโบยบินขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นเก้า!

            หากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกนางคงไม่ทำแบบนี้ลงไปแน่!

            รอบแรกของการประลองรอบสิบคนวันสุดท้ายนี้ในที่สุดเซียวหลิงอวิ๋นก็ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่เขารอคอยมานานนั่นก็คือจ้าวหมิงเจี้ยน! การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองในวันนี้ถือเป็นการประลองนัดแรกของวันด้วย!

            การประลองนัดแรกก็เป็นการต่อสู้ที่ทุกคนต้องจับตามองแล้ว!

            คนหนึ่งเป็นถึงสุดยอดอัจฉริยะที่จะปรากฏตัวสักครั้งในรอบหมื่นปีส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสี่อัจฉริยะของเขตใต้ตั้งแต่ก่อนที่เซียวหลิงอวิ๋นและเยี่ยเฟิงจะโด่งดังขึ้นมา!นอกจากนี้ ระหว่างทั้งคู่ก็ยังมีเรื่องของว่านฮวน หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นนวลนางแห่งสวรรค์มาข้องเกี่ยวด้วยดังนั้นการประลองนัดนี้จึงกลายเป็นที่น่าสนใจที่สุดของการประลองรอบสิบคนของเขตใต้และยังเป็นที่สนใจที่สุดของการประลองทั้งหมดในสำนัก!

            “ฮ่าๆไม่นึกเลยว่าการประลองนัดแรกของวันนี้จะเป็นการประลองที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้คาดการณ์ได้เลยว่าการประลองรอบสิบคนในวันสุดท้ายนี้จะต้องเร้าใจมากเป็นแน่ๆ!”

            “ไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในการต่อสู้ระหว่างทั้งสองคนนั้น?”

            “ยังต้องถามอีกหรือ มันก็ต้องเป็นเซียวหลิงอวิ๋นอยู่แล้วสิเขาเป็นคนที่สามารถผ่านชั้นที่เก้าของหอคอยวิญญาณเมฆาสวรรค์เก้าชั้นมาได้เลยนะถึงจ้าวหมิงเจี้ยนจะเก่งแต่เมื่อเทียบกับเซียวหลิงอวิ๋นที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะที่จะปรากฏตัวสักครั้งในรอบหลายพันปีแล้วก็ยังห่างชั้นอีกมาก!”

            “อย่าเพิ่งกล่าวราวกับมันเป็นเรื่องที่แน่นอนขนาดนั้นไปแล้วสิเราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้สู้กันจริงๆ แล้วเท่านั้น!”

            เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดินขึ้นมาไปบนเวทีประลองแล้วผู้ชมที่อยู่รอบๆ เวทีต่างก็พากันตื่นเต้นและพูดคุยกันอย่างคึกคัก

            ...

            เซียวหลิงอวิ๋นเองอารมณ์ดีมากเขาตื่นเต้นมากจนกำมือทั้งสองข้างไว้แน่นกระทั่งข้อต่อนิ้วทั้งสิบนิ้วส่งเสียงดังกรอดๆจ้องมองไปยังจ้าวหมิงเจี้ยนที่กำลังเดินออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่งตรงกันข้ามกับเขาคิดในใจ คอยดูเถิด อีกเดี๋ยวข้าจะอัดเจ้าให้กลายเป็นชิ้นๆ ภายในเวลารวดเร็วที่สุดจนบรรดาอาจารย์ที่อยู่ข้างสนามเข้ามาช่วยเหลือเจ้าไม่ทันเลย!

            ผู้ตัดสินในวันนี้เป็นอาจารย์ฝึกสอนที่เป็นนักยุทธ์ระดับสูง

            เขาเหลือบมองไปที่ทั้งสองฝ่ายในขณะที่กำลังจะประกาศให้เริ่มการต่อสู้คำพูดของจ้าวหมิงเจี้ยนก็ทำให้ทั้งผู้ตัดสินและเซียวหลิงอวิ๋นที่อยู่อีกฝั่งต้องตกใจ!

            “การต่อสู้ครั้งนี้ ข้าขอยอมแพ้!” เสียงอันดังฟังชัดของจ้าวหมิงเจี้ยนดังก้องไปทั่วทั้งเวทีประลอง!

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้ทุกคนที่อยู่ในสนามต่างก็ต้องตกตะลึง เซียวหลิงอวิ๋นเองก็แทบไม่เชื่อหู!

            หน็อยแน่จ้าวหมิงเจี้ยน นี่เจ้ายังมียางอายเหลืออยู่หรือไม่!

            วันนี้เป็นการต่อสู้นัดแรกก่อนหน้านี้สองวันเจ้าก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยสภาพร่างกายของเจ้ายังสมบูรณ์ดีพร้อม แต่กลับยอมแพ้โดยไม่สู้เนี่ยนะเจ้านี่มันสุดยอดจริงๆความหน้าด้านหน้าทนของเจ้านี่คงไม่มีใครในอาณาจักรซินโยวเทียบเคียงได้แล้ว!

            ผู้ตัดสินเองก็ตกใจเช่นกันเมื่อเขาตั้งสติได้ก็มองไปยังจ้าวหมิงเจี้ยนแล้วกล่าว “เจ้าจะยอมแพ้จริงๆ หรือ!”

            “ใช่ ข้าขอยอมแพ้!” จ้าวหมิงเจี้ยนพยักหน้า แล้วตอบโดยไม่ลังเลใดๆ!

            เซียวหลิงอวิ๋นรู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะพุ่งตัวไปต่อยไอ้ขี้ขลาดนี่สักหมัด!

            ผู้ชมที่อยู่ข้างสนามเริ่มไม่พอใจตะโกนออกไป “นี่เจ้าคิดอะไรอยู่? ประลองนัดแรกก็ยอมแพ้แล้วหรือจ้าวหมิงเจี้ยน เจ้านี่มันหน้าด้านจริงๆ!”

            “จริงด้วย ไม่บาดเจ็บสาหัสอะไรเลย แต่กลับยอมแพ้โดยไม่สู้ ทั้งๆที่เป็นการต่อสู้นัดแรกของวันแท้ๆ กลับประกาศยอมแพ้เสียแล้ว จ้าวหมิงเจี้ยนเจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือไม่? หากเป็นลูกผู้ชายพอก็สู้กับอีกฝ่ายให้เต็มที่สิต่อให้ท้ายที่สุดเจ้าจะแพ้ พวกเราก็ยังจะยอมรับว่าเจ้าเป็นลูกผู้ชาย...”

            “จ้าวหมิงเจี้ยน ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนขี้ขลาดเช่นนี้ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะขอติดตามเซียวหลิงอวิ๋นแทน” ศิษย์หญิงคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง

            “ใช่แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเราจะไม่ขอติดตามคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าต่อสู้เช่นนี้อีกแล้วพวกเราจะไปติดตามให้กำลังใจเซียวหลิงอวิ๋นและศิษย์คนอื่นๆ แทน”ศิษย์หญิงอีกคนก็ยกมือแล้วตะโกนขึ้นมา!

            “ใช่ๆ...” ภายในเวลาอันรวดเร็วศิษย์หญิงหลายร้อยคนก็พากันตะโกนวิพากษ์วิจารณ์จ้าวหมิงเจี้ยนจะผันตัวไปเป็นแฟนคลับของเซียวหลิงอวิ๋นและศิษย์ดาวเด่นคนอื่นๆ แทน!

            อารมณ์หงุดหงิดของเซียวหลิงอวิ๋นดีขึ้นมาบ้างการกระทำของจ้าวหมิงเจี้ยนในครั้งนี้ อาจจะทำให้เขาหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายไปได้แต่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาหลายปีก็พังทลายลงในทันทีการที่คนผู้นี้จะได้รับการสนับสนุนและการยอมรับจากบรรดาศิษย์ในสำนักอีกครั้งคงทำได้ยากแล้ว!

            เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันให้เจ้าได้ลิ้มรสความรู้สึกของการถูกมิตรสหายและพวกพ้องทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วข้าค่อยจัดการกับเจ้าทีหลังก็ยังไม่สาย! ฮ่าๆๆ จ้าวหมิงเจี้ยนเจ้าเป็นคนฉลาดแท้ๆ แต่กลับทำอะไรโง่ๆ เสียได้!

            เมื่อเห็นว่ามีคนวิพากษ์วิจารณ์มากมายเพียงนี้ใบหน้าอันหล่อเหลาของจ้าวหมิงเจี้ยนก็ซีดเผือดลงทันที!ตอนแรกเขาคิดว่าด้วยพลังของเซียวหลิงอวิ๋นในเวลานี้แล้ว คงยากที่จะเอาชนะได้ดังนั้นแทนที่จะสู้จนแพ้ในนัดแรก สู้ออมพลังเอาไว้สู้ในสองนัดหลังดีกว่าต่อให้ไม่ได้อันดับหนึ่ง แต่ได้อันดับสองก็ยังดี!

            เขาไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะกลายเป็นแบบนี้ไปได้

            ในฐานะที่ได้เกิดใหม่เป็นเซียวหลิงอวิ๋นเมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวหมิงเจี้ยนเขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกว่าตนเองคิดผิดจนแทบจะกระอักเลือดออกมามุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา เอ่ยเสียงดัง “จ้าวหมิงเจี้ยนเจ้าไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาสู้กับข้าสักตั้งหน่อยหรือ? ถ้าหากเจ้าเปลี่ยนใจขอเพียงเจ้ารับดาบข้าได้สักสามดาบ การประลองครั้งนี้ก็จะถือว่าเจ้าชนะ!ว่าอย่างไรล่ะ?”

            ขณะนี้เซียวหลิงอวิ๋นได้กลายร่างเป็นปีศาจจากนรกเริ่มล่อลวงอีกฝ่าย!

            “หึสามดาบงั้นหรือ จ้าวหมิงเจี้ยน หากเจ้ายังมีความเป็นลูกผู้ชายก็รับคำท้าเสียอย่าให้พวกเราต้องดูถูกเจ้าเลย!” คำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นจบลงไม่ทันไรศิษย์ที่มาชมอยู่รอบเวทีก็ส่งเสียงตะโกนออกมาทันที!

            “รับคำท้า...รับคำท้า...” ไม่นานนัก เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นทั่วทั้งสนามประลอง!

            คนพวกนี้ล้วนเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องคนอื่นเพราะไม่กลัวบานปลายทั้งนั้น!

            ในเวลานี้จ้าวหมิงเจี้ยนเหมือนคนจมน้ำที่คว้าเชือกได้ในยามที่กำลังตื่นตระหนกเงยหน้าขึ้นมองเซียวหลิงอวิ๋นแล้วกล่าว “เจ้าพูดจริงหรือ?”

            “ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้เจ้ายังกลัวว่าข้าจะพูดไม่จริงอีกหรือ ข้าจะพูดอีกทีก็ได้หากเจ้ารับดาบข้าได้สามดาบ การประลองครั้งนี้ก็จะถือว่าข้าแพ้หลังจากครบสามดาบแล้ว ต่อให้ข้าฟันดาบต่อไปอีกแม้ครึ่งดาบก็ถือว่าข้าแพ้!”เซียวหลิงอวิ๋นยังคงล่อลวงต่อไป!

            เมื่อได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากเซียวหลิงอวิ๋นแล้วดวงตาของจ้าวหมิงเจี้ยนก็เปล่งประกายอย่างน่าตกใจความตื่นตระหนกในใจพลันสงบลงอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นเสียงโห่ร้องรอบข้างทั้งหมดแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ดี เช่นนั้นข้าจะสู้กับเจ้า!”

            เจ้าโง่ยอมตกลงแล้ว!มีรูปโฉมที่งดงาม แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยฟางแท้ๆ! เซียวหลิงอวิ๋นแอบนึกดีใจแต่ก็ไม่ลืมที่จะดูถูกอีกฝ่ายอย่างรุนแรง!

            ฮ่าๆข้าจะฟันเจ้าให้ตายในดาบเดียว หรือจะให้เจ้ารับได้สักสองดาบก่อนเพื่อให้มีความหวังแล้วค่อยเหวี่ยงเจ้าลงเหวดีนะ? เซียวหลิงอวิ๋นครุ่นคิด!

            ตัดสินใจได้แล้ว!

            เมื่อทั้งสองยืนประจันหน้ากันอีกครั้ง!

            “จ้าวหมิงเจี้ยนเจ้าป้องกันให้ดีแล้วกัน อย่าพ่ายแพ้เพราะเจ้าไม่สามารถรับได้แม้แต่ดาบเดียวล่ะไม่อย่างนั้นจะขายขี้หน้าเอาได้!” เซียวหลิงอวิ๋นถือดาบใหญ่เหล็กดำเอาไว้ในมือมองไปที่อีกฝ่ายแล้วหัวเราะเบาๆ!

            คิดจะใช้ดาบเดียวเอาชนะข้างั้นหรือ? ช่างอวดดีเสียจริงต่อให้เจ้าเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่ปรากฏตัวสักครั้งในรอบหมื่นปีแต่มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว!จ้าวหมิงเจี้ยนรู้สึกได้ถึงไฟแห่งความโกรธที่ลุกโชนขึ้นในใจ!

            เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นแม้แต่กรรมการที่อยู่ใกล้ๆรวมถึงพวกผู้อาวุโสหลายคนบนอัฒจันทร์ก็ยังรู้สึกว่าคำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นนั้นออกจะเกินจริงไปบ้างเดิมทีการใช้สามดาบเอาชนะจ้าวหมิงเจี้ยนได้นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่มากแล้วตอนนี้กลับบอกว่าจะใช้แค่ดาบเดียวในการเอาชนะ...

            ในขณะที่เหล่าผู้อาวุโสหลายคนพากันส่ายหัวในใจจ้าวหมิงเจี้ยนกลับโกรธเคืองจนหัวใจแทบลุกไหม้ชั่วขณะที่ความสงบในจิตใจกำลังถูกทำลาย เซียวหลิงอวิ๋นก็ชักดาบออกมาแล้วและก้าวออกไปด้วยก้าวลวงวิญญาณ ตัวของเขาก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของจ้าวหมิงเจี้ยนฟาดลงมาด้วยดาบใหญ่เหล็กดำในมือ ดาบนี้ทั้งธรรมดาและเรียบง่ายโดยไม่ต้องอธิบายแต่กลับแฝงไปด้วยความแปลกใหม่ ทั้งบิดเบี้ยวและไม่เป็นเส้นตรงเลยแม้แต่น้อยไม่มีแม้แต่เสียงดาบแหวกผ่านอากาศอันเนื่องมาจากการถ่ายเทพลังลงไปที่ดาบ!

            เอ๋!เอ๋! รอบๆ เวทีต่างก็มีเสียงอุทานที่อดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ดังขึ้นพร้อมๆ กันแม้แต่ผู้ตัดสินที่เป็นนักยุทธ์ระดับสูงยังรู้สึกประหลาดใจและงุนงงเล็กน้อยมีแม้กระทั่งความรู้สึกไม่อยากเชื่อปนอยู่ด้วยสุดยอดอัจฉริยะอย่างเซียวหลิงอวิ๋นใช้ดาบที่เต็มไปด้วยช่องโหว่เช่นนี้ได้อย่างไรกระบวนดาบเช่นนี้มีเพียงศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้วิชาดาบและยังไม่รู้จักท่วงท่าเท่านั้นที่เลือกใช้กันไม่สิ แม้แต่ศิษย์ใหม่ยังใช้ดาบได้ดีกว่าเขาเสียอีก!

            แต่แล้วก็มีเสียงอ๊ะ อีกเสียงหนึ่ง ดังมาจากจ้าวหนีอิ่งที่อยู่ในฝูงชน!

            เด็กสาวคนนี้ได้ประกาศถอนตัวจากการประลองรอบสิบคนในเขตกลางตั้งแต่เช้าตรู่!ในขณะที่ฉินหรูเยียนซึ่งเป็นนักยุทธ์ระดับเก้าก็เก็บตัวเพื่อบรรลุจ้าวหนีอิ่งเข้าถึงเจตจำนงดาบสายลมแล้วเมื่อจ้าวหนีอิ่งเผชิญหน้ากับศิษย์นักยุทธ์ระดับเก้าคนอื่นๆ ก็ไม่รู้สึกสนใจที่จะประลองกับพวกเขาอีก!

            ก่อนที่ฉินหรูเยียนจะเก็บตัวฝึกวิชานางก็ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายอยู่สักพัก เพราะคำพูดของฉินหรูเยียนนางถึงได้แอบสะกดรอยตามหยางลู่ไปแล้วก็ได้ยินคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยสัจธรรมและเหตุผลของเซียวหลิงอวิ๋นทำให้เข้าสู่สภาวะเข้าฌาน เข้าถึงเจตจำนงดาบสายลมในขณะที่ยังเป็นเพียงนักยุทธ์!

            ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองได้เข้าสู่สภาวะเข้าฌานอันเป็นสิ่งที่นักยุทธ์จำนวนมากไม่สามารถไปถึงได้ตลอดชีวิตตัวหยางลู่เองก็ก้าวหน้าในวิชาดาบเช่นกันต้นเหตุทั้งหมดนี้ล้วนมาจากเซียวหลิงอวิ๋น!

            แม้ว่าจ้าวหนีอิ่งที่ชอบทำตัวไม่เป็นที่โดดเด่นยังอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นความสามารถของสุดยอดอัจฉริยะอย่างเซียวหลิงอวิ๋นคนนี้เช่นกันแอบแฝงตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชนเพื่อเป็นผู้ชมตั้งแต่เช้าตรู่!

            นางต้องการดูด้วยตาตัวเองว่าสุดยอดอัจฉริยะในรอบหมื่นปีคนนี้มีผลงานอย่างไรในการต่อสู้!

            ดาบของเซียวหลิงอวิ๋นที่ดูเหมือนจะสะเปะสะปะและไร้ระเบียบในสายตาของจ้าวหนีอิ่งกลับเต็มไปด้วยความลึกลับ ทั้งความบิดเบี้ยว ความไม่แน่นอน และไร้พลังสิ่งเหล่านี้แม้ดูเหมือนเป็นช่องโหว่ แต่หากพิจารณาอย่างใกล้ชิดก็จะพบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะเป็นช่องโหว่ได้เลย!ความบิดเบี้ยวและความไม่แน่นอนนี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้จะเรียกว่าเป็นช่องโหว่ได้อย่างไร? ที่ไร้พลังกลับหมายความว่ามีพลังล้นเหลือมากพอจะเตรียมพร้อมสำหรับกระบวนท่าต่อเนื่องได้ทุกเมื่อ...ดาบที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยช่องโหว่นี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งของวิชาดาบ!

            ดาบนี้จึงดึงดูดสายตาและจิตใจของจ้าวหนีอิ่งเข้าไปทั้งหมด!

            เป็นวิชาดาบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!

            หยางลู่ที่อยู่ด้านนอกเวทีเองก็เบิกตากว้างวิชาดาบนี้ช่างคล้ายกับวิชาดาบที่เซียวหลิงอวิ๋นสอนให้นางเมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างน่าตกใจแต่ก็มีความแตกต่างอย่างบอกไม่ถูกแฝงอยู่ จะเรียกว่าอย่างดีนะ...! หยางลู่ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง แล้วนึกถึงคำหนึ่งขึ้นมาได้ ‘วิธีการต่างกัน แต่ผลลัพธ์เดียวกัน’!

            หืม!ดาบนี้ช่างน่าสนใจนัก!

            บนอัฒจันทร์ชายชราเคราแพะร่างสูงใหญ่เบิกตากว้าง! ช่างเป็นวิชาดาบที่ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ยิ่งนักเรียกได้ว่าเป็นกระบวนดาบที่สมบูรณ์แบบที่สุดและยอดเยี่ยมที่สุดรองมาจากเจตจำนงดาบ!

            วิชาดาบเช่นนี้เป็นกระบวนดาบที่นักยุทธ์ในโลกมนุษย์ผู้มีความเชี่ยวชาญในวิชาดาบเท่านั้นถึงสามารถเรียกใช้ได้!

            หากสามารถก้าวไปได้อีกขั้นก็จะเข้าถึงเจตจำนงดาบแล้ว และพลังการต่อสู้ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากตามไปด้วย!

            ดาบของเซียวหลิงอวิ๋นที่ในสายตาของผู้ชมจำนวนมากเป็นเพียงดาบที่ทั้งธรรมดาๆและห่วยแตก! ในสายตาของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายอย่างจ้าวหมิงเจี้ยนกลับกลายเป็นภาพที่แตกต่างออกไป เขารู้สึกได้ว่าดาบที่ดูธรรมดาของอีกฝ่ายกลับแฝงไปด้วยความแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่มีช่องโหว่จำนวนมากแต่ช่องโหว่เหล่านี้กลับเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่ตลอดด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลานี้ ทำให้ไม่อาจจับต้องได้เลย!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】 ที่คุณอ่าน