Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    บทที่ 95 หนึ่งฝ่ามือสุดท้าย

                    “เคล็ดกลืนกิน....”ฝ่ามือของถังเฟยหู่สัมผัสยังร่างกายของจระเข้เพลิงโลหิตพร้อมกับปล่อยปราณมรณะของตนเข้าไปยังร่างกายของมันด้วยเคล็ดวิชาจากวรยุทธ์กรงเล็บมารกระดูกขาวนั่นก็คือเคล็ดวิชาของกระบวนท่าหักกระดูกสะบั้นใจวิชานี้จะใช้ปราณมรณะกระแทกเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่ายเพื่อทำลายหัวใจ


                    โดยทั่วไปแล้ววิชานี้ต้องใช้กรงเล็บฟาดทำลายกระดูกสันหลังของอีกฝ่ายเพื่อสร้างช่องว่างในการส่งปราณไปทำลายหัวใจแต่ร่างกายที่อ่อนแอของจระเข้เพลิงโลหิตที่ใกล้ดับสูญไม่มีแม้แต่แรงที่จะป้องกันจึงทำให้เขาสามารถใช้เคล็ดวิชานี้ออกไปโดยง่ายและไม่มีแรงขัดขืนแม้แต่น้อย


                    และในชั่วพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ใช้ลมปราณมารไร้ลักษณ์ออกมาลมปราณสีแดงดำที่ปนสีแดงเลือดได้ลอยคละคลุ้งไปทั่ววิญญาณของจระเข้เพลิงโลหิตที่พึ่งตายได้ถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลจากมุกมารในร่างกายของเขาดึงดูดมาวิญญาณของจระเข้เพลิงโลหิตร้องครวญครางออกมาด้วยความไม่ยินยอม


                    ภายในใจของจระเข้เพลิงโลหิตเต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกมนุษย์พวกนี้ทำให้ตายแต่มันก็มิอาจขัดขืนอันใดได้! วิญญาณของมันถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างของมนุษย์ตัวจ้อยไปเรื่อยไม่นานนักวิญญาณของมันก็ถูกบีบอัดและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อมันได้เข้ามาสู่ภายในร่างกายของถังเฟยหู่


                    วิญญาณของมันต้องเจ็บปวดทรมานด้วยการถูกฉีกกระชากและป่นทำลายจากมุกมารทั้งสามเศษเสี้ยววิญญาณของมันได้ถูกกระจายไปทั่วทั้งร่างกายของถังเฟยหู่เพื่อหล่อเลี้ยงและพัฒนาศักยภาพของเขาและในชั่วพริบตานั้นเองที่ร่างกายของจระเข้เพลิงโลหิตได้เกิดการเปลี่ยนแปลงร่างของมันบิดโค้งไปมาและถูกบีบอัดอย่างรวดเร็วร่างของมันพุ่งเข้าสู่ร่างของถังเฟยหู่ผ่านฝ่ามือของเขาที่สัมผัส


                    และในตอนนั้นเองที่ร่างของจระเข้ปีศาจได้หายสาบสูญไปจากหุบเหวแห่งนั้นอย่างถาวรร่างของมันถูกกลืนกินโดยวิชามารของถังเฟยหู่เป็นที่เรียบร้อย!ในตอนนั้นเองที่มุกมารได้เกิดการเคลื่อนไหว ถังเฟยหู่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังรูปแบบใหม่ของกายหยาบมารที่บังเกิดขึ้นภายในใจของเขา!


                    ถังเฟยหู่สลายปลอกแขนอสูรเมฆาบนแขนของตนเอง เขาได้บังคับและรวบรวมละอองปราณที่สลายไปในทันทีอสูรทมิฬได้หลอมรวมร่างเข้ากับร่างกายของถังเฟยหู่จนกลายเป็นรอยสักมารบนอกของเขา แม้เขาจะสามารถเรียกกายหยาบมารได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากอสูรทมิฬแล้วก็ตามแต่กายหยาบรูปแบบใหม่ที่เขายังไม่เคยใช้ก็ไม่ทราบว่าจะกินพลังปราณมรณะไปมากน้อยเพียงใด


                    เขาไม่ต้องการที่จะสิ้นเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์เขาจึงได้เลือกวิธีการเช่นนี้เพื่อสิ้นเปลืองปราณมรณะน้อยลงใช้อสูรทมิฬที่หลอมรวมร่างกับตนในการช่วยควบคุมพลังมารนี้และในตอนนั้นเองที่เขาได้โคจรปราณมารไร้ลักษณ์ของตนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อเรียกรอยสักมารขึ้นมา


                    ปราณมารไร้ลักษณ์กายหยาบมารแห่งจระเข้เพลิงโลหิต!


                    รอยสักมารรูปหัวกะโหลกบนแผ่นอกของเขาได้ขยับเคลื่อนไหวและแผ่ขยายไปจนถึงแขนทั้งสองข้างรอยสักมารได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเพลิงราวหินหลอมเหลวบนร่างของจระเข้เพลิงโลหิตรอยสักเหล่านั้นได้รวมตัวอยู่บนฝ่ามือทั้งสองของเขาราวกับรอยสักมารเหล่านั้นกลายเป็นปลอกแขนเพลิง


                    ลมปราณมารไร้ลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดขึ้นอีกหลายส่วนรอยสักมารเพลิงได้ดูดกลืนปราณมรณะเหล่านั้นเข้าไป พลังเพลิงที่ส่งออกมาได้หักล้างกับพลังวิญญาณวารีในบรรยากาศจนบังเกิดพลังในศาสตร์ทำลายล้างออกมาเหมือนกับจระเข้เพลิงโลหิตแม้พลังของเขาจะไม่รุนแรงเท่ากับสัตว์อสูรผู้เป็นเจ้าของ แต่เขาก็ใช้ปราณมรณะจำนวนมากเพื่ออุดช่องโหว่นั้น!


                    ถังเฟยหู่สามารถรับรู้ไดโดยร่างกายของเขาเองเมื่อใช้ความสามารถของสัตว์อสูรตนนี้พลังพิฆาตที่ทำลายล้างกันเองทำให้เพลิงโลหิตของจระเข้ตนนี้อันตรายเป็นอย่างมากเช่นกันแต่ร่างกายของถังเฟยหู่ยังไม่สามารถทนรับพลังพิฆาตอันรุนแรงเช่นนี้ไว้ได้นานมากนักเขาพึ่งกลืนกินจระเข้เพลิงโลหิตไปแค่ตนเดียวร่างกายของเขายังปรับเข้ากับพลังของมันยังไม่ได้ดีมากนัก


                    ความคิดภายในหัวของเขาโคจรอย่างรวดเร็วและในตอนนั้นเองที่เขาได้บังเกิดความคิดอันบ้าคลั่งอย่างหนึ่งขั้นมา ‘บางทีอาจมีหวังที่จะชนะ…แต่ก็เสี่ยงเป็นอย่างมากเช่นกัน หากพลาดแม้เพียงก้าวเดียวก็อาจตายได้…แต่ข้าเองก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วเช่นกัน หากไม่สู้ก็เท่ากับรอรับความตาย!’ถังเฟยหู่ได้ตัดสินใจแล้ว!


                    ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ใช้หนึ่งในเคล็ดวิชาฝ่ามือธุลีจันทราออกมา!รอบฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของห้วงพลังวิญญาณในทะเล บนฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาราวกับกลายเป็นวังวนที่ดูดกลืนพลังวิญญาณวารีเหมันต์ในห้วงทะเลและถึงห้วงน้ำจะถูกเผาโดยหินหลอมเหลวไปยังไงก็ตามแต่มันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงธาตุทั้งหมดของวารีในห้วงทะเลได้!


                    ฝ่ามือธุลีจันทรา จันทรารวมศูนย์!!


                    นี่คือกระบวนท่าที่ใช้สำหรับการรวบรวมพลังวิญญาณธาตุในห้วงบรรยากาศเพื่อฟื้นฟูพลังปราณที่เสียไประหว่างการต่อสู้เป็นการชั่วคราวอีกทั้งพลังวิญญาณวารีใช่ว่ามีอยู่จำนวนมากทุกพื้นที่บนโลกใบนี้บางทีระหว่างสู้อาจจะต้องหลบหนีไปอยู่ใกล้แหล่งน้ำเพื่อจะรับพลังวิญญาณเข้ามาซึ่งไม่ใช่เรื่องที่สะดวกสบายนักแต่ก็ไม่อาจรับพลังวิญญาณเข้ามาได้มากจนเกินไปเช่นกันนั่นเพราะพลังเหล่านั้นยังไม่ผ่านการกลั่นกรองจากการโคจรปราณและมิใช่พลังของตนโดยสมบูรณ์ไม่เหมือนกับพลังปราณมรณะซึ่งเป็นขั้วพลังพิเศษ


                    ปราณมรณะนั้นเดิมทีไม่เคยบริสุทธิ์อยู่แล้วเคล็ดวิชาเกี่ยวข้องกับปราณมรณะส่วนมากจะเน้นไปในทางการหยิบยืมพลังจากภายนอกและรวมถึงการหลอมรวมพลังภายนอกเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายเพื่อกลายเป็นพลังของตนส่วนลมปราณมารไร้ลักษณ์นั้นได้ทำการสร้างมุกมารทั้งสามเพื่อใช้กลั่นกรองปราณมรณะที่รับเข้ามา


                    ความยากของวิชาปราณมารไร้ลักษณ์ในขั้นพื้นฐานก็คือการทนรับพลังจากภายนอกและก่อเกิดมุกมารได้หรือไม่ส่วนฝ่ามือจันทรารวมศูนย์นั้นเป็นการดึงรั้งพลังวิญญาณวารีเหมันต์มาเป็นการชั่วคราวโดยใจความสำคัญของฝ่ามือนี้คือการหยิบยืมพลังจากภายนอกโดยการดูดกลืนและใช้ออกไปในทันที


                    และไม่เหมือนกับการใช้โอสถและทรัพยากรวิเศษในการเพิ่มอัตราการดูดกลืนพลังวิญญาณของวิเศษเหล่านั้นมีสรรพคุณในการช่วยให้พลังวิญญาณที่รับมาบริสุทธิ์ขึ้นและสามารถเข้ากันได้อย่างดีกับร่างกายของผู้ใช้นั่นจึงทำให้ผู้ใช้โอสถวิเศษสามารถนำพลังวิญญาณที่ได้รับมากกว่าปกติมาหลอมรวมเข้ากับตันเถียนเพื่อฝึกตนได้


                    ซึ่งหากเทียบกับฝ่ามือจันทรารวมศูนย์กับพลังวิญญาณที่ได้จากโอสถวิเศษรวบรวมพลังวิญญาณก็เหมือนกับการเอาน้ำที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายไปเทียบกับน้ำบริสุทธิ์ใสสะอาดบนยอดเขาก็ไม่ปาน


                    ในตอนนั้นเองที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของถังเฟยหู่กำลังรวบรวมพลังวิญญาณธาตุเหมันต์อยู่นั่นเองมันก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น รอยสักมารเพลิงโลหิตบนแขนทั้งสองข้างได้โหมกระหน่ำและรุนแรงมากขึ้นพลังพิฆาตที่หักล้างกันเองของสองธาตุก็มีทีท่าว่าจะรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน


                    “อ๊ากกกกกก!”ถังเฟยหู่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดความเจ็บปวดที่เขาได้รับนั้นราวกับพลังเพลิงทำลายล้างนี้จะฉีกกระชากแขนทั้งสองข้างของเขาให้แตกออกเป็นเสี่ยงแต่ถังเฟยหู่กลับอดทนไว้และใช้ประโยชน์จากฝ่ามือจันทรารวมศูนย์ในการดึงรั้งธาตุวารีให้เข้ามาหักล้างกับพลังเพลิงบนแขนของเขา


                    พลังพิฆาตแห่งการทำลายล้างของเพลิงโลหิตกำลังโหมกระหน่ำขึ้นและมันมีทีท่าว่าจะรุนแรงกว่าจระเข้เพลิงโลหิตที่เป็นเจ้าของเสียอีก! นั่นเพราะเคล็ดการรวบรวมพลังวิญญาณวารีและปราณเก้าเยือกแข็งภายในร่างของเขาแต่นั่นก็คือสิ่งอันตรายมากมายเช่นเดียวกัน! นี่ก็เหมือนการเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นระเบิดก็ไม่ปาน!


                    ต๊กโกวฉิวหลงที่อยู่กลางอากาศเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอยู่ในสายตาแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ความรู้สึกของเขาได้บอกว่าสิ่งที่ศัตรูตรงหน้ากำลังทำอยู่นั้นอันตรายเป็นอย่างมากเขาเร่งกระชับกระบี่พิฆาตอาชาในมือพร้อมกับเร่งเร้าพลังปราณของตนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง!


                    เขาสูญเสียพลังไปมากมายกับกระบวนท่าเมื่อครู่และคิดว่าจะกำจัดอีกฝ่ายได้สำเร็จแต่ทั้งหมดก็ไม่เป็นไปดั่งที่เขาคิดแม้แต่น้อยเขาเร่งโคจรพลังสายเลือดอินทรีปีกทองของตนขึ้นอีกครั้ง กระบี่ในมือของเขาได้ตอบรับกับพลังสายเลือดที่กำลังโคจรอย่างบ้าคลั่งความแหลมคมและพลังของมันพุ่งทะยานไม่หยุด


                    เปรี๊ยะ!


                    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งก้องกังวาลออกมาจากกระบี่พิฆาตอาชา! พลังสายเลือดของเขาได้เร่งเร้าให้ขอบเขตและพลังโดยรวมของกระบี่เล่มนี้เกินขีดจำกัดของมันเองจนเริ่มเกิดการแตกหักขึ้น!กระบี่เล่มนี้ได้มาถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว! สำนึกกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงเองก็ถึงขีดจำกัดเช่นกัน


                    วิ้งงงง


                    กระบี่พิฆาตอาชาร้องคำรามออกมาด้วยสำนึกกระบี่ที่อัดแน่นอยู่ภายในพลังปราณทั้งร่างของต๊กโกวฉิวหลงโหมกระหน่ำราวกับพายุมายาปราณอินทรีได้ขยับเคลื่อนไหวออกมาราวกับมีชีวิต ญาณแห่งวายุถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหล่อหลอมเข้าสู่กระบี่พิฆาตอาชาในมือของเขา!


                    เปรี๊ยะ!


                    รอยร้าวบนกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงได้ลามออกไปอีกหลายเท่าดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งเขาพร้อมทุ่มเทพลังที่เหลือทั้งหมดไปกับกระบี่นี้! กระบี่ในมือของต๊กโกวฉิวหลงได้เปล่งแสงสีเขียวหยกออกมาเสียงก้องกังวาลของกระบี่ได้ดังก้องออกไปราวกับเสียงของอินทรียักษ์ที่ร้องคำราม!


                    ที่ห่างไกลออกไปอีกหลายลี้นั้นได้มีสายตาของคนจำนวนมากกำลังมองไปยังทิศทางของสนามรบระหว่างต๊กโกวฉิวหลงและถังเฟยหู่คนกลุ่มนั้นก็คือคนของสำนักเสียงสวรรค์นั่นเองพวกเขาหลบหนีออกมานานและแต่ก็ยังไม่เห็นศิษย์พี่ต๊กโกวตามมาเสียทีแต่ไม่นานนักพวกเขากลับเห็นแสงสีและเสียงก้องกังวานของการต่อสู้ดังมา


                    “ศิษย์พี่ต๊กโกวกำลังถ่วงเวลาให้พวกเราโดยการสู้กับจระเข้เพลิงโลหิต?” ศิษย์คนหนึ่งของสำนักได้เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยและแฝงไว้ด้วยความชื่นชมส่วนหนึ่งและยังมีศิษย์น้องอีกหลายคนที่คิดไปในทิศทางเดียวกัน


                    แต่หยางถิงกลับรู้สึกต่างออกไปจากผู้อื่น ตามความเห็นของนางแล้วต๊กโกวฉิวหลงไม่สมควรที่จะอยู่ต่อสู้แต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้หยางถิงได้นำพิณของตนออกมาเตรียมพร้อมไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ใดพลิกผันขึ้นมา


                    และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้รวบรวมเพลิงโลหิตแห่งการทำลายล้างได้อีกหลายส่วนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดความเจ็บที่เขารู้สึกราวกับจะบดทำลายกระดูกของเขาให้เป็นผุยผงแต่เขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้และใช้ฝ่ามือจันทรารวมศูนย์ต่อไปและเผาผลาญปราณไปเพื่อสร้างเพลิงโลหิตออกมาต่อต้านอย่างดื้อรั้น


                    เขาได้จับจ้องไปทางต๊กโกวฉิวหลงที่ได้กระชับกระบี่ของตนขึ้นมาดวงตาของทั้งสองคนประสารกันอย่างไม่มีใครยอมใครราวกับดวงตาของทั้งสองเต็มไปด้วยวังวนแห่งความบ้าคลั่งที่ไม่มีใครยอมใคร ฝ่ามือทั้งสองข้างของถังเฟยหู่เปล่งรัศมีของเพลิงพิฆาตที่ผิดธรรมชาติของจระเข้เพลิงโลหิตออกมาอย่างเจิดจ้า


                    เบื้องหลังของถังเฟยหู่ราวกับบังเกิดมายาปราณอันเลือนลางของจระเข้เพลิงโลหิตขึ้นมานิ้วทั้งห้าบนมือทั้งสองข้างของเขาเหยียดตรงขึ้นราวกับใบดาบฝ่ามือทั้งสองรวมถึงแขนเต็มไปด้วยรอยสักมารที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งแขนภายในแขนทั้งสองเต็มไปด้วยพลังธาตุที่ต่อต้านซึ่งกันและกันพลังที่เจือปนไปด้วยแห่งศาสตร์แห่งการทำลายล้าง


                    ครืนนนนน


                    คลื่นแห่งความร้อนและธาตุวารีผสมปนเปกันไปหมดรอบฝ่ามือทั้งสองที่ใจกลางฝ่ามือของถังเฟยหู่ได้มีปราณที่ขัดแย้งกันเหล่านั้นรวมตัวกันที่ใจกลางของฝ่ามือจนกลายเป็นปานรูปจันทร์เสี้ยวบนฝ่ามือทั้งสอง


                    ทางด้านต๊กโกวฉิวหลงเองก็รวบรวมปราณวายุคลั่งไว้จำนวนมากเช่นกันและในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงได้พุ่งทะยานไปหาร่างของถังเฟยหู่ กระบี่พิฆาตอาชานำอยู่เบื้องหน้าร่างของต๊กโกวฉิวหลงตามอยู่เบื้องหลังร่างทั้งคนและกระบี่หมุนคว้างราวกับเป็นพายุหมุนขนาดเล็กอีกลูกหนึ่ง


                    ครืนนนนน!


                    ห้วงน้ำในทะเลถูกปราณวายุคลั่งและกระบี่ที่ดุดันนั้นชักนำจนกลายเป็นวงวนน้ำที่เต็มไปด้วยวายุสุดบ้าคลั่ง!มายาปราณแห่งอินทรีร้องกึกก้องไปทั่วพายุลูกนั้นผสานเข้ากับหุบเขาที่พังทลายแห่งนั้นที่เต็มไปด้วยหินหลอมเหลวจากพื้นเบื้องล่างเมื่อมองดูไปแล้วราวกับพื้นที่แห่งนั้นได้ตกอยู่ในห้วงแห่งภัยพิบัติก็ไม่ปาน!


                    “ฮ่าๆๆๆ! แกต้องตายภายใต้คมกระบี่ของข้า!” เสียงของต๊กโกวฉิวหลงดังกึกก้องท่ามกลางวายุสุดบ้าคลั่งที่กำลังพุ่งเข้ามาทางด้านถังเฟยหู่ที่สวมใส่หน้ากากโลหะเย็นเยียบกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา เคล็ดหัวใจพิณได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสงบจิตใจภายใต้สถานการณ์อันโหดร้ายเช่นนี้


                    ฟึบบบบ


                    ถังเฟยหู่ได้งอข้อมือของตนเองและขยับเคลื่อนไหวแขนทั้งสองข้างพร้อมขยับขับเคลื่อนปราณภายในร่างกายปราณเก้าเยือกแข็งพุ่งขึ้นสู่แขนทั้งสองข้างพลังต่างขั้วที่เข้าหักหาญกันเองในฝ่ามือนั้นทำให้การโคจรปราณของเขากลับยากขึ้นกว่าเดิมแต่พลังที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่ายิ่งนัก เมื่อมือทั้งสองได้ขยับคับเคลื่อนก็จะใช้จันทรารวมศูนย์เพื่อดึงรั้งพลังวิญญาณวารีเข้ามาหนุนเสริมปราณเก้าเยือกแข็งอีกแรง


                    ท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลม!


                    ในตอนนั้นเองที่ร่างกายของถังเฟยหู่พุ่งไปสู่เบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว เขาไม่เก็บงำวิชาของสำนักอีกต่อไปแล้วนั่นเพราะเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่มีวันได้นำเรื่องนี้ไปบอกใครอีกต่อไป! ซึ่งท่าเท้าของถังเฟยหู่นั้นถูกต๊กโกวฉิวหลงมองออกในทันทีว่าคือวิชาใดเพราะถึงอย่างไรเขาก็เชี่ยวชาญในวิชานี้เช่นกัน!


                    “เจ้า! วิชาของสำนักเสียงสวรรค์! แกเป็นใครกันแน่ ไส้ศึกของสำนักแปดดาราหรือว่าเป็นคนของสำนักเรากันแน่!”ต๊กโกวฉิวหลงที่เห็นดังนั้นจึงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมากแต่ทันใดนั้นเองที่เขาได้ใช้เคล็ดหัวใจพิณสงบห้วงอารมณ์และความคิดของตัวเอง “แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นไส้ศึกหรือคนทรยศ ข้าผู้เป็นศิษย์ของสำนักเสียงสวรรค์ก็จำต้องฆ่าเจ้าอยู่ดี!รับกระบี่ของข้าไป!” ทันใดนั้นเองที่ปราณวายุคลั่งได้ปะทุขึ้นรุนแรงกว่าเดิมอีกหลายเท่า


                    ร่างของถังเฟยหู่เองก็พลิ้วไหวและรวดเร็วขึ้นกว่าก่อนอีกหลายส่วนนั่นเพราะท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมเป็นวิชาที่เหนือกว่าท่าเท้าอสรพิษลี้ลับถึงหนึ่งระดับความรวดเร็วและพลังแฝงที่มีอยู่ในวิชาย่อมมากกว่านัก!ร่างของทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอย่างหักหาญอย่างรวดเร็วมือที่เหยียดตรงของถังเฟยหู่หยุดใช้จันทรารวมศูนย์และฟันออกไป!


                    ฝ่ามือธุลีจันทรา แสงจันทราทะยานฟ้า!!


                    มือขวาของถังเฟยหู่สะบัดฟันออกไปในแนวขวางอย่างรวดเร็วปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ผสมปนเปทั้งธาตุเย็นและความร้อนสองขั้วพลังที่ขัดแย้งได้แฝงอยู่ในกระบวนท่าเดียวกันปราณดาบที่พุ่งออกไปดูไม่มั่นคงและแฝงไว้ด้วยศาสตร์ทำลายล้างที่เกิดจากสองธาตุที่พิฆาตและทำลายกันเอง


                    ฟิ้ววววว!!


                    ปราณดาบจันทร์เสี้ยงนั้นพุ่งออกไปและใกล้จะปะทะกับกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงและในพพริบตานั้นเองที่กระบวนท่าของทั้งสองได้เข้าปะทะกันอย่างหักหาญหนึ่งกระบี่หนึ่งปราณดาบเข้าต่อต้านกัน!


                    ปราณวายุที่บ้าคลั่งและปราณเหมันต์ผสานกับเพลิงโลหิตที่ฝืนธรรมชาติกำลังเข้าต่อกรอย่างไม่มีใครยอมใครใบหน้าของต๊กโกวฉิวหลงเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและไม่เชื่อเขาไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตก่อเกิดขั้นสองระดับสุดยอดอย่างเขาจะไม่อาจเอาชนะคนที่ไม่แม้แต่จะข้ามผ่านขอบเขตปราณเสียด้วยซ้ำ!


                    “ไม่! ข้าไม่เชื่อ!ข้าไม่เชื่อว่าจะชนะแกไม่ได้!! อ๊ากกกก!!” ต๊กโกวฉิวหลงตะโกนออกมาสุดเสียง! ดวงตาทั้งสองแดงก่ำด้วยความเกรี้ยวกราดราวกับคนบ้าจนแม้กระทั่งเคล็ดหัวใจพิณก็ไม่อาจดึงเขากลับมาจากห้วงความโกรธนี้ได้!


                    ญาณแห่งโลหิตตาเหยี่ยวพันลี้!


                    วิชาสายเลือดดวงตาของเขาถูกใช้ออกมาอย่างเต็มที่เพื่อการโจมตีฝ่ามือนี้!สายเลือดที่กลายพันธุ์โคจรอย่างรวดเร็วและถูกชักนำเข้าสู่ดวงตา! ดวงตาสีดำจากปราณมรณะได้แปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสีม่วงดำแต่เขายังไม่หยุดเพียงเท่านั้นยังคงฝืนโคจรสายเลือดออกไปอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อนราวกับเขาต้องการเผาผลาญพลังสายเลือดทุกหยดไปกับวิชาสายเลือดดวงตาในครั้งนี้!


                    และในตอนนั้นเองที่ดวงตาสีม่วงดำของเขาได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นราวกับมันกำลังตอบสนองต่อปณิธานอันแรงกล้าของผู้เป็นเจ้าของ! ภาพตรงหน้าของเขาพลันชัดเจนขึ้นไปอีก การมองเห็นละเอียดขึ้นและรวดเร็วขึ้นเขาได้ทลายขีดจำกัดขั้นสูงของวิชาตาเหยี่ยวพันลี้ในวินาทีแห่งความเป็นตายในตอนนั้น!


                    ดวงตาสีม่วงดำของเขาได้กลับกลายเป็นสีม่วงสุกสกาวราวกับดวงดารา แต่การเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตานั้นยังไม่หมดลงเมื่อสีดวงของเขาได้เปลี่ยนไปพร้อมกับคุณสมบัติของสายเลือดที่ถูกเผาผลาญไปในดวงตาดวงตาของเขากลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มและในท้ายที่สุดดวงตาของเขาก็ได้กลับกลายเป็นสีฟ้า!


                    ดวงตาสีฟ้าทั้งสองข้าง สัญลักษณ์ของสายเลือดสกุลเฟิง!


                    เนตรเซียนพยัคฆ์!


                    ชั่วพริบตานั้นราวกับห้วงท้องทะเลภายในดวงตาของถังเฟยหู่สว่างเจิดจ้าราวกับอยู่ท่ามกลางดวงดาราภายในดวงตาของเขาราวกับมีพลังอัสนีวิ่งไหลผ่านทุกอย่างที่เกิดขึ้นในดวงตาของเขาพลันช้าลงเรื่อยๆ เขาสามารถเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยใช้วิชาสายเลือดดวงตา


                    สายเลือดเกิดการย้อนคืน!


                    สายเลือดที่กลายพันธุ์ของเขาเดิมทีเกิดเพราะมุกมารทั้งสามที่ทำการกลืนกินและสูบฉีดเลือดแทนหัวใจของเขาและเพราะพวกมันจึงทำให้สายเลือดทั้งสองที่มีในร่างของเขาหลอมรวมกับพลังมารจนเกิดเป็นสายเลือดใหม่


                    แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้นกำเนิดของสายเลือดที่กลายพันธุ์นี้ก็ยังคงเป็นสายเลือดแห่งเซียนพยัคฆ์อยู่ดี! และเพราะการเผาผลาญพลังของสายเลือดจนถึงขีดสุดของถังเฟยหู่จึงทำให้สายเลือดของเขาเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมหาศาล!


                    ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้วาดฝ่ามือข้างขวาและฟันออกไปอีกครั้ง! ปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ไม่มั่นคงและเต็มไปด้วยความขัดแย้งของสองธาตุได้พุ่งออกไปอีกครั้งปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ตามหลังออกมาในครั้งนี้รวดเร็วและรุนแรง อีกทั้งแม่นยำเป็นอย่างมาก!ปราณดาบนี้ได้หลอมรวมเข้ากับปราณดาบก่อนหน้าอย่างพอดิบพอดี


                    ซึ่งในวินาทีเดียวกันนั้นเองที่รอยสักมารบนแขนข้างขวาของเขาได้เจือจางลงจนแทบจะสูญสลายไปเพราะการทุ่มเทโจมตีในครั้งนี้! พลังปราณมรณะที่เผาผลาญอย่างต่อเนื่องย่อมหมดลงอย่างรวดเร็ว!


                    ต๊กโกวฉิวหลงกลับยิ้มเยาะออกมา “เหอะ! ท่าเดิมใช้ไม่ได้ผลหรอก! ข้าจะบดขยี้กระบวนท่านี้ไปพร้อมกับชีวิตของเจ้าไปเลยแล้วกัน!”ปราณสีเขียวหยกเร่งเร้าขึ้นจนถึงขีดสุด เสียงร้องตะโกนของต๊กโกวฉิวหลงดังกึ้งก้องขึ้นพร้อมกับมายาปราณแห่งอินทรีปรากฏขึ้นและร้องกู่ก้องออกไปรอบด้าน


                    ปราณแห่งวายุคลั่งได้บังเกิดรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่าปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่หลอมรวมกันได้กลายเป็นปราณดาบขนาดที่ใหญ่ขึ้นและพลานุภาพที่แกร่งกร้าวยิ่งกว่าเดิมแต่มือทั้งสองข้างของต๊กโกวฉิวหลงที่กระชับอยู่บนกระบี่พิฆาตอาชาได้ออกแรงมากขึ้นกว่าเดิมและพยายามผลักดันปราณดาบนั้นกลับไป


                    เปรี๊ยะ!


                    ในตอนนั้นเองที่เสียงแตกร้าวดังขึ้นมาจากปราณดาบจันทร์เสี้ยว แม้พลังของแสงจันทราทะยานฟ้าจะเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายเท่าก็ตามแต่ต๊กโกวฉิวหลงก็ยังคงดูเหนือกว่า และเมื่อเห็นดังนั้นแล้วต๊กโกวฉิวหลงยิ่งฮึกเหิมและเร่งเร้าปราณขึ้นอีกกระบี่ของเขาผลักดันปราณดาบจันทร์เสี้ยวนั้นกลับไปอย่างต่อเนื่อง


                    เปรี้ยงงง!!


                    เสียงแตกหักดังขึ้น ในที่สุดปราณดาบจันทร์เสี้ยวตรงหน้าก็ถูกทุบทำลายไปดั่งที่ต๊กโกวฉิวหลงได้กล่าวไว้กระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงยังคงพุ่งต่อไปด้านหน้าแต่ในตอนนั้นเขากลับไม่สามารถมองเห็นร่างของศัตรูตรงหน้าได้! ร่างของถังเฟยหู่กลับหายไป!


                    “ต๊กโกวฉิวหลง เจ้าหมดแรงแล้วหรือยัง? กระบวนท่าทุ่มสุดตัวของเจ้ายากจะหยุดยั้งได้น่าเสียดายนักที่ข้ายังเหลือแรงที่จะโจมตีอีกหนึ่งกระบวนท่า!” เสียงของถังเฟยหู่ดังขึ้นจากอีกทิศทางหนึ่งที่ด้านหลังของต๊กโกวฉิวหลงดวงตาทั้งสองข้างของถังเฟยหู่กลับกลายเป็นสีฟ้าเรืองรอง


                    ชายหนุ่มสามารถหลบรอดสายตาของอีกฝ่ายด้วยความสามารถของเนตรเซียนพยัคฆ์ที่ได้กลับคืนมาอีกทั้งดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ความสามารถของดวงเนตรทำให้เขาสามารถมองเห็นถึงจุดบอดของกระบวนท่าอีกฝ่ายและเล็ดลอดไปมาเพื่อหลบสายตาของอีกฝ่ายในขณะที่ความสนใจทั้งหมดไปอยู่กับปราณดาบจันทร์เสี้ยว


                    ถังเฟยหู่ชูฝ่ามือข้างซ้ายที่เป็นสีแดงเพลิงเพราะรอยสักมารขึ้นปราณมรณะของเขายังหลงเหลือไว้เพื่อสามารถวาดฝ่ามือผสานเพลิงได้อีกหนึ่งฝ่ามือสุดท้าย! ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอำมหิตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทุกอย่างได้บังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเบื้องหลังของถังเฟยหู่ได้บังเกิดมายาปราณของดวงจันทราขนาดใหญ่แต่ดวงจันทร์นั้นกลับลุกท่วมด้วยเพลิงโลหิตของจระเข้เพลิงโลหิตรอยร้าวได้บังเกิดขึ้นบนดวงจันทรานั้นจนทำลายซึ่งความงดงามของมันและราวกับกลายเป็นดวงดาวที่กำลังแตกสลาย!


                    ฝ่ามือธุลีจันทรา จันทราวิปโยค!


                    ฝ่ามือคือดวงจันทร์ หนึ่งฝ่ามือทำลายซึ่งดวงดาราหนึ่งฝ่ามือแห่งความวิปโยค


                    ฝ่ามือข้างซ้ายของถังเฟยหู่ถูกปล่อยออกไปมายาปราณแห่งดวงจันทร์ทับซ้อนอยู่บนร่างของเขาและขับเคลื่อนไปพร้อมกับฝ่ามือข้างนั้น! พลังปราณมหาศาลถูกทุ่มเทไปกับฝ่ามือนี้!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถแก้ไขได้ทันร่างของต๊กโกวฉิวหลงพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนไม่อาจพลิกแพลงได้ทัน!


                    ตู้มมมม!!


                    “อ๊ากกกกกกก!” ต๊กโกวฉิวหลงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดร่างของเขาที่พุ่งลงไปเบื้องล่างด้วยความเร็วของกระบวนท่าตัวเองกลับถูกอักฝ่ายหยิบยืมใช้ประโยชน์ดวงจันทราที่ใกล้ดับสลายกระแทกเข้ากลางหลังของเขาและกดเขาลงสู่เบื้องล่างไปพร้อมกัน!ร่างของเขาถูกดวงจันทรากดกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง!


                    แต่กระบวนท่ายังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านั้น! ดวงดารานั้นกลับกดร่างของต๊กโกวฉิวหลงให้จมลงไปเรื่อยๆพลังพิฆาตของสองธาตุได้เกิดการปะทุขึ้นบนแผ่นหลังของต๊กโกวฉิวหลงมายาปราณดวงจันทราได้เกิดการระเบิดอันยิ่งใหญ่และถล่มทลายลงบนร่างของเขา! และในชั่วพริบตานั้นเองที่ทุกอย่างได้สงบลง…


                    พร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจของต๊กโกวฉิวหลง……

    คล้ายกับเรื่องLegend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า ที่คุณอ่าน