เจี้ยนหลิน (剑林) ยังคงซ่อนกายอยู่หลังพุ่มไม้สูงทึบริม "ลานบุปผาพันสี" (Thousand-Color Flower Meadow) ดวงตาของเขาสังเกตการณ์คณะศิษย์ตำหนักในกลุ่มนั้นอย่างเงียบงัน หัวใจเต้นระรัวเล็กน้อยเมื่อมองไปยังร่างระหงสง่างามของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) ความทรงจำครั้งที่เคยแอบเฝ้ามองนางร่ายรำเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" (流云剑法) และ "เมฆาพิรุณ" (雨云剑法) ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงอย่างเลือนราง นางดูสงบนิ่งและกลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบกายอย่างน่าประหลาด ราวกับมิใช่เพียงผู้ฝึกตน แต่เป็นส่วนหนึ่งของพลังชีวิตที่นี่ กลิ่นอายพลังของนาง...มันเยือกเย็นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความบริสุทธิ์ที่ยากจะหยั่งถึง แตกต่างจากพลังธาตุไฟอันร้อนแรงของพวกหออัคคีเมฆาโดยสิ้นเชิง ภาพเหล่านั้นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เขาฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อจนมาถึงจุดนี้
คณะของเยว่ชิงหลิงมีศิษย์ตำหนักในอีกสี่คนติดตามมาด้วย ทั้งหมดสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกัน แต่รัศมีและท่วงท่าการเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นแตกต่างจากศิษย์นอกอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาดูจะกำลังเก็บเกี่ยวสมุนไพรบางชนิดที่เบ่งบานอยู่ท่ามกลางมวลบุปผาหลากสี ท่าทางของแต่ละคนแฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนงและความมั่นใจในตนเองอย่างปิดไม่มิด
หลังจากเก็บเกี่ยวสมุนไพรอยู่ครู่หนึ่ง คณะของเยว่ชิงหลิงก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากลานบุปผา มุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งที่ลึกเข้าไปใน "หุบเขาที่ถูกลืมเลือน" (Forgotten Valley) เจี้ยนหลินลังเลอยู่ชั่วขณะว่าจะเปิดเผยตัวดีหรือไม่ แต่ "การนำทาง" จากภายในจิตใจของเขาก็ยังคงชี้ไปยังทิศทางเดียวกันกับที่กลุ่มของนางกำลังมุ่งหน้าไป
‘บางที...นี่อาจจะเป็นโชคชะตา’ เขาคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจเคลื่อนร่างออกจากที่ซ่อนอย่างเงียบเชียบ และเดินตามคณะของเยว่ชิงหลิงไปในระยะห่างๆ
เส้นทางที่คณะศิษย์ตำหนักในเลือกเดินนั้น ค่อยๆ ลาดต่ำลง นำไปสู่บริเวณที่มีเสียงน้ำตกดังแว่วมาแต่ไกล ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึง "ริมธารน้ำตกผลึก" (Crystal Waterfall Stream) แห่งหนึ่ง สายน้ำใสสะอาดไหลเชี่ยวกรากผ่านโขดหินผลึกสีรุ้งที่ส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ ละอองน้ำที่แตกกระจายสร้างม่านหมอกบางเบาปกคลุมไปทั่วบริเวณ มอบความรู้สึกสดชื่นและเปี่ยมด้วยพลังงานธาตุน้ำอันบริสุทธิ์ พืชพรรณริมธารเขียวชอุ่ม มีดอกไม้ป่าสีสันแปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเบ่งบานอยู่เป็นหย่อมๆ
คณะของเยว่ชิงหลิงดูเหมือนจะหยุดพักที่ริมธารแห่งนี้ ศิษย์ชายคนหนึ่งในกลุ่มซึ่งมีใบหน้าแหลมเล็กและดวงตาเรียวรีเหลือบมาเห็นเจี้ยนหลินที่เพิ่งจะเดินตามมาถึงพอดี เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความดูแคลน
"เจ้าเป็นผู้ใดกัน? ศิษย์นอกเช่นเจ้า ไฉนจึงมาเพ่นพ่านอยู่ในสถานที่อันตรายเช่นนี้ได้?"
ศิษย์อีกสามคนที่เหลือหันมามองเจี้ยนหลินเป็นตาเดียวกัน สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนความเหยียดหยามเล็กน้อย เมื่อเห็นอาภรณ์ศิษย์นอกที่ค่อนข้างเก่าและมอมแมมของเขา รวมถึงกลิ่นอายพลังปราณขั้นหลอมรวมลมปราณระดับแปดที่แม้จะแข็งแกร่งสำหรับศิษย์นอกทั่วไป แต่ก็ยังคงห่างชั้นกับพวกเขาที่เป็นศิษย์ตำหนักในอยู่มาก ศิษย์อีกคนหนึ่งในกลุ่มเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "ฮึ! หลอมรวมปราณขั้นแปดงั้นรึ? พลังระดับนี้ในหมู่ศิษย์นอกอาจจะพอดูได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเราศิษย์ตำหนักใน ก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่รอวันถูกเหยียบย่ำ!"
เจี้ยนหลินหยุดยืนนิ่ง เขามิได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด เพียงแค่ประสานมือคารวะอย่างสุภาพ "ข้า เจี้ยนหลิน คารวะศิษย์พี่ทุกท่าน ข้าเพียงแค่เดินทางผ่านมาเท่านั้น"
"เดินทางผ่านมา?" ศิษย์หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งมีใบหน้าจิ้มลิ้มแต่แววตาแฝงความเย่อหยิ่งเอ่ยขึ้น "สถานที่เช่นนี้มิใช่ที่ที่ศิษย์นอกเช่นเจ้าจะเดินทางผ่านมาเล่นได้ง่ายๆ ดอกนะ หรือว่าเจ้าแอบลักลอบเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์อันใด?"
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยการดูถูกอย่างไม่ปิดบัง เจี้ยนหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง ‘คนพวกนี้...ช่างมองคนแต่เปลือกนอกเสียจริง’ เขาคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย
ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะตึงเครียดขึ้นนั้นเอง ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิงซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะกำลังพิจารณาสมุนไพรบางชนิดอยู่ ก็พลันหยุดการเคลื่อนไหว นางเอียงหูเล็กน้อยคล้ายจะสดับฟังบทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างเงียบงันชั่วครู่ ก่อนที่เสียงเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งยามเหมันต์จะดังขึ้นทำลายความเงียบ
"พอได้แล้ว"
ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิงเอ่ยขึ้นสั้นๆ นางยังคงยืนหันหลังให้กับพวกเขา มองไปยังสายน้ำตกที่ไหลเชี่ยวกรากเบื้องหน้า แต่คำพูดเพียงไม่กี่คำของนางก็ทำให้ศิษย์อีกสี่คนเงียบเสียงลงในทันที พวกเขามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะโค้งศีรษะรับคำอย่างนอบน้อม
เยว่ชิงหลิงค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเจี้ยนหลิน สายตาของนางกวาดมองไปยังร่องรอยการเดินทางบนอาภรณ์ของเขา และสัมผัสถึงกลิ่นอายพลังที่ดูจะ "แตกต่าง" เล็กน้อยจากศิษย์นอกทั่วไป ก่อนที่ดวงตาคู่สวยของนางจะหยุดลงที่เขา นางจ้องมองมาที่เขาครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินหรือค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ในแววตาอันเยือกเย็นนั้น เจี้ยนหลินรู้สึกราวกับว่ามีความ "ประหลาดใจ" หรือ "ความสนใจ" วูบผ่านไปเพียงเล็กน้อย แต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะจับสังเกตไม่ได้
"เจี้ยนหลิน...เจ้าเองหรือ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความคุ้นเคยเล็กน้อย "ไม่คิดว่าจะได้พบเจ้าที่นี่ พลังของเจ้า...ดูเหมือนจะก้าวหน้าไปมากทีเดียว กลิ่นอายพลังธาตุพฤกษาของเจ้าดูจะ 'บริสุทธิ์' และ 'แตกต่าง' จากศิษย์นอกทั่วไป"
คำพูดของนางทำให้เหล่าศิษย์ผู้ติดตามอีกสี่คนหันมามองเจี้ยนหลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง พวกเขาไม่คาดคิดว่าศิษย์พี่หญิงเยว่ผู้เย็นชาจะรู้จักศิษย์นอกผู้นี้เป็นการส่วนตัว และยังกล่าวชมถึงพัฒนาการของเขาอีกด้วย
เจี้ยนหลินรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อถูกนางจ้องมองโดยตรง แต่ก็ยังคงรักษากิริยาให้สุภาพ "ศิษย์พี่หญิงเยว่...ข้าเองก็คาดไม่ถึงว่าจะได้พบท่านที่นี่เช่นกัน"
"หุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย แม้แต่ศิษย์ตำหนักในเช่นพวกเราก็ยังต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ" เยว่ชิงหลิงกล่าวต่อ ดวงตาของนางยังคงจับจ้องมาที่เขา "เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลใดรึ?"
นางกล่าวจบแล้วก็ยืนนิ่ง รอคอยคำตอบจากเขาอย่างสงบ ดวงตาคู่สวยนั้นยังคงจับจ้องมาที่เขา มิได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้เจี้ยนหลินรู้ดีว่าคำตอบของเขาในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
บรรยากาศรอบริมธารน้ำตกผลึกพลันเงียบสงัดลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงน้ำตกที่ยังคงดังซ่าไปทั่วบริเวณ เจี้ยนหลินกำลังครุ่นคิดหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด...
(จบตอนที่ 140 )