[New Life] อิสระของชีวิต

    [120] สัญลักษณ์ที่ถูกทำลาย [2]

    [120] สัญลักษณ์ที่ถูกทำลาย [2]
    เคร้ง!!เมื่อมีดปะทะมีดเซ็ทจึงอดเลิกคิ้วแปลกใจเล็กๆ ไม่ได้ เพราะเป้าหมายดันตั้งรับมีดของเขาได้ซะงั้น ถึงก่อนหน้าจะเดินดุ่มๆ มาโดยไม่หลบซ่อนทั้งยังไม่ได้ปกปิดจิตสังหาร แต่ก็ใช้กิ๊ฟอ้อมเข้าด้านหลังในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนลงมือ หากเป็นคนทั่วไปคงตั้งตัวไม่ทันแล้วโดนฆ่าตายในพริบตาไปแล้ว“โฮ่...ไม่เลวเลยนี่”“!!!”เสียงทุ้มแผ่วเบาดังออกมาจากลำคอหนาด้วยความพึงพอใจ หากแต่คนที่เกือบจะก้าวขาไปเยือนยมโลกนั้นขนลุกซู่โดยพลัน สองมือรีบชักอาวุธออกมาเตรียมรับมือ“ค่อนข้างน่าสนใจ จะเล่นด้วยหน่อยก็แล้วกัน”สามสิบชั้นที่เดินลงมาบ้าง วาร์ปลงมาบ้าง จัดการกับศัตรูทั้งพวกมีกิ๊ฟและไม่มีกิ๊ฟ ทั้งพวกลิ่วล้อและพวกผ่านการฝึกมานับไม่ถ้วน แต่ทั้งหมดนั่นเซ็ทก็ใช้เวลาไปไม่ถึงห้านาที หากจะหยุดแวะขัดสนิมสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร ยังไงซะพวกที่น่าสู้ด้วยจริงจังก็แทบไม่มี...ตัวเขาวาดหวังจะเป็นอิสระและเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป...ถึงกระนั้นส่วนลึกในจิตใจของเขาปรารถนาคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียม ไม่ใช่มอนสเตอร์หรือสัตว์กลายพันธุ์ที่ดุร้ายด้วยสัญชาตญาณ หากแต่เป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งทัดเทียมกัน...ใช่ ...ถ้าต้องฆ่าคนที่เป็นศัตรู ก็ขอให้เป็นศัตรูที่จะทำให้เขาสามารถใช้ทุกสิ่งที่มีในการเอาชีวิตรอด เหมือนชีวิตประจำวันในสมัยก่อนที่เขาต้องประสบพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ใช่พวกขยะที่จะบี้ทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้จนกลายเป็นการรังแกกันฝ่ายเดียวแบบที่เจออยู่ทุกวันนี้...เป็นความย้อนแย้งที่สลัดมันไปไม่พ้น ถ้าเป็นแบบนี้เขาจะยังมีชีวิตแบบคนธรรมดาได้มั้ย?{ไม่ต้องคิดมาก ผมเข้าใจคุณ}‘ขอบใจ...คู่หู’เซ็ทหลุดยิ้มขำยามคุยกับโรที่อยู่ในหัว แน่ล่ะว่ากับโรที่อยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลามาทั้งชีวิตเก่าและชีวิตใหม่ เห็นทุกการกระทำและรู้ทุกเหตุผลในการกระทำ ให้ตายยังไงก็ต้องเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนยังไง มนุษย์ไม่ได้มีแค่สีขาวกับดำ ในมุมมองของระบบผู้ช่วยแบบโรเองก็ไม่ได้ตัดสินอะไรจากความนึกคิดที่เอนเอียงได้ หากแต่เป็นการประมวลผลอย่างตรงไปตรงมาไร้ความรู้สึกเกี่ยวโยง...โรน่ะ อาจจะรู้ว่าดีกว่าตัวเขาเองก็ได้ ว่าแท้จริงแล้วเนื้อในของอดีตเครื่องจักรสังหารคนนี้เป็นคนแบบไหน และเพราะอะไรถึงได้เป็นคนแบบนั้น ถ้าเป็นโรต้องตอบได้ทั้งหมดแน่...แต่ถ้าหากแม้กระทั่งโรยังไม่เข้าใจ เขาก็คงหาใครที่จะเข้าใจในตัวเขาไม่เจอแล้วล่ะแม้บนใบหน้าจะยังมีหน้ากากปกปิด หากแต่เสียงหัวเราะที่ดังลอดมานั้นก็ยังชัดเจนพอให้คนที่ยืนอยู่ด้านตรงข้ามแต่ไม่กล้าผลีผลามลงไม้ลงมือได้ยิน จนเกิดตัวสั่นโดยไม่รู้สาเหตุขึ้นมาอีกหน พร้อมกันนั้นปืนในมือของอีกฝ่ายก็ขยับเล็งแล้วยิงโดยไม่เสียเวลาแม้แต่จะตั้งท่าให้ถูกต้องปัง!เซ็ทเหยียดยิ้มในขณะที่กระโดดหลบวิถีกระสุนของปืนพกอย่างไม่ยากเย็น ฝ่ายตรงข้ามเองก็ถือโอกาสนี้กระโดดเว้นระยะห่างออกไปเช่นกัน แน่นอนว่าด้วยความเซ็ทนั้นสนใจอยากจะเล่นบ้างอะไรบ้าง ทำให้เจ้าตัวยังไม่รีบร้อนที่จะเข้าไปปิดฉาก ถือว่าให้เวลาอีกฝ่ายได้ตั้งหลักและเตรียมพร้อมอย่างใจดีในตอนนั้นเซ็ทก็ร้องอ๋อเบาๆ ในลำคอเมื่อจำได้ว่าคนตรงหน้าค่อนข้างจะเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา ...หนึ่งในคนติดตามของโรเบิร์ต วอล์กเกอร์ ที่พึ่งเห็นกันอยู่หลัดๆ ในวันนี้นี่เอง“หน้ากากกับชุดนั่น...แก...คนของแอชลีย์งั้นสินะ?”“รู้ดีนี่”หน้าจอของระบบแสดงถึงข้อมูลของอีกฝ่ายที่ตรวจสอบได้ และเซ็ทก็ได้คำตอบว่าทำไมคนตรงหน้าถึงได้หลบมีดเขาได้ ในช่องกิ๊ฟเขียนไว้ว่า ‘แจ้งเตือน’ เดากันง่ายๆ ว่ามันคงจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รับรู้ถึงอันตราย ถึงจะไม่รู้ว่ามันใช้ได้กับอันตรายประเภทไหนบ้างก็เถอะ แต่คงคล้ายๆ กับประเภทสัญชาตญาณระวังภัยไม่ผิดแน่หากในภารกิจใหญ่ๆ หรือยามเกิดเหตุไม่คาดฝันจะว่าเป็นกิ๊ฟที่มีมีประโยชน์ก็ไม่ผิด แต่ในการต่อสู้ทั่วไป หรือแม้แต่การลอบสังหาร ถ้ามีประสบการณ์มากๆ เข้า ก็จะจับความรู้สึกอันตรายที่ให้ผลลัพธ์คล้ายๆ กันเองได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งกิ๊ฟประเภทนี้ก็จะไม่จำเป็นไปโดยปริยาย“แอนโทนี่ แอชลีย์ น่าจะยังอยู่ชั้นบนสุดหรือไม่ก็ออกจากตึกนี้ไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมแกถึงได้มาอยู่ตรงนี้ การ์ดน่ะต้องคุ้มกันเจ้านายไม่ใช่รึไงกัน?”“ถ้าชนะฉันได้ ฉันจะตอบคำถามนั้นให้ก็แล้วกัน ถ้าจะหาตัวถ่วงมาเพิ่มก็ไม่ว่ากันนะ มีขยะสิบยี่สิบชิ้นมันก็ไม่ยากที่จะกวาดทิ้ง ดีเสียอีกที่จะได้กวาดมันไปให้หมดทีเดียวเลย”เซ็ทว่าอย่างไม่ยี่หระ ไร้ท่าทีหวั่นเกรงว่าอีกคนจะเรียกกำลังเสริม คำนวนเวลาเสร็จสรรพว่าควรใช้เวลามากขนาดไหนถึงจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ ยังไงก็ตามเขายังไม่ลืมที่จะยั่วโมโหอีกฝ่ายให้ใช้ฝีมือได้เต็มที่ด้วย แม้การยั่วโมโหนั่นจะเป็นการดูถูกเหยียดหยามอย่างแรงก็เถอะ“แก...”“แลกเปลี่ยนกัน ถ้าหากฉันเป็นฝ่ายชนะ นายต้องบอกมาว่าตอนนี้เจ้านายของนาย...ไอ้ลูกหมาโรเบิร์ตอะไรนั่น...ไปมุดหัวหลบอยู่ที่ไหน?”คำกล่าวของเซ็ทเรียกความโกรธจากฝ่ายตรงข้ามให้พุ่งทะลุปรอทกว่าเก่าได้ไม่ยาก แม้จะโกรธที่ถูกดูถูกพาดพิงไปถึงผู้เป็นนาย หากแต่อีกฝ่ายก็ยังเก็บสีหน้าและท่าทีให้สุขุมตามเดิมได้เป็นอย่างดี นั่นทำให้เซ็ทยิ่งพึงพอใจ และอยากจะลองเล่นเข้าไปอีก{ทำนิสัยเป็นเด็กๆ ไปได้}‘ถ้าจากอายุตอนนี้ ฉันก็ยังเด็กจริงๆ นี่นา’{แต่อายุวิญญาณคุณน่ะมันเข้าสู่คำว่าผู้สูงวัยไปนานแล้ว}‘หุบปากโร’“กิ๊ฟแบบนั้น ถ้าสู้กันจริงๆ คงจบเร็วเกินไป เพราะงั้น...จะอ่อนให้ก็แล้วกัน”เซ็ทโยนมีดในมือทิ้งปืน ในขณะที่หยิบปืนพกกระบอกหนึ่งออกจากช่องเก็บของ หากแต่อีกฝ่ายมองเห็นเหมือนดึงออกมาจากความว่างเปล่าคนที่หลบพ้นการโจมตีแรกไปได้อย่างโชคดียิ่งระวังตัว ด้วยไม่รู้ว่าคนตรงหน้านั้นมีกิ๊ฟอะไรแน่ จะเดาก็เดาไม่ถูก กับบรรยากาศรอบตัวแค่ดูก็รู้แล้วว่าอันตรายสุดๆ สมแล้วที่เป็นการ์ดส่วนตัวให้ผู้นำตระกูลแอชลีย์ได้ แล้วที่ว่าจะอ่อนให้ก็ใช่ว่าจะทำตามที่พูดเสมอไป ในการต่อสู้เป็นตายน่ะคนมันก็ปลิ้นปล้อนได้เสมอแหละ“...หมารับใช้ของแอชลีย์ เชื่อถือไม่ได้หรอก”ปัง! ปัง!เสียงหึในลำคอไม่ได้ดังไปกว่าเสียงปืน ลูกกระสุนพุ่งผ่านเฉี่ยวหน้าและลำตัวไปเพียงนิดเดียว หากขยับตัวหลบฉีกไปไม่ทัน ลูกกระสุนสองลูกนั้นต้องฝังอยู่บริเวณกลางหน้าผากและตรงหัวใจเขาแน่ๆ ...ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ยิงโดยไม่ได้ตั้งท่าเล็ง แต่ทำไมถึงแม่นได้ขนาดนี้กัน!?ในชั่วนาทีต่อมา เซ็ทก็วิ่งไปด้านหน้าก่อนจะวิ่งในแนวเฉียงไต่ไปตามกำแพงเพื่อหลบลูกกระสุนที่อีกฝ่ายยิงสวนมาบ้าง ก่อนที่ฝ่าเท้าจะถีบเข้าที่กำแพงเป็นการดันตัวให้ลอยอยู่กลางอากาศ แล้วท่อนขายาวก็เตะกวาดโดยมีเป้าหมายที่บริเวณลำคอของอีกคนคนที่ถูกกดดันอย่างกะทันหันยกแขนขึ้นตั้งการ์ดกันบริเวณคอของตัวเองอย่างทันท่วงที แต่ตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงเสียงกระดูกต้นแขนลั่นดังออกมาเบาๆ เสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา ใครจะไปรู้ว่าแค่กันการเตะเพียงทีเดียวแขนข้างซ้ายก็แทบเดี้ยงสนิทแล้ว“ไม่เลว แล้วอย่างนี้ล่ะ?”“!!!”...จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวาทันทีที่เตะกวาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายบนเสร็จ เซ็ทที่ปล่อยตัวลงตามแรงโน้มถ่วงโลกก็ก้มหัวต่ำหลบปากกระบอกปืน ก่อนจะใช้ขาซ้ายเตะตัดขาด้านขวา ด้วยความแรงที่มากพอๆ กับของเดิม คงไม่ต้องถามว่ากระดูกข้อเท้าจะเป็นยังไง ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่บึกบึนพอๆ กับคนทำก็ล้มลงไปนอนหงายหลังอยู่กับพื้นเซ็ทพลิกตัวกระโดดขึ้นคร่อม ตั้งท่าจะใช้หมัดขวาต่อยเข้าที่ใบหน้า หากแต่อีกฝ่ายนั้นขยับหัวหลบทันในขณะที่คนได้เปรียบผิวปากชมเชย คนที่เจ็บตัวไปแล้วสองที่แผดเสียงคำรามด้วยความหงุดหงิดดังออกจากลำคอ ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วจึงฝืนใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างเกี่ยวเข้าที่เอวของเซ็ท ตั้งฉากท่อนขาทั้งสองข้างโดยเมินความเจ็บที่ข้อเท้า ก่อนจะยันตัวเองขึ้นเป็นท่าสะพานโค้งพลางตั้งท่าจะทุ่มให้คนที่คร่อมต้องร่วงลงไปคอหักตายใครจะรู้เซ็ทหยุดการจับทุ่มด้วยมือเพียงข้างเดียวที่ไม่ได้ถือปืน ก่อนที่มืออีกข้างจะส่งกระสุนฝังเข้าที่หลังและต้นขาข้างที่ไม่เจ็บของอีกฝ่าย คราวนี้แม้จะมีกิ๊ฟแจ้งเตือนความอันตรายก็ไม่สามารถหลบพ้น“อั้ก---!!”ด้วยเสื้อเกราะกันกระสุน บริเวณแผ่นหลังเลยเพียงรู้สึกได้ถึงแรงกระทบที่ไม่ได้มากมายอะไร หากแต่ที่ต้นขานั้นมีเลือดสีแดงสดไหลทะลักราวกับน้ำที่ไหลออกมาจากก๊อก คนเจ็บไม่อาจทนยันตัวท่าสะพานโค้งไว้ได้ ขาไถลร่วงนอนหงายกองกับพื้นอีกหน ส่วนคนที่โดนทุ่มก็พลิกตัวตีลังกากลับไปยืนอย่างสวยงาม...ในขณะที่คนเจ็บมีสีหน้าโกรธแค้น ผู้กระทำกลับยิ้มยียวน...กวนตีน จนน่ากระทืบ{นี่แหละเซ็ทล่ะ}“เอ้า ขาเดี้ยงทั้งคู่ แขนเจ็บไปหนึ่ง จะทำไงต่อล่ะ?”“แก-------!!!”คนเจ็บยันตัวเองลุกขึ้นอย่างอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเลือดไหลย้อมไปจนถึงข้อเท้า ในขณะที่ข้อเท้าอีกข้างเองก็เจ็บเต็มกลืน แต่ใบหน้านั้นก็ไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวดใดๆ นอกจากจะมีสีหน้าที่ซีดขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเครียดแค้นเท่านั้นร่างสูงเกร็งขาถีบพื้นพุ่งเข้าใส่ หยาดเลือดสาดกระเซ็นเป็นจุดๆ คนเจ็บก้มต่ำเคลื่อนจุดศูนย์ถ่วงตัวเองลงมุ่งหวังจะพุ่งชนให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหลัก แขนข้างที่ไม่เจ็บกระชับกระบอกปืนเตรียมพร้อม พอเข้าระยะที่อีกฝ่ายน่าจะหลบไม่ได้ก็สาดกระสุนไปหมดแม็ก“ไม่เลว แต่ยังอ่านง่ายไป”“!!!”ทั้งๆ ที่กราดยิงในจุดบอดแต่ก็ยังถูกดูออกง่ายๆ คนที่ยืนรอเบี่ยงตัวออกข้างก่อนจะเหวี่ยงขากระทืบเข้าที่จุดที่อีกฝ่ายโดนกระสุนฝังอยู่เนื้อ กระดูกหักเพิ่มอีกจุด เลือดสีแดงยิ่งทะลัก หากแต่ไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ขาข้างนั้นก็ตวัดกลับมาใช้เข่าอันเข้าที่บริเวณปลายคาง ถึงพยายามขยับหนีแต่ก็โดนไปเฉี่ยวๆ แน่นอนว่ากรามแตกไปเป็นแถบแรงกระเทือนลั่นไปทั่วร่าง รู้ตัวอีกทีก็เสียวที่ท้อง แล้วหมัดหนักๆ ก็อัดเข้าบริเวณท้องจนรู้สึกจุกไปหมด รู้เลยว่าเกราะบางในเสื้อนั้นยุบไปเป็นที่เรียบร้อย ร่าหนาที่เซถลาอยู่บนอากาศราวกับถูกอัดจนร่างลอยสูงกว่าเดิม และกว่าจะได้ร่วงลงบนพื้น ทั่วทั้งร่างก็เจ็บจนไม่รู้ว่ามีที่ไหนไม่เจ็บบ้าง...ทั้งๆ ที่รู้ว่าโดนเล็งตรงไหน แต่ทำไมถึงหลบไม่ทัน!?“เพราะการตอบสนองของนายช้ายังไงล่ะ ขอบคุณที่เสียสละตัวมาให้ฉันได้เล่นสนุกนะ เรื่องที่อยู่น่ะไม่ต้องหรอก ฉันรู้อยู่แล้วว่าไอ้หมอนั่นมันซุกหัวอยู่ที่ไหน”เซ็ทตอบกลับเชื่องช้าราวกับอ่านความคิดได้ ปืนในมือถูกยกขึ้น ก่อนจะจ่อลงที่หน้าผาก จุดที่ปกติดีที่สุด ตำแหน่งหนึ่งเดียวที่เซ็ทยังไม่ได้เล็งลงไม้ลงมืออะไรไป“ไม่-ไม่จริง...แก-...แกเป็นตัวอะไร?”“ก็แค่ศัตรูของพวกนาย”ปัง!หากเทียบกันแล้ว ศพนี้ถือเป็นศพที่ก่อนตายมีการดิ้นรนมากที่สุด แค่มองด้วยตาก็รู้ว่าสภาพบาดแผลหลากหลายกว่าศพอื่นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันก็ถือว่าน่าสงสารเพราะก่อนตายต้องทรมานที่สุด{ไปเถอะเซ็ท อย่าเสียเวลาเลย}“รู้แล้วล่ะ โร”เซ็ทก้าวเท้าออกเดินอีกครั้ง คนคุ้มกันใกล้ชิดของโรเบิร์ตป้วนเปี้ยนอยู่นี่ แล้วเจ้าตัวจะไปไหนไกลได้เล่า และต่อให้ไม่เจอคนๆ นี้โรก็หาคำตอบให้เขาได้อยู่ดีว่าไอ้เจ้าภาพจัดงานนั่นหลบไปอยู่ที่ไหน แล้วต่อให้จะหนีตอนนี้ไปมันก็ไม่ทันแล้วล่ะ มัจจุราชไปหาถึงที่แล้วนี่ไง.....ถึงจะเห็นว่าศพนี้กินพื้นที่หน้ากระดาษไปเยอะ แต่เวลาจริงๆ ก็พึ่งผ่านไปนาทีกว่าๆ เท่านั้นเองนะ ให้เขาเล่นสนุกหาบทให้ตัวเองได้โชว์บ้างเถอะ“ไอ้หมอนี่ห้ามกิน อเล็กซ์”เพราะเป็นคนใกล้ตัวโรเบิร์ต อาจจะมีคนจำหน้าเขาได้เยอะ หากหายตัวไปเฉยๆ จะมีปัญหาเปล่าๆ เพราะงั้นเซ็ทก็เลยไม่อนุญาตให้เจ้าอเล็กซ์กิน ซึ่งเจ้าจิ้งจกน้อยที่กำลังจะดูดคนเข้ากระเพาะจำต้องชะงักไปโดยพลัน ในเมื่ออดกินของน่าอร่อยก็เลยกลั้นสะอื้นทำหน้าอ้อน จนเซ็ทต้องใจอ่อนยอมถอยให้นิดหน่อย“ให้กินแค่ขาสองข้างนะ”“มุกิ้วว!”...ประตูถูกเปิดออกอย่างแรง คนที่อยู่ด้านในสะดุ้งเฮือกตั้งท่าเตรียมรับมืออะไรก็ตามไปพร้อมๆ กัน หากแต่เมื่อคนบนโต๊ะตัวกว้างไม่เห็นอะไรที่น่าสงใสก็คลายใจ สั่งให้คนไปตรวจสอบแล้วปิดประตูให้ใหม่ ทว่าเมื่อตั้งใจจะก้มหน้าสั่งการในวิทยุสื่อสาร เสียงตุ้บเบาๆ ก็ดังขึ้นรอบตัว“...อะไรกัน?”การ์ดนับสิบที่โรเบิร์ตเก็บไว้คุ้มกันข้างตัวล้มเป็นแนว แค่ไม่กี่สิบวิคนที่เขาไว้ใจก็นอนจมกองเลือด จากปริมาณและตำแหน่งของบาดแผล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายังไงก็ตายแน่ๆ ทันใดนั้นท่ามกลางความเงียบก็ปรากฏเสียงฝีเท้า พร้อมๆ กับเงาร่างในชุดการ์ดกับหน้ากากแปลกตาที่โรเบิร์ตยังคงคุ้นเคยเพราะพึ่งเห็น“...การ์ดของไอ้แก่นั่น...นี่ฝีมือของแกเหรอ?”“ใช่แล้ว” เซ็ทตอบง่ายๆ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน ใกล้ที่นั่งของโรเบิร์ตขึ้นเรื่อยๆ มีดทั้งสองเล่มในมือยังคงชุ่มไปด้วยเลือด “กลัวอย่างนั้นเหรอ?”ผู้นำตระกูลวอล์กเกอร์ไม่ตอบคำ อดกลั้นข่มความหวั่นเกรงเพราะไม่ต้องการเสียศักดิ์ศรีของผู้นำระดับสูง หากแต่แค่เห็นแววตาก็รู้แล้วว่าคนเบื้องหน้านั้นกำลังกลัวมากขนาดไหน ยิ่งคนระดับสูงเท่าไหร่ก็จะเป็นแค่คนสั่งงาน โดยงานสกปรกทั้งหลายก็จะถูกมอบหมายให้ระดับต่ำกว่าตัวเองทำแทนทั้งนั้น ยิ่งกับผู้นำตระกูลวอล์กเกอร์ มือก็คงแทบไม่เคยเปื้อนเลือด สถานการณ์จดตรอกแบบนี้คงแทบไม่เคยพบเจอ“การ์ดที่เหลืออยู่ของคุณโผล่ออกมาช่วยไม่ได้หรอก เพราะผมเก็บไปหมดก่อนจะมาถึงห้องนี้นานแล้ว”“...ไม่จริง”คนที่คิดจะเรียกคนช่วยชะงักไป ลองกดส่งสัญญาณเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบรับตามที่ผู้บุกรุกว่า“ผมจะไม่ถามถึงสิ่งที่คุณต้องการหรอกนะ เพราะมันเดาง่ายนิดเดียว (เปลืองหน้ากระดาษด้วย) เพียงแต่วางแผนไล่ฆ่าคนอื่นเขาได้ คิดว่าตัวเองโดนมั่งไม่ได้รึยังไง ไม่เคยได้ยินเหรอว่าคนที่ยิงได้ มีแต่คนที่เตรียมใจจะถูกยิงกลับเท่านั้น?”{ชอบจังนะเซ็ท ประโยคนี้นะ}‘ก็มันโดนใจ’สองคู่หูเจ้านายและระบบผู้ช่วยคุยกันแบบไม่คิดอะไรมาก ทว่าคนที่นั่งอยู่ท่ามกลางศพคนของตัวเองนั้นกลับรู้สึกกดดันหนัก ฟันคมกัดริมฝีปากจนเป็นแผล ใบหน้ารุ่นราวคราวเดียวกับอดัมดูเหี่ยวย่นเพราะมันกำลังบิดเบี้ยวด้วยแรงอารมณ์ที่โหมออกมา“ทำไม!? แกโผล่มาแบบนี้แปลว่าไอ้แก่นั่นยังไม่ตายใช่มั้ย!?ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้? เด็กคนนั้น...โรซาเลียบอกฉันเองว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ดีแท้ๆ!!”“โรซาเลีย...เด็กน้อยที่มีกิ๊ฟมองอนาคต?”“...ทำไม...ถึงได้รู้?”คนที่กำลังตะโกนระบายโทสะชะงักไปในทันใด สมองที่ชาญฉลาด (?) ย้อนคิดอย่างรวดเร็วว่าเขาผิดพลาดที่ตรงไหน ตัวแปรอะไรที่เพิ่มขึ้นมา คำพูดของโรซาเลียนั้นมีปัญหาที่ตรงไหนหรือไม่ ทำไมเรื่องที่ควรผ่านไปด้วยดีกลับผิดพลาดไปได้ถึงขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่าเขาต้องมาอยู่ในจุดนี้...จุดที่ความตายรออยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ“เด็กคนนั้นอยู่เบื้องหลังอีกทีงั้นสินะ ไม่ต้องห่วง คำถามของคุณ ผมจะเอาไปถามต่อให้เองก็แล้วกัน”“...ถ้าแกฆ่าฉัน...เรื่องนี้ต้องสาวถึงแอชลีย์แน่”“แล้วใครมันจะยอมให้สาวถึงล่ะ?”มือหนาภายใต้ถุงมือสีดำยื่นไปเบื้องหน้าก่อนคว้าเข้าที่ศีรษะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็บี้กระโหลกหนาๆ นั่นจนแหลกละเอียดด้วยมือข้างเดียว เซ็ทสะบัดเนื้อสมองที่เละติดมือ ก่อนจะคว้าชิปอันเล็กขึ้นมายัดใส่ช่องเก็บของของตัวเองหากโรเบิร์ต วอล์กเกอร์ ไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะดับชีวิตของปู่แอนโทนี่ที่เป็นคนในครอบครัวเขา เซ็ทก็คงจะสนใจอยู่บ้างว่าแท้ที่จริงแล้วคนตรงหน้ามีอุปลักษณะนิสัยแบบไหน นอกเหนือจากการพยายามแย่งชิงความเป็นใหญ่ตามที่กองทัพต้องการ ตัวโรเบิร์ตเองจะต้องการอะไร มีปัญหาเรื่องครอบครัวแบบที่แอนโทนี่กับอดัมเคยเป็นหรือเปล่า แต่ความสนใจทั้งหมดทั้งมวลก็ถูกโละทิ้งไป เพราะโรเบิร์ตดันล้ำเส้นเขาเอง“โร บอกตำแหน่งด้วย”{รับทราบ เสาต้นแรกอยู่จุด...}เซ็ทวาร์ปไปติดตั้งระเบิด ณ เสาค้ำเป็นจุดๆ เรียกได้ว่ารอเวลาถล่มสัญลักษณ์ของนิวยอร์กแบบโจ่งครึ่ม ชั้นที่เจ็ดสิบเป็นต้นไปของตึกเอ็มไพร์สเตตจะพังเละไม่มีเหลือ ส่วนหลักฐานเอาผิดคนทำนั้นจะเป็นศูนย์ เนื่องจากเซ็ทไม่คิดทำอะไรให้คนตามรอยได้อยู่แล้วล้มขั้วอำนาจเก่า กลบเกลื่อนร่องรอยของศพ จะตายประหลาดแค่ไหน ขอแค่รอให้ปู่ออกหน้าทุกอย่างมันก็จบได้โดยง่าย หลังจากนี้ตระกูลวอล์กเกอร์ก็ต้องชดใช้ความผิดและค่าเสียหายกันเหนื่อยหน่อยล่ะนะ ยังไงก็ตามข่าวลือที่ว่าผู้นำตระกูลวอล์กเกอร์พยายามช่วยแขกและพนักงานทุกคนในตึกให้หนีรอดจนกระทั่งตัวตาย คงพอจะช่วยกู้หน้าจากการจัดงานอย่างไร้ความปลอดให้พวกเขาได้บ้างแหละ{ทำการต่อสายแอนโทนี่แล้ว}[เซ็ท! ปลอดภัยดีรึเปล่า บาดเจ็บตรงไหนบ้าง แล้วนี่อยู่ที่ไหน!?]เสียงของแอนโทนี่ลอดผ่านลำโพงมาอย่างดังทั้งยังรัวเร็วจนแทบไม่มีที่แทรก แต่เมื่อมีจังหวะเท่านั้นแหละ เซ็ทก็รีบบอกเล่าสถานการณ์ทางฝั่งของตัวเองโดยพลัน ในขณะที่มือก็ติดตั้งระเบิดที่จุดสุดท้ายไปด้วย จากนั้นจึงค่อยกลับไปรวมกลุ่มกับพวกบาดเจ็บ ณ ห้องโถงที่กลายเป็นดาดฟ้า ทำตัวเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น“...ปู่ ผมสบายดี รอบข้างไม่มีศัตรู เพียงแต่ปู่ต้องรีบส่งคนมารับพวกเรา เพราะตึกนี่มันกำลังจะระเบิด แล้วก็ช่วยอพยพคนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ถอยห่างออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลย เวลาที่เหลืออยู่...เหลือไม่ถึงสิบนาทีแล้ว”[อะไรนะ!? ได้ หลานรอแปป พวกนั้นจะไปรับหลานเดี๋ยวนี้!!]คำพูดของเซ็ททำให้เวลาที่ตอนแรกกะไว้ที่มากกว่าสิบนาทีถูกร่นลงเหลือเพียงแค่แปดนาทีเศษๆ เฮลิคอปเตอร์ลำโตสามลำก็เคลื่อนตัวขึ้นมารับกลุ่มคนที่บาดเจ็บอยู่ด้านบน คนที่เข้ามาทางด้านล่างก็ถูกสั่งถอยห่าง เนื่องจากว่ามีการกั้นคนไม่ให้เข้าใกล้อยู่แล้ว การจัดการคนที่อยู่รอบนอกของตึกจึงเป็นไปได้โดยง่ายเซ็ทถูกประคองขึ้นเฮลิคอปเตอร์อย่างว่องไว โดยที่ทุกคนทำราวกับว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่เจ็บหนักจนขยับไม่ได้ ในขณะที่คนเจ็บหนักจริงๆ นั้นถูกหามลงเปลล็อกตัวอย่างแน่นแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แน่นอนว่าเซ็ทก็โดนบังคับพาไปตรวจร่างกายเช่นกัน แย้งว่ายังสบายดีไปก็เท่านั้นแขกที่หนีออกไปรีบถอยห่างจากตัวตึกมาตั้งแต่ต้น พวกนั้นพอได้ยินว่าจะมีระเบิดอีกก็ยิ่งกลัวรีบถอยห่างออกไปให้ไกล บางคนรีบหาทางกลับ แต่บางคนก็รั้งอยู่เพื่อรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หากแต่พอเห็นว่าผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีอะไรก็คิดว่าแค่คำโกหก ทว่าแค่คิดได้ไม่นาน...ตู้มมมม-------!!!“!!!”สิบนาทีต่อมาเสียงระเบิดดังสะเทือนเลื่อนลั่น ทั้งยังดังต่อกันหลายต่อหลายครั้ง ควันไฟพวยพุ่งออกมาจากตัวตึก ส่วนด้านบนของสัญลักษณ์ของนิวยอร์กค่อยๆ พังทลายลงมา ซากตึกขนาดใหญ่น้อยร่วงหล่นลงมาที่พื้นเบื้องล่าง ถนนแตกเป็นทาง หากร่วงไปทับรถ รถก็ระเบิด หากเฮลิคอปเตอร์โดนลูกหลงของสะเก็ดไฟก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องนภาด้วยการคำนวนและการกระจายอย่างดี ทำให้ตึกไม่หักเป็นสองท่อน หากแต่แตกกระจายเป็นชิ้นๆ ค่อยๆ ถล่มลงมาทีละน้อย แม้การแจ้งเตือนก่อนเกิดระเบิดจะไม่นาน แต่การจัดการบุคคลที่อยู่ภายนอกก็เป็นไปด้วยดี ด้านนอกนั้นไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้แม้แต่คนเดียว ส่วนบาดเจ็บยังมีตั้งแต่เล็กน้อยไปถึงสาหัสขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคนล่ะนะท่ามกลางเมืองที่มีสีสันหลากหลายในยามราตรี เสียงกรีดร้องตกใจ เสียงระเบิดและควันเพลิง ข่าวการพังทลายไปกว่าครึ่งของตึกเอ็มไพร์สเตตจะเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่ขึ้นยอดค้นหาอันดับหนึ่งในวันพรุ่งนี้ รวมไปถึงข่าวการตายของมหาเศรษฐีใหญ่ของอเมริกาผู้เป็นเจ้าภาพจัดงานรวมตัวรวมถึงแขกหลายคนที่ต้องตายในงานครั้งนี้ด้วย...ส่วนคนทำน่ะเหรอ ก็นั่งชิวรอดูข่าวออกไปสิ“เซ็ท...”“ครับ ปู่...”“หลานรู้มั้ยว่าหลานทำให้ปู่เป็นห่วงแค่ไหน ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้าง นี่เคราะห์แค่ไหนแล้วที่ยังปลอดภัยกลับมา ขึ้นรถราต้องรู้จักคาดเข็มขัด ขึ้นฮ. เองก็ต้องนั่งให้เรียบร้อยแล้วคาดเข็มขัดเหมือนกันรู้รึเปล่า นี่ถ้ายังมีศัตรูอยู่ หลานจะไม่กลับมาครบสามสิบสองแบบนี้แน่ คราวหน้าคราวหลังปู่จะไม่ให้หลานไปงานอันตรายแบบนี้อีกแน่ นี่ถ้าอดัมรู้มันต้องมาบ่นปู่แน่ แม่กับน้องหลานก็จะเป็นห่วงมาก---$%^&*(){:L}(*&^&*I(^”...อืม...ก็ไม่ชิวสักเท่าไหร่ เพราะทันทีที่ได้รับคำยืนยันว่าปลอดภัยไร้รอยแผลแล้วถูกพาตัวกลับคฤหาสน์ แอนโทนี่ที่เก็บกดความเป็นห่วงมานานก็บ่นกันจนหูชา เรียกได้ว่ายับกันเลยทีเดียว...เวลาที่เซ็ทโดนบ่นน่ะเหรอ...ก็จนกว่าปู่จะเหนื่อยนั่นแหละ...


    ครึ่งค่อนคืนที่เซ็ทโดนบ่น หลังหลอกไปว่ารู้สึกเหนื่อยไม่ไหวแล้วจึงได้ถูกปล่อยตัวออกไปพักผ่อนที่ห้อง เมื่อหลบเข้าห้องตัวเองได้ สีหน้าเอื่อยเฉื่อยซีดเซียวที่ใช้หลอกตาแอนโทนี่ก็พลันหายไปเซ็ทสั่งลูกน้องที่เฝ้าอยู่ภายนอกว่าห้ามรบกวน จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้ากับหน้ากากหน้าคนใหม่หมด ก่อนจะใช้กิ๊ฟหนีออกไปนอกคฤหาสน์ ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากถนนมาก เขาจึงต้องใช้กิ๊ฟซ้ำๆ กันหลายต่อหลายครั้ง มั่นใจได้เลยว่าหลังจบงานนี้เขาจะเดี้ยงไปพักนึงเลยล่ะเซ็ทขโมยรถที่ถูกจอดทิ้งเพื่อแวะพักของใครสักคน ก่อนจะขับออกไปตามการนำทางของโร โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เด็กน้อยของตระกูลวอล์กเกอร์...เด็กที่มีร่างกายตัวเล็กนิดเดียวแต่อายุจริงเป็นวัยรุ่น ซ้ำยังเรียกเขาว่าพี่มิว...“หากได้คำตอบที่ฟังไม่ขึ้น ก็คงต้องมีเด็กอีกสักคนที่ต้องตายล่ะนะ”{ยังไงก็ผมก็แนะนำให้คุณใจเย็นไว้ก่อนนะ}“ฉันใจเย็นได้อยู่แล้วโร”และแล้วเซ็ทก็ได้รู้ว่าความใจเย็นของตัวเองนั้นถูกทิ้งขว้างไปไหนก็ไม่อาจทราบได้ เพียงเพราะแค่เด็กน้อยตรงหน้าบังเอิญสัมผัสเข้าที่แผลกลัดหนองของเขา บาดแผลที่เจ็บปวดที่สุดที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสถึงมันเพี๊ยะ!!

            ‘อุดมคติที่อยากจะเป็น กับสิ่งที่เป็นตัวเองในปัจจุบัน บางทีมันก็อาจจะไม่ได้สอดคล้องกัน แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นคุณนี่’


    -----------------‘หมดมุกจะเขียน ช่วยเสนอหน่อยค่า’ -----------> ช่วยเสนอหน่อย แมวคิดไม่ออกจริงจัง ตันนานก็ตรงนี้นี่ล่ะ จะเขียนมั่วก็กลัวซ้ำ นั่งไล่ไปร้อยสิบเก้าประโยคแล้วตาลาย 5555 //แปะประโยคใหม่แล้วววเนื้อหาก็นะ ยืดเข้าปายยยย ยืดจนจะจบเล่มห้าอยู่แล้วววว ก็แมวอยากให้เซ็ทได้บู๊จริงๆ จังๆ บ้างอ่ะ ถึงจะเป็นจริงจังแบบไม่ใส่ทั้งหมดที่มีก็เถอะ เอาเป็นว่าเราใกล้จะจบประเด็นนี้ละ ตอนหน้าไปเจอน้องกัน ที่แน่ๆ เห็นเอ็ฟเฟกต์เสียงละรู้เลยว่าน้องโดนตบ เซ็ท ไอ้ชั่วววว!!จริงๆ แมวก็ทิ้งประเด็นอะไรไว้หลายอย่าง ไม่รู้จะมีใครสังเกตม้ัย เอาเป็นว่ามีเวลาจะมาเป็นตอนพิเศษแล้วกันเนอะ (ตอนหลักลงดึกขนาดนี้จะหวังอะไรกับตอนพิเศษ 5555) //มีแพลนแล้วว่าจบเรื่องนี้เขียนเรื่องไหนต่อ แต่จากที่ดู...อืมมม...อีกสักพักใหญ่ๆ เลยแหละ ยังไม่สปอยล์ล่วงหน้าละกันเนอะกราบขอบคุณ ผู้สนับสนุน ช่วยคอมเม้นต์เป็นกำลังใจ ช่วยเปย์ และเป็นแรงผลักดันให้แมวเขียนนิยายมาถึงจุดนี้ได้ บอกเลยว่าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเขียนนิยายได้ถึงห้าเล่ม (เรื่องเดียวด้วยไงประเด็น) ถ้าไม่ได้ทุกคนนิยายเรื่องนี้มันก็อาจจะโดนตัดจบไปนานแล้วจริงๆ รักทุกคนนะคะปล. ตอนนี้แมวยังไม่ได้จะตัดจบเด้อ มาสโลว์กันขนาดนี้แล้วก็ต้องกระดึ้บกันไปให้สุดสิเนอะ ฝากติดตามกันไปนานๆ ด้วยนะคะ
    error loadedแปะรูปให้ง่ายต่อการมโน มองว่าตึกด้านบนหนึ่งในสามถล่มเละไรงี้

    error loadedคนที่อยู่ด้านล่างก็หนีตายกันไป แต่ในเรื่องไม่วุ่นวายมากเพราะรอบข้างส่วนมากมีแต่การ์ด