ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ลางร้าย

            หลังจากที่พวกต้าหมิงเดินทางมายังอาณาจักรเหมันต์หลางเลี่ยก็ได้นัดเจอกับคนของตระกูลหวังทันทีพร้อมกับเคลื่อนใหวมายังหมู่บ้านบนเขาของต้าหมิง หลางเลี่ยแอบตกใจเพราะเขาไม่คิดว่าตระกูลหวังจะรวบรยมคนมาให้เขามากขนาดนี้จอมเวทย์ระดับขุนพลถึง 10 คนและจอมพลอีก 1 นี่มันทำให้หลางเลี่ยค่อนข้างสงสัย

            “แค่ทำลายหมู่บ้านเล็กๆทำใมถึงส่งคนมากมายขนาดนี้ และแต่ละคนทำไมถึงได้ดูป่าเถื่อนยิ่งนัก” หลางเลี่ยกล่าวด้วยสีหน้าสงสัยออกมา

            “นั่นหนะสินายน้อยคนพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่คนของตระกูลหวังเสียเลย” ผู้ติดตามของหลางเลี่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

            “เอาละคุณชายหลางเลี่ยพวกเรามาทำให้ต้าหมิงต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสกันเถอะ” ผู้อาวุโสของตระกูลหวังกล่าว

            “ดี ขอแค่ทำให้เจ้านั่นทรมานใจได้ข้าก็พอพร้อมที่จะทำทุกอย่าง” หลางเลี่ยคำรามออกมา

            “ไป ฆ่าผู้ชายทิ้งให้หมด ส่วนผู้หญิงเล่นสนุกกับพวกนางก่อนแล้วค่อยฆ่าทิ้ง” เสียงคำรามดังขึ้น

            พวกหลางเลี่ยพุ่งออกไปยังหมู่บ้านทันที และจอมเวทย์ระดับขุนพลก็สร้างม่านพลังเวทย์เอาไว้เพื่อไม่ให้ใครหลบหนีไปได้อีกด้วย

            “เกิดอะไรขึ้น” คนในหมู่บ้านพากันกรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงคำรามที่ป่าเถื่อน

            “ฮ่า ฮ่า ยอดเยียมมาก ในหมู่บ้านแห่งนี้มีหญิงงามมากจริงๆ” กลุ่มคนที่ตระกูลหวังพามาคำรามอย่างป่าเถื่อน

            “เป็นอย่างที่คิดพวกเจ้าตระกูลเหล่ยร่วมมือกับตระกูลหวังจริงๆด้วยสินะแถมยังมีหนูจากตระกูลหลางหลุดมาด้วย 1 ตัว” ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้น

            “แย่แล้วมีบางอย่างแปลกๆ” ผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยคำราม

            แต่ทันทีที่หันไปรอบๆก็ไม่พบกับผู้อาวุโสของตระกูลหวังแล้ว มีเพียงหลางเลี่ยที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าหวาดกลัวเมื่อมองยังท้องฟ้า

            “จอมพลสูงสุด!!!!!!” หลางเลี่ยกรีดร้องออกมาทันที

            พริบตานั้นเองเหล่าชาวบ้านที่กำลังแสดงสีหน้าหวาดกลัวก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เย็นชาพวกเขาต่างระเบิดพลังออกมาและเข้าโจมตีคนของตระกูลเหล่ยทันท

            “บัดซบนี่คือกับดัก เจ้าพวกตระกูลหวังมันหลอกพวกเรา” คนของตระกูลเหล่ยกรีดร้องออกมาทันที

            จอมพลของตระกูลเหล่ยเตรียมหลบหนีแต่ก็ถูกจอมพลสูงสุดเข้ามาโจมตีทันที ด้วยพลังระดับจักรพรรดิทำให้ตอนนี้จอมพลสูงสุดแข็งแกร่งอย่างมาก ระดับจอมพลไม่ได้อยู่ในสายตาของจอมพลสูงสุดอีกต่อไป

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่เชื่อมันไม่จริง ข้าไม่เชื่อ” หลางเลี่ยคำรามออกมาเมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถหนีได้แล้วและสภาพของตนเองหลังจากนี้จะต้องทนทุกทรมานหรือถูกประหารเลยก็ได้

            พริบตาการต่อสู้ที่รุนแรงก็จบลง คนของตระกูลเหล่ยทั้งหมดถูกสังหารลงอย่างไร้ความปราณีส่วนหลางเลี่ยนั้นยังไม่ได้ถูกสังหารแต่จับตัวเอาไว้ ตอนนี้หลางเลี่ยมีใบหน้าที่สิ้นหวังเขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกตระกูลหวังหลอกเข้าให้แล้ว

            “ฮ่า ฮ่า จอมพลสูงสุดเจ้าแข็งแกร่งสมชื่อจริงๆแถมยังรู้ทันการเคลื่อนใหวของพวกข้าแต่ว่านะ พวกเจ้าดูถูกพวกข้าตระกูลหวังเกินไปแล้วพวกเจ้าคิดว่าพวกข้าไม่รู้งั้นเหรอว่าพวกเจ้าซ่อนคนในหมู่บ้านพวกนั้นเอาไว้ที่ใหนกัน” เสียงที่เย็นชาดังขึ้น

            “ผู้นำตระกูลหวังงั้นเหรอ” จอมพลสูงสุดกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “การต่อสู้ในวันนี้จะต้องทำให้ตระกูลเหล่ยโกรธแน่และจากนั้นสถานที่หลบภัยของพวกชาวบ้านพวกนั้นก็จะถูกทำลาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงของผู้นำตระกูลหวังดังขึ้นก่อนจะหายไป

            “บัดซบ พวกเจ้ารีบส่งพวกนี้กลับวังหลวง ข้าจะรีบไปยังพื้นที่หลบภัยก่อน” จอมพลสูงสุดคำรามออกมา

            “ฮ่า ฮ่า ขอให้พวกมันตายไปซะให้หมด” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

            หลังจากนั้นสักพักจอมพลสูงสุดก็มาถึงพื้นที่หลบภัยที่เขาเตรียมเอาไว้ให้กับชาวบ้านแต่เมื่อเขามาถึงก็พบว่าม่านพลังเวทย์ถูกทำลายและทหารจำนวนมากถูกสังหารแต่พวกเขากลับไม่พบตัวชาวบ้านเลยสักคน

            “บัดซบ ข้ามาช้าเกินไปงั้นเหรอ” จอมพลสูงสุดกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

            อีกด้านหนึ่งตอนนี้คนของตระกูลหวังได้เดินทางมาถึงอาณาจักรอสนีแล้วและพวกเขายังนำคนในหมู่บ้านของต้าหมิงจำนวนหนึ่งมาด้วย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเก็บชาวบ้านพวกนี้เอาไว้ต่อรองกับต้าหมิง

            ทางด้านต้าหมิงตอนนี้กำลังทานอาหารกับพวกจ้าวหลานและเย่สุ่ยอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของอาณาจักรเหมันต์ ขณะนั้นเองต้าหมิงกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

            “เกิดอะไรขึ้น” จ้าวหลานกล่าว

            “ข้าเองก็ไม่รู้ ข้ารู้สึกเจ็บที่หน้าอกเหมือนมีบางอย่างมาทิ่มแทงหัวใจของข้า” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าซีดขาวลง

            “เจ้าใหวหรือไม่ ข้าจะรีบไปตามท่านจักรพรรดิมาดูอาการของเจ้า” เย่สุ่ยกล่าว

            “ไม่เป็นอะไร ข้าไม่เป็นอะไรมากพักสักหน่อยก็หน้าจะดีขึ้น” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับปรับลมหายใจให้สงบลง

            “เหอะ ก็แค่เรียกร้องความสนใจต่อหญิงสาวเท่านั้น” หลางฮูหนิงกล่าว

            “โอ้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะเจอหญิงงามพร้อมกันถึงสามคน” ในตอนนั้นเองเสียงที่น่ารังเกียจก็ดังขึ้น

            “เหล่าเจิ้น” จ้าวหลานกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง

            “ไม่พบกันนานเลยนะ จ้าวหลานเจ้ายังคงงดงามเหมือนเช่นเคย” เหล่ยเจิ่นอัจฉริยะของอาณาจักรอสนีกล่าวพร้อมกับเดินมาหาพวกจ้าวหลานทันที

            “แต่ข้าไม่ต้องการจะพบหน้าพวกสารเลวแบบเจ้า” จ้าวหลานกล่าว

            สำหรับหญิงสาวตระกูลที่ป่าเถื่อนแบบตระกูลเหล่ยนั้นทั้งน่ารังเกียจและชั่วร้ายอย่างมากแม้แต่คนที่เรียบร้อยแบบจ้าวหลานยังแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างชัดเจน

            “เย็นชาจังเลยนะ แต่แบบนี้ข้าก็ชอบ” เหล่ยเจิ้นกล่าว

            “ส่วนแม่นางทั้งสองพวกเจ้าสนใจไปทานอาหารกับข้าหรือไม่ ดีกว่ามาทานกับเด็กน้อยสวะคนนี้” เหล่ยฟู่กล่าว เหล่ยฟู่นั้นเป็นน้องชายของเหล่ยเจิ่นทั้งสองเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งของอาณาจักรอสนีในครั้งนี้

            “ใสหัวไป” หลางฮูหนิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “ว้า ทำไมหญิงสาวจากอาณาจักรอัคคีถึงได้เย็นชาแบบนี้พวกนางต้องร้อนแรงสิถึงจะถูก” เหล่ยฟู่กล่าว

            “เจ้าหนูใสหัวออกไปซะที่ตรงนี้ข้าจะนั่ง” ในตอนนั้นเองเหล่ยเจิ้นหันมากล่าวกับต้าหมิงพร้อมกับจับบ่าของต้าหมิงแล้วบีบลงอย่างรุนแรง

            แต่ในพริบตานั้นเองดวงตาที่ปิดสนิทของต้าหมิงก็เปิดขึ้นมือของต้าหมิงจับไปที่แขนของเหล่ยเจิ้นอย่างรุนแรง ต้าหมิงไม่รู้เพราะอะไรอารมณ์ของของตนเองวันนี้ถึงได้รุนแรงแบบนี้

            “กร๊อบ!!!” พริบตานั้นเสียงก็ดังขึ้น

            “อ๊ากกกกก” เหล่ยเจิ้นกรีดร้องออกมาทันที ผู้คนในร้านอาหารต่างพากันหันมามองด้วยความแปลกใจ

            “ท่านพี่!!!” เหล่ยฟู่รีบวิ่งเข้ามาหาเหล่ยเจิ้นแล้วเห็นว่าต้าหมิงเป็นคนบีบแขนของเหล่ยเจิ่ยจนกระดูกร้าวนี่ทำให้เหล่ยฟู่ต้องตื่นตระหนกแค่แรงกายธรรมดากลับทรงพลังถึงเพียงนี้