จางซิ่วอิงกลับมาพร้อมกับเครื่องประดับผมถุงใหญ่และถุงเสื้อโค้ดกันหนาวอีกหนึ่งถุงใหญ่ ร่างเล็กหอบเอาถุงสินค้าขนาดใหญ่เข้ามาในร้านอย่างทุลักทุเลจนเยว่ผิงอันอดสงสารไม่ได้จึงให้ลูกจ้างในร้านไปช่วยถือ
“เสื้อโค้ดบุนวมเหรอ?”เถ้าแก่เนี๊ยรุ่นเยาว์เอ่ยถามอย่างนึกแปลกใจการจะขายชุดกันหนาวในตอนนี้นับว่าสาวน้อยตรงหน้านั้นมองการณ์ไกลไว้มากทีเดียวทั้งที่ยังเด็กแต่การเลือกของมาทำการค้าของเธอนั้นเรียกได้ว่าฉลาดเลือกไม่เบา
“ถุงนี้ฉันอยากจะฝากพี่ขายที่ร้านได้ไหมคะ?พอดีฉันไม่ค่อยมีเวลาปล่อยของเลย” หญิงสาวรุ่นน้องพูดจบก็แสดงสีหน้ายุ่งยากออกมาในทันที
ต้องยอมรับว่าเสื้อกันหนาวพวกนี้เป็ที่้าของลูกค้ามากแต่การขายออกไปแต่ละตัวต้องใช้เวลา เพราะลูกค้าต้องลองสวมและราคาก็นับว่าสูง อีกอย่างเธอจะต้องรีบขายให้เสร็จเพื่อกลับไปให้ทันขึ้นเกวียนก่อนเที่ยงเพราะมีสามีรออยู่ที่บ้านฉะนั้นพี่สาวเยว่ที่ขายเสื้อผ้าอยู่แล้ว หากจะขอฝากขายสักหน่อยก็นับเป็ตัวเลือกที่ดีพอสมควร
“เธอจะให้พี่ขายเท่าไหร่ล่ะ?”เยว่ผิงอันถามกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เสื้อโค้ดพวกนี้รูปแบบทันสมัยมาก กันลม กันน้ำและที่สำคัญใส่ลุยหิมะได้สบาย แถมยังอุ่นมากเลยล่ะค่ะ เสื้อตัวสั้นฉันขายที่ 300หยวนค่ะ ส่วนตัวยาวฉันขาย 500 หยวน ถ้าฉันให้ส่วนแบ่งพี่ตัวละ 50 หยวนพี่พอไหวหรือเปล่าคะ?”
“ไม่มีปัญหา พี่ขายให้เฉย ๆ ก็ยังได้เลย”เ้าของร้านสาวตอบรับคู่ค้าด้วยท่าทีสบาย ๆ เพราะเธอคิดอย่างที่พูดจริง ๆ เพราะเพียงแค่กิ๊บติดผมที่ทำสัญญากันไปครั้งก่อนก็ทำเงินให้ร้านมากมายแล้วภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
“ฉันไม่กล้าใช้พี่ขายเฉย ๆ หรอกค่ะ ขอบคุณนะคะพี่สาวคนสวย”เสียงใสตอบกลับไปอย่างเกรงใจ โดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย ในขณะที่มือก็รื้อค้นของในถุงใบใหญ่ออกมานับด้วย
ครั้งนี้เธอเอาของออกมาจำนวนมากในเวลารวดเร็วจึงไม่มีเวลาได้นับของทุกชิ้นจึงถูกหญิงสาวสองคนนับสินค้าราวเกือบสิบนาทีจึงแล้วเสร็จด้วยจำนวนเครื่องประดับที่มากกว่ารอบที่แล้วเป็สองเท่า ทำให้เถ้าแก่เนี๊ยสาวพึงพอใจเป็อย่างมาก
หลังจากนับของรอบใหม่เรียบร้อยแล้วเยว่ผิงอันจึงเดินไปยังโต๊ะทำงาน ก่อนจะเปิดลิ้นชักนำซองเงินของสินค้ารอบก่อนออกมาให้คู่ค้าคนสำคัญแต่สิ่งที่ทำให้เยว่ผิงอันรู้สึกดีกับเด็กสาวรุ่นน้องมากขึ้นคือจางซิ่วอิงรับซองเงินไปและเก็บเข้ากระเป๋าทันทีโดยไม่ตรวจนับ เมื่อเอ่ยท้วงเด็กคนนี้ก็ทำแค่เพียงยิ้มกว้างเท่านั้น
เมื่อเก็บเงินและร่ำลาเถ้าแก่เนี๊ยของร้านพร้อมกับนัดส่งสินค้าวันต่อไปเรียบร้อยพลันเท้าเล็กที่เตรียมจะก้าวออกจากร้านก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน “อ่า! เกือบลืม ฉันจะมาซื้อเสื้อผ้านี่นา แหะ ๆ”
จางซิ่วอิงยิ้มเจื่อนเธอลืมไปเสียสนิทเลยว่าตั้งใจมาซื้อชุดใหม่ให้ตัวเองและสามีคิดได้ดังนั้นจึงเดินกลับเข้าไปในร้านอีกครั้ง
“เธอนี่นะพอคุยเื่การค้าก็ลืมทุกสิ่งจริง ๆเลือกเลยเดี๋ยวพี่ลดให้พิเศษ”หญิงสาวกล่าวขึ้นอย่างใจกว้างยอมรับว่ารอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้าของหญิงรุ่นน้องนั้นเรียกสายตาเอ็นดูจากเยว่ผิงอันได้ไม่ยาก
“จะดีเหรอคะ?”เธอค่อนข้างเกรงใจไม่น้อยก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าขายไม่ค่อยดีหรอกเหรอเธอเห็นพี่สาวเยว่พึ่งจะขายดีได้แค่วันสองวันก็ไม่อยากเอาเปรียบอีกอย่างตอนนี้เธอมีเงินในกระเป๋ามากพอที่จะใช้อย่างไม่ขัดสนจึงไม่ได้หวังสิทธิพิเศษใด ๆ สักนิด
“ถือเป็คำขอบคุณ สินค้าและวิธีการของเธอช่วยร้านพี่ได้มากจริงๆ”ยิ่งเด็กสาวตรงหน้าเกรงใจเยว่ผิงอันก็รู้สึกยิ่งอยากจะให้เพื่อตอบแทนในสิ่งที่ผ่านมาเพราะหากไม่ได้การช่วยเหลือจากจางซิ่วอิงคนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่อย่างไร
“อย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะพี่สาวคนสวย”ใบหน้าเล็กผุดรอยยิ้มกว้างจนตาหยีก่อนจะโค้งตัวขอบคุณแล้วเดินไปเลือกชุดที่้า
ครั้งนี้เธอเลือกดูผ้าฝ้ายอย่างดีที่เนื้อค่อนข้างนุ่มละเอียดโดยชุดผู้หญิงสีอ่อนสามชุด และสีเข้มสำหรับสามีอีกสามชุด ซึ่งพี่สาวเยว่ลดให้เธอพิเศษจริงๆ จนเธอเองนึกเกรงใจอีกฝ่าย ก่อนออกจากร้านจึงกล่าวขอบคุณพี่สาวคนนี้อยู่หลายครั้งกว่าจะเดินออกมาได้
“สามีขา ภรรยากลับมาแล้วววว”เสียงใสะโออกมาั้แ่ยังไม่เปิดรั้วบ้านด้วยซ้ำเมื่อนึกถึงใบหน้าสามีที่หล่อเหลาระดับพระเอกแนวหน้าในยุคที่เธอจากมาก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมา
หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาภายในห้องนอนที่มีสามีกำลังนั่งรอเธออยู่ที่เดิมก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างเขาและวางกระเป๋าผ้าลงบนเตียง
“ภรรยา! คุณไม่เขินบ้างเหรอครับ?”ในที่สุดสิ่งที่เขาคิดมาตลอดก็ถูกถามขึ้นมาด้วยความสงสัยในขณะที่คนฟังอย่างเขานั้นเขินอายจนทำตัวไม่ถูก แต่คนพูดกลับยิ้มกริ่มราวกับพอใจที่เห็นเขาขัดเขินทุกครั้งไป
“ไม่ค่ะ! คุณเขินเหรอคะ?”ไม่พูดเปล่าหญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างยื่นหน้าเข้าไปใกล้สามีจนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่เิเเท่านั้น
“อะแฮ่มมม!!”หยางซีห่าวแสร้งกระแอมออกมาเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนอาการผิดปกติของตนเองใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปอีกทางโดยไม่รู้เลยว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำกำลังสร้างความพึงพอใจให้ภรรยาขี้แกล้ง
คนเป็ภรรยาได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางขัดเขินของชายหนุ่มในยุคนี้เธอไม่คิดว่าสิ่งที่เธอถามจะทำให้เขาเป็ได้ขนาดนี้ “สามีของฉันน่ารักจัง จุ๊บบบ!”
ด้วยความเอ็นดูสามีหุ่นล่ำใบหน้าเล็กจึงยื่นเข้าไปใกล้กว่าเดิมก่อนจะลวนลามสามีด้วยการประทับจูบลงบนแก้มสาก ทว่าหยางซีห่าวไม่ปล่อยให้โอกาสเอาคืนภรรยาหลุดลอยไปเขาหันหน้ามาพอดีจึงทำให้ริมฝีปากหยักัักับกลีบปากบางอย่างพอดิบพอดี
มือใหญ่จับประคองที่ศีรษะทุยของภรรยาก่อนจะบดเบียดริมฝีปากแนบชิด ลิ้นร้อนค่อย ๆ ละเลียดลิ้มชิมรสกลีบปากล่างนิ่มหยุ่นอย่างเชื่องช้าจนในที่สุดภรรยาก็เปิดช่องโหว่ให้เขาสอดแทรกลิ้นร้อนลวกเข้าไปตักตวงความหอมหวาน
“อื้อออ!!”คนขี้แกล้งเมื่อถูกลุกล้ำเข้ามาในโพรงปากถึงกับนิ่งงันริมฝีปากอ้าเผยอปล่อยให้ลิ้นร้อนสอดเข้ามาสำรวจกวาดต้อนลิ้นเล็กได้อย่างง่ายดายมือเรียวเล็กที่วางอยู่บนอกแกร่งเผลอกำเสื้อของเขาจนเนื้อผ้ายับย่น
“อืมมม ถ้าผมหายดี รับรองว่าผมจะไม่หยุดแค่นี้แน่นอนจุ๊บบ!”หยางซีห่าวพูดเสียงพร่า ก่อนจะจูบหนัก ๆ ย้ำลงบนกลีบปากอิ่มน้ำอยู่หลายครั้งจึงปล่อยให้ร่างบางเป็อิสระ
ดวงตาคู่เรียวเผลอมองริมฝีปากของสามีอย่างเหม่อลอยกว่าจะได้สติก็เป็ตอนที่เขาเชยคางเธอขึ้นให้สบกับดวงตาคู่คมของเขา
พลันใบหน้าเล็กซบลงบนอกกว้างของสามีแล้วถูไถไปมาอย่างขัดเขิน
“คุณ! งื้ออออ! ฉันเขินจะตายอยู่แล้ว”หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบเด้งออกมานอกอกเขากำลังจะทำให้เธอหัวใจวายตาย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! คุณพูดตรงเกินไปนะภรรยา”เสียงทุ้มหัวเราะขึ้นอย่างอารมณ์ดี พลางลูบผมนิ่มของภรรยาที่เอาแต่ถูไถไปมาบนอกของเขาเนิ่นนานไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง
ผ่านไปนานนับสิบนาทีกว่าจางซิ่วอิงจะกล้าเงยหน้าขึ้นมาหลังจากนั้นจึงพาสามีไปเข้าห้องน้ำในมิติก่อนจะกลับออกมาทำอาหารมื้อเที่ยง
จางซิ่วอิงจัดเรียงอาหารมื้อเที่ยงที่เต็มไปด้วยจานเนื้อขึ้นโต๊ะอย่างใส่ใจโดยไม่ลืมคีบเนื้อชิ้นแรกวางให้สามีแล้วลงมือทานส่วนของตนเองไประหว่างทานมีเสียงพูดคุยระหว่างทั้งคู่อยู่บ้าง แต่คนที่ติดใจรสมือของภรรยานั้นกลับเอาแต่โกยอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว
หลังจากมื้อเที่ยงจบลงหยางซีห่าวกินยาหลังอาหารอย่างเช่นทุกวัน โดยถ้วยชามบนโต๊ะถูกภรรยาเก็บกวาดชายหนุ่มมองคนเป็ภรรยาที่ทำทุกอย่างให้เขาอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ปริปากบ่นหรือตำหนิที่เขาเป็แบบนี้สักคำ
“คุณเหนื่อยไหมครับ?”เสียงทุ้มถามภรรยาด้วยน้ำเสียงเจือความเป็ห่วงตัวก็เล็กแค่นี้แต่เธอกลับทำทุกอย่างั้แ่เช้าตรู่ จนอาทิตย์ตกดินจึงได้พักเห็นอย่างนั้นเขายิ่งรู้สึกปวดใจ
“ก็เหนื่อยนะคะ แต่พอเห็นเงินฉันก็หายเหนื่อยแล้วล่ะค่ะอ้อ! จริงสิ ฉันลืมนับเงินไปเลย”หญิงสาวตอบคำถามสามีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเงินั้แ่เมื่อวานรวมถึงวันนี้เธอยังไม่ได้นับมันเลยคิดได้ดังนั้นจึงแบมือในอากาศแล้วเรียกเงินทั้งหมดในมิติออกมานับ
หยางซีห่าวมองเงินบนโต๊ะอย่างตื่นตะลึงเขาไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ธนบัตรปึกหนาวางเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบเช่นนี้เขารู้สึกราวกับกำลังฝันอยู่“ทั้งหมดนี่ได้มาจากการทำการค้าเหรอครับ?”
“ก็ไม่ทั้งหมดหรอกค่ะ อย่างในกล่องนี่ก็เป็เงินที่คุณส่งมาทุกเดือนฉันเก็บรวม ๆ กันหลายเดือนก็ได้ 450 หยวนพอดีส่วนซองนี้คือเงินชดเชยที่คุณให้ฉันมา และที่เหลือตรงนี้คือเงินที่ฉันออกไปขายของทุกวัน”จางซิ่วอิงเริ่มแจกแจงเงินเก็บแต่ละส่วนให้สามีเข้าใจ จากนั้นจึงเริ่มนับเงินที่ได้มาเมื่อวานและวันนี้ก่อนจะเรียกเอาสมุดบัญชีขึ้นมาจดรายรับรายจ่าย
หลังจากบวกลบรายรับรายจ่ายเรียบร้อยแล้วยอดเงินคงเหลือรวมแล้วราว ๆ สองหมื่นกว่าหยวนทำเอาหญิงสาวดวงตาเป็ประกายด้วยความดีใจ
“เรามีเงินพอซื้อบ้านได้แล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปดูบ้านกัน”เสียงใสพูดกับสามีด้วยความตื่นเต้น จริง ๆ เธอสามารถซื้อบ้านได้ตั้งนานแล้วแต่ด้วยจำนวนเงินเท่านี้นอกจากจะซื้อบ้านได้แล้วมันยังเป็ทุนสำรองให้เธอซื้อตึกดี ๆ สักคูหาเพื่อทำการค้าอย่างถูกต้องได้อีกด้วย
“ขอบคุณนะครับ ที่ทำเพื่อครอบครัวของเราขนาดนี้”คนเป็สามีมองร่างบางตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง พลันกอบกุมมือเรียวเอาไว้แน่นส่งผ่านความอบอุ่นให้ภรรยา
“ฉันเต็มใจค่ะ”จางซิ่วอิงยิ้มรับคำขอบคุณจากสามีก่อนจะวางมืออีกข้างลงบนหลังมือของเขาอีกทีหนึ่ง
ชาติก่อนมีแต่คุณที่ทำทุกอย่างเพื่อฉันมาตลอดชาตินี้ฉันจะทำเพื่อคุณเอง และฉันจะไม่หนีคุณไปไหนอีกแล้วค่ะ…พี่ซีห่าว