ภายใต้ทะเลแห่งความโกลาหล สิบผู้นำตระกูลปีศาจแห่งแดนนรกตอนนี้มาถึงยังที่หมาย พวกเขาก็ไม่รอช้าอีกต่อไปเริ่มแยกย้ายกันไปยังจุดต่างๆตามวิถีแห่งค่ายกลโบราณ จากนั้นก็ผสานมือเป็นสัญลักษณ์ต่างๆอย่างพร้อมเพรียงกันและเริ่มถ่ายพลังปราณเข้าไปเพื่อหมายจะสร้างผนึกขึ้นมาใหม่
วงเวทย์ค่ายกลสีม่วงดำค่อยๆปรากฏขึ้นมาทีละชั้นๆ ทว่าในขณะที่วงเวทย์วงที่สิบกำลังจะถูกสร้างขึ้นมานั้น ใต้ท้องทะเลก็พลันมีดวงตาสีดำแดงคู่หนึ่งเบิกกว้างขึ้นมา มันไม่รอช้ารีบพุ่งขึ้นเหนือน้ำทำลายค่ายกลจนพังทลายอย่างง่ายดาย
"บูมม!!"
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ร่างวาฬสีดำทมิฬลวดลายแดงฉานราวกับแม็กม่าปรากฏขึ้นมาสร้างความสะเทือนขวัญแก่ปีศาจทุกตน เพียงแค่มันคู่คำรามมิติรอบค้างก็พลันแตกร้าวราวกระจกไปตามๆกัน
"โฮกกก!!"
"มันตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ!! ปีศาจวาฬมิติโกลาหล"บรรพชนของเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้งหลายถึงกับเอ่ยปากอย่างติดขัดเมื่อได้เห็นตัวตนของมัน
"พวดมดแมลงน่ารำคาญ คิดจะได้ปิดผนึกข้าอีกครั้ง ช่างเป็นอะไรที่เพ้อฝันซะจริง"ปีศาจวาฬมิติโกลาหลกล่าว ด้วยตัวมันอยู่ระดับมหาเทพขั้นปลายและยังมีสายเลือดที่ควบคุมมิติได้อย่างยอดเยี่ยมจึงไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหน
ทว่าในตอนนั้นเองตงฟางเซี่ยเอ่อร์บินทะยานไปหามันโดยไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใด เพียงแค่นางชี้นิ้วไปหาเป้าหมายกระบี่น้ำแข็งขนาดใหญ่นับหมื่นเล่มก็พุ่งตรงไปหาปีศาจวาฬรอบทิศทาง
"หึ โง่เขลา!"วาฬปีศาจเค้นเสียงเย็น มิติรอบตัวมันพังทลายและดูดกลืนกระบี่น้ำแข็งเหล่านั้นเข้าไป ภาพนี้ทำให้ปีศาจทุกตนพากันหวาดผวา ทักษะมิตินี้ของมันเห็นได้ชัดว่าเหนือกว่าพวกเขาทุกคนไปแล้ว หากมันต้องการอย่าว่าแต่ดินแดนปีศาจเลย ต่อให้เป็นดินแดนอสูร หรือดินแดนมนุษย์มันก็สามารถแหวกว่ายไปได้ทุกที นี่คือตัวขัดสมดุลแห่งทั้งสามดินแดนอย่างแท้จริง
"พวกเราร่วมมือกันสังหารมันซะ ต่อให้ฆ่ามันไม่ได้ก็ต้องผนึกมันเอาไว้"เหล่าบรรพชนกล่าวอย่างแข็งขัน พวกเขานั้นได้วางแผนเอาไว้หมดแล้วว่าจะให้เหล่าผู้นำตระกูลลองสู้ดูก่อน ส่วนเหล่าบรรพชนจะพากันเตรียมวงเวทย์สำหรับผนึกอีกครั้ง
เหล่าผู้นำตระกูลที่นำโดยซานจื่อ จางต้าไป๋ หมาเย่เฟิง ก็เข้ามาสมทบตงฟางเซี่ยเอ่อร์ในทันที ส่วนผู้นำคนอื่นๆนั้นพวกเขาจะคอยสนับสนุนและโจมตีระยะไกล การสามัคคีกันเช่นนี้ในหมู่ปีศาจปีศาจนับได้ว่าหายากยิ่ง
ตงฟางเซี่ยเอ่อร์หรี่ตามอง นางไม่ได้สนใจว่าใครจะมาสมทบและทำเพียงต่อกรกับศัตรูอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น เมื่อเห็นว่ากระบี่น้ำแข็งไม่อาจที่จะทำอะไรวาฬปีศาจตนนี้ได้ ตงฟางเซี่ยเอ่อร์ทะยานร่างขึ้นไปกลางฟ้าปลดปล่อยปราณที่หนาวเย็นออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง และทันใดนั้นเองท้องฟ้าที่เคยมีแสงสีแดงประดับอยู่ตลอดเวลาก็พลันถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ด้านหลังของนางปรากฏพระจันทร์เสี้ยวเจ็ดดวงลอยวนเป็นวงกลม
ตงฟางเซี่ยเอ่อร์มองไปยังปีศาจวาฬมิติความโกลาหลอย่างเมินเฉยทันใดนั้นก็พลันชีนิ้วไปทางมันอีกครั้ง พระจันทร์เสี้ยวทั้งเจ็ดที่อยู่ด้านหลังแปรเปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีแดงและพุ่งไปทางปีศาจวาฬมิติโกลาหลอย่างรวดเร็ว
"คมมีดจันทรานิรันทด์!"
เมื่อทักษะนี้ถูกปลดปล่อยออกมา เหล่าปีศาจขั้นมหาเทพทุกคนก็พากันถอยหร่นออกมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากยำเกรงต่อรังสีที่น่าหวาดกลัวของคมมีดจันทรา
จันทร์เสี้ยวทั้งเจ็ดเมื่อพุ่งตรงไปสัมผัสกับพลังมิติของปีศาจวาฬ ทันใดนั้นมิติก็ถูกทำลายอย่างง่ายดาย แถมคมมีดทั้งเจ็ดยังพุ่งเข้าไปโรมรันฟันปีศาจวาฬจนเกิดเป็นแผลเจ็ดแผลซึ่งมีขนาดใหญ่มากจนน่าสยดสยอง
ปีศาจวาฬมิติโกลาหลร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น จากนั้นมันก็อ้าปากขนาดใหญ่ออกมาแล้วเริ่มดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไป
"ในยุคบรรพกาลเจ้าแข็งแกร่งก็จริง ทว่าในยุคนี้ตัวข้าเองก็มั่นใจในพลังของข้าเช่นเดียวกัน"ตงฟางเซี่ยนเอ่อร์กล่าว คมมีดจันทราของนางพุ่งเข้าไปหาปีศาจวาฬอีกครั้ง
เหล่าปีศาจทุกตนได้แต่อึ้งงัน การต่อสู้นี้ไม่ใช่อะไรที่พวกเขาจะแทรกแซงได้อีกต่อไป และได้แต่หวาดกลัวในพลังของทั้งสองตัวตน
"นางสมควรเป็นมหาเทพขั้นปลายแล้ว!"ซานจื่อกล่าวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึง ต้องบอกก่อนว่าแม้บรรพชนที่อยู่มาอย่างยาวนานยังก็ยังคงอยู่เพียงระดับบรรพชนขั้นกลางเท่านั้น ส่วนเหล่าผู้นำตระกูลทุกคนยังอยู่เพียงแค่ระดับมหาเทพขั้นต้น การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของตงฟางเซี่ยเอ่อร์จึงชวนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
"เห้อ เผ่าปีศาจจันทราในรุ่นนี้คงรุ่งโรจน์เป็นแน่ หากเป็นไปได้ข้าจะไม่สร้างปัญหาให้แก่นางอีกแล้ว"ซีอวี่เฉินกล่าวอย่างเหนื่อยใจ จางต้าไป๋เองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเช่นเดียวกัน ไม่เพียงเขาเท่านั้นแต่หัวหน้าตระกูลเกือบทุกตระกูลก็พลันเห็นด้วยกับเรื่องนี้
จะมีเพียงหม่าเย่เฟิงเท่านั้นที่ตอนนี้กำหมัดแน่น แววตาที่มองตงฟางเซียเอ่อร์เต็มไปด้วยความอยากได้มาครอบครอง อีกทั้งความต้องการนี้ยังมากมายกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ตัดกลับมาที่การต่อสู้ ตอนนี้ตงฟางเซี่ยเอ่อร์ราวกับได้เปรียบในทุกๆด้าน เนื่องจากคมมีดจันทราของนางตัดผ่านมิติได้ ซึ่งพลังมิตินี้เองเป็นเหมือนไพ่ตายของปีศาจวาฬ ดังนั้นมันจึงแพ้ทางอย่างชัดเจน
'บัดซบจริงๆใครจะคิดกันว่าจะเจอศัตรูที่แพ้ทางเช่นนี้ ข้าสมควรต้องหนีไปตั้งหลักก่อน ร้อยปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย'ปีศาจวาฬมิติโกลาหลกล่าวในใจ แต่ด้วยตัวมันที่เป็นถึงผู้ที่เคยเกือบทำลายโลกปีศาจจะให้หนีไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ก็กระไรอยู่
"ตายซะ!"ตงฟางเซี่ยเอ่อร์เค้นเสียงเย็นหลวมรวมคมมีดจันทราทั้งเจ็ดกลายเป็นหนึ่งเดียวและปลดปล่อยมันตรงไปที่หัวของปีศาจวาฬ ทันใดนั้นเองร่างกายอันใหญ่มหึมาของมันก็พุ่งเข้าลอยแยกมิติและหายไปทำให้คมมีดจันทราพลาดเป้า เหลือไว้เพียงกลุ่มก้อนพลังงานสีดำที่ดูพิศวง
"แย่แล้ว!!"เหล่าผู้นำตระกูลพากันอุทานออกมา จากนั้นพากันเปิดมิติหมายจะออกไปจากที่นี่ แต่ทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว
"บูมม!!"
กลุ่มก้อนพลังสีดำระเบิดออกอย่างรุนแรงทำให้มิติรอบข้างพลันแตกกระจาย เหล่าผู้นำตระกูลและบรรพชนกระอักเลือดคำโต เส้นลมปราณฉีดขาด บาดเจ็บสาหัสไปตามๆกัน
ไม่ต้องพูดถึงตงฟางเซี่ยเอ่อร์นางอยู่ใกล้ที่สุดย่อมได้รับผลจากแรงระเบิดเต็มๆ จนร่างของนางกระเด็นหลุดเข้าไปยังมิติ เป็นตายไม่อาจทราบได้
การระเบิดครานี้เกิดจากพลังที่ปีศาจวาฬดูดกลืนเข้ามาบวกกับพลังของมันอีกเจ็ดส่วนของตัวมันจะไม่ให้มันรุนแรงได้อย่างไร เห็นได้ชัดเลยว่านี่คือไพ่ตายที่มันเก็บเอาไว้ใช้หลบหนีในยามคับขัน ทั้งมันยังทำได้สำเร็จอีกด้วย
ตัดภาพมาที่ลั่วอู่หลินแม้เขาจะอยู่ไกลจากทะเลแห่งความโกลาหลมากแต่ทว่าแรงระเบิดนั้นก็ยังสั่นสะเทือนมาถึงได้ ชายหนุ่มแม้จะนึกแปลกใจแต่ก็ไม่คิดจะกลับไปดูแต่อย่างใด
"เหอะๆข้าคงทำเกินไปหน่อยสินะ"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเหนื่อยใจ เพราะว่าในตอนนี้รอบตัวเขาเองก็มีแต่แอ่งขนาดใหญ่หลายต่อหลายแอ่งด้วยกัน สาเหตุก็มาจากการฝึกฝนของตัวชายหนุ่มเอง
ลั่วอู่หลินถอนหายใจ แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะจากไปนั้นเองสายตาก็พลันไปเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆตัวหนึ่งที่นอนบาดเจ็บอยู่ใกล้ๆกับแอ่งที่เขาสร้างเอาไว้
ชายหนุ่มทะยานร่างเข้าไปดูมันในทันที แม้ว่าตัวเขาตอนนี้จะเป็นปีศาจแต่กับสัตว์เล็กๆเช่นนี้ชายหนุ่มย่อมต้องอยากโอบอ้อมอารีเป็นธรรมดา และสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือกระต่ายน้อยสีขาวที่มีบาดแผลเต็มตัว
"เจ้ากระต่ายน้อยข้าขอโทษเจ้าจริงๆข้าไม่คิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นี่"ลั่วอู่หลินโอบอุ้มมันขึ้นมา ในตอนแรกเขาคิดจะใช้พฤกษาจรัสแสงในการรักษามัน แต่เมื่อครุ่นคิดอีกทีเจ้ากระต่ายตัวนี้อยู่ในพิภพปีศาจก็ย่อมต้องเป็นปีศาจ ดังนั้นจึงไม่อาจใช้ปราณแสงรักษามันได้ จึงได้แต่จดใจใช้ธาตุหยินในการรักษามัน
"อาจจะหนาวไปเสียหน่อยแต่เจ้าต้องอดทนนะ"เมื่อตัดสินใจได้ เขาก็เริ่มถ่ายปราณให้กระต่ายน้อยและอุ้มมันออกเดินทางในทันที