และเมื่อนักแข่งหญิงอีกคนปรากฏตัวในสนาม ผู้ชมต่างรู้สึกตื่นเต้นและพร้อมใจส่งเสียงเชียร์ให้กับเธอ
แคทเธอรีนวิลสัน แห่งอาณานิคมใน เป็นหญิงสาวที่โดดเด่นและทรงพลังในวงการแข่งรถ เธอเป็นที่รู้จักในนาม"วิหคฟ้า"เนื่องจากความสามารถในการขับรถแข่งที่รวดเร็วและว่องไวราวกับนกฟ้าที่โบยบินกลางท้องฟ้าชุดแข่งของเธอเป็นชุดสีฟ้าสดใส ซึ่งสะท้อนถึงความสง่างามและความแข็งแกร่งของเธอ
ติดตามมาด้วยนักแข่งขวัญใจเจ้าถิ่นฝั่งตะวันตก
“ตาโมก้า” แห่งตระกูลตาปา ชายสายฟ้าดำผู้ที่ได้ชื่อว่ารวดเร็วที่สุดแห่งฝั่งตะวันตก ในชุดแข่งสีดำสนิทเรียกเสียงเชียร์ได้อย่างกึกก้องสนามแข่งขัน
ตามุสที่อยู่ในกลุ่มตระกูลของตนถึงกับโบกมือส่งเสียงเชียร์พี่ชายของตนอย่างสุดเสียง
จากนั้นนักแข่งที่มีชื่อเสียงก็ค่อยๆปรากฏตัวในสนาม แข่งขัน ซอนจิน แห่งฝั่งเหนือ แชมป์การแข่งขันเมื่อสามปีก่อนและคอน จากฝั่งใต้ เสียงเชียร์จากบรรดากองเชียร์ที่ติดตามมาให้กำลังใจโห่ร้องดังก้องไปทั่ว
นักแข่งเข้าสู่สนามแล้วเกือบทั้งหมด นักวิจารณ์และผู้สื่อข่าวต่างก็เริ่มวิเคราะห์ผลการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเตรียมรายงานข่าวสำหรับการแข่งขัน
ความตื่นเต้นและเสียงเชียร์เริ่มดังกระหึ่มขึ้นจากผู้ชมที่มารอคอยการปรากฏตัวของนักแข่งคนสำคัญเสียงกลองและแตรจากวงดนตรีดังสนั่นไปทั่วสนาม
รถแข่งสีแดงสดมันวาวค่อยๆ เคลื่อนออกมาจากเงามืดแสงไฟสาดส่องไปยังรถแข่งผู้สร้างตำนานใหม่ของการแข่งขัน เรซซิ่งสเตรชเชอร์
เสียงเชียร์และปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนของแฟนๆที่ตะโกนเรียกชื่อ
“พายุโลหิต!” “พายุโลหิต!” “พายุโลหิต!”
เสียงดังกึกก้องไปทั่วสนาม กลุ่มกองเชียร์จากฝั่งนักศึกษาเริ่มยกธงสีแดงขึ้นโบกสะบัดไปพร้อมๆกัน เสียงเชียร์จากฝูงชนยังคงดังไม่หยุดและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
นาฟในชุดแข่งสีแดงโบกมือให้กับผู้ชมด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ
สายตาของทุกคนในสนามจับจ้องมาที่เขาทุกคนรู้ดีว่านี่คือเด็กหนุ่มผู้สร้างตำนานใหม่ให้กับการแข่งขันและคือความหวังในใจของพวกเขา
นาฟหันมามองไปรอบๆ สนามแล้วโบกมือให้กองเชียร์อีกครั้ง เขาสัมผัสถึงพลังและกำลังใจที่ส่งมาจากทุกทิศทางซึ่งทำให้เขามีแรงบันดาลใจมากยิ่งขึ้น
สายตาของนาฟกวาดผ่านไป ก็สังเกตเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยมากมายที่ฟากหนึ่งของอัฒจันทร์ เขาเห็นกลุ่มเพื่อนจากสถานศึกษา
พวกเขาสวมเสื้อสีแดงที่มีรูปรถแข่งของนาฟและโบกธงเชียร์อย่างกระตือรือร้นดวงตาของพวกเขาเป็นประกายด้วยความหวัง นาฟยิ้มบางๆและพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับกำลังใจของพวกเขา
นาฟยังเห็นคนคุ้นเคยที่นั่งอยู่แถวหน้าของอัฒจันทร์เป็นท่านหลิงและท่านเร็ตโต้ผู้ชักนำเขาเข้าสู่องค์กรจันทร์เสี้ยว
นาฟแสดงรอยยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย
และห่างไปไม่ไกลเห็นสาวสวยผมสั้นจินยี้กับมังกี้ที่
ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งสองเดินทางมาจากฝั่งตะวันออกโบกมือให้เขาอย่างตื่นเต้น
นาฟรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจเมื่อเห็นพวกเขา และรู้ดีว่าพวกเขาเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในชีวิตที่ผ่านมาของเขา
ท่ามกลางฝูงชนทั้งหมดนาฟเห็นเมญ่ายืนอยู่ในกลุ่มที่นั่งพิเศษสายตาของนางจ้องมองมาที่เขาอย่างแน่วแน่และเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น นาฟรู้สึกถึงแรงบันดาลใจที่ไหลเข้ามาในใจเมื่อเห็นของนาง
เมื่อสัญญาณการเตรียมตัวแข่งขันดังขึ้น นาฟหันกลับมาตั้งสติอยู่กับการแข่งขันทันทีเหลียวมองคู่แข่งรอบข้าง สาดสายตาไปรอบๆ แต่แล้วก็หยุดอยู่ที่ รถแข่งคันสีขาว
ทันทีที่เห็นนาง ใจของเขาเต้นแรงขึ้น นางยืนอยู่ไม่ไกลจากเขากำลังคุยกับช่างเครื่องของเธอ ดวงตาคมกล้าของนางมองไปรอบๆ สนามด้วยความมุ่งมั่น
นาฟรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดและความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นเมื่อเขาเห็นอิงอิงหันมามองเขาแววตาของนางไม่เหมือนทุกๆครั้ง ดวงตาของนางดูเข้มแข็งเปล่งประกายความกล้าหาญ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่อิงอิงจะยิ้มเบาๆ เป็นการทักทายและแสดงความเป็นมิตร
นาฟยิ้มและพยักหน้าตอบกลับด้วยความชื่นชมก่อนจะหันกลับไปที่รถแข่งของเขา
ธงชาติหลากสีโบกสะบัดไปตามแรงลมเสียงเชียร์ของกองเชียต์ดังกระหึ่มทั่วทั้งสนาม ช่างเครื่องของแต่ละคันก็กำลังตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียดให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการแข่งขัน
“บรืนนน!”
เสียงคำรามดั่งสนั่นขึ้นมาจากการเร่งเครื่อง
นาฟสังเกตเห็นเงาทะมึนที่คุ้นเคยเคลื่อนเข้ามาใกล้นาฟหันไปมองและพบว่ามีรถแข่งสีดำขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกล มันคือ “มฤตยูดำ”
รถแข่งคันใหญ่นั้นดูทรงพลังและน่ากลัวกว่าเก่ามันมีหนามแหลมคมรอบคันที่สะท้อนแสงแดดส่องประกายให้ดูน่าเกรงขาม ยิ่งไปกว่านั้นมฤตยูดำเองก็ยืนอยู่ข้างๆ รถของเขาร่างใหญ่และท่าทางที่มั่นคงทำให้เขาดูเป็นคู่แข่งที่ยากจะเอาชนะ เขาสวมหมวกโลหะสีดำทมิฬที่ปิดบังใบหน้าของเขาไว้แต่สายตาที่เปล่งประกายของเขากลับสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
นาฟมองคู่แข่งของเขาความทรงจำจากการปะทะกันครั้งก่อนๆ กลับมาฉายในหัวเขาความกล้าและทักษะของมฤตยูดำทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและมีความกระตือรือร้นที่จะเอาชนะในการแข่งครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน มฤตยูดำก็หันมามองนาฟความเงียบสงบในดวงตาของเขากลับซ่อนเร้นบางสิ่งและความท้าทายที่จะได้เผชิญหน้ากันอีกครั้ง