กบฏไร้เดียงสา (มี E-Book)

    21 คลื่นใต้น้ำ (2/2)

    บทที่ 21 คลื่นใต้น้ำ (2/2)


    “อืม ถ้าเป็นเจ้าพูดข้าก็จะยอมเชื่อแล้วกันเดเมียน…แต่ใครพอจะตอบข้าได้บ้างว่าทำไมศพถึงมีแค่ 2 จาก 4 คนล่ะ?”

    พลันสิ้นประโยคของฟาโกซความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องโถงพร้อมกับเหล่าคนใช้รีบถอยหลังไปหลบตามหลังเครื่องเงิน รูปปั้น และชั้นหนังสือตามมุมห้องโดยทันที

    ปฏิกิริยาของเจ้านายทำไมคนรับใช้ในคฤหาสน์จะไม่รู้ว่าหลังจากนี้หายนะกำลังจะมาแน่นอน


    …ตัวใครตัวมันนะพวกท่าน…


    หนุ่มใหญ่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ ผ่อนลมหายใจออกแล้วฉีกยิ้มออกไปเหมือนปกติที่ชอบทำ

    “จำนวนมันขาดไปตั้ง 2 คน เจ้าจะแก้ตัวส่วนนี้ยังไงบารอนคาร์เมน?”

    เหงื่อเย็นไหลซึมท่วมตัวของคาร์เมนโดยไม่ทราบสาเหตุ มันจะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาเป็นคนไปตรวจเช็กสภาพศพเองก่อนเดเมียนจะมาตรวจดูอีกรอบ

    “มันจะเป็นไปได้ไงกั…”

    คาร์เมนเหมือนหาเสียงตนเองไม่เจอไปเสียแล้ว เขาไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ส่วนทางเดเมียนชักจะปวดขมับขึ้นมาตุบ ๆ เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว เขาเป็นประเภทไม่ชอบความยุ่งยากจึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากจนสีหน้าเหยเกดูไม่ได้

    “นั้นสินะเป็นไปได้ยังไง ก็พวกเจ้าบอกกันนักหนาว่าทำงานเรียบร้อยดี”

    ฟาโกซรู้สึกสนุกกับการปั่นหัวสมองเหล่าขุนนางในกำมือเล่น แต่ภายในใจกลับเหมือนมีพายุลูกใหญ่และลูกไฟโหมกระหน่ำซัดใส่ไปมาจนอยากระเบิดออกมา

    “ต้องให้ข้าบอกพวกเจ้าอีกกี่ครั้งว่างานนี้พลาดไม่ได้ แต่พวกเจ้าก็ยังทำเป็นเล่นเหมือนแมวจับหนูได้แล้วยังแล้วปล่อยให้มันวิ่งเล่นภายในบ้านอยู่ได้”

    น้ำเสียงกดต่ำเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นมานิ่ง ๆ ทั้งที่ใบหน้ายังยิ้มแย้มเหมือนคนไม่ถือสากับความผิดพลาดขนาดใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดช่องโหว่ในแผนการนี้ได้

    “อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือเองเพราะเมื่อไรที่ข้าต้องลงมือเอง พวกท่านคงไม่มีแม้แต่จะได้เห็นวันที่ข้ากวาดล้างหมากบนกระดานจนเกลี้ยง”

    สัญญาณเตือนแรกที่ฟาโกซพอจะมีหลงเหลือให้เหล่าขุนนางฝ่ายซ้ายมีโอกาสแก้ตัว มิฉะนั้นเขาจะเป็นคนลงไปในสนามนี้เอง เพราะถ้าถึงเวลานั้นแม้แต่พวกเบี้ยเล็กเบี้ยใหญ่เขาก็จะเหยียบให้มิดจมดิน เขาไม่ใช่ทำไปเพื่อความสะใจแต่คนไร้ประโยชน์ไม่มีสิทธิ์อยู่บนกระดานเกมของเขาทั้งสิ้น

    “ข้าให้เวลาพวกท่านไปตามล่ามาให้ได้ ไม่ว่าทั้งสองคนมันจะเป็นหรือตาย”

    คำสั่งเด็ดขาดประกาศกร้าวดังลั่นถึงสิ่งที่พวกเขาทั้งหมดต้องรีบไปจัดการให้เสร็จ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกวัน แม้ว่าเท้าของพวกเขาทั้งหมดจะก้าวเข้าสู่ประตูนรกไปเรียบร้อยแล้วมากกว่าครึ่งตัว แต่ก็ต้องทำเพื่อต่อลมหายใจให้มีในวันพรุ่งนี้

    เสียงขานตอบรับสลับกับเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนางต่างตื่นตัวเต็มที่ ใครจะไปนึกว่าฟาโกซให้โอกาสพวกเขาอีกครั้ง

    “อย่าคิดว่าที่ข้าให้เวลาพวกเจ้าอีกครั้งคือความเมตตา แต่ไม่…มันคือความปรานีสุดท้ายที่ข้ามีให้พวกเจ้าต่างหาก”

    รอยยิ้มกระชากจนเกือบถึงหูชวนทำให้คนในห้องขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน พวกขุนนางหางแถวต่างลมหายใจสะดุดกับคำพูดของเขาที่บอกว่าทั้งหมดคือ ‘ความปรานี’ นั่นอีก คนสติดีที่ไหนจะไปดีใจได้ลง

    ภารกิจตามล่าคนหายจึงได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ ท่ามกลางความโกลหนวุ่นวายภายใต้สำนักหลวงอย่างเงียบเชียบ หากไม่สังเกตก็ไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขากำลังจะทำสิ่งใดต่อไป

    เมื่อการประชุมในชั่วโมงเร่งด่วนสิ้นสุดลง เหล่าขุนนางต่างทยอยกันกลับไปในที่ของตนเองทันที เหลือทิ้งไว้เพียงฟาโกซยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ที่ตอนนี้กลายเป็นบัลลังก์น้ำแข็งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    “เดเมียน”

    ทว่าขณะที่เดเมียนกำลังลุกจากเก้าอี้เป็นคนสุดท้ายเพื่อเดินออกไปพร้อม ๆ กับขุนนางคนอื่น กลับมีเสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้นทำให้เขาต้องหยุดอยู่กับที่อย่างห้ามมิได้


    …เฮ้อ ปวดหัว…


    เดเมียนอยากถอนหายใจออกมาดัง ๆ แต่ทำได้แค่เก็บสีหน้าและท่าทางตนเองไว้ให้มิด หากฟาโกซจะบ่นเขาก็คงมีแต่ให้อีกฝ่ายบ่นไปโดยไม่ปริปากขัดสักคำก็รอดตัวแล้ว

    “เจ้าไม่เห็นจำเป็นต้องออกหน้าพูดแทนบารอนคาร์เมนเลยมาร์ควิสเดเมียน”

    ท่ามกลางคนสองคนมีแต่ความเงียบเท่านั้นที่คั่นกลางระหว่างพวกเขา ความสัมพันธ์ที่เหมือนพึ่งพาอาศัยกันแต่ก็หวังผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน มันเป็นอะไรที่อธิบายลำบากในสายตาเดเมียน

    “ข้ารายงานตามหน้าที่เฉย ๆ ครับ ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่านี้”

    ฟาโกซหรี่สายตาจับผิดมองไปยังใบหน้าของเดเมียน ที่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งการแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับท่าทางของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอีกรอบ

    “แต่มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าอยู่ดีมิใช่หรือ? งานของเจ้าคือสิ่งนั้นถูกต้องไหม”

    ชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์น้ำแข็งยืดตัวขึ้นแล้วเอามือสอดไขว้กันไว้ใต้คางแล้วเอียงคอมอง เขาไม่ชอบที่ต้องมาคอยย้ำเตือนงานรอบสองให้เปลืองน้ำลาย การพูดแบบนี้ออกไปก็เพื่อเตือนสติเดเมียนว่าหน้าที่ของตนเองคืออะไร

    หากยังไม่อยากถูกกำจัดออกไปจากกระดานในตอนนี้

    “ครับ แต่เพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาดข้าจึงไม่ทันระวังขออภัยด้วยครับ”

    ฟาโกซพยักหน้าแล้วผ่อนลมหายใจเล็กน้อย เขาไม่ติดใจอะไรหากผลลัพธ์ยังออกมาในรูปแบบที่น่าพึงพอใจ ต่อให้ต้องกวาดคนทั้งสำนักออกมาเขาก็สามารถทำได้ แต่เลือกจะไม่ทำในเมื่อยังมีคนใช้งานได้อยู่หลายคนแถมพวกมันยังเป็นคนเข้ามาเสนอด้วยตัวเองทั้งนั้น

    เขาไม่ต้องทำอะไรเลยแค่นั่งเฉย ๆ ก็มีพวกริ้นไรเข้ามาเลียแข้งเลียขาแล้ว

    “คงรู้ใช่ไหมว่าถ้ายังขัดคำสั่งอีก ผลลัพธ์จะเป็นยังไง?”

    “รับทราบครับท่านฟาโกซ”

    หนุ่มใหญ่โบกมือไล่เดเมียนด้วยท่าทางเบื่อหน่ายทิ้งตัวเอนหลังพิงกับเก้าอี้

    “ไปพักเถอะท่านมาร์ควิส”

    เดเมียนโค้งคำนับลาตามมารยาทแล้วหันหลังเดินออกมาจากห้อง เขาเองก็ไม่อยากอยู่เสวนากับฟาโกซนานเสียเท่าไร เพราะยิ่งอยู่ด้วยนานเท่าไรเขาเหมือนอายุตนเองจะสั้นลงไปเรื่อย ๆ อย่างไรอย่างนั้น

    เมื่อมาร์ควิสเดเมียนเดินพ้นประตูห้องโถงไปสักพักใบหน้าของฟาโกซก็เปลี่ยนไป ในหัวนึกถึงใบหน้าของหัวหน้าเหล่าขุนนางฝ่ายขวาและนับจำนวนเหยื่อที่เขาต้องตามเก็บทีละคน

    “ไหนมาดูกันสิว่าเจ้ากับข้าใครจะพลิกกระดานเกมนี้ได้ก่อนกัน”

    เขาพูดพึมพำขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดด้วยดวงตาแข็งกร้าวและมีรอยยิ้มเย็นประดับอยู่บนใบหน้า พร้อมส่งเสียงหัวเราะในลำคอดังออกมาเบา ๆ จนคนรับใช้ที่อยู่รอบบริเวณต่างขนหัวลุกรีบเดินหลบหนีไปให้ไกลจากจุดที่เจ้านายตนเองอยู่


    ------

    กดหัวใจ ❤️ หรือคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ได้นะคะ

    หากพบคำผิด แก้ไขหรือติชม โปรดคอมเมนต์อย่างสุภาพไรต์ยินดีปรับปรุงแก้ไขค่ะ


    Talk with writer

    ใช่ตัวร้ายไหมไม่รู้ รู้แค่ว่าตัวละครเริ่มเยอะและจะมากขึ้นเรื่อย ๆ เดี๋ยวไรต์จะทำผังตัวละครเพิ่มเติมให้นะคะ นักอ่านจะได้เข้าใจความสัมพันธ์ตัวละครแต่ละคนได้ง่าย ๆ เพื่ออรรถรสในการอ่านค่ะ555


    แวะมาพูดคุยเล่นหรือดูอัปเดตเกี่ยวกับนิยายไรต์ได้ที่

    Facebook : C.T.Tiana

    X (Twitter) : @Ccttiana