ภายใต้ม่านหมอกสีเขียวปนทองที่ลอยอ้อยอิ่งกลางสนามรบตะวันตกเฉียงใต้ กลุ่มของอาเดลิส ฟินาริน ผู้นำทัพแห่งเอลมินาทรา ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางพืชพรรณเวทที่พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมาเหมือนฝัน
เสียงแหลมของอสูรปีกหนังร้องคำรามก้องผ่านป่าเก่าที่ถูกฉีกขาดโดยแรงเวทเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทว่าอาเดลิสกลับยืนนิ่งสงบ มือบางของเธอวางอยู่บนศีรษะของสัตว์อัญเชิญสีขาวอมเขียวขนาดมหึมา—“ซีราเนียร์” มังกรเถาวัลย์แห่งเทพป่าผู้โบราณ
“ไม่จำเป็นต้องร้องนะ... ทุกสิ่งที่รุกราน... จะกลายเป็นปุ๋ยให้พื้นดินใหม่ของเรา”
เสียงของเธอแผ่วเบา แต่วิญญาณแห่งป่ารอบข้างพลันสั่นสะเทือน
ทหารเอลฟ์หลายพันนายยืนเรียงกันอย่างมั่นคง ดาบไม้เวท วงเวทสลักในตา และชุดเกราะพฤกษาทอจากใยไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองแสงบาง ๆ พวกเขาคือเหล่าผู้ปกป้องที่ฝึกมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ
ข้างอาเดลิสไม่ไกลคือ เฟเรนเซีย วาลิอันท์ ผู้ซึ่งเพิ่งผ่านสมรภูมิฝั่งใต้มาอย่างดุเดือด ตอนนี้ยืนสง่าในชุดคลุมเวทสีม่วงทอง กลิ่นไอเวทโบราณยังแผ่ออกจากรอบตัวอย่างไม่ขาดสาย
“กลิ่นเลือดจากสมรภูมิกลาง… ยังไม่จางเลยนะ” เฟเรนเซียพูดพลางหันไปสบตากับอาเดลิส
“เจ้ารู้สึกถึงมันด้วยสินะ” อาเดลิสพยักหน้าเบา ๆ
ขณะเดียวกัน เสียงกระแทกพื้นดินดังสนั่นจากทางขวา ก่อนที่แผ่นดินจะสั่นไหว — อสูรประเภทเกราะหนาและตะขอเหล็กกำลังเริ่มตีวงเข้ามา ฝูงอสูรประเภทฉีกป่า โดดข้ามต้นไม้และพุ่งลงจากแนวเขาทางหลังแนวเอลฟ์
“พวกมันมาแล้ว...” นายทหารเอลฟ์เบื้องหลังกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่ง
อาเดลิสยกมือขึ้น ฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนสีทันที เถาวัลย์พลังเวทเส้นยักษ์พุ่งจากพื้นดินขึ้นโอบรัดแนวเขารอบ ๆ
“ถ้าศัตรูหวังจะตัดทางหนีของเรา... ก็ควรสอนพวกมันให้รู้จัก ‘เส้นทางของพฤกษา’ เสียหน่อย”
แสงแห่งธาตุไม้ระเบิดทั่วแนวรบ… และ “สงครามพฤกษา” ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการ
สนามรบแปรเปลี่ยนเป็นป่าเร้นลับในพริบตา พืชพรรณจากเถาวัลย์สลับเกล็ดเรืองแสง เบ่งบานจากพื้นดินและผนังหินรอบสนาม สะท้อนพลังของธรรมชาติอันถูกปลุกจากเวทของอาเดลิส เสียงแหลมต่ำของอสูรคลานเกราะเหล็กกรีดร้องขณะพุ่งทะลุแนวพืช แต่ทุกก้าวของมันกลับถูกพันธนาการอย่างรวดเร็วด้วยรากไม้มืดที่แทงขึ้นราวกับเข็ม พันธนาการร่างจนล้มคว่ำ และถูกหนามเวทเจาะทะลุกลางกระโหลกในชั่วพริบตา
“พวกมันจะยังไม่หยุดจนกว่าเราจะล้มทุกตน...” เฟเรนเซียพูดขณะร่ายเวท
เธอยกไม้เท้าเวทประจำตัวขึ้น เสียงสวดภาษาโบราณดังจากริมฝีปาก — “Lux Terrae — Mirror Fold”
เส้นเวทสีทองพุ่งเป็นลำแสงเฉียงเข้าตัดกองทัพอสูรแนวที่สอง กลายเป็นกระจกเวทสะท้อนการเคลื่อนไหวของศัตรูในช่วงเสี้ยววินาที
อสูรที่กระโจนใส่เฟเรนเซียตนหนึ่ง หยุดกึกกลางอากาศก่อนถูกเวทสะท้อนตัวเองกลับใส่ตัว กรงเล็บแทงทะลุคอของมันเองโดยไม่รู้ตัว
“พวกมันเริ่มเรียนรู้เวทของเรา” อาเดลิสกล่าวเบา ๆ แต่แววตายังคงนิ่งมั่น
ทันใดนั้น—ระเบิดเวทสีดำสามลูกพุ่งลงมากลางแนวทัพฝ่ายเอลฟ์ พืชพรรณบริเวณนั้นลุกไหม้ เสียงร้องของทหารเวทดังแผ่วเบา
เงาร่างของอสูรบินที่ดูคล้ายอีกาโลหะโผล่มาเหนือแนวไม้ พวกมันบินวนเป็นวงกลม เหมือนกับรอคำสั่งสุดท้ายจากบางสิ่งบางอย่าง
“เปลี่ยนแนวรับ! ธาตุลมกับเวทยิงขึ้นฟ้า!”
อาเดลิสชักไม้เท้าสองปลาย รูปแบบคล้ายกิ่งไม้แตกปลายทั้งคู่ — ปล่อยเวท “Sylvan Wrath: Heaventhorn”
หนามยักษ์สีเขียวอมน้ำเงินพุ่งขึ้นจากพื้นตามแนวโค้งล้อมฟ้า แทงอสูรบินตกลงมาทีละตนอย่างต่อเนื่อง
“เตือนกองเวทของเราด้วยว่า อย่าใช้ไฟโจมตีในเขตป่า — ป่าจะไม่อภัย” อาเดลิสกล่าวผ่านกระแสจิตถึงหน่วยเวทเร้นป่าทั้งหมด
อีกด้านหนึ่ง เฟเรนเซียสร้างเกราะพลังแสงขนาดใหญ่รับแรงกระแทกจากการโจมตีของอสูรสายบุกทะลวง เหงื่อเริ่มผุดตามหน้าผากของเธอ แต่สายตายังไม่ไหวหวั่น
“ต่อให้คลื่นศัตรูนี้ไม่จบไม่สิ้น... เราก็จะยืนตรงนี้ไม่ถอย!” เฟเรนเซียประกาศ
สิ้นคำ... เงาร่างขนาดใหญ่เคลื่อนเข้ามาในเขตวิสัยทัศน์ของพวกเธอ มันคืออสูรระดับหัวหน้าหมู่จากหน่วยลอบโจมตีเงา—“ไนท์ทัส เฟลด์ฮอร์น” ดาบเงาขนาดใหญ่ถูกลากกับพื้นเปล่งเสียงฝืดหู ขณะมันก้าวเข้าสู่แนวปะทะ
“ทุกทัพเตรียมตัว... พวกมันส่งมือสังหารเข้ามาแล้ว” อาเดลิสเตือนเสียงเคร่งขรึม
เปลวเวทสลัวจากอาวุธของ “ไนท์ทัส เฟลด์ฮอร์น” เปล่งแสงเหมือนดวงตาปีศาจกลางหมอกมืด มันเดินช้า ๆ เข้าสู่สมรภูมิ ราวกับไม่มีอะไรเร่งรีบ เสียงโลหะของดาบที่ลากกับพื้นสั่นสะเทือนเส้นประสาทของทหารรอบข้าง
“ระวังนะ!” เฟเรนเซียกล่าว เตรียมร่ายเวทป้องกันระดับสูงไว้เต็มที่
แต่ก่อนที่ไนท์ทัสนท์ทัสจะได้โจมตี ทันใดนั้นเสียงคำรามของสายลมเวทดังขึ้นจากฟากฟ้า—
โครมม!!
พื้นดินเบื้องหน้าสะเทือน ราวกับมีอะไรพุ่งลงจากอากาศ บังเกิดเปลวแสงฟ้าแตกตัวกลางอากาศรอบไนท์ทัส
และในช่วงเวลาเพียงชั่ววินาทีนั้น ดาบเงาของมันที่เคยตั้งมั่น ถูก “ดาบแสงเวท” ปริศนาฟาดสวนกลับอย่างแม่นยำ!
ฉัวะ!!
โล่เงาเวทของไนท์ทัสแตกร้าว กลิ่นไหม้จากเวทธาตุสายฟ้าแผ่กระจายเป็นคลื่นความร้อนระลอกแรก
“—ลุกขึ้น... ยังไม่ถึงตาข้าล้มง่าย ๆ หรอก!”
เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมร่างสูงในชุดเกราะสีขาวทอง สัญลักษณ์อัศวินเวทแห่งอัลเทียร์ปรากฏชัด
อาเรส เวลด์ริน
ชายผู้ถูกขนานนามว่าเป็น “โล่ลับแห่งอัลเทียร์” และอดีตผู้ปราบเงาเรนซิลในถ้ำใต้ภูเขาเมื่อนานมาแล้ว
เฟเรนเซียมองเขาด้วยความตกใจแต่ยิ้มบาง “ท่าน…!”
อาเรสเหวี่ยงโล่พลังแสงสะท้อนเวทคลื่นหนึ่งของไนท์ทัสออกด้านข้าง “ข้าเห็นแนวพวกเจ้าร้อนแรงเกินเหตุ ก็เลย... มาเติมน้ำให้หน่อย”
“มาได้จังหวะจริง ๆ” อาเดลิสกล่าวจากอีกด้านหนึ่ง พลางร่ายเวทพันธนาการพื้นดิน
ไนท์ทัสคำรามเสียงต่ำ ดวงตาสีเลือดของมันเริ่มหมุนวนกลายเป็นวงเวทเงาแห่งการฆ่า มันกระแทกดาบเข้ากับพื้นจนเกิดแรงสะเทือนหลายชั้น สายเวทเงาพุ่งเข้าโจมตีทั้งสามพร้อมกัน
แต่...
ตึงงงง!!
อาเรสยกโล่ต้านรับทั้งการโจมตีทางกายภาพและเวทพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์ รอยร้าวเพียงเล็กน้อยที่ผิวโล่เท่านั้น
“ข้าจำเวทเจ้านี่ได้... เหมือนที่เผชิญกับเรนซิล” เขากล่าวเบา ๆ
อาเดลิสตอบกลับอย่างแน่วแน่ “งั้นก็ได้เวลา ‘สะสาง’ เงาทั้งหมดที่ค้างอยู่จากอดีตแล้ว”
เฟเรนเซียยิ้มเหี้ยม พลันเรียกพลังเวทจาก “แกนธาตุแสง” ที่เก็บไว้ตั้งแต่สงครามใต้แผ่นดิน
“Radiance Nova: Twilight Bound!”
เวทแสงผสานจันทราและอรุณรุ่ง ปะทะคลื่นเงาของไนท์ทัสอย่างรุนแรง ทันใดนั้นร่างของมันเริ่มสั่นเหมือนจะทนพลังนี้ไม่ไหว
สามผู้นำทัพ ยืนเรียงกันต่อหน้าอสูรเงาเบื้องหน้า ราวกับเทพจากสามขอบฟ้า
อาเดลิส — ธาตุพฤกษาและจิตวิญญาณ
เฟเรนเซีย — ธาตุแสงและเวทโบราณ
อาเรส — โล่แห่งอัลเทียร์และสายฟ้าผ่าชะตา
และขณะพลังทั้งสามมาบรรจบ เสียงลมกระซิบแผ่วเบาในหัวของเรย์ก็เริ่มดังขึ้น—เตือนว่า แนวตะวันตก... ใกล้ถึงจุดวิกฤต
เสียงของเวทมนตร์ปะทะกันกลางอากาศดังก้องสะเทือนผืนป่า เงาแห่งไนท์ทัส เฟลด์ฮอร์นที่กำลังอ่อนแรงกลับแผ่คลื่นสีดำออกมาจากกลางอกของมัน ราวกับพยายามปลุกพลังสุดท้ายเพื่อระเบิดตัวเอง
"มันจะสังเวยตัวเองให้เวทเงา..." อาเดลิสพูดเบา ๆ สายตาเปลี่ยนเป็นเข้มข้น
เคร้งงง!
อาเรสกระแทกโล่เข้ากับพื้นดิน ปลดเวทเคลือบโล่ที่ฝังไว้ — “Aegis of Lumina: Absolute Seal”
ม่านแสงวงกว้างก่อตัวขึ้นรอบพื้นที่ทันที ล้อมรอบกองกำลังแนวหน้าทั้งหมดและตัดพลังเวทอันตรายจากไนท์ทัสไม่ให้ระเบิดออกไปได้
"ข้าจะกันพื้นที่! จบมันให้เร็ว!" เสียงของอาเรสดังแน่นในหัวทุกคนผ่านกระแสจิต
เฟเรนเซียร่ายคาถาต่อเนื่องทันที ดวงตาของเธอเรืองรองด้วยสีทองที่แทรกแสงสีคราม เส้นเวทบนพื้นเรียงตัวขึ้นเป็นวงเวทขนาดใหญ่จนกินพื้นที่ครึ่งสนาม
"แสงจากมิติที่สอง จงห่อหุ้มความมืดนี้—"
“Luminis Desolation!”
แสงจากท้องฟ้าและพื้นดินสะท้อนกันเป็นแฉกรัศมี พุ่งเข้าแทงเงาเวทของไนท์ทัสจากทุกทิศจนเกิดเสียงระเบิดอย่างเงียบงัน เสียงของเวทแผ่พลังบริสุทธิ์กวาดล้างความมืด แต่... ยังไม่จบ ไนท์ทัสที่ดูเหมือนกำลังจะแตกสลายกลับเปิดดวงตาอีกครั้ง — เงาจากความทรงจำถูกบิดเบือนเผยขึ้นตรงหน้า เงาของเรย์ มิจัง และไอริสในเวอร์ชันบิดเบี้ยวราวกับหลุดออกจากฝันร้ายฉายซ้อนในเงาร่างมัน
"นี่มัน..." เฟเรนเซียชะงัก
"—มันดูดกลืน 'ภาพสะท้อนจิตใจ' ของพวกเราระหว่างการต่อสู้เอาไว้..." อาเดลิสกล่าวพลางกางแขนออกทั้งสองข้าง เส้นไม้เลื้อยจากพลังเวทของเธอแตกหน่อจากปลายนิ้ว รัดรอบลำตัวไนท์ทัสแน่นหนา
"งั้นเราต้องไม่ลังเล" เธอพูดแน่นเสียง
เฟี้ยวววว!
เฟเรนเซียยิงเส้นเวทสุดท้ายพุ่งเจาะกลางอกไนท์ทัสทันที — เงาร่างที่กรีดร้องแบบไร้เสียงสั่นสะท้านไปทั้งสนาม
“อย่าให้ภาพเงามืดของเราหยุดแสงได้อีก” อาเรสพูด ขณะเขาใช้โล่ฟาดท้ายเงาร่างเพื่อผลักมันเข้าใจกลางวงเวทปิดผนึก
เสียงร้องของเงาร่างแผ่กระจายเป็นระลอกครั้งสุดท้าย ก่อนร่างของไนท์ทัสจะค่อย ๆ แตกเป็นเศษละอองสีดำสลายหายไปในม่านแสง
...
สนามรบกลับมาเงียบงันชั่วครู่ เสียงหอบหายใจของทั้งสามดังก้องท่ามกลางซากเวทที่กำลังมอดไหม้รอบตัว
อาเดลิสนั่งยองลง ใช้เวทธรรมชาติฟื้นฟูต้นไม้ที่เสียหายจากการสู้รบ พลางหลับตาเบา ๆ
“อีกไม่ถึงชั่วโมง... กองทัพหลักของเงานิรันจะเคลื่อนเข้าสู่ระยะประชิดกับศูนย์กลาง”
เฟเรนเซียพยักหน้า สีหน้าเคร่งขรึม “พวกเราจะไปรวมตัวกับแนวศูนย์กลาง…”
และทันใดนั้น...
เสียงสะเทือนแรงสูงดังมาจากฟากฟ้า
แรงลมพัดฝุ่นผงปลิวกระจาย ก่อนจะตัดฉาก...
เสียงคำรามจากฟากฟ้าดังก้องราวกับฟ้าผ่าทะลุผ่านทุกอณูบรรยากาศ คลื่นพลังเวทแผ่ซ่านกว้างไกลจนนักเวทที่อยู่แนวหลังสัมผัสได้พร้อมกัน แรงอัดสะท้านพื้นดินระลอกแล้วระลอกเล่า ดอกไม้แห่งพลังมืดกำลังเบ่งบานบนขอบฟ้า
เฟเรนเซียเบิกตากว้าง “พลังนี่…!”
อาเดลิสพยักหน้า สีหน้าเข้มข้น “เกิดขึ้นที่แนวศูนย์กลาง—พวกเรย์!”
อาเรส เวลด์รินชักดาบแสงของตนขึ้นทันที พลันเวทรับส่งเสียงเริ่มทำงาน คำสั่งตรงจากศูนย์บัญชาการกลางดังขึ้น
【แนวปะทะศูนย์กลางเริ่มเปิดฉากเต็มรูปแบบ ขอทุกหน่วยเคลื่อนพลเข้าสู่ตำแหน่งรวม】
【เป้าหมาย: สนับสนุนแนวต้านจุดหลัก เรย์ – ไอริส – เซอร์อัลวา – โมกะ】
ตัดฉากทันที
...
พื้นดินแตกร้าวทั่วแถบ อากาศปั่นป่วนด้วยแรงดันเวทจากการต่อสู้ที่ไม่มีหยุดพัก เสียงคมอาวุธปะทะ เสียงเวทมนตร์ระเบิด และเสียงคำรามของเหล่าอสูรดังก้องเป็นระยะ ท่ามกลางหมอกเวทสีเงินหม่นและพลังมืดดำล้นขอบ — เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ ยืนแน่นิ่ง ดาบใหญ่ของเขาฝังอยู่กลางพื้น แสงสีแดงบนชุดเกราะของเขากระพริบตามจังหวะลมหายใจแรง
ด้านข้างเขา — ไอริส ลูเมียร์ มือทั้งสองข้างสั่นระริกจากการคุมเวทระดับสูงต่อเนื่อง กระโปรงรบยาวของเธอเปรอะฝุ่นและรอยไหม้จากเวทมิติ
ด้านหลัง — โมกะ ในร่างอัญเชิญแห่งสัญญา ยืนขู่คำรามในเสียงต่ำ ร่างกายล้อมด้วยปีกเงาและแสงดาวระยิบ ปีกสี่แฉกเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุด ราวกับกำลัง “รับคำสั่ง” จากพลังภายในบางอย่าง และด้านหน้า...อาเครน ธานธัส — ร่างสีดำทมิฬสูงหกเมตร ครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อเงา อีกครึ่งหนึ่งเป็นโลหะมืดเจือโลหิต แขนขวาถือเคียวเวทที่ดูเหมือนจะเฉือนมิติได้ทุกครั้งที่กวัดแกว่ง
ถัดไป — ซาลานด์ เรกาน้อร์ ยืนในท่วงท่าของนักบวช เงาดำล้อมรอบร่างเธอเป็นผ้าไหมลอยคว้างเหมือนสายลม คทาเวทโบราณในมือของเธอค่อย ๆ แบ่งพลังปั่นป่วนออกเป็นวงเวทย่อยหลายชั้นเหนือท้องฟ้า
“เวลาสำหรับการตัดสินเริ่มแล้ว…” ซาลานด์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความโหดร้าย
อาเครนหัวเราะ “ให้เราได้ ‘เล่น’ กับพวกเจ้า... ก่อนที่ ‘มัน’ จะตื่นเต็มตัว…”
ทันใดนั้นเอง — แสงสว่างสีทองอมม่วงพุ่งลงจากฟากฟ้า!
ตูมมมม!!
กลุ่มของเรย์สะบัดหน้าไปทันที โมกะกระพือปีก ร่างของมันรับรู้ได้ก่อนใคร
“หงึ…! ไอริสอยู่ในเขตอันตราย!” โมกะส่งเสียงกระซิบผ่านกระแสจิตถึงเรย์ ไอริสหันมามอง — สัญญาณเวทเตือนในหัวเธอดังชัดเจน
แสงนั้นไม่ใช่แสงจากพันธมิตร… แต่มาจาก “บางสิ่ง” ที่กำลังจะตกลงสู่กลางศึก เสียงของอาเดลิสแทรกเข้ามาในเวทรับส่ง
“กลุ่มของเรย์... จงถอยระยะ อย่าเพิ่งเข้าปะทะโดยตรง!”
“พวกข้ากำลังมุ่งหน้าไปจากทางเหนือ... รักษาพื้นที่ไว้ให้ได้ถึงตอนนั้น!”
แต่ไม่มีเวลาให้ฟังอีกต่อไป — ขอบฟ้าสั่นไหวอีกครั้ง และเสียงคำรามของ “อสูรตนใหม่” ดังขึ้นจากรอยแยกมิติที่สาม ที่ไม่มีในแผนการใด ๆ
