“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ”

    ตอนที่ 53 – สงครามสะท้อนเงาแห่งธาตุแท้

    ภายใต้ม่านหมอกสีเขียวปนทองที่ลอยอ้อยอิ่งกลางสนามรบตะวันตกเฉียงใต้ กลุ่มของอาเดลิส ฟินาริน ผู้นำทัพแห่งเอลมินาทรา ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางพืชพรรณเวทที่พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมาเหมือนฝัน

    เสียงแหลมของอสูรปีกหนังร้องคำรามก้องผ่านป่าเก่าที่ถูกฉีกขาดโดยแรงเวทเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทว่าอาเดลิสกลับยืนนิ่งสงบ มือบางของเธอวางอยู่บนศีรษะของสัตว์อัญเชิญสีขาวอมเขียวขนาดมหึมา—“ซีราเนียร์” มังกรเถาวัลย์แห่งเทพป่าผู้โบราณ

    “ไม่จำเป็นต้องร้องนะ... ทุกสิ่งที่รุกราน... จะกลายเป็นปุ๋ยให้พื้นดินใหม่ของเรา”

    เสียงของเธอแผ่วเบา แต่วิญญาณแห่งป่ารอบข้างพลันสั่นสะเทือน

    ทหารเอลฟ์หลายพันนายยืนเรียงกันอย่างมั่นคง ดาบไม้เวท วงเวทสลักในตา และชุดเกราะพฤกษาทอจากใยไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองแสงบาง ๆ พวกเขาคือเหล่าผู้ปกป้องที่ฝึกมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ

    ข้างอาเดลิสไม่ไกลคือ เฟเรนเซีย วาลิอันท์ ผู้ซึ่งเพิ่งผ่านสมรภูมิฝั่งใต้มาอย่างดุเดือด ตอนนี้ยืนสง่าในชุดคลุมเวทสีม่วงทอง กลิ่นไอเวทโบราณยังแผ่ออกจากรอบตัวอย่างไม่ขาดสาย

    “กลิ่นเลือดจากสมรภูมิกลาง… ยังไม่จางเลยนะ” เฟเรนเซียพูดพลางหันไปสบตากับอาเดลิส

    “เจ้ารู้สึกถึงมันด้วยสินะ” อาเดลิสพยักหน้าเบา ๆ

    ขณะเดียวกัน เสียงกระแทกพื้นดินดังสนั่นจากทางขวา ก่อนที่แผ่นดินจะสั่นไหว — อสูรประเภทเกราะหนาและตะขอเหล็กกำลังเริ่มตีวงเข้ามา ฝูงอสูรประเภทฉีกป่า โดดข้ามต้นไม้และพุ่งลงจากแนวเขาทางหลังแนวเอลฟ์

    “พวกมันมาแล้ว...” นายทหารเอลฟ์เบื้องหลังกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่ง

    อาเดลิสยกมือขึ้น ฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนสีทันที เถาวัลย์พลังเวทเส้นยักษ์พุ่งจากพื้นดินขึ้นโอบรัดแนวเขารอบ ๆ

    “ถ้าศัตรูหวังจะตัดทางหนีของเรา... ก็ควรสอนพวกมันให้รู้จัก ‘เส้นทางของพฤกษา’ เสียหน่อย”

    แสงแห่งธาตุไม้ระเบิดทั่วแนวรบ… และ “สงครามพฤกษา” ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการ

    สนามรบแปรเปลี่ยนเป็นป่าเร้นลับในพริบตา พืชพรรณจากเถาวัลย์สลับเกล็ดเรืองแสง เบ่งบานจากพื้นดินและผนังหินรอบสนาม สะท้อนพลังของธรรมชาติอันถูกปลุกจากเวทของอาเดลิส เสียงแหลมต่ำของอสูรคลานเกราะเหล็กกรีดร้องขณะพุ่งทะลุแนวพืช แต่ทุกก้าวของมันกลับถูกพันธนาการอย่างรวดเร็วด้วยรากไม้มืดที่แทงขึ้นราวกับเข็ม พันธนาการร่างจนล้มคว่ำ และถูกหนามเวทเจาะทะลุกลางกระโหลกในชั่วพริบตา

    “พวกมันจะยังไม่หยุดจนกว่าเราจะล้มทุกตน...” เฟเรนเซียพูดขณะร่ายเวท

    เธอยกไม้เท้าเวทประจำตัวขึ้น เสียงสวดภาษาโบราณดังจากริมฝีปาก — “Lux Terrae — Mirror Fold”

    เส้นเวทสีทองพุ่งเป็นลำแสงเฉียงเข้าตัดกองทัพอสูรแนวที่สอง กลายเป็นกระจกเวทสะท้อนการเคลื่อนไหวของศัตรูในช่วงเสี้ยววินาที

    อสูรที่กระโจนใส่เฟเรนเซียตนหนึ่ง หยุดกึกกลางอากาศก่อนถูกเวทสะท้อนตัวเองกลับใส่ตัว กรงเล็บแทงทะลุคอของมันเองโดยไม่รู้ตัว

    “พวกมันเริ่มเรียนรู้เวทของเรา” อาเดลิสกล่าวเบา ๆ แต่แววตายังคงนิ่งมั่น

    ทันใดนั้น—ระเบิดเวทสีดำสามลูกพุ่งลงมากลางแนวทัพฝ่ายเอลฟ์ พืชพรรณบริเวณนั้นลุกไหม้ เสียงร้องของทหารเวทดังแผ่วเบา

    เงาร่างของอสูรบินที่ดูคล้ายอีกาโลหะโผล่มาเหนือแนวไม้ พวกมันบินวนเป็นวงกลม เหมือนกับรอคำสั่งสุดท้ายจากบางสิ่งบางอย่าง

    “เปลี่ยนแนวรับ! ธาตุลมกับเวทยิงขึ้นฟ้า!”

    อาเดลิสชักไม้เท้าสองปลาย รูปแบบคล้ายกิ่งไม้แตกปลายทั้งคู่ — ปล่อยเวท “Sylvan Wrath: Heaventhorn”

    หนามยักษ์สีเขียวอมน้ำเงินพุ่งขึ้นจากพื้นตามแนวโค้งล้อมฟ้า แทงอสูรบินตกลงมาทีละตนอย่างต่อเนื่อง

    “เตือนกองเวทของเราด้วยว่า อย่าใช้ไฟโจมตีในเขตป่า — ป่าจะไม่อภัย” อาเดลิสกล่าวผ่านกระแสจิตถึงหน่วยเวทเร้นป่าทั้งหมด

    อีกด้านหนึ่ง เฟเรนเซียสร้างเกราะพลังแสงขนาดใหญ่รับแรงกระแทกจากการโจมตีของอสูรสายบุกทะลวง เหงื่อเริ่มผุดตามหน้าผากของเธอ แต่สายตายังไม่ไหวหวั่น

    “ต่อให้คลื่นศัตรูนี้ไม่จบไม่สิ้น... เราก็จะยืนตรงนี้ไม่ถอย!” เฟเรนเซียประกาศ

    สิ้นคำ... เงาร่างขนาดใหญ่เคลื่อนเข้ามาในเขตวิสัยทัศน์ของพวกเธอ มันคืออสูรระดับหัวหน้าหมู่จากหน่วยลอบโจมตีเงา—“ไนท์ทัส เฟลด์ฮอร์น” ดาบเงาขนาดใหญ่ถูกลากกับพื้นเปล่งเสียงฝืดหู ขณะมันก้าวเข้าสู่แนวปะทะ

    “ทุกทัพเตรียมตัว... พวกมันส่งมือสังหารเข้ามาแล้ว” อาเดลิสเตือนเสียงเคร่งขรึม

    เปลวเวทสลัวจากอาวุธของ “ไนท์ทัส เฟลด์ฮอร์น” เปล่งแสงเหมือนดวงตาปีศาจกลางหมอกมืด มันเดินช้า ๆ เข้าสู่สมรภูมิ ราวกับไม่มีอะไรเร่งรีบ เสียงโลหะของดาบที่ลากกับพื้นสั่นสะเทือนเส้นประสาทของทหารรอบข้าง

    “ระวังนะ!” เฟเรนเซียกล่าว เตรียมร่ายเวทป้องกันระดับสูงไว้เต็มที่

    แต่ก่อนที่ไนท์ทัสนท์ทัสจะได้โจมตี ทันใดนั้นเสียงคำรามของสายลมเวทดังขึ้นจากฟากฟ้า—

    โครมม!!

    พื้นดินเบื้องหน้าสะเทือน ราวกับมีอะไรพุ่งลงจากอากาศ บังเกิดเปลวแสงฟ้าแตกตัวกลางอากาศรอบไนท์ทัส

    และในช่วงเวลาเพียงชั่ววินาทีนั้น ดาบเงาของมันที่เคยตั้งมั่น ถูก “ดาบแสงเวท” ปริศนาฟาดสวนกลับอย่างแม่นยำ!

    ฉัวะ!!

    โล่เงาเวทของไนท์ทัสแตกร้าว กลิ่นไหม้จากเวทธาตุสายฟ้าแผ่กระจายเป็นคลื่นความร้อนระลอกแรก

    “—ลุกขึ้น... ยังไม่ถึงตาข้าล้มง่าย ๆ หรอก!”

    เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมร่างสูงในชุดเกราะสีขาวทอง สัญลักษณ์อัศวินเวทแห่งอัลเทียร์ปรากฏชัด

    อาเรส เวลด์ริน

    ชายผู้ถูกขนานนามว่าเป็น “โล่ลับแห่งอัลเทียร์” และอดีตผู้ปราบเงาเรนซิลในถ้ำใต้ภูเขาเมื่อนานมาแล้ว

    เฟเรนเซียมองเขาด้วยความตกใจแต่ยิ้มบาง “ท่าน…!”

    อาเรสเหวี่ยงโล่พลังแสงสะท้อนเวทคลื่นหนึ่งของไนท์ทัสออกด้านข้าง “ข้าเห็นแนวพวกเจ้าร้อนแรงเกินเหตุ ก็เลย... มาเติมน้ำให้หน่อย”

    “มาได้จังหวะจริง ๆ” อาเดลิสกล่าวจากอีกด้านหนึ่ง พลางร่ายเวทพันธนาการพื้นดิน

    ไนท์ทัสคำรามเสียงต่ำ ดวงตาสีเลือดของมันเริ่มหมุนวนกลายเป็นวงเวทเงาแห่งการฆ่า มันกระแทกดาบเข้ากับพื้นจนเกิดแรงสะเทือนหลายชั้น สายเวทเงาพุ่งเข้าโจมตีทั้งสามพร้อมกัน

    แต่...

    ตึงงงง!!

    อาเรสยกโล่ต้านรับทั้งการโจมตีทางกายภาพและเวทพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์ รอยร้าวเพียงเล็กน้อยที่ผิวโล่เท่านั้น

    “ข้าจำเวทเจ้านี่ได้... เหมือนที่เผชิญกับเรนซิล” เขากล่าวเบา ๆ

    อาเดลิสตอบกลับอย่างแน่วแน่ “งั้นก็ได้เวลา ‘สะสาง’ เงาทั้งหมดที่ค้างอยู่จากอดีตแล้ว”

    เฟเรนเซียยิ้มเหี้ยม พลันเรียกพลังเวทจาก “แกนธาตุแสง” ที่เก็บไว้ตั้งแต่สงครามใต้แผ่นดิน

    “Radiance Nova: Twilight Bound!”

    เวทแสงผสานจันทราและอรุณรุ่ง ปะทะคลื่นเงาของไนท์ทัสอย่างรุนแรง ทันใดนั้นร่างของมันเริ่มสั่นเหมือนจะทนพลังนี้ไม่ไหว

    สามผู้นำทัพ ยืนเรียงกันต่อหน้าอสูรเงาเบื้องหน้า ราวกับเทพจากสามขอบฟ้า

    อาเดลิส — ธาตุพฤกษาและจิตวิญญาณ

    เฟเรนเซีย — ธาตุแสงและเวทโบราณ

    อาเรส — โล่แห่งอัลเทียร์และสายฟ้าผ่าชะตา

    และขณะพลังทั้งสามมาบรรจบ เสียงลมกระซิบแผ่วเบาในหัวของเรย์ก็เริ่มดังขึ้น—เตือนว่า แนวตะวันตก... ใกล้ถึงจุดวิกฤต


    เสียงของเวทมนตร์ปะทะกันกลางอากาศดังก้องสะเทือนผืนป่า เงาแห่งไนท์ทัส เฟลด์ฮอร์นที่กำลังอ่อนแรงกลับแผ่คลื่นสีดำออกมาจากกลางอกของมัน ราวกับพยายามปลุกพลังสุดท้ายเพื่อระเบิดตัวเอง

    "มันจะสังเวยตัวเองให้เวทเงา..." อาเดลิสพูดเบา ๆ สายตาเปลี่ยนเป็นเข้มข้น

    เคร้งงง!
    อาเรสกระแทกโล่เข้ากับพื้นดิน ปลดเวทเคลือบโล่ที่ฝังไว้ — “Aegis of Lumina: Absolute Seal”

    ม่านแสงวงกว้างก่อตัวขึ้นรอบพื้นที่ทันที ล้อมรอบกองกำลังแนวหน้าทั้งหมดและตัดพลังเวทอันตรายจากไนท์ทัสไม่ให้ระเบิดออกไปได้

    "ข้าจะกันพื้นที่! จบมันให้เร็ว!" เสียงของอาเรสดังแน่นในหัวทุกคนผ่านกระแสจิต

    เฟเรนเซียร่ายคาถาต่อเนื่องทันที ดวงตาของเธอเรืองรองด้วยสีทองที่แทรกแสงสีคราม เส้นเวทบนพื้นเรียงตัวขึ้นเป็นวงเวทขนาดใหญ่จนกินพื้นที่ครึ่งสนาม

    "แสงจากมิติที่สอง จงห่อหุ้มความมืดนี้—"

    “Luminis Desolation!”

    แสงจากท้องฟ้าและพื้นดินสะท้อนกันเป็นแฉกรัศมี พุ่งเข้าแทงเงาเวทของไนท์ทัสจากทุกทิศจนเกิดเสียงระเบิดอย่างเงียบงัน เสียงของเวทแผ่พลังบริสุทธิ์กวาดล้างความมืด แต่... ยังไม่จบ ไนท์ทัสที่ดูเหมือนกำลังจะแตกสลายกลับเปิดดวงตาอีกครั้ง — เงาจากความทรงจำถูกบิดเบือนเผยขึ้นตรงหน้า เงาของเรย์ มิจัง และไอริสในเวอร์ชันบิดเบี้ยวราวกับหลุดออกจากฝันร้ายฉายซ้อนในเงาร่างมัน

    "นี่มัน..." เฟเรนเซียชะงัก

    "—มันดูดกลืน 'ภาพสะท้อนจิตใจ' ของพวกเราระหว่างการต่อสู้เอาไว้..." อาเดลิสกล่าวพลางกางแขนออกทั้งสองข้าง เส้นไม้เลื้อยจากพลังเวทของเธอแตกหน่อจากปลายนิ้ว รัดรอบลำตัวไนท์ทัสแน่นหนา

    "งั้นเราต้องไม่ลังเล" เธอพูดแน่นเสียง

    เฟี้ยวววว!
    เฟเรนเซียยิงเส้นเวทสุดท้ายพุ่งเจาะกลางอกไนท์ทัสทันที — เงาร่างที่กรีดร้องแบบไร้เสียงสั่นสะท้านไปทั้งสนาม

    “อย่าให้ภาพเงามืดของเราหยุดแสงได้อีก” อาเรสพูด ขณะเขาใช้โล่ฟาดท้ายเงาร่างเพื่อผลักมันเข้าใจกลางวงเวทปิดผนึก

    เสียงร้องของเงาร่างแผ่กระจายเป็นระลอกครั้งสุดท้าย ก่อนร่างของไนท์ทัสจะค่อย ๆ แตกเป็นเศษละอองสีดำสลายหายไปในม่านแสง

    ...

    สนามรบกลับมาเงียบงันชั่วครู่ เสียงหอบหายใจของทั้งสามดังก้องท่ามกลางซากเวทที่กำลังมอดไหม้รอบตัว

    อาเดลิสนั่งยองลง ใช้เวทธรรมชาติฟื้นฟูต้นไม้ที่เสียหายจากการสู้รบ พลางหลับตาเบา ๆ

    “อีกไม่ถึงชั่วโมง... กองทัพหลักของเงานิรันจะเคลื่อนเข้าสู่ระยะประชิดกับศูนย์กลาง”

    เฟเรนเซียพยักหน้า สีหน้าเคร่งขรึม “พวกเราจะไปรวมตัวกับแนวศูนย์กลาง…”

    และทันใดนั้น...

    เสียงสะเทือนแรงสูงดังมาจากฟากฟ้า

    แรงลมพัดฝุ่นผงปลิวกระจาย ก่อนจะตัดฉาก...

    เสียงคำรามจากฟากฟ้าดังก้องราวกับฟ้าผ่าทะลุผ่านทุกอณูบรรยากาศ คลื่นพลังเวทแผ่ซ่านกว้างไกลจนนักเวทที่อยู่แนวหลังสัมผัสได้พร้อมกัน แรงอัดสะท้านพื้นดินระลอกแล้วระลอกเล่า ดอกไม้แห่งพลังมืดกำลังเบ่งบานบนขอบฟ้า

    เฟเรนเซียเบิกตากว้าง “พลังนี่…!”

    อาเดลิสพยักหน้า สีหน้าเข้มข้น “เกิดขึ้นที่แนวศูนย์กลาง—พวกเรย์!”

    อาเรส เวลด์รินชักดาบแสงของตนขึ้นทันที พลันเวทรับส่งเสียงเริ่มทำงาน คำสั่งตรงจากศูนย์บัญชาการกลางดังขึ้น

    【แนวปะทะศูนย์กลางเริ่มเปิดฉากเต็มรูปแบบ ขอทุกหน่วยเคลื่อนพลเข้าสู่ตำแหน่งรวม】
    【เป้าหมาย: สนับสนุนแนวต้านจุดหลัก เรย์ – ไอริส – เซอร์อัลวา – โมกะ】

    ตัดฉากทันที

    ...

    พื้นดินแตกร้าวทั่วแถบ อากาศปั่นป่วนด้วยแรงดันเวทจากการต่อสู้ที่ไม่มีหยุดพัก เสียงคมอาวุธปะทะ เสียงเวทมนตร์ระเบิด และเสียงคำรามของเหล่าอสูรดังก้องเป็นระยะ ท่ามกลางหมอกเวทสีเงินหม่นและพลังมืดดำล้นขอบ — เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ ยืนแน่นิ่ง ดาบใหญ่ของเขาฝังอยู่กลางพื้น แสงสีแดงบนชุดเกราะของเขากระพริบตามจังหวะลมหายใจแรง

    ด้านข้างเขา — ไอริส ลูเมียร์ มือทั้งสองข้างสั่นระริกจากการคุมเวทระดับสูงต่อเนื่อง กระโปรงรบยาวของเธอเปรอะฝุ่นและรอยไหม้จากเวทมิติ

    ด้านหลัง — โมกะ ในร่างอัญเชิญแห่งสัญญา ยืนขู่คำรามในเสียงต่ำ ร่างกายล้อมด้วยปีกเงาและแสงดาวระยิบ ปีกสี่แฉกเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุด ราวกับกำลัง “รับคำสั่ง” จากพลังภายในบางอย่าง และด้านหน้า...อาเครน ธานธัส — ร่างสีดำทมิฬสูงหกเมตร ครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อเงา อีกครึ่งหนึ่งเป็นโลหะมืดเจือโลหิต แขนขวาถือเคียวเวทที่ดูเหมือนจะเฉือนมิติได้ทุกครั้งที่กวัดแกว่ง

    ถัดไป — ซาลานด์ เรกาน้อร์ ยืนในท่วงท่าของนักบวช เงาดำล้อมรอบร่างเธอเป็นผ้าไหมลอยคว้างเหมือนสายลม คทาเวทโบราณในมือของเธอค่อย ๆ แบ่งพลังปั่นป่วนออกเป็นวงเวทย่อยหลายชั้นเหนือท้องฟ้า

    “เวลาสำหรับการตัดสินเริ่มแล้ว…” ซาลานด์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความโหดร้าย

    อาเครนหัวเราะ “ให้เราได้ ‘เล่น’ กับพวกเจ้า... ก่อนที่ ‘มัน’ จะตื่นเต็มตัว…”

    ทันใดนั้นเอง — แสงสว่างสีทองอมม่วงพุ่งลงจากฟากฟ้า!

    ตูมมมม!!

    กลุ่มของเรย์สะบัดหน้าไปทันที โมกะกระพือปีก ร่างของมันรับรู้ได้ก่อนใคร

    “หงึ…! ไอริสอยู่ในเขตอันตราย!” โมกะส่งเสียงกระซิบผ่านกระแสจิตถึงเรย์ ไอริสหันมามอง — สัญญาณเวทเตือนในหัวเธอดังชัดเจน

    แสงนั้นไม่ใช่แสงจากพันธมิตร… แต่มาจาก “บางสิ่ง” ที่กำลังจะตกลงสู่กลางศึก เสียงของอาเดลิสแทรกเข้ามาในเวทรับส่ง

    “กลุ่มของเรย์... จงถอยระยะ อย่าเพิ่งเข้าปะทะโดยตรง!”

    “พวกข้ากำลังมุ่งหน้าไปจากทางเหนือ... รักษาพื้นที่ไว้ให้ได้ถึงตอนนั้น!”

    แต่ไม่มีเวลาให้ฟังอีกต่อไป — ขอบฟ้าสั่นไหวอีกครั้ง และเสียงคำรามของ “อสูรตนใหม่” ดังขึ้นจากรอยแยกมิติที่สาม ที่ไม่มีในแผนการใด ๆ



    คล้ายกับเรื่อง“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ” ที่คุณอ่าน