บทที่ 48 ความจริงในชาติก่อน
หลังจากที่ฉินโฉ่วอีไปแล้ว ลู่จิ่วอันก็กลับไปยังเตียงนอนด้วยใจที่รู้สึกหวาดหวั่น เธอซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มือและเท้าอันเย็นเฉียบค่อย ๆ อบอุ่นขึ้น
ในชาติก่อน เซี่ยอวิ้นหนิงปฏิบัติตามข้อตกลงรักษาความลับอย่างเคร่งครัด อีกทั้งไม่พูดถึงการทำงานในจดหมายแม้แต่ครั้งเดียวเธอจึงไม่รู้ว่าเมื่อชาติที่แล้วเกิดอะไรขึ้นในศูนย์อนุรักษ์ ที่เป็นสาเหตุให้เซี่ยอวิ้นหนิงต้อง ‘แกล้งตาย’
ตอนนี้เธอควรทำอย่างไรดี?
เธอไม่อาจบอกเซี่ยอวิ้นหนิงว่ามีสายลับโผล่มาที่ศูนย์อนุรักษ์โดยที่ไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนได้
เหตุผลแรกเพราะไม่มีหลักฐาน
เหตุผลที่สอง เธอจะตอบว่าอะไรหากมีคนถามเธอว่ารู้ได้ยังไงว่าในศูนย์อนุรักษ์มีข้อมูลของโครงการลับ? จะให้บอกว่าตนเองกลับชาติมาเกิดใหม่จึงรู้ว่าฉินโฉ่วอีเป็นคนไม่ดีก็คงเป็นไปไม่ได้
แต่ถ้าเธอไม่บอก คนอื่นก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเซี่ยอวิ้นหนิงเป็นคนเปิดเผยความลับ
ลู่จิ่วอันทึ้งเส้นผมตัวเองอย่างฉุนเฉียว สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่า “จะลองเสี่ยงด้วยตัวเองดูแล้วกัน”
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง เซี่ยอวิ้นหนิงก็แวะไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร จากนั้นก็กลับมาที่บ้าน
เขาเริ่มจากเข้าครัวเพื่อนำอาหารไปอุ่นในหม้ออะลูมิเนียม ตามด้วยต้มยาบำรุงครรภ์ให้ภรรยา
สิบนาทีผ่านไป เขาก็ยกอาหารและยาบำรุงมาให้ลู่จิ่วอัน
“จิ่วอัน เมื่อเช้ารู้สึกยังไงบ้าง?”
ลู่จิ่วอันมองสามีด้วยดวงตาอันเป็นประกายขณะเล่าเรื่องคำเชิญของฉินโฉ่วอีให้ฟังด้วยความตื่นเต้น
“เซี่ยอวิ้นหนิง วันนี้มีสหายผู้ชายใส่แว่นคนหนึ่งชวนให้ฉันเป็นนางแบบให้เขา”
“นางแบบอะไร?” เซี่ยอวิ้นหนึ่งรู้สึกไม่ไว้ใจในทันที
ลู่จิ่วอันพูดด้วยความหลงใหลราวกับว่าไม่เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน “เหมือนว่าจะเป็นนางแบบถ่ายภาพ เขาบอกว่าจะจ่ายค่าจ้างให้ฉัน แต่ฉันปฏิเสธแล้วขอกล้องถ่ายรูปของเขา พอได้กล้องมาแล้ว ฉันก็จะได้ถ่ายรูปเสี่ยวฮวาเซิงเก็บไว้เยอะ ๆ”
ชาติที่แล้วเธอไม่ค่อยได้ถ่ายรูปลูกชายเท่าไรนัก เพราะไม่มีเงินมากพอจะซื้อกล้องถ่ายรูป
พอมีเงินขึ้นมาลูกชายก็ดันโตเสียแล้ว แถมยังไม่ชอบถ่ายรูปอีกต่างหาก
หลังจากที่ลู่จิ่วอันเห็นกล้องถ่ายรูปในมือฉินโฉ่วอี ก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องถ่ายภาพลูกชายเก็บไว้เยอะ ๆ
เธอจะใช้กล้องถ่ายรูปบันทึกทุกช่วงการเติบโตของลูกชาย
“จิ่วอัน ถ้าคุณอยากได้กล้อง ผมเก็บเงินซื้อให้คุณก็ได้นะ”
เซี่ยอวิ้นหนิงยื่นชามใส่ยาบำรุงครรภ์ไปให้
ลู่จิ่วอันรับชามมาและดื่มหมดภายในอึกเดียว
“จะเสียเงินซื้อทำไม? ได้ของฟรีมาแล้วแท้ ๆ!” เธอขยิบตาให้เซี่ยอวิ้นหนิงอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดว่า “แหม เซี่ยอวิ้นหนิง คุณไม่เห็นจะต้องจริงจังขนาดนั้นเลย เขาคงไม่มาขอให้ฉันไปเป็นนางแบบอีกแล้วล่ะ!”
ชายหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ “คุณแน่ใจได้ยังไง?”
“เพราะว่าเขาเป็นญาติกับภรรยาผู้อำนวยการน่ะสิ ฉันบอกเขาไปชัดเจนแล้วว่าฉันไม่ถูกกับหล่อน” ลู่จิ่วอันก้มหน้าก้มตากินข้าวก่อนจะพูดอย่างมั่นใจว่า “ฉันรับประกันเลยว่าเขาไม่มีทางมาขอให้ฉันไปเป็นนางแบบอีกแน่นอน”
“เป็นแบบนี้นี่เอง”
ได้ยินดังนั้น เซี่ยอวิ้นหนิงจึงไม่กังวลอะไรอีก
เขาคีบเนื้อในกล่องข้าวให้ภรรยา
เขาเห็นว่าลู่จิ่วอันกำลังตั้งครรภ์จึงต้องกินเนื้อให้มาก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ
“ฉันไม่กิน”
ลู่จิ่วอันคีบเนื้อคืนให้เซี่ยอวิ้นหนิงด้วยสีหน้าพะอืดพะอม เมื่อกี้เธอเพิ่งกินเข้าไป ไขมันเยิ้มทำให้เธอแทบจะอาเจียนออกมา
“จิ่วอัน แต่คุณต้องบำรุง…”
“ฉันได้กลิ่นเนื้อแล้วจะอ้วก”
เซี่ยอวิ้นหนิงรีบวางตะเกียบแล้วยื่นสองมือไปตรงหน้าเธอทันที
“อ้วกใส่มือผมเลย”
ลู่จิ่วอันเหลือบมองเซี่ยอวิ้นหนิงอย่างไม่สบอารมณ์และพูดออกไปตรง ๆ ว่า “เซี่ยอวิ้นหนิง ตอนนี้ฉันท้อง ฉันรู้ดีว่าตัวเองอยากหรือไม่อยากกินอะไร คุณอย่าบังคับให้ฉันกินของที่ไม่อยากกิน ฉันรู้สึกไม่ดีถ้าต้องฝืนกินเข้าไป”
“งั้นถ้าคุณอยากกินอะไร คุณต้องบอกผมนะ”
“อื้ม ฉันจะบอก”
หลังจากมื้อกลางวัน ก่อนที่เซี่ยอวิ้นหนิงจะกลับไปทำงาน เผยเสวี่ยซงก็แวะมาที่บ้านพร้อมด้วยคุณลุงที่เดินกะเผลก
“อาจารย์”
เผยเสวี่ยซงออกคำสั่งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง “เซี่ยอวิ้นหนิง เธอเก็บกวาดในครัวด้วยนะ ตอนบ่ายฉันจะพาคนมาก่อเตาให้”
“อาจารย์” ลู่จิ่วอันสวมเสื้อผ้าเดินมาที่หน้าประตู เธอพูดอย่างลังเล “ฉันยังไม่ก่อเตาตอนนี้นะคะ”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินค่าก่อเตาหรอก” เผยเสวี่ยซงพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ “ฉันสอนวิธีก่อเตาให้เหล่าจูแล้ว ต่อไปนี้ถ้ามีใครจ้างเหล่าจูก่อเตา ฉันจะให้เงินเธอห้าเหมาต่อเตา”
“ทำไมต้องให้เงินฉันด้วยล่ะคะ?” ลู่จิ่วอันรู้สึกสับสนนิดหน่อย
เผยเสวี่ยซงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เขาใช้แบบร่างของเธอ ก็ต้องจ่ายเงินให้เธอสิ”
“ไม่ต้องให้เงินฉันหรอกค่ะ…”
ลู่จิ่วอันพูดยังไม่ทันจบ คุณลุงจูก็พูดขึ้นมาอย่างร่าเริงว่า “ต้องให้สิ จะไม่ให้ได้ยังไงกัน”
“จิ่วอัน ถ้าเธอไม่รับเงิน เหล่าจูจะไม่สบายใจนะ” เผยเสวี่ยซงเร่งรัดต่อไป “เธอไปนอนพักเถอะ เรื่องอื่นไม่ต้องเป็นห่วง”
หลังจากเซี่ยอวิ้นหนิงประคองลู่จิ่วอันกลับเข้าบ้านแล้ว ก็ลงมือเก็บข้าวของทุกอย่างในห้องครัวไปไว้ที่ห้องโถงอย่างรวดเร็ว
ไม่นานก็มีเสียงก่อสร้างดังออกมาจากในครัว
“เซี่ยอวิ้นหนิง”
เซี่ยอวิ้นหนิงมาหาภรรยาตนพร้อมด้วยใบหน้าที่เลอะไปด้วยฝุ่นขี้เถ้า “มีอะไรเหรอจิ่วอัน?”
หญิงสาวเอื้อมมือไปปัดขี้เถ้าที่อยู่บนเส้นผมและหัวไหล่ของชายคนรักพลางถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “เซี่ยอวิ้นหนิง พวกเราไม่มีปูน ทรายหรืออิฐเลย แล้วจะก่อเตาได้ยังไง?”
เซี่ยอวิ้นหนิงลูบหัวภรรยาพร้อมกับเอ่ยอย่างรักใคร่ว่า “จิ่วอัน อาจารย์เตรียมของไว้หมดแล้ว เธอเลิกกังวลเรื่องนี้แล้วนอนพักเถอะนะ”
ลู่จิ่วอันเป็นสตรีผู้ไม่ชอบนั่ง ๆ นอน ๆ เธอคร้านจะนอนต่อหลังจากนอนมาทั้งวัน
แต่เพื่อทารกน้อยในท้อง เธอต้องอดทนต่อให้จะไม่อยากนอนแค่ไหนก็ตาม
ขอแค่ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปให้ได้
“ก็ได้ คุณรีบไปหาอาจารย์เถอะ เผื่อว่าเขาอยากได้ความช่วยเหลือ”
เผยเสวี่ยซงเรียนรู้ทักษะการก่อเตาโดยปราศจากคำชี้แนะจากผู้ใด
เหล่าจูจึงรู้คุณค่าของทักษะวิชาของอาจารย์เฒ่าเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อไม่เข้าใจตรงไหน เหล่าจูก็จะถามอย่างกระตือรือร้น
เซี่ยอวิ้นหนิงกลับไปทำงานเมื่อถึงเวลาเข้างานตอนบ่าย หลังจากที่ชายหนุ่มออกไปได้ไม่นาน ฉินอวี้หลันก็มาที่บ้านพร้อมกับน้ำตาลทรายแดงสองชั่งและไข่ต้มย้อมแดง*[1]อีกสิบฟอง
“จิ่วอัน จิ่วอัน อยู่บ้านหรือเปล่า?”
เมื่อเผยเสวี่ยซงที่กำลังก่อเตาอยู่ในครัวได้ยินเสียงฉินอวี้หลันก็ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ “มีธุระอะไร?”
“อาจารย์เผย ฉันมีเรื่องจะคุยกับลู่จิ่วอันค่ะ”
เมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคือฉินอวี้หลัน สัญญาณเตือนภัยในใจลู่จิ่วอันก็ส่งเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง
“ภรรยาผู้อำนวยการ ฉันอยู่ในห้องค่ะ”
เผยเสวี่ยซงเหลือบมองผู้มาเยือนด้วยความไม่ไว้ใจ ฉินอวี้หลันนึกเหยียดหยามอยู่ในใจพลางคิดว่าอีกไม่นานเธอก็จะได้ไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศหมู่เกาะ ผู้คนที่ศูนย์อนุรักษ์ไม่คู่ควรแม้แต่จะสวมรองเท้าให้เธอ
“จิ่วอัน ฉันได้ยินว่าเธอท้อง ยินดีด้วยนะ” ฉินอวี้หลันวางข้าวของที่ตัวเองนำมาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสนิทสนมพร้อมกับพูดอย่างอบอุ่น “เหล่ากู้ถามเจียวเจียวแล้ว เธอเป็นคนโทรไปที่บ้านตระกูลลู่เอง จิ่วอัน เด็กคนนั้นได้รับกรรมไปแล้ว เธอเป็นผู้ใหญ่แถมยังใจกว้างก็อย่าไปถือสาเด็กเลยนะ”
“กู้เจียวเจียวตั้งใจทำร้ายฉัน แต่ผลกรรมดันไปตกที่ตัวเอง ไม่ควรก่อกรรมทำเข็ญเลยจริง ๆ คุณว่าจริงไหมคะ?” ลู่จิ่วอันถามกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ฉินอวี้หลันกระแอมเพราะทำตัวไม่ถูก จากนั้นก็พูดต่อว่า “อีกไม่นานเจียวเจียวก็จะถูกย้ายไปในเมืองแล้ว คงไม่โผล่มาให้เธอเห็นหน้าอีกแล้วล่ะ”
“เฮ้อ… ฉันล่ะเห็นใจกู้เจียวเจียวจริง ๆ หญิงสาวที่เสียบริสุทธิ์แบบนั้นต่อไปจะทำยังไง?” ลู่จิ่วอันแสร้งทำเป็นสงสัยเพื่อจี้จุดอ่อนฉินอวี้หลัน จากนั้นก็จงใจพูดถึงฉินโส่วอี “ภรรยาผู้อำนวยการ วันนี้ฉันเจอสหายหนุ่มคนหนึ่ง บอกว่าคุณเป็นป้าของเขา คุณตั้งใจเรียกเขามาที่นี่เพื่อจับคู่ให้กู้เจียวเจียวหรือเปล่าคะ?”
[1] ไข่ต้มย้อมแดง ในวัฒนธรรมจีน จะใช้ไข่ต้มทาเปลือกสีแดงเพื่อสื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงการเฉลิมฉลองของสมาชิกใหม่ตัวน้อยที่เพิ่งเกิดมาในครอบครัว