“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ประเทศ S ของเรานะคะ ฉันชื่ออันนา หากทุกท่าน้าความช่วยเหลือสามารถติดต่อกับฉันได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์นะคะ” อันนากล่าวทักทายพร้อมกับผายมือไปด้านข้าง “ทุกท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อและห้องพักได้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์นะคะ ั้แ่วันนี้ที่นี่คือบ้านของพวกคุณค่ะ”
นอกจากอันนาแล้วยังมีเ้าหน้าที่จากแผนกอื่นขึ้นกล่าวต้อนรับอีกหลายคน หลังจากนั้นผู้ที่เดินทางมายังประเทศ S ในวันนี้ก็เดินไปตรวจสอบรายชื่อของตัวเองที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับบ้านพัก
เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีก็เดินไปตรวจสอบรายชื่อของตัวเองเช่นกัน แต่เป็เพราะเหอหลี่น่าซื้อสิทธิ์การเดินทางต่อมาจากหวังลี่อิง ที่พักของเธอจึงเป็เพียงอะพาร์ตเมนต์ไม่ใช่บ้านเดี่ยว
“อิจฉาคนที่ได้บ้านเดี่ยวที่อยู่ใกล้ๆ ชายหาดจัง” เหอหลี่น่าบ่นเบาๆ
“แสดงว่าที่พักของคุณคืออะพาร์ตเมนต์สินะ”
การเดินทางจากประเทศ C มาประเทศ S ต้องนั่งเครื่องบินห้าชั่วโมง ระหว่างห้าชั่วโมงนี้เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีนั่งคุยกันมาตลอดทาง ทำให้พวกเขาเริ่มสนิทกันบ้างแล้ว
“ฉันซื้อสิทธิ์การเดินทางต่อมาจากคนรู้จักน่ะค่ะ ก็เลยเลือกที่พักเองไม่ได้” เหอหลี่น่าอ่านรายชื่อที่บอร์ดประชาสัมพันธ์อีกครั้ง “คุณฮั่ว! บังเอิญจังเลยค่ะ คุณก็พักที่อะพาร์ตเมนต์เดียวกับฉัน แถมยังอยู่ที่ชั้นเดียวกันด้วยค่ะ”
“จริงเหรอครับ!” ฮั่วเฉินซีแสร้งทำท่าใอย่างเกินจริง “ถ้าอย่างนั้นผมขอภาวนาอีกได้ไหมว่าให้ห้องพักของผมอยู่ใกล้ๆ กับห้องของคุณ”
เหอหลี่น่ายิ้มตอบ “ถ้าเป็อย่างนั้นได้ก็จะดีมากๆ เลยล่ะค่ะ ในเมื่อฉันกับคุณเป็เพื่อนกันแล้ว ต่อไปเวลามีปัญหาเราจะได้ช่วยเหลือกันได้ยังไงล่ะคะ”
เมื่อเหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีเดินมาถึงที่พัก คราวนี้เป็เหอหลี่น่าที่ต้องใ
“ห้องพักของเราอยู่ตรงข้ามกันจริงๆ ด้วย!”
“ดูท่าว่าคำอธิษฐานของผมจะเป็จริง” ฮั่วเฉินซียิ้มกว้าง “คุณเพื่อนบ้านคนใหม่ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ หรือไม่ผมขอไปฝากท้องกับคุณด้วยเลยจะได้ไหม ผมทำอาหารไม่เป็น่ะครับ”
เหอหลี่น่าไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว อีกทั้งฮั่วเฉินซีก็ดูเป็คนนิสัยดี เธอจึงตอบรับ “ได้สิคะ เอาไว้วันไหนที่เราว่างตรงกัน ฉันจะชวนคุณมาทานอาหารที่บ้านนะคะ”
ฮั่วเฉินซียกนาฬิกาขึ้นมาดู “ยังมีเวลาอีกสามชั่วโมง เย็นนี้เราไปดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันไหมครับ”
“ไปสิคะ! ฉันชอบดูพระอาทิตย์ตกดินที่สุดเลยค่ะ” เหอหลี่น่ารีบตอบตกลง
“ถ้าอย่างนั้นห้าโมงเย็นผมจะลงไปรอคุณอยู่ข้างล่างนะครับ ตอนนี้คุณเข้าไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนดีไหม”
“ได้ค่ะ นั่งบนเครื่องนานๆ ก็ชักจะเมื่อยเหมือนกัน” เหอหลี่น่าโบกมือก่อนจะเดินเข้าห้องไป
ฮั่วเฉินซีที่มองตามหลังถึงกับยิ้มกว้างให้ตัวเอง ‘เื่บังเอิญอะไรกัน กว่าจะซื้อสิทธิ์การเดินทางแล้วยังต้องจ่ายเงินให้เ้าหน้าที่เพื่อเปลี่ยนที่พัก ผมต้องเสียเงินไปมากขนาดไหนคุณรู้ไหม แต่ก็เอาเถอะ ได้มาอยู่ใกล้ๆ คุณอย่างนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว เหอหลี่น่า...ผมมั่นใจแล้วว่าผมไม่ได้ชอบคุณ แต่ผมรักคุณเข้าแล้วล่ะ’
เหอหลี่น่าเข้าห้องมาก็ไม่ได้นอนพักผ่อน เธอรีบเปิดโน๊ตบุ๊คแล้วเข้าแอปที่ Devil เคยส่งลิงก์มาติดตั้งให้
Caige ‘สวัสดี Devil ฉันเดินทางมาถึงประเทศ S แล้วนะ แล้วก็เข้าพักที่ห้องพักเรียบร้อยแล้วด้วย เย็นนี้ฉันจะไปดูพระอาทิตย์ตกแล้วก็จะไปเดินสำรวจแถวๆ นี้สักหน่อย เอาไว้ฉันจะมาเล่าให้นายฟังทีหลังนะว่าที่นี่น่าอยู่เหมือนที่เขาพูดกันจริงไหม’
Devil ‘สวัสดีเคจ ดีใจนะที่เธอเดินทางปลอดภัย’
Caige ‘อ้าว! นายออนไลน์ด้วยเหรอ ฉันนึกว่านายจะยุ่งอยู่ซะอีก คิดว่าจะทิ้งข้อความไว้ให้นายมาอ่านทีหลัง’
Devil ‘ก่อนหน้านี้ฉันยุ่งอยู่นิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่ยุ่งแล้ว ฉันกลับมาคุยกับเธอได้เหมือนเดิมแล้วล่ะ ไปถึงที่โน่นแล้วเธอได้ผูกมิตรกับใครไว้หรือยัง’
Caige ‘ฉันรู้จักเพื่อนใหม่อยู่คนหนึ่ง เขาคุยสนุกมาก’
Devil ‘ได้เพื่อนใหม่เร็วดีนี่ แล้วเป็ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ’
Caige ‘เขาชื่อว่าฮั่วเฉินซี จะบอกอะไรให้นะ เขาไม่ได้แค่มนุษยสัมพันธ์ดี แต่เขายังหล่อแล้วก็หุ่นดีมากๆ ด้วย ทีแรกฉันนึกว่าเขาเป็ดาราหรือนายแบบด้วยซ้ำ’
Devil ส่งสติกเกอร์อกหัก ‘อย่าบอกนะว่าเธอชอบเขาเข้าแล้ว ฉันคุยกับเธอมาตั้งสี่ปีแต่ไม่เห็นเธอจะชมฉัน แต่กับคนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน เธอก็ชมเขามากขนาดนี้แล้ว ที่รัก...ฉันชักจะหึงแล้วนะ’
Caige ‘นายจะหึงทำไม ในเมื่อพวกนายเป็เพื่อนฉันทั้งคู่’
Devil ‘แล้วถ้าหากฉันบอกว่าฉันไม่อยากเป็เพื่อนกับเธอแล้วล่ะ เธอจะว่ายังไง’
Caige ส่งสติกเกอร์ใ ‘นายไม่อยากเป็เพื่อนกับฉัน! นายหมายความว่านายจะเลิกติดต่อกับฉันแล้วเหรอ’
Devil ‘นี่แม่คุณ อย่ามาแกล้งทำซื่อบื้อ ที่ฉันบอกว่าฉันไม่อยากเป็เพื่อนเพราะฉันอยากเป็แฟนกับเธอต่างหาก’
Caige ส่งสติกเตอร์หัวเราะตัวงอจนน้ำตาไหล‘วันนี้ไม่ใช่ April Fool's Day สักหน่อย นายอย่ามาพูดอะไรตลกๆ แบบนี้เลย’
Devil ‘เธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง แต่เธอรู้ไว้แค่ว่าเธอต้องเป็แฟนฉัน เธอจะปันใจให้คนอื่นไม่ได้ แม้แต่มองก็ไม่ได้ เข้าใจไหม’
Caige ‘ก็ได้ๆ นับจากวันนี้เคจกับเดวิลจะเป็แฟนกัน นายพอใจหรือยัง’
Devil ‘พอใจมาก ตอบรับแล้วก็ห้ามเปลี่ยนใจล่ะ’
Caige ‘วันนี้นายเป็อะไรของนายเนี่ย ทำไมถึงได้เอาแต่ใจขนาดนี้’
Devil ‘วันนี้ก็เป็วันที่เราสองคนตกลงคบกันเป็วันแรกยังไงล่ะ ต่อไปเธอก็คือที่รักของฉัน โอ๊ย! เขินไม่ไหว ฉันไปล่ะ’
Devil offline
เหอหลี่น่าหัวเราะ “เจอหน้าก็ยังไม่เคยแล้วจะมาเป็ที่รักได้ยังไง Devil ถ้าฉันจริงจังขึ้นมา นายอย่ามาเสียใจทีหลังนะ”
“คุณไปเอาจักรยานมาจากไหนเนี่ย” เหอหลี่น่าถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นฮั่วเฉินซียืนรออยู่พร้อมจักรยานคันสูง “คุณจะปั่นจักรยานให้ฉันนั่งเหรอ ฉันตัวหนักมากเลยนะ”
“ผมเพิ่งไปเช่ามาน่ะครับ” ฮั่วเฉินซีตบลงไปบนเบาะนั่งของคนซ้อนท้าย “ขึ้นมานั่งเถอะครับ ผมแข็งแรงมาก รับรองว่าผมไม่พาคุณไปล้มแน่”
อันนาที่เดินมาสำรวจความเรียบร้อยก็เห็นคนทั้งคู่เข้าพอดี “สวัสดีค่ะคุณฮั่วเฉินซี คุณเหอหลี่น่า กำลังจะไปปั่นจักรยานเล่นรอบเกาะเหรอคะ”
“ผมว่าจะพาเธอไปปั่นจักรยานเล่นแถวๆ นี้ แล้วก็จะพาเธอไปดูพระอาทิตย์ตกด้วยน่ะครับ” ฮั่วเฉินซีตอบ
“โรแมนติกจังเลยนะคะ คนที่ไม่รู้คงนึกว่าพวกคุณเป็คนรักกัน” อันนามองฮั่วเฉินซีสลับกับเหอหลี่น่า “พวกคุณหน้าตาดีทั้งคู่ ถ้าได้คบกันคงเป็คู่ที่หลายๆ คนอิจฉาเลยล่ะค่ะ”
“เราไม่ได้เป็อย่างที่คุณคิดนะคะ เราเพิ่งรู้จักกันวันนี้เอง” เหอหลี่น่ารีบอธิบาย
“วันนี้ยังไม่เป็แต่วันหน้าก็ไม่แน่นะคะ” อันนาชี้ไปที่ตุ๊กตาที่ห้อยอยู่บนด้ามจับจักรยาน “ตุ๊กตาตัวนี้เป็ตุ๊กตาคู่รัก มันไม่ได้อยู่บนจักรยานทุกคันหรอกนะคะ จะมีผู้าุโบนเกาะมาสลับที่มันทุกวัน ความพิเศษของมันก็คือถ้าชายหญิงคู่ไหนได้นั่งจักรยานที่มีตุ๊กตาคู่รักแขวนอยู่ พวกเขามีโอกาสจะพัฒนาความสัมพันธ์จนได้กลายเป็คู่รักกันเลยล่ะค่ะ เป็ไงคะ ฟังดูแล้วโรแมนติกมากเลยใช่ไหม”
ฮั่วเฉินซียิ้มให้เหอหลี่น่า “จะทำยังไงกันดีล่ะครับ คนรักของคุณเหอคงไม่เข้าใจผิดใช่ไหม”
“คนรักอะไรกันคะ ฉันยังไม่มีแฟน...” เหอหลี่น่านึกไปถึงข้อความที่เธอเพิ่งคุยกับ Devil ‘คุณฮั่วทั้งหล่อทั้งหุ่นดีขนาดนี้ ถ้าฉันได้เป็แฟนเขาก็เหมือนกับฉันถูกล็อตเตอรีรางวัลที่หนึ่งแล้ว แต่อยู่ดีๆ ฉันนึกไปถึงข้อความของเ้าปิศาจจอมกะล่อนนั่นได้ล่ะเนี่ย’
“คุณเหอลำบากใจเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมเอาจักรยานไปคืนก่อนก็แล้วกัน แล้วเดี๋ยวเราเปลี่ยนเป็เดินเล่นด้วยกันก็ได้”
“คุณฮั่วอย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันยังโสดจริงๆ เพียงแต่วันนี้ฉันอยากเดินเล่นแล้วก็ดูบรรยากาศรอบๆ มากกว่า”
“น่าเสียดายจัง แต่ไม่เป็ไรนะคะ พวกคุณยังอยู่ที่นี่อีกนาน ไม่แน่วันหน้าพวกคุณอาจได้เจอกับตุ๊กตาคู่รักนี้อีกก็ได้ บางทีครั้งหน้ามันอาจไม่ได้อยู่บนจักรยาน แต่มันอาจไปแขวนอยู่หน้าประตูห้องพักของพวกคุณก็ได้” อันนากล่าวลา “ฉันขอตัวไปตรวจดูความเรียบร้อยที่อื่นต่อ ขอให้พวกคุณดูพระอาทิตย์ตกอย่างมีความสุขนะคะ”
ฮั่วเฉินซีไม่อยากทำให้เหอหลี่น่าลำบากใจ เขาเอาจักรยานไปคืนแล้วรีบเดินกลับมาหาเธอ “ไปครับ กว่าจะไปถึงจุดชมวิวคงต้องเดินอีกสักพัก ถ้าไม่รีบเราคงไปดูพระอาทิตย์ตกไม่ทันแล้ว”
“ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ” เหอหลี่น่าพูดอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ”
ทั้งคู่เดินจากบ้านพักเรียบไปตามแนวชายหาด บรรยากาศยามเย็นดูมีสีสันและผู้คนต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีเดินเคียงข้างกันโดยไม่ได้พูดอะไร จนไปถึงจุดชมพระอาทิตย์ตก
“คุณฮั่ว! คุณดูตรงโน้นสิคะ แสงสุดท้ายกำลังกระทบกับผืนน้ำ เป็ภาพที่สวยงามมากเลยใช่ไหมคะ” เหอหลี่น่าพูดอย่างตื่นเต้น แต่สักพักก็เปลี่ยนเป็เสียงเศร้า “ตอนที่ฉันยังอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม ฉันก็มักจะนั่งมองพระอาทิตย์ตกอย่างนี้ แต่พอฉันย้ายมาอยู่กับพ่อแม่แท้ๆ ที่เมืองกวางิ ฉันก็ไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ตกอีกเลย”
“ทำไมล่ะครับ” ฮั่วเฉินซีถามอย่างอยากรู้ เพราะตลอดสี่ปีที่คุยออนไลน์ นานๆ ครั้งเธอถึงจะพูดถึงบุพการี แต่ครั้งนี้เธอกลับพูดถึงพ่อแม่แท้ๆ แล้วยังพูดถึงพ่อแม่บุญธรรม อีกทั้งน้ำเสียงของเธอทำไมฟังดูเศร้านัก เขาอยากรู้เื่ราวที่ผ่านมาของเธอให้มากกว่านี้
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เห็นพระอาทิตย์ตกดินฉันก็เลยคิดถึงคนที่บ้านขึ้นมา” เหอหลี่น่าตอบเลี่ยง เธอเกือบพูดเื่ส่วนตัวของตัวเองออกไปแล้ว “คุณฮั่วรู้ไหมคะว่าคุณทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนสนิท วิธีพูดของคุณเหมือนเพื่อนสนิทคนนั้นมาก”
“เพื่อนสนิทเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ คุณทำให้ฉันรู้สึกเหมือนพูดอยู่กับเพื่อนสนิทคนนั้น” เหอหลี่น่ายิ้มกว้าง “ฉันคุยกับเพื่อนคนนั้นมาสี่ปีแล้วค่ะ เราคุยกันทุกวันเลยนะคะ แต่คุณเชื่อไหมว่าฉันกับเขายังไม่เคยเจอหน้ากันเลย”
“คุณหมายถึงเพื่อนออนไลน์ใช่ไหมครับ” ฮั่วเฉินซีกลั้นยิ้มก่อนถามต่อ “ขนาดไม่เคยเจอหน้าแต่คุณกับเขายังคุยกันได้ทุกวัน แถมยังคุยกันมาตลอดสี่ปีด้วย นี่มันไม่ใช่เพื่อนธรรมดาแล้วนะครับ เอ่อ...ผมขอถามได้ไหมว่าเขาเป็แค่เพื่อนออนไลน์จริงเหรอ”
เหอหลี่น่ายิ้ม “ไม่รู้สิคะ อยู่ดีๆ วันนี้เขาก็มาสารภาพรักกับฉัน แล้วฉันยังตอบรับเขาไปด้วยนะ”
“คุณตอบไปอย่างนั้นไม่กลัวว่าเขาจะคิดจริงจังเหรอครับ”
เหอหลี่น่าหัวเราะ “เป็ไปไม่ได้หรอกค่ะ เราเป็แค่เพื่อนออนไลน์กันนะคะ”
“แล้วถ้าเขาคิดล่ะครับ” ฮั่วเฉินซีถามย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหอหลี่น่าแปลกใจจนต้องหันไปมอง “ฉันกับเขาเป็แค่เพื่อนออนไลน์ที่ยังไม่เคยมาเจอหน้ากันด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ของเรามันพัฒนาไม่ได้หรอกค่ะ ว่าแต่ทำไมคุณถึงดูจริงจังนักล่ะ”
ฮั่วเฉินซีพูดไม่ออก “เอ่อ...ผมเห็นว่าเวลาที่คุณพูดถึงเพื่อนคนนั้นแล้วคุณดูจะไว้ใจเขามาก ผมก็เลยคิดว่าคุณกับเขาอาจพัฒนาความสัมพันธ์กันได้ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวของคุณมากเกินไป”
เหอหลี่น่าไม่ได้พูดอะไรอีก เธอหันกลับไปมองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ จมหายไปกับผิวน้ำ ‘นั่นสินะ ถ้าได้เจอกัน ฉันกับ Devil จะพัฒนาความสัมพันธ์กันได้ไหม’
ฮั่วเฉินซีไม่ได้สนใจว่าพระอาทิตย์ตกจะสวยงามขนาดไหน เพราะสายตาของเขาได้แต่มองไปที่เธอ ‘นาน่า ผมจะไม่เล่นกับความรู้สึกของคุณแล้ว ผมจะหาโอกาสบอกความจริงกับคุณ’