ตอนที่สี่สิบเจ็ด Small Talk 2
แต่เพราอย่างนั้นล่ะผมถึงเรื่องจักรวาลนี้เป็นเนื้อเรื่องหลักเพราะหากกาลเวลาหรือนาฬิกาผมที่บันทึกเวลาไว้ไม่ตรงกัน เราสามารถแก้ตัวได้ว่า
ความคลาดเคลื่อนของมิติเวลา
ว่าการเดินทางไปต่างมิติที่เวลาไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา
“พวกคุณที่สามารถเดินทางข้ามดวงดาวแลกเปลี่ยนความรู้วัฒนธรรมระหว่างกดวงดาวและมิติได้สามารถทำในสิ่งที่คนในดาวของผมได้แต่ฝันถึงคืออะไรที่สุดยอดมากๆ”
ผมกล่าวจากใจจริง
กรื๊ซซ กรื๊ซ
เสียงดังมาจากอีกฟากฝั่งของโลกของดิจิตอล
“คุณนี่คือคนที่แปลกจริงๆนะ”
เสียงจากอีกฟากฝั่งกล่าว
ผมผงกศีรษะรับ
“อย่างที่บอกดาวของผมยังมีสงครามไม่หยุดอาจารย์ของผมเคยสอนเอาไว้ว่า Peace isfragile little thing สันติภาพคือสิ่งเล็กๆที่เปราะบาง ที่มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยมันก็สูญสลายหายไปได้ดังนั้นเราจึงควรจะมีความสุขกับมันให้มากที่สุด ในช่วงเวลาน้อยนิดที่เรามีได้”
ผมทำท่ายกแก้วไวน์ไปทางเวทีอีกครั้ง
“เพราะเราอาจจะไม่มีโอกาสทำอย่างนี้กันในครั้งต่อไปก็ได้มันคือความน่ากลัวของคนที่มีอายุขัยสั้นแบบดาวด้อยพัฒนาอย่างดาวของผม”
กรี๊ซซ
ลูกแก้วที่ใช้สั่งการเลื่อนมาใกล้ๆตัวผมราวกับจะพยายามจ้องมองผมให้ชัดๆ
“เพราะอย่างนั้นหรือคุณถึงได้มาเดินทางกับขบวนรถไฟแห่งนี้เพื่อหลีกหนีจากสงครามบนดาวของคุณ”
ผมจิบไวน์และครุ่นคิดก่อนจะตอบ
“ผมว่าสุดท้ายแล้วผมไม่ได้คิดอย่างนั้นแค่คิดว่าชีวิตที่ผ่านมาผมคืออะไรเท่านั้น อาจจะเพราะว่าหลายคนมาจากกองทัพที่แพ้สงครามและหลบหนีมาส่วนตัวผมนั้น...จะกล่าวได้ว่ามาจากกองทัพที่ชนะก็ว่าได้ มุมมองของผมเลยไปในอีกทางหนึ่ง”
ผมทานพุดดิ้งร่วมกับไวน์
“และคนชนะมีอภิสิทธิ์พอสมควรไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่หากทางกองทัพ รัฐบาลของผมยังคงต้องการตัวผมอยู่ว่าตอนนี้ผมมาอยู่ที่นี้เพราะผมเลือกเอง ไม่ได้ทำตามคำสั่งของใคร”
ผมกล่าวต่อสมองกลที่มีความสามารถจับโกหกต่อคนที่มาคุยด้วยได้