ไลท์สั่งให้ทุกคนเงียบเสียงลง
“ อะไรกันไม่พอใจงั้นหรอ? ฉันจะบอกให้นะต่อให้องค์ชายหรือองค์หญิงจากอาณาจักรต่างๆมาที่เมืองนี้พวกเขาก็จะกลายเป็นคนธรรมดาแม้กระทั้งสภาจอมเวทย์ก็ไม่สามารถแสดงอำนาจที่แห่งนี้ได้ ”ไลท์พูดขึ้น
ทันใดนั้นทุกๆคนก็พากันตกใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าองค์ชายและองค์หญิงนั้นเป็นถึงตัวตนที่สูงส่ง พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านจากเมืองเล็กๆเท่านั้นแล้วพวกเขาจะกล้าไปท้าทายอำนาจของคนเหล่านี้ได้อย่างไร แล้วไหนจะสภาจอมเวทย์อีกไม่ใช่ว่าเมืองนี้สร้างขึ้นมาก็เพราะสภาจอมเวทย์เป็นคนสั่งงั้นหรอแล้วจะบอกว่าสภาจอมเวทย์ไม่สามารถแสดงอำนาจที่แห่งนี้ได้อีกงั้นหรอ
“ ฉันขอบอกทุกคนเอาไว้เลยว่าใครก็ตามที่สามารถจบหลักสูตรของฉันได้ทุกคนจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอนและในอนาคตถ้าหากองค์ชายหรือองค์หญิงทำผิดกฏหมายของเมืองแห่งนี้ พวกนายทุกคนสามารถจับกุมตัวพวกนั้นได้เลยและไม่ต้องกลัวต่ออำนาจบารมีของพวกนั้น เพราะฉันบอกได้คำเดียวว่า เจ้าเมืองแห่งนี้คือตัวตนที่เหนือกว่าราชาของสามอาณาจักรเหล่านี้เสียอีก นอกจากนี้เมื่อทุกคนจบหลักสูตรแล้วทุกคนสามารถยืดอกและภูมิใจในตัวเองได้เลยเพราะ เมืองแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสามอาณาจักรแห่งนี้และเมื่อใดก็ตามที่คนของสามอาณาจักรมายังที่แห่งนี้ พวกเขาจะต้องทำความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ทุกคน ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
เมื่อไลท์พูดจบทุกๆคนก็พากันอ้าปากค้างและไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าเมืองของเมืองที่กำลังสร้างนั้นจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เพราะการที่สามารถจับกุมตัวพวกองค์ชายหรือองค์หญิงได้นั้นนับว่าเป็นอะไรที่เกินกว่าที่พวกเขาคิดมาก หรือแม้แต่กลายเป็นที่เคารพของสามอาณาจักรรอบข้างอีกด้วย
เวอร์โก้กำหมัดแน่นและคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้เข้าร่วมหน่วยงานนี้และเขาจะต้องผ่านการฝึกและเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มตัวให้ได้
หลังจากนั้นเขาก็บอกกฏของการที่อยู่รวมกันที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นหอพักที่แบ่งชายหญิงเอาไว้อย่างชัดเจน และมีห้องอาบน้ำที่แยกชายหญิงเหมือนกัน
ห้ามเบ่งอำนาจหรือข่มขู่ผู้อื่น ทำผิดไล่ออกอย่างเดียว
ห้ามดูถูกหรือเหยียดหยามผู้อื่น ทำผิดไล่ออกอย่างเดียว
ใครที่ถูกข่มขู่หรือถูกเหยียดหยามสามารถบอกครูฝึกได้ทันทีและไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนเหล่านั้นอาฆาต เพราะทางเราจะจัดการปัญหาให้เองจนพวกมันไม่กล้าที่จะใช้อำนาจข่มขู่อีกเลย ซึ่งก็อย่างน้อยๆจับยัดเข้าคุกสภาจอมเวทย์ไปเลยหนึ่งปี
เมื่อผู้คนได้ยินว่าถูกยัดเข้าคุกสภาจอมเวทย์เป็นเวลาหนึ่งปีก็พากันตัวสั่นด้วยความกลัว ทำให้ลูกหลานของตระกูลต่างๆทั้งสามอาณาจักรไม่กล้าที่จะใช้อำนาจแม้แต่น้อยเพราะพวกเขารู้ดีว่าการอยู่ในคุกของสภาจอมเวทย์นั้นมันหนักหนาสาหัสแค่ไหน
“ เอาล่ะทุกๆคนจับกลุ่มกันกลุ่มละห้าสิบคน ” ไลท์พูดขึ้น
ผ่านไปกว่าสิบห้านาที ในที่สุดกลุ่มทั้งหมดยี่สิบเอ็ดกลุ่มก็ยืนเป็นระเบียบ
หลังจากนั้นไลท์ก็โบกมือขึ้นเบาๆ
เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ที่อยู่ในระดับAทั้งหมดได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของไลท์ ซึ่งแต่ละคนปล่อยออร่าของระดับAออกมาเพื่อข่มขวัญของทุกๆคน
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก็เดินไปที่ด้านหน้าของแต่ละกลุ่ม
“ ทุกๆคนจำครูฝึกของตัวเองให้ดี ” ไลท์พูดขึ้น
ทุกๆคนในกลุ่มต่างมองไปที่หัวหน้ากลุ่มของตัวเองพร้อมกับพยายามที่จะจำครูฝึกของตัวเองให้ได้
“ เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรก ทุกคนสามารถไปพักผ่อนได้ตามสบาย แน่นอนว่าจะต้องอยู่แต่ภายในอาณาเขตของสถานที่ฝึกเท่านั้นถ้าหากใครก้าวเท้าออกไปแม้แต่ก้าวเดียวก็เตรียมตัวกลับบ้านไปได้เลย อ่อแล้วก็ไม่ต้องห่วงนะว่าจะมีการทะเลาะกันเพราะฉันได้ส่งคนของฉันแอบซ่อนตัวอยู่ภายในสถานที่ฝึกแล้วถ้าหากเกิดเรื่องกันฉันก็จะรู้ได้ทันที ส่วนเวลาที่พรุ่งนี้จะเริ่มฝึกก็คือแปดโมงเช้า ซึ่งตอนหกโมงครึ่งที่โรงอาหารจะมีอาหารให้ทุกๆคนกินจนถึงแปดโมง
ส่วนเวลาที่จะเริ่มฝึกสอนก็คือแปดโมงครึ่งถ้าหากใครมาช้าก็คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ” ไลท์พูดจบเขาก็หายตัวไปทันที
ภายในห้องส่วนตัวของไลท์ที่อยู่ภายในอาคารแห่งหนึ่งในสถานที่ฝึกตำรวจ
ไลท์ถอดหน้ากากออกและเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับยิ้มขึ้นมาเบาๆ
“ มีอะไรน่ายินดีหรอ? ” เบเรียลที่นั่งอยู่ที่โซฟาพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“ ก็ไม่มีอะไรมากแค่คิดว่าพวกเราน่าจะได้ต้นกล้าชั้นดีในการฝึกฝนมาน่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
ดวงตาของเบเรียลเปร่งประกาย การที่ไลท์สามารถบอกว่าเป็นต้นกล้าชั้นดีได้นั้นจะต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นและตั้งใจและพวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
“ แล้วนายมีแผนการณ์อะไรหลังจากที่ฝึกฝนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จสิ้นงั้นหรอ? ” เบเรียลถามขึ้น เธอรู้ว่าสาเหตุที่ไลท์ฝึกฝนเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนก็เพราะเมืองของพวกเธอแทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เจ้าหน้าที่ทหารแม้แต่น้อย ก็อย่างที่รู้กันว่านี้คือเมืองของไลท์แล้วใครจะกล้าบุกเข้ามาโจมตีนอกจากพวกองค์กรมืด
“ หลังจากที่ฉันฝึกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นแรกเสร็จฉันก็จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก่อนจากนั้นฉันก็จะติดป้ายประกาศอีกครั้งว่าฉันต้องการรับสมัครคนที่ต้องการเป็นเจ้าหน้าที่ของเมืองไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตามแน่นอนว่าจะต้องมีการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมแล้วเท่านั้น ถัดจากนั้นก็ถึงเวลาที่ฉันจะประกาศว่าเมืองแห่งนี้คือเมืองของฉัน ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ แล้วนายคิดชื่อเมืองเอาไว้แล้วหรือยัง? ” เบเรียลถามด้วยความอยากรู้
“ ฉันคิดไว้แล้วว่าจะชื่อเมืองว่า เมืองรุ่งอรุณ ” ไลท์พูดขึ้น
เมืองรุ่งอรุณ เมืองสำหรับวันใหม่ของผู้คน เมืองที่เป็นเหมือนกับความหวังของผู้คน นี้คือชื่อที่ไลท์คิดเอาไว้
“ เป็นชื่อที่ดี ” เบเรียลพยักหน้ารับ
หลังจากนั้นไลท์ก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ให้มารวมตัวกันที่ห้องของเขา
“ ท่านไลท์ ” เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์โค้งคำนับให้กับไลท์ด้วยความเคารพ
ไลท์พูดคุยเรื่องต่างๆกับพวกเขาจนกระทั้งผ่านไปกว่าสองชั่วโมงก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง
เช้าวันต่อมาเวลาแปดโมงเกือบๆครึ่ง
เวลานี้ตำรวจฝึกหัดเกือบทั้งหมดก็ได้มายืนรวมตัวกันเป็นกลุ่มตามที่แบ่งเอาไว้
เมื่อไลท์ปรากฏตัวทุกๆคนในสนามก็พากันตื่นตัว
“ ยังมีคนมาสายอีกสินะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับสั่งให้ทุกๆคนนั่งลงเพื่อรอให้คนมาสายมา
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีคนที่มาสายก็มากันครบ ซึ่งคนที่มาสายนั้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่าหกสิบคน
“ เอาล่ะ คนที่มาสายไปวิ่งรอบสนามสิบรอบ ” ไลท์พูดขึ้น
คนที่มาสายได้แต่มองหน้ากันก่อนที่จะมีบางส่วนไปวิ่งแต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่ได้ไปวิ่ง พวกเขาเดินกลับมาที่แถวพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
คนเหล่านี้ส่วนมากเป็นลูกหลานของบุคคลระดับสูงของเมืองที่อยู่รอบๆ พวกเขารู้แค่ว่าพวกเขานั้นเป็นลูกหลานของตระกูลที่แข็งแกร่งและไม่คิดที่จะก้มหัวให้กับใคร
“ อ่า..ฉันก็ลืมไปว่ามันต้องมีพวกที่ท้าทายอำนาจอยู่ จับพวกมันโยนออกไปด้านนอกให้หมดแล้วก็ไม่ให้พวกมันเข้ามาอีก ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ
ครูฝึกที่รับหน้าที่โดยเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ พวกเขาก็เข้ามาจับร่างของคนที่มาสายกว่ายี่สิบคนด้วยรอยยิ้มที่เหยียดหยาม
“ พวกแกนี้น่ะโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้เรียนรู้กับท่านผู้นี้แต่พวกแกก็น่าสงสารจริงๆที่ไม่ยอมทำตามท่านผู้นี้ ฉันขอบอกไว้เลยว่าแม้แต่จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เองก็ยังอยากที่จะอยู่ใต้การดูแลของท่านผู้นี้เลย น่าสงสารๆ ” ครูฝึกคนหนึ่งพูดออกมา แน่นอนว่าเสียงของเขาดังเพื่อให้ตำรวจฝึกหัดทั้งหมดได้ยิน
ตำรวจฝึกหัดที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าตกใจ แม้แต่จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังอยากที่จะอยู่ใต้การดูแลของคนๆนี้ แสดงว่าคนๆนี้จะต้องแข็งแกร่งอย่างมากและมีอำนาจบารมีที่เหนือกว่าจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ งั้นการที่เหนือกว่าจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ก็คือตัวตนระดับSS
งั้นก็แสดงว่าเจ้าเมืองแห่งใหม่ที่กำลังจะสร้างคือเมืองของตัวตนระดับSS
ไม่แปลกใจเลยที่แม้แต่หัวหน้าที่ฝึกฝนพวกเขาบอกว่า สามอาณาจักรยังต้องให้ความเคารพและเชื่อฟัง แม้แต่องค์ชายและองค์หญิงถ้าหากทำผิดกฏของเมืองแห่งนี้ก็ต้องถูกจับ เพราะตัวตนระดับSSนั้นสามารถทำแบบนั้นได้
เมื่อคนที่มาสายและไม่ยอมทำตามคำสั่งก็ได้แต่แสดงสีหน้าไม่ยินยอมพร้อมกับรีบขอโทษและขอร้องให้พวกเขาได้รับการฝึกฝนด้วย เพราะการที่สามารถเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของเมืองของตัวตนระดับSSนั้นจะยิ่งใหญ่มากๆ แม้แต่เมืองที่อยู่รอบๆก็ไม่กล้าที่จะท้าทาย ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานเล็กๆก็ตามพวกเขาก็ยังต้องให้ความเคารพ
“ เสียใจด้วยเพราะฉันพูดคำไหนก็คือคำนั้น ลากพวกมันออกไปข้างนอกแล้วก็ตัดสิทธิ์พวกมันไม่ให้เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกต่อไปรวมไปถึงหน่วยงานอื่นด้วย” ไลท์พูดขึ้น
ผ่านไปกว่าสิบนาที ครูฝึกทั้งหมดก็กลับมายังสนามฝึกซ้อม
เวลานี้ทุกๆคนต่างก็รู้แล้วว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร แม้แต่บุคคลที่เป็นลูกหลานของตระกูลของเมืองที่อยู่ใกล้ๆ
หลังจากนั้นก็เป็นการฝึกฝนแบบง่ายๆเช่นกายบริหารในช่วงแรก ตามด้วยวิ่งออกกำลังกายและวิทพื้น ซิทอัพ ส่วนตอนบ่ายจะเป็นการสอนต่อสู้ตามอาวุธที่ทุกคนถนัด แต่ถ้าหากใครไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอาวุธไหนก็สามารถเรียนรู้ได้ก่อน แม้แต่อาวุธระยะไกลอย่างปืนไรเฟิลและธนูเองก็มีด้วยเหมือนกัน
หลังจากที่ทุกคนเลือกอาวุธที่ตัวเองถนัดแล้วพวกเขาก็แยกตามครูฝึกที่จะเป็นสอนอาวุธเหล่านั้น
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบกว่าวัน
เวลานี้ตำรวจฝึกหัดเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายคนที่ขอยอมแพ้และออกจากการฝึกฝนไปเนื่องจากวิธีการฝึกฝนของไลท์นั้นหนักหนาอย่างมาก แม้แต่ครูฝึกที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก็ยังยอมรับเลยว่าวิธีการฝึกของไลท์นั้นหนักมากๆ แต่มันก็ได้ประสิทธิภาพมากเหมือนกัน
เวลานี้ตำรวจฝึกหัดรุ่นแรกเหลือเพียงแค่หนึ่งพันคนเท่านั้น แต่ทุกๆคนก็มีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นมากไม่มีใครที่มีร่างกายผอมแห้งหรือขาดสารอาหารอีกต่อไป นอกจากนี้ทุกๆคนก็ยังสามารถต่อสู้ได้อย่างชำนาญมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ผ่านการฝึกฝนในช่วงแรกแล้ว ไลท์ก็ให้รางวัลทุกๆคนคือการพักผ่อนสามวัน
ในขณะที่ไลท์กำลังยืนดูตำรวจฝึกหัดอยู่ ด้านหลังของเขาก็ปรากฏเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ นอกจากนี้ยังสวมชุดคลุมของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
“ ท่านไลท์ครับตอนนี้ผมได้นำเจ้าหน้าที่ที่สามารถทำงานในเรื่องของการบริหารเมืองมาได้ประมาณสามร้อยคนแล้วครับ ” จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์แฮริบอร์นพูดขึ้นด้วยความเคารพ
“ พาฉันไปดูหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ก็พาไลท์ไปที่เมืองรุ่งอรุณ
ที่ห้องประชุมของเมืองรุ่งอรุณ
เจ้าหน้าที่ของสถาจอมเวทย์สามร้อยกว่าคนนั่งรอท่านไลท์มา
หลังจากที่ไลท์เข้ามาในห้องแล้วเขาก็พูดทักทายทุกๆคน
โต๊ะของเจ้าหน้าที่ถูกแบ่งอย่างละเอียดเอาไว้แล้วไม่ว่าจะเป็น หน่วยของการดูแลเมือง หน่วยของการตรวจสอบข้อมูลและการเงินเป็นต้น
หลังจากที่พูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆแล้ว ไลท์ได้มอบสมบัติให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นค่าตอบแทนที่พวกเขามาช่วยงาน
เมื่อได้เจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมงานแล้วทำให้เมืองรุ่งอรุณดำเนินไปได้ด้วยดี
จนกระทั้งเวลาผ่านไปอีกห้าวัน
ไลท์ก็ได้สั่งให้คนไปติดป้ายประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองรุ่งอรุณ แน่นอนว่าทุกคนต้องบอกตำแหน่งที่ทุกคนอยากจะทำงานเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ
แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากที่สมัครเข้าร่วมเป็นชุดแรก ซึ่งจำนวนคนที่สมัครมาเป็นเจ้าหน้าที่ก็มีไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนคน ซึ่งก็นับว่าเป็นจำนวนคนที่ไม่ได้เยอะไม่ได้น้อยเกินไป
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง ซึ่งพวกเขาจะมีผู้นำคือเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์เป็นผู้ดูแล
ผ่านไปห้าวัน
เวลานี้หลังจากที่ผ่านมาเกือบๆหนึ่งเดือน เมืองรุ่งอรุณก็สร้างเสร็จไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ไลท์คิดว่าถึงเวลาที่จะให้ประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยในเมืองแห่งนี้แล้ว
ไลท์และเบเรียลเรียกเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งหมดเกือบหนึ่งร้อยคนมาประชุมและวางแผนกฏหมายของเมืองอย่างจริงจัง
จนกระทั้งผ่านไปสองวันพวกเขาก็คิดกฏหมายของเมืองได้เสร็จเรียบร้อย ซึ่งก็เหมือนกับเมืองอื่นๆนั้นแหละเพียงแต่กฏของเมืองนี้คือต่อให้เป็นใครก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะข่มขู่หรือทำร้ายชาวบ้านของเมืองรุ่งอรุณ ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น