“เอาหละพวกเรากลับไปพักผ่อนกันก่อนพรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยกลับกัน ไม่รู้ว่าองค์หญิง ยู่จินเชียงและเฉินคงจะออกจากการทดสอบเมื่อไหร่หากพวกนางออกมาก่อนพวกเรากลับ พวกท่านรับผิดชอบเองก็แล้วกัน”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา
รุ่งเช้าทั้งสามคนกลับด้วยกระบี่บินของเฟยหลงเมื่อพวกเขากลับมาพบว่ามีเพียงเฉินคงเพียงคนเดียวที่ออกจากการทดสอบองค์หญิงและยู่จินเชียงยังอยู่ในวิหารเทพสงครามทำให้ทั้งสามคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกวันต่อมายู่จินเชียงและองค์หญิงจึงออกมาจากการทดสอบพวกเขาทั้งสามคนสามารถผ่านการทดสอบและได้รับของรางวัลกลับมาเช่นเดียวกัน
“เฟยหลงหลังจากนี้เจ้าจะเอายังไงต่อ”
“ความจริงแล้วข้าอยากจะไปพฤกษาต่อเพราะข้าอยากไปเปิดหูเปิดตาและหาประสบการณ์ให้มากที่สุด”
“ก็จริงของเจ้าแล้วเจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”
“คิดว่าน่าจะอีกสองสามวันเพราะข้ารับปากองค์หญิงและยู่จินเชียงเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวในเมืองด้วยกันก่อน”
“เช่นนั้นก็ดี พวกเราจะได้ไปเป็นเพื่อนเจ้า ความจริงพวกเราเองก็อยากจะเดินทางร่วมไปกับเจ้าด้วยแต่พระบิดาคงไม่อนุญาตเอาไว้คราวหน้าหากมีโอกาสพวกเราค่อยออกไปหาประสบการณ์ร่วมกันข้าว่าคงจะสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว”
“ก็ได้หากมีโอกาสครั้งหน้าพวกเราไปร่วมผจญภัยด้วยกันอีก”
ตลอดสามวัน เฟยหลงพร้อมด้วยเฉินคง และยู่จินเชียงต่างถูกเหล่าองค์ชายองค์หญิงพาเที่ยวไปรอบเมืองหลวงของอาณาจักร
“ข้าไม่คิดเลยว่าเมืองหลวงของอาณาจักรรุ่งอรุณจะกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้เอาไว้กลับมาคราวหน้าข้าจะกลับมาเที่ยวกับพวกท่านอีกครั้ง”
“เฟยหลงเจ้าออกกเดินทางตามลำพังเจ้าต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ให้มากนะอย่าได้เสี่ยงอันตรายหากไม่จำเป็น”
“พวกท่านไม่ต้องห่วงหรอกยังไงเสียข้าก็เอาตัวรอดได้ไม่รู้ว่าไปคราวนี้จะใช้เวลาเท่าไหร่แต่ว่าคืนนี้พวกเรามาดื่มให้สนุกกันให้เต็มที่เลยดีกว่า”
พวกเขาดื่มกินกันอย่างสนุกสนานจนดึกเช้าวันรุ่งขึ้นเฟยหลงจึงได้ลาองค์กษัตริย์และเพื่อน ๆ ของเขาเพื่อออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรพฤกษา
แต่เมื่อเขาออกมาจากเมืองหลวง ในตอนแรกเฟยหลงคิดจะใช้กระบี่บินในการเดินทางแต่เขาอยากหาประสบการณ์จากการเดินทางแบบคนปกติดู จึงทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางกับคาราวานของพ่อค้าโดยเฟยหลงได้ไปขอเข้าร่วมเดินทางการคาราวาพ่อค้ากลุ่มหนึ่งซึ่งเขาต้องเสียเงินจำนวนกว่าหนึ่งร้อยเหรียญทองเพื่อจ่ายให้กับหัวหน้าคาราวานพ่อค้ากลุ่มนี้
คาราวานของพ่อค้ากลุ่มนี้มีกลุ่มทหารรับจ้างคอยคุ้มกันทำให้การเดินทางของพวกเขาเป็นไปอย่างราบรื่น
“พี่ชายไม่ทราบว่าระยะทางจากอาณาจักรรุ่งอรุณไปถึงอาณาจักรพฤกษาพวกเราต้องใช้เวลาเดินทางกี่วัน”
“เจ้าหนุ่มเจ้าเพิ่งจะเคยเดินทางครั้งแรกสินะการเดินทางจากอาณาจักรรุ่งอรุณไปถึงอาณาจักรพฤกษาต้องใช้เวลาเดินทางราว ๆ หนึ่งเดือน เจ้าทำใจเอาไว้เลยหนทางไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิดอย่างแน่นอน”
“ข้าชื่อเฟยหลง พี่ชายท่านชื่ออะไรพวกเราต้องเดินทางร่วมกันอีกนานระหว่างทางท่านช่วยเล่าเรื่องอาณาจักรพฤกษาให้ข้าฟังบ้างได้ไหม”
“ได้สิข้าจะได้มีเพื่อนคุยไปด้วยจะได้ไม่เบื่อ ข้าชื่อเต้าหลิง“
เฟยหลงทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับการเดินทางสิบวันแรกยังเป็นหนทางปกติแต่เมื่อเข้าวันที่สิบเอ็ดพวกเขาต้องเดินลัดเลาะตามหุบเขาซึ่งดูแล้วอันตรายสำหรับคนทั่วไปเป็นอย่างมาก แต่สำหรับเฟยหลงนั้นเรียกว่าแทบไม่มีอันตรายใดๆ เลยแม้แต่น้อย
แต่ทันใดนั้นจู่ๆ หินจำนวนมากมายก็พลันถล่มลงมา เฟยหลงแหงนมองขึ้นไปดู
“เจ้าหนุ่มรีบวิ่งเร็ว สัตว์อสูรโจมตีพวกเราแล้ว รีบตามข้ามา”เต้าหลิงทหารรับจ้างที่เฟยหลงคุยมาด้วยตลอดทางรีบร้องเตือนเขา”อะไรนะสัตว์อสูรเช่นนั้นหรือทำไมพวกท่านไม่บอกข้าก่อนว่ามีสัตว์อสูรอยู่แถวนี้ด้วย”
“พวกเราไม่คิดว่ามันจะโจมตีเพราะนาน ๆ ครั้งสัตว์อสูรพวกนี้หากไม่ถูกรบกวนพวกมันจะไม่ออกมาอาระวาดเช่นนี้”
“ตอนนี้พวกเราคิดหาทางเอาตัวรอดกันก่อนพวกเราจะคอยป้องกันด้านหลังให้พวกเจ้าเอง พวกเจ้ารีบตามขบวนของพ่อค้าไปเร็ว”
เฟยหลงรีบตามกลุ่มพ่อค้าพวกนั้นไปในทันทีเมื่อเขาหันกลับมามองกลุ่มทหารรับจ้างที่คอยป้องกันอยู่ท้ายขบวนเขาจึงได้เห็นภาพของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่กำลังไล่ติดตามพวกเขามาและกลุ่มทหารรับจ้างพวกนั้นก็คอยช่วยกันต้านสัตว์อสูรพวกนั้นอยู่เฟยหลงมองดูสัตว์อสูรพวกนั้นพบว่าตัวที่มีระดับสูงสุดเป็นสัตว์อสูรระดับจอมพลซึ่งดูแล้วอันตรายเป็นอย่างมาก
“หากปล่อยไว้เช่นนี้คงต้องมีใครเสียชีวิตเป็นแน่”เฟยหลงตัดสินใจวิ่งกลับไปช่วยเหลือกลุ่มทหารรับจ้าง ในทันที
“เจ้าหนุ่มนั่นเจ้าจะไปไหนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกทหารรับจ้าง เจ้าไปก็ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก”เสียงของพ่อค้าคนหนึ่งดังขึ้นมา
“ไม่ได้หรอกหากปล่อยไว้เช่นนี้จะต้องมีคนถูกสังหารอย่างแน่นอน”
เฟยหลงรีบพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเขาร่ายเวทโจมตีสัตว์อสูรในทันที
“พี่ชายรีบพาพวกทหารรับจ้างไปก่อนทางนี้ข้าจะต้านพวกมันเอาไว้เอง”
“พวกเราทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนี่เป็นหน้าที่ของพวกเรา”
เฟยหลงจึงร่ายเวทป้องกันให้กับทหารรับจ้างในทันทีหลังจากนั้นเฟยหลงจึงได้โจมตีสัตว์อสูรด้วยเวทย์ไฟ สัตว์อสูรหลายตัวถูกบอลเพลิงของเฟยหลงเข้าไปมันหลบหนีไปทันที กลุ่มทหารรับจ้างเห็นดังนั้นจึงรีบตั้งขบวนและถอนกำลังไปคุ้มกันกองคาราวานเช่นเดิม
เต้าหลิงซึ่งกำลังเดินมาหาเฟยหลงด้วยรอยยิ้มแต่จู่ ๆ สัตว์อสูรระดับจอมพลตัวนั้นก็พุ่งเข้าหาเต้าหลิงเฟยหลงเห็นดังนั้นเขาพลักเต้าหลิงออกไปอย่างรวดเร็วคมเขี้ยวของสัตว์อสูรตัวนั้นกัดไปที่หัวไหล่ของเฟยหลง
เฟยหลงจึงใช้เท้าถีบก้อนหิ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้างของเขาอย่างแรงแรงของเฟยหลงทำให้ทั้งเฟยหลงและสัตว์อสูรตัวนั้นหล่นร่วงลงไปด้านล่างหุบเขาลึกในทันที
“เฟยหลง!!!” เสียงเรียกของเต้าหลิงที่มองเฟยหลงตกลงไปพร้อม ๆ กับสัตว์อสูรตัวนั้นด้วยความเป็นห่วง
เฟยหลงปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาลูกบอลเพลิงจำนวนมากโจมตีสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างไม่ขาดสายคมเขี้ยวของสัตว์อสูรตัวนั้นยังคงฝังลึกที่หัวไหล่ของเฟยหลง ผ่านไปนานพอสมควรสัตว์อสูรตัวนั้นจึงเริ่มอ้าปากถอนคมเขี้ยวออกจากไหล่ของเฟยหลง
เฟยหลงคิดจะเรียกดาบพิทักษ์มังกรออกมาแต่ยังไม่ทันได้เรียกดาบพิทักษ์มังกรออกมาร่างของเขากำลังจะล่วงลงสู่พื้นเฟยหลงเหลือบมองเห็นลำธารอยู่ด้านล่างห่างออกไปไม่ไกลมากนักเขาตัดสินใจใช้เท้าถีบร่างของสัตว์อสูรในทันที เฟยหลงตกลงไปในน้ำที่อยู่ด้านล่าง ด้วยแรงกระแทกของเฟยหลงร่างของสัตว์อสูรปลิวไปอีกฟากหนึ่ง
แต่ด้วยความแข็งแกร่งของมันทำให้มันสามารถเกาะผนังหินเอาไว้ได้ มันรีบกลับขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วส่วนตัวของเฟยหลงเองกลับตกลงไปในแม่น้ำที่ไหลเชียวกราดแทนแรงกระแทกทำให้เขาแทบหมดสติเฟยหลงพยายามประคับประคองตัวเขามองเห็นกิ่งไม้ขนาดใหญ่เขาจึงรีบเกาะมันเอาไว้ก่อนที่สติของเขาจะหมดลง
ทางด้านของกลุ่มคาราวานพ่อค้าหลังจากที่เฟยหลงตกลงไปพร้อม ๆ กับสัตว์อสูรระดับจอมพลพวกเขาก็ออกมาจากหุบเขานั้นได้อย่างปลอดภัย
“เฟยหลงเจ้าต้องรอดกลับมาให้ได้นะ หากไม่มีเจ้าพวกข้าคงต้องถูกสังหารไปอีกหลายคนหากเจ้าสามารถกลับมาได้ข้าเต้าหลิงและกองทหารรับจ้างยินดีที่ช่วยเหลือเจ้าทุกเรื่อง และถือว่าเจ้าเป็นหนึ่งในสหายของพวกเรา”
กลุ่มทหารรับจ้างทั้งหมดต่างซาบซึ้งในน้ำใจของเฟยหลงเพราะหากไม่มีเฟยหลงพวกเขาเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายถูกสังหารกลุ่มคาราวานพ่อค้าเดินทางอย่างปลอดภัยจนมาถึงยังอาณาจักรพฤกษาในอีกครึ่งเดือนต่อมา
.....................อีกทางด้านหนึ่ง...................
“ท่านปู่วันนี้ข้าต้องตกปลาตัวใหญ่ได้แน่นอน ท่านจะได้นำไปขายและทำให้พวกเรามีเงินมาซื้ออาหารให้น้องๆ ของข้าได้กิน พวกเขาไม่ได้กินอะไรอร่อย ๆ มานานแล้ว”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้าตกให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ท่านปู่เมื่อไหร่พวกเราจะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้นะข้าเห็นพวกลูกขุนนางใช้เงินเป็นว่าเล่นแต่พวกเราหาปลาทั้งวันทั้งคืน กลับได้เพียงไม่กี่เหรียญทองเอง”
“พวกเราเกิดมายากจนแค่มีอยู่มีกินไปวัน ๆ ก็ดีถมไปแล้วหากเจ้าอยากให้น้อง ๆ ของเจ้าสุขสบาย เจ้าก็ลองขอพรจากสวรรค์ดูเผื่อบางทีสวรรค์อาจจะเห็นใจเจ้าบ้าง”
“จริงหรือท่านปู่หากข้าขอพรจากสวรรค์ แล้วสวรรค์จะเห็นใจข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่รู้สินะข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง หากขอพรจากสวรรค์ได้จริงข้าคงไม่ได้มานั่งตกปลากับเจ้าเช่นนี้หรอกเสี่ยวหลุน”
เสี่ยวหลุนพลันยกมือทั้งสองขึ้นประกบกันพร้อมกับเอ่ย
“ข้าแด่สวรรค์ขอให้ชีวิตของข้า ท่านปู่ และน้อง ๆ จงมีเงินมีทองใช้อย่างไม่ขาดสายสุขภาพของท่านปู่กลับมาแข็งแรงดังคนหนุ่ม และขอให้น้อง ๆของข้าได้เรียนหนังสือด้วยเถิด”
“เสี่ยวหลุนเดี๋ยวปลากินเบ็ดของเจ้าแล้วมัวแต่พร่ำเพ้ออยู่นั่นแหละ ดูเบ็ดของเจ้าให้ดี”
“เอ๋ท่านปู่ ท่านดูนั่น นั่นมันคนไม่ใช่หรือท่านปู่ เขาตายหรือยัง?”
“เออใช่จริงๆ ด้วย เร็วรีบพายเรือไปช่วยเขาเร็ว”
“ขอรับท่านปู่”
เสี่ยวหลุนรีบพายเรือเข้าไปหาร่างของเฟยหลงที่ยังคงกอดกิ่งไม้นั้นไว้เขายังหมดสติไม่รู้สึกตัวแม้แต่นิด ทั้งสองปู่หลานรีบยกเขาขึ้นบนเรือ
“เจ้าหนุ่มนี่บาดเจ็บมาสงสัยถูกสัตว์อสูรโจมตีมา เจ้าดูที่ไหลของเขาสิ รอยเขี้ยวยังคงมีให้เห็นอยู่โชคดีที่เลือดหยุดไหลแล้ว”
“ท่านปู่พวกเรารีบพาเขากลับไปที่บ้านก่อนหากปล่อยไว้เช่นนี้ข้าเกรงว่าเขาจะตายเสียก่อน”
สองปู่หลานรีบพายเรือกลับด้วยความรีบเร่งเมื่อกลับมาถึงบ้านปู่ของเขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำแผลให้กับเฟยหลงในทันที
“เจ้าหนุ่มนี่ดวงแข็งไม่เบาขนาดโดนกัดแผลใหญ่ขนาดนี้ยังสามารถเอาชีวิตรอดมาจากสัตว์อสูรตัวนั้นได้ ”