อี้เฉิน เขาในยามนี้ไม่ได้ปรานีผู้ใด พลิ้วกายาออกไปในเสี้ยววินาที ปานสายฟ้าแลบ ออกไปเร็วจี๋ สร้างหอกเลือดมาไว้ในมือ พุ่งเข้าแทง จอมยุทธ์ที่เหลือ ที่ยังไม่ตายตก เสียง"ฝึบๆ" ดังอยู่หลายครั้ง เหล่าจอมยุทธ์ที่บาดเจ็บหนักทยอยล้มตายไปช้าๆ กายา กลายเป็นหลุมเลือดใหญ่ ตายตกไปทีละคนสองคน อาบย้อมทุ่งโล่งจนแดงฉาน
หลงเหลือเพียงชายหนุ่ม คนหนึ่ง ที่มองการโจมตีของอี้เฉินในยามแรกออก ถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิต เขาตะโกนออกมากู่ก้อง หมายมั่นให้เหล่า ผู้มีพรสวรรค์เข้ามาช่วยตัวเขา ทว่าครั้นเมื่อตัวเขาเห็น อสูรทองคำซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต จ้าวโอสถน้อยเหยียนเซียว แห่งศาลายา เทพสายฟ้าน้อยกวนซี แห่งตำหนักเทพ ยืนนิ่งอึ้ง ใบหน้าบึ้งตึง ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ตัวเขาพลันหมดกำลังในการคิดหนีในทันที
ชายหนุ่ม กลับมาตั้งมั่นจับกระบี่ไว้ในมือให้แน่นอีกครั้น มือที่ถือกระบี่ไว้ พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง บีบอัดปราณพลังเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง เหยียบอากาศดีดตัวอย่างฉับพลันไม่คิดถอยหนีอีกต่อไป ยกกระบี่ ทิ่มแทง เข้าหาชายหนุ่มผมขาว สุดกำลัง ก่อเกิดรูปร่างปราณกระบี่ ขนาดใหญ่ หมุนควงสว่าน หมายมั่นทิ่มแทงอี้เฉินให้ตายตก แสงการโจมตีแหวกอากาศมาเร็วจี๋ โจมตีชายหนุ่มที่พุ่งเข้ามาไล่ล่า อย่างฉับพลันในเสี้ยววินาที
ทว่าเมื่อใกล้จะถึงตัว ของชายหนุ่มผมขาว กลับถูกหอกเลือดของเขาหยุดไว้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะถูกกดดัน ถอยหลังไปหลายสิบก้าวก็ตาม แต่ฉับพลัน เลือดที่หลั่งไหลออกมาทั่วกายาของอี้เฉิน ก็แปรเปลี่ยนเป็นหอกเลือด พุ่งเข้าใส่หน้าอกของชายหนุ่มในฉับพลัน ไม่มีแม้โอกาสได้ตั้งตัว ประหนึ่งอี้เฉินในยามนี้เป็นเหมือน เม่นตัวน้อย แต่เต็มไปด้วยการโจมตีรอบทิศทาง
หมู่ชน ที่ดูชมเรื่องสนุก แต่ในยามนี้ พวกเขาเริ่มไม่สนุกด้วยแล้ว ครั้นเห็นศิษย์สำนักใหญ่หลายสิบคนตายตกเป็นใบไม้ร่วง ประหนึ่งยืนต่อหน้าเทพสงคราม ริมฝีปาก น้อยๆ ของหลายๆ คนกัดกรามไว้แน่น รู้สึกหวาดกลัว ชายหนุ่มที่จะเป็นคู่แข่งของพวกเขาในภายภาคหน้า อยู่ไม่น้อย หากเขาได้ ทักษะวิชาชั้นฟ้าไปอีกละก็ เกรงว่าคงมีแต่เหล่า อัจฉริยะที่สามารถต่อกรกับเขาได้
ยี่ผิง ใบหน้าของนาง แฝงไปด้วยความกังวลอยู่ไม่น้อย ครั้นเห็นชายหนุ่มที่ร่วมเดินทาง กายาเต็มไปด้วยบาดแผลอีกครา ดวงหน้า น้อยๆ ฉายแววอาทรออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ซูเซ่อ ที่ดูชมอยู่ท่ามกลางอากาศปลดปล่อยเขตแดนไร้รูปลงมาไม่หยุด เขารู้สึกแปลกใจ เหตุใด ชายที่เขาเคยปะทะ ถึงได้มีสภาพเช่นนี้ ราวกับเขาเปลี่ยนวิถีของเขาไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับคนละคนกัน แถมเต๋าแห่งการฟื้นฟู เขาก็ไม่ได้สำแดงมันออกมา เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ดวงตาจ้องเขม็งลงไปอย่างไม่วางตา
จ้าวโอสถน้อย เหยียนเซียว แห่งศาลายา ครั้นเห็นชายหนุ่มคนสนิทของเขาถูกฆ่าสังหารอย่างง่ายดาย ยังไม่ทันที่เขาจะหายจากอาการตกใจ อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา "ไอ้เวร เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ไม่รู้หรือว่า ศาลายา ของพวกเราผูกมิตรกับสำนักน้อย ใหญ่ทั่วแผ่นดิน เจ้าได้ไร้ที่ยืนในแผ่นดิน นี้อย่างแน่นอน หากยังทำตัวโอหังเช่นนี้"
อี้เฉิน ที่ใบหน้าซีดเผือด เนื่องด้วยเสียเลือดไปมากในยามนี้ เขาโบกมือมาให้ จ้าวโอสถน้อย เหยียนเซียว แห่งศาลายา อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแม้ว่า ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความอิดโรยก็ตาม "เจ้า เข้ามาอย่ามัวแต่พูดพล่าม หากอยากปลิดชีพตัวข้า"
เหยียนเซียว แห่งศาลายา ครั้นได้ยินน้ำเสียงนั้นของชายหนุ่มผมขาว เขาก็มีโทสะขึ้นมาในฉับพลัน เลือดภายในกายาเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง ฝ่ามือปลดปล่อยไฟวิเศษสีฟ้าออกมาในทันที
ทว่า ผู้คน ครั้นเห็นไฟวิเศษ สีฟ้าคราม ก็ต่างพากันพูดคุยเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ "นั้นมันไฟวิเศษวิหคฟ้าไม่ใช่หรือ ไม่คิดเลยว่า จ้าวโอสถน้อย เหยียนเซียว แห่งศาลายา จะมีไฟวิเศษ ระดับสูงเฉกเช่นนี้ ...ไอ้หนุ่มนั้นได้กลายเป็นเถ้าธุลีแน่ ว่ากันว่าไฟวิเศษร้อนเป็นอย่างมาก แม้แต่หม้อหลอมยา ระดับต่ำยังถูกกลั่นหลอมจนมอดไหม้ มีเพียงหม้อระดับสูงเท่านั้นที่จะทนรับมันได้"
อี้เฉินเขาที่เห็นถึงกับหน้ามืดทะมึน แถมในยามนี้ผู้คนเองก็มีอยู่ด้วยกันไม่น้อย หากปลดปล่อยวิชาออกไป ต่อหน้าฝูงชนเกรงว่า ไม่ช้าความลับต่างๆ ของเขาได้ถูกเปิดเผยแน่ เขาเรียกหอกเลือดมาถือไว้ในมือ ก่อนจะกำมันไว้ในมือจนแน่น
เหยียนเซียว แห่งศาลายา ระเบิดปราณพลังออกมาสุดกำลังที่มี สร้างคลื่นเปลวเพลิงสีฟ้ากว้างไกล ลอยท่ามกลางท้องฟ้า ก่อนคำรามออกมากู่ก้อง "จงกลายเป็นเถ้าถ่านไปเสีย" ฉับพลันคลื่น เปลวเพลิงที่บ้าคลั่ง ก็โหมซัดเข้ากลืนกินชายหนุ่ม จนมืดฟ้ามัวดินไร้ทางให้หลบหนี
อี้เฉินกายาร้อนผ่าวขึ้นมา ในฉับพลันมือที่ถือศาสตราวุธ อดไม่ได้ที่จะสั่นไหวขึ้นมา น้อยๆ ครั้นรับรู้ถึงความร้อนที่มากมหาศาล ปากกัดกรามไว้แน่น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ยกเท้าเหยียบอากาศ อย่างรุนแรง
เสียง"ตู้ม"ดังกึกก้อง
หอกที่อยู่ในมือ พุ่งตรงไปทิศทาง เหยียนเซียว แห่งศาลายา โดยไม่มีหวาดเกรง ต่อให้เป็นไฟวิเศษก็ตาม เขาหมายมั่นจะทำลายทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า เข้าทิ่มแทงร่าง เหยียนเซียว แห่งศาลายา ทว่ากลับถูกไฟวิเศษหยุดยั้งไว้ได้ เลือดในกายาเริ่มเดือดพล่านส่งผลให้กายาปล่อยควันลอย ระเหยออกมา ร่างกายค่อยๆ แดงฉานราวกับเหล็กร้อนที่โดนเผา
หมู่ชน ต่างคำรามออกมาก้องกู่ก้อง ครั้นเห็นสภาพของชายหนุ่มผมขาว "ไอ้หนุ่มนั้นโดนย่างสดแน่ ดูสิเลือดของมันเริ่มระเหยแล้ว"
หญิงสาวบางคนถึงกับถอนหายใจออกมายาว "เฮ้ย!! ช่างน่าเสียดายในศักยภาพของเขานะว่าไหม ไหนจะใบหน้าที่หล่อเหลา มองดี ดี งดงามคล้ายหญิงสาวนั้นอีก"
"หงส์เหมิง เหมือนเจ้าจะรู้จักเขาสินะ ข้าเห็นเจ้า จ้องมองเขาไม่กะพริบตา เจ้าไม่คิดสอดมือเข้าไปช่วยเขาหน่อย หรอกหรือ" หลี่หยวน ศิษย์เอกสำนักหยินหยาง กล่าวออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง ครั้นได้ยินคำพูดเหน็บแนม นางถึงกับหน้าบึ้งตึง นางแค่ตกใจเท่านั้น 'เหตุใด ชายหนุ่มผมขาว ผู้นี้ ถึงพึ่งมาโผล่เอาปานนี้ นี่มันก็ผ่านมาปีกว่าแล้วนะที่กลุ่มคน ดินแดนเบื้องล่างขึ้นมายังดินแดนเบื้องบน ความโอหังของเขาไม่น่าจะอยู่อย่างสงบนิ่งได้ยาวนานเช่นนี้' ก่อนนางจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขอไปที "เจ้าอย่าพูดมั่ว หรือ เจ้าอยากจะดวลกำปั้นกับข้า สักหมัดสองหมัด"
หลี่หยวน ศิษย์เอกสำนักหยินหยาง ยกยิ้มน้อยๆ มองดูหญิงสาวผู้งดงาม มีโทสะ ก่อนพวกเขาจะกลับไปจดจ่อ ภาพการต่อสู้เบื้องหน้า
****
เหยียนเซียว แห่งศาลายา ครั้นเห็นชายหนุ่มยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ เขาส่ง ไฟวิเศษ จากฝ่ามือ เพิ่มการเผาผลาญขึ้นไปอีกทบทวี เปลวเพลิงสีฟ้าคราม ดั่งคลื่นทะเลที่บ้าคลั่ง สั่นระริก ร้อนผ่าว ขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเหตุใดกายาของชายผู้นี้ถึงทนไฟได้มากถึงเพียงนี้ ประหนึ่งเขาเคยเจอไฟที่ร้อนกว่านี้ หลายสิบเท่า ปากกันกรามไว้แน่น ด้วยความไม่อยากเชื่อ
อี้เฉินเขาที่เคยโดนไฟเทพเผาผลาญ ไฟวิเศษแค่นี้ ดูเล็กจ้อย ไปเลยสำหรับตัวเขา ดวงตาในยามนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หมายมั่นจะทำลายไฟวิเศษออกไป จากกรงขังเพลิงที่บ้าคลั่งแห่งนี้
ในฉับพลันที่ เหยียนเซียว แห่งศาลายา ได้ยินเสียงแตกร้าวจากปลายด้ามหอก อดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ "เจ้าตายแน่ ไอ้ปีศาจน้อย แม้แต่ร่างของเจ้าก็จะไม่หลงเหลือ"
แต่ทันใดเหยียนเซียว แห่งศาลายา ก็ต้องเบิกตาออกกว้างอ้าปากออกค้าง ครั้นเห็น อี้เฉินหมุนตัว ควงสว่าน ถีบอากาศออกมาอีกครั้งอย่างรุนแรง มาพร้อมปราณพลังที่จะทะลุทะลวง เสียง"ตู้ม"ดังออกมากึกก้อง ทำลายไฟวิเศษจนแหวกเป็นหลุมใหญ่ ก่อนร่างของเขาจะพุ่งเข้าหาตัวของ เหยียนเซียว แห่งศาลายา อย่างฉับพลัน
"เจ้าจง ตายไปด้วยความเจ็บแค้นเสีย เหยียนเซียว แห่งศาลายา หากโทษก็โทษในความประมาทของเจ้าเถอะ"อี้เฉินคำรามออกมาก้อง กายาพุ่งออกไป ประหนึ่งสายศร
"ไม่ ไม่!!!! เป็นไปไม่ได้" เหยียนเซียว แห่งศาลายา คำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่ง ทว่าก็ไม่ทันการณ์ ให้เขาได้หลบเลี่ยง เขาประมาท ชายหนุ่มผมขาวเกินไป ไม่คิดชายหนุ่มจะเจาะทะลุกรงขัง ไฟวิเศษออกมาได้
หอกเลือดที่ไร้คม เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวของอี้เฉิน พุ่งเข้าเสียบร่าง เหยียนเซียว แห่งศาลายา จนหน้าอกเป็นหลุมเลือดใหญ่ อย่างไร้ความปรานี
"ฟึบ!!!"
ร่างของเหยียนเซียว แห่งศาลายา พลันแตกสลายหายไปในทันที แต่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความไม่จำยอม แค้นเคืองอี้เฉินอยู่ไม่น้อย
ซูเซ่อ ที่นั่งขัดสมาธิ ท่ามกลางท้องฟ้า คำรามออกมาเสียงดังกู่ก้อง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว"เจ้าสองคนมัวยืนบื้ออยู่ทำซากอะไร รีบจัดการมันเร็วเข้าไม่ต้องสนใจศักดิ์ศรีอะไรอีกต่อไป หากไร้เขตแดนไร้รูปแห่งนี้ มันก็สามารถ หลบหนีออกไปสู่โลกภายนอกได้อย่างง่ายดาย"
ผู้คนครั้นได้ยิน ก็ต่างมีสีหน้าบึ้งตึง ไม่คิดว่า เพียงเพื่อฆ่าสังหารชายหนุ่มผมขาวเพียงผู้เดียว จะต้องทำกันถึงขนาดนี้แม้กระทั่งทิ้ง เกียรติยศ และศักดิ์ศรี
เทพสายฟ้าน้อย กวนซี แห่งตำหนักเทพ อสูรทองคำ ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต ครั้นได้ยินพวกเขาก็ถึงกับใบหน้าบึ้งตึง ไม่คิดคนที่บาดเจ็บหนักเฉกเช่นนี้ จะต้องให้พวกเขาต้องลงมือรุมสังหาร