มื้ออาหารเย็นที่บ้านไตรภพเป็ไปด้วยความอิ่มเอมทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจสมาชิกภายในบ้านเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน นั่นคือกานติมา ส่วนเ้าตัวน้อยมะลิยังคงชอบการกินเหมือนเดิม เติมข้าวไปถึงสองจานสร้างความเอ็นดูให้กับช่อผกาที่เป็ผู้ทำอาหาร
“ไตรภพเราจะใช้ชื่อร้านว่าอะไรดีหละ”
“ไม่รู้สิครับแม่ผมไม่ค่อยสันทัดเื่แบบนี้เท่าไหร่”
ไตรภพเอ่ยตอบตามตรงการตั้งชื่อร้านอาหารสมัยนี้เขาไม่คอยจะชำนาญ คุ้นเคยคำศัพท์ของยุคปัจจุบันหากให้เขาตั้งคงไม่พ้น ‘ร้านอาหารจักรพรรดิ’ ‘เหลาหมื่นสุรา’
“หนูว่าเอาชื่อครัวช่อผกา ดีไหมคะ เป็ชื่อคุณป้า”
กานติมาเสนอความคิดขึ้นมาระหว่างบทสนทนาเธอคิดถึงชื่อร้านอาหารที่เหมาะกับร้านแห่งนี้มากที่สุด ไอเดียการนำเอาชื่อตัวเองใส่ไปที่ชื่อร้านอาหารเป็อะไรที่คนนิยมมาก
“จะดีหรอ ?ป้าว่ามันแปลก ๆ นะ”
“หนูว่าดีนะคะคุณแม่”
“ใช่ครับแบบนี้มะลิบอก แม่อยากเปิดร้านอาหารอยู่แล้ว ชื่อ ครัวช่อผกาเหมาะสมที่สุดแล้วครับแม่”
ทุกเสียงสนับสนุนชื่อร้านอาหารขึ้นมาจนได้มติเป็เอกฉันท์ใช้ชื่อร้านว่า ‘ครัวช่อผกา’ หลังจากคิดชื่อได้แล้วทุกคนต่างช่วยกันวางแผนร้านอาหาร
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วก่อนวันเปิดเทอมหนึ่งวันโครงการร้านอาหารเริ่มเป็รูปเป็ร่างจนแทบจะเสร็จสมบูรณ์ตลอดหลายวันมานี้มีการเปลี่ยนแปลงในร้านครัวช่อผกามากมาย ยกตัวอย่างเช่น เมนูอาหาร การวางระบบคิว การคิดเงินลูกค้า เป็ต้น
ในทุก ๆ ตอนค่ำกานติมามักจะสอนพิเศษมะลิด้วยความเข้มงวดความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกันหลายปีเริ่มค่อย ๆ ฟื้นฟูสายใยแห่งพี่น้องเป็ความอบอุ่นและอ่อนโยนทำให้พวกเธอสองคนใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้อย่างมีความสุขมาก
ในวันนี้ช่อผกายังคงวุ่นวายกับการจัดร้านอาหารโดยมีมะลิคอยเป็ลูกมือ พร์ในการจดจำสิ่งต่าง ๆของมะลิเป็ที่น่าทึ่งอย่างมาก นับั้แ่ทะลวงชีพจรต่าง ๆและรักษาชีพจรหงส์น้ำแข็ง ซึ่งไตรภพไม่ได้แปลกใจมากนักเพราะพร์ของชีพจรหนึ่งในพันล้านนี้ ถือว่าปกติ
“ไตรภพแม่กับมะลิ ยังพัฒนาสูตรอาหาร รวมถึงระยะเวลาในการทำอยู่เลยลูกกับกานติมาไปซื้อของที่ห้างเถอะลูก”
“พี่ไตรภพพี่กาน รีบกลับมานะ”
สองแม่ลูกกล่าวขณะกำลังวุ่นกับการทำอาหารในครัวอย่างขะมักเขม้น กานติมาได้แต่ท้อแท้ในทักษะการทำอาหารที่สู้น้องสาวตัวน้อยของเธอไม่ได้จึงมุ่งมั่นที่จะเป็พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ และแคชเชียร์ ให้ดี
“ได้ครับแม่มะลิ เดี๋ยวพี่รีบกลับมา”
“ค่า หนูรอนะ”
ไตรภพรับก่อนที่จะเดินนำหน้ากานติมาออกไปนอกบ้านโดยหญิงสาวรีบถือกระเป๋าเดินตามชายหนุ่มไปทันที วันนี้ไตรภพหยิบกุญแจเมอซิเดสเบนซ์E Coupe มาเนื่องจากไม่ได้ขับมานานหลายวัน กลัวเครื่องจะมีปัญหา
“รถนี่ของนายหรอ”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้รีบขึ้นรถสิ”
เมอร์ซิเดสเบนซ์E Coupe สีดำแล่นออกจากลานจอดรถด้วยความรวดเร็ว เพียงระยะเวลาไม่นานมากนักทั้งสองคนก็ได้มาถึงห้างสรรพสินค้า
“ลิสต์ที่จะซื้อมีอะไรบ้างนะ”
“Ipad 11 เครื่อง แล้วก็ Iphone ของนาย”
“Ipad นี่ฉันพอเข้าใจนะที่เธอเสนอแม่ฉันว่าจะให้ลูกค้าสั่งอาหารจาก Ipad ไปยังห้องครัวได้ แต่ Iphone ของฉันนี่คืออะไร ?”
ไตรภพงุนงงในตัวกานติมา ก่อนหน้านี้เธอเสนอไอเดียที่จะให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจาก Ipad บนโต๊ะอาหารได้ เพื่อลดการใช้พนักงานทั้งยังช่วยให้การสั่งอาหารเป็ไปอย่างแม่นยำแต่โทรศัพท์มือถือของเขาไม่เคยพูดถึงมาก่อน
“ก็นายใช้โทรศัพท์Samsungรุ่นเก่าแบบนี้ ติด ๆ ดับ ๆ ฉันก็เลยอยากซื้อใหม่ให้”
“ซื้อให้ฉัน ?”
“ใช่จะถามอะไรเยอะแยะ ซื้อให้ก็ซื้อให้สิยะ”
กานติมาไม่รอให้ไตรภพยิงคำถามอะไรกับเธออีกดึงข้อมือของชายหนุ่มให้ตามเธอมา ไปยัง I Studio ซึ่งเป็ Shop ของ Apple โดยตรง มีพนักงานสาวออกมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะมีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
พนักงานสาวสบตากับไตรภพรู้สึกเขินอาย เธอเองก็เคยเจอผู้ชายหน้าตาดีมามาก แต่ผู้ชายตรงหน้าหล่อเหมือนกับพระเอกละครทั้งสายตาที่คมกริบอันทรงเสน่ห์นั้นอีก จนเธอไม่อยากจะถอนสายตาจากเขา
“คุณครับ คุณ”
ไตรภพพยายามเรียกพนักงานต้อนรับซึ่งกำลังตกอยู่ในภวังค์จนกานติมาทนไม่ไหว กระแตกไตรภพไปข้างหลัง เรียกพนักงานด้วยเสียงใส
“คะ ?”
“ฉันบอกว่า ้าIpad Pro สีดำ จำนวน 11 เครื่อง 512 Gb และ Iphone รุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งออกมาสีทองขอความจุเยอะที่สุดด้วยนะคะ 1เครื่อง”
“หะ ?ว่าอะไรนะคะ”
พนักงานได้สติจากการเรียกของกานติมากลับตกตะลึงอีกครั้งหลังจากได้ยินรายการที่ลูกค้าสั่งซึ่งกานติมาก็ได้ทวนอีกครั้งหนึ่ง
“ดะ ได้ค่ะคุณลูกค้ารอตรงนี้นะคะ ฉันจะรีบไปดำเนินการให้ทันที”
ด้วยความเป็มืออาชีพของพนักงานเธอจึงรีบไปเตรียมสินค้าทันที เมื่อกานติมาและไตรภพเช็คสินค้าทุกอย่างแล้วจึงได้จ่ายเงินแล้วออกจากI Studio
“ต่อไปนี้จะให้คุณป้ามาบ่นไม่ได้แล้วนะว่านายไม่ค่อยรับสาย”
“รู้แล้วหละหน่าว่าแต่ไม่ชินเลยเครื่องนี้”
ไตรภพมองโทรศัพท์ในมืออย่างไม่คุ้นชินโทรศัพท์ดูหรูหราจนเกินไป โดยเฉพาะตอนที่เห็นราคาในใบเสร็จ ชายหนุ่มยิ่งใโทรศัพท์มือถืออะไรเครื่องหนึ่งห้าหมื่นกว่าบาท
หลังจากที่ทั้งสองคนกำลังเข็นของเพื่อนำไปเก็บที่รถได้มีรถเข็นคันหนึ่งชนเข้ากับรถเข็นที่ขน Ipad พอดีจนทำให้สิ่งของในรถเข็นอีกฝ่ายหล่นลงมากระแทกพื้น
“เข็นยังไงของแกดูสิสินค้าของฉันเสียหายหมด แกมีปัญญาใช้หรือไง ?”
ชายสวมใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไทด์ก้มลงเก็บกระเป๋าแบรนด์เนมซึ่งมันพึ่งจะซื้อมาจากShop ขึ้นมามองไปที่คู่กรณีอย่างโกรธเคือง
“ขอโทษนะคะ”
กานติมาเอ่ยขอโทษตามมารยาทที่จริงแล้วเธอไม่ได้ผิดอะไร เพราะเธอเห็นคู่กรณีมาั้แ่แรกแล้วแต่เขาเดินเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำให้ไม่ระวังจนชนกับรถเข็นของเธอ
“คุณชื่ออะไรครับผมชื่อ ดร.กฤษฎาเป็อาจารย์มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอครับนี่นามบัตรผม”
ชายแว่นขาวพูดด้วยความคล่องแคล่วที่แท้ผู้ชายคนนี้คือ กฤษฎา อาจารย์ที่ปรึกษาห้องของไตรภพนั่นเองด้วยนิสัยที่เ้าชู้กรุ้มกริ่ม เมื่อมองใบหน้าสวยคมของกานติมา จึงตกหลุมรักทันที
“เอ่อ”
กานติมามีใบหน้ารังเกียจผู้ชายคนนี้ดูลักษณะท่าทางเหมือนเสือผู้หญิง ทั้งยังกล่าววาจาแทะโลมกับเธอ ทั้ง ๆที่พึ่งจะเจอกัน
“มากับฉันเถอะฉันขับรถ BMW Series 1 นะ”
กฤษฎาพูดพลางเอารีโมทจากกระเป๋าขึ้นมากดเปิดรถเป็รถ BMW Series 1คันสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างรถของไตรภพพอดิบพอดี
“อย่าไปสนใจไอหื่นกามนี่เลยกลับบ้านเถอะ”
ไตรภพไม่อยากจะสนใจกฤษฎาเดินเข็นรถเข็นไปยังด้านหลังรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ E Coupe ที่จอดข้าง ๆ รถของกฤษฎา
“ไอเด็กเวรแกว่าใครวะ”
ไตรภพไม่ได้ตอบกฤษฎาเปิดหลังรถออก หยิบของใส่ไปที่หลังรถ ซึ่งกฤษฎาได้แต่ยืนอึ้ง ๆที่เด็กหนุ่มตรงหน้าขับรถรถ E Coupeสองประตู ราคาเกือบห้าล้านบาท แม้มันจะเป็อาจารย์มหาวิทยาลัยซึ่งเงินทุกอย่างรวมกันแล้วก็ประมาณหกหมื่นบาทก็ไม่สามารถผ่อนรถยนต์คันนี้ได้
รถแล่นออกไปต่อหน้ากฤษฎาที่กำลังยืนตาค้างมองอยู่มันแค้นใจเด็กหนุ่มมาก จำใบหน้าเอาไว้ ตัวสั่นเทาอย่างโกรธเคือง ตัวมันเองไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน
“อย่าให้ฉันเจอแกแล้วกัน”
กฤษฎาสบถออกมาก่อนที่จะหยิบของจากรถเข็น ขับรถ BMW ของตนออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาจำไตรภพไม่ได้แม้จะเคยเจอกันในวันลงทะเบียนเรียนเพราะจำนวนเด็กในห้องเยอะเกินไป
ในรถของไตรภพชายหนุ่มขับรถชิว ๆ ฟังเพลงเบา ๆ พลางมองบรรยากาศที่รถขับผ่านด้วยความผ่อนคลายกานติมาจึงเอ่ยถามขึ้น
“นายไปทำแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็เื่หรอก”
“หมอนั่นเป็อาจารย์ที่ปรึกษาฉันที่มหาวิทยาลัย”
“นายรู้ทั้งรู้ยังไปหาเื่ใส่ตัวอีก”
กานติมาบ่นไตรภพอย่างช่วยไม่ได้หมอนี่ไม่ห่วงตัวเองเลย อีกฝ่ายเป็ถึงอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างไรก็ต้องเจอกันในห้องเรียน
“เหอะหมอนั่นมีอะไรกับนักศึกษาเพื่อแลกเกรด ทำนักศึกษาท้อง จ้างทำวิทยานิพนธ์ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในมหาวิทยาลัย คนแบบนั้นมีอะไรดี”
“…”
กานติมาไม่ต่อล้อต่อเถียงไตรภพอีกเธอจึงสงบคำไม่บ่นชายหนุ่มอีกไม่ว่าจะที่ใดล้วนแต่มีมารสังคมที่บ่อนทำลายวงการแต่ละวงการอยู่เสมอไม่เว้นแม้แต่วงการศึกษา
หลังจากที่กลับมาที่บ้านทุกคนต่างช่วยกันเตรียมร้านอาหารต่อ โดยไตรภพได้ช่วยกานติมาวาง Ipad แต่ละโต๊ะ ทั้งยังลองระบบการสั่งอาหารทุกอย่างเป็ไปด้วยดี
ในตอนค่ำวันนี้อาหารดูหลากหลายและเยอะกว่าในทุกๆ วัน เนื่องจากช่อผกาและมะลิได้ลองทำอาหารหลายอย่าง จะทิ้งก็เสียดายบนโต๊ะมีเมนูอาหารมากกว่าสิบจาน
“แบบนี้ผมก็อ้วนพอดีสิครับแม่”
ไตรภพพูดพลางตักกุ้งเผาที่ถูกผ่ากลางออกไปใส่จานของมะลิเอ่ยชมผู้เป็แม่ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข
“วันนี้คุณแม่สอนหนูทำปลาหมึกผัดไข่เค็มพี่ไตรภพลองกินดูนะ หนูรู้ว่าเป็ของโปรดของพี่”
มะลิตักปลาหมึกผัดไข่เค็มใส่จานของไตรภพทั้งยังมองชายหนุ่มด้วยสาตาวิงวอน รอคำตอบจากการรับประทานอาหารที่ตักให้
“อร่อยมากเหมือนกับแม่ทำเลย”
ไตรภพหลังจากตักอาหารเข้าปากจึงเอ่ยชม ทำให้มะลิะโโลดเต้นด้วยความดีใจ จนช่อผกาต้องห้ามปรามกานติมามองน้องสาวอย่างเอ็นดู ดูเหมือนเธอจะมีความสุขมากกับที่แห่งนี้
“แม่ว่าจะเปิดร้านพรุ่งนี้นะทุกอย่างน่าจะพร้อมแล้ว”
“ครับแม่ เอ้อแม่ครับ ผมมีเื่จะบอก”
ไตรภพดูเหมือนพึ่งจะนึกเื่สำคัญบางอย่างได้จึงพูดขัดจังหวะช่อผกา ทุกคนในโต๊ะหันมามองชายหนุ่มเป็ตาเดียว
“พอดีผมว่าจะอยู่หอครับ”
“ลูกจะอยู่ทำไมในเมื่อบ้านเราอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยแค่นี้ ”
ช่อผกาห้ามปรามผู้เป็ลูกทันทีทำไมอยู่ ๆ ไตรภพถึงอยากจะออกไปข้างนอกที่เธอสนใจบ้านหลังนี้ก็เพราะว่าเธอจะได้ดูแลลูกชายได้
“แม่ครับผมก็โตแล้วนะ อยากจะลองใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง ไม่ได้นอนทุกวันหรอกครับแม่”
“พี่ชายไม่รักมะลิแล้วหรอถึงจะไม่อยู่กับมะลิ”
มะลิเอ่ยเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้า วางช้อนส้อมลง มองไตรภพด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร จนไตรภพได้แต่ถอนหายใจ
“พี่ไม่ได้นอนทุกวันหรอกนะมะลิไม่ร้องนะ พี่รักมะลิที่สุดในโลกเลย”
ไตรภพลูบหัวของมะลิเพื่อปลอบโยนหลังจากอธิบายเหตุผลต่าง ๆ จนผู้เป็แม่อนุญาตแต่ได้ยื่นคำขาดว่าห้ามทำตัวเหลวไหลเป็อันขาดนอกจากนี้มะลิยังยืนกรานว่าจะไปเยี่ยมไตรภพที่หอแน่นอนหากไตรภพไม่กลับบ้านเป็ระยะเวลานาน