เขาหาว่าผมเป็นเซียน

    บทที่ 30: การประชุมซูมเซียน

    บทที่ 30: การประชุมซูมเซียน และการขายเฟอร์นิเจอร์ปราณ

    เช้าวันใหม่ที่สำนักไม่สนใจอะไรเลยเริ่มขึ้นด้วยเสียงจิ้งหรีดปราณและควันชาชั้นดีไม่นานนักความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงแจ้งเตือนจาก XianZoom — ระบบประชุมทางไกลที่กงซุนอี้พัฒนาเพียงข้ามคืนให้หลินเฟยสั่งการการบริหารทั้งแผ่นดินโดยไม่ต้องลุกจากเตียง

    หลินเฟยหาวยาว เขายกมือถือปราณขึ้น พลางบ่นกับตัวเอง
    “โลกนี้มันสบายไปหมดแล้วนะ… แต่ข้าขี้เกียจเดินจริง ๆ นั่นแหละ”

    เขากดเปิด XianZoom และในทันทีจอปราณกลางห้องโถงสว่างวาบ ภาพอวตารปราณของหัวหน้าสาขาต่าง ๆปรากฏขึ้นเป็นตารางเรียงเหมือนหน้าจอประชุมสมัยใหม่ มีป้ายชื่อเป็นอักษรทองคำลอยเหนือหัวแต่ละคน

    หวงหลง (เจ้านิกายสวรรค์เมฆา) ปรากฏเป็นชายชราผมรุงรังแต่อิ่มบุญพยักหน้า
    จักรพรรดินีมาร ปรากฏเป็นมงกุฎลอยและสายตาจับจ้อง —แต่ก็ยิ้มชั่วคราวเมื่อเห็นว่า XianZoom มีฟีเจอร์“ชวเลขสัญญาณกองทัพมาร” ที่สามารถสั่งกองพลในขณะประชุมได้

    หลินเฟยสวมผ้าคลุม วางถุงป๊อปคอร์นไว้ข้างกาย แล้วยิ้มกว้าง
    “โอเค! ทุกคนได้ยินฉันไหม? วันนี้เราจะคุยเรื่อง‘การเพิ่มยอดขายป๊อปคอร์นเซียน’!”

    ■ XianZoom: ฟีเจอร์ที่ทั้งสะดวกและชวนเข้าใจผิด

    กงซุนอี้เปิดสาธิตสั้น ๆ ให้ผู้ร่วมประชุมดู:

    ·        อวตารปราณ— ผู้เข้าร่วมไม่ต้องย้ายร่าง มาเป็นภาพอวตารตามความตั้งใจ เช่นผู้อาวุโสเลือกอวตารรูปภูเขา ผู้บริโภคเลือกเป็นถ้วยชา
    — มุกเข้าใจผิด: บางสาขาเข้าใจว่าอวตารคือ “ตำแหน่งยศ”จึงให้ทุกคนใส่เครื่องประดับให้เหมือนกันเพื่อแสดงสถานะทำให้คนในประชุมบางคนปรากฏเป็นรูปบัลลังก์ทองบนจอ

    ·        แชร์หน้าจอแบบปราณ— สามารถฉายแผงสถิติปราณและกราฟยอดขายแบบมีเอฟเฟกต์ไอหมอก
    — มุกเข้าใจผิด: ฝ่ายอนุรักษ์เข้าใจว่าการแชร์หมายถึงการ “แบ่งบุญ”จึงร้องขอให้มีตัวเลือก “ไม่แชร์กรรมส่วนตัว”

    ·        โหมดเสียงสำรอง(Echo-Prana)— หากเน็ตปราณช้าจะมีเสียงสะท้อนช่วยให้คุยต่อ
    — มุกเข้าใจผิด: ผู้พ่อค้าปลีกใช้ Echo-Prana เพื่อกระจายประชาสัมพันธ์สินค้าทำให้การประชุมกลายเป็นมหกรรมโฆษณาปราณเล็ก ๆ

    หลินเฟยฟังแล้วพยักหน้า “ดีมาก! ง่ายต่อการสั่งการ!”

    แต่สายตาเขากลับเลื่อนมองประชากรบนจอด้วยความเป็นห่วงนิดหน่อย—หลายสาขาที่ครั้งก่อนยังนั่งสมาธิบนพื้นแข็งๆ ตอนนี้หน้าเริ่มบิดเพราะออฟฟิศมีแต่เก้าอี้ไม้ไม่สบาย

    เขาวางไมค์ลงแล้วกระซิบกับอี้หานข้าง ๆ
    “อี้หาน! ดูพวกเขาสิ! พวกเขาน่าจะซื้อ ‘เก้าอี้ที่นั่งสบาย ๆ’ได้แล้วนะ! หลังพวกเขาจะได้ไม่แข็งเป็นแท่งไม้!”

    อี้หานหน้าเป็นประกาย “ท่านอาจารย์! นี่คือคำสั่งจากฟ้าลงมา!เราต้องออกสินค้าใหม่!”

    ■ ประกาศสินค้า:เก้าอี้และโซฟาแห่งเต๋า

    ไม่นาน หลินเฟยก็เปิดไมค์ต่อหน้าอวตารหลายร้อยหน้าพร้อมประกาศแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
    “ตั้งแต่วันนี้ สำนักจะเปิดตัว ‘เก้าอี้ผู้บริหารเซียนบรรพกาล’ และ‘โซฟาแห่งการปล่อยวาง’ สำหรับผู้ที่ต้องการนั่งแล้วบรรลุ!”

    รายละเอียดสินค้า (ที่ศิษย์ตีความเป็นตำรา):

    เก้าอี้ผู้บริหารเซียนบรรพกาล

    ·        โครงทำจากไม้อวตารชั้นดีเสริมด้วยน็อตปราณ (ไม่ต้องขันด้วยมือ แต่ขันด้วยลมปราณ)

    ·        เบาะบุด้วยฟองเมฆปราณสามารถปรับความอ่อน-แข็งได้ตามระดับปราณของผู้ใช้

    ·        ฝังเส้นลมปราณในที่เท้าให้การไหลเวียนปราณดีขึ้น (หลินเฟยย้ำว่า “เพื่อไม่ให้หลังแข็ง”)

    ·        ราคา: หนึ่งหีบสมุนไพรล้ำค่า +เหรียญหยก 50 หน่วย (อี้หานเรียกว่าราคาตลาดสมัยใหม่)

    โซฟาแห่งการปล่อยวาง

    ·        ผ้าคลุมทำจากใยเมฆยืดหยุ่นและคืนรูปเหมือนมือแม่

    ·        ฟีเจอร์ “สั่นปราณเบา”ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนมีลมอ่อนพัดพาความกังวลออกไป

    ·        มีรุ่นพรีเมียมที่มาพร้อม “บ่อทำใจ”ขนาดเล็ก (แช่น้ำวนเล็ก ๆ) ฝังอยู่ด้านข้าง

    หลินเฟยมองหน้าจอด้วยความยินดี “พวกท่านต้องการอะไรอีกไหม?ถ้าดีไซน์ไม่ผ่าน ฉันจะหักเงินเดือนพวกเจ้า!”
    คำขู่นั่นถูกศิษย์ตีความเป็นคำชื่นชมเชิงสร้างสรรค์ทันที

    ■ ทีมปฏิบัติการ:การออกแบบ ผลิต และโลจิสติกส์

    หลี่ซานถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้าฝ่ายวัสดุอาหาร (คือหาเบาะนุ่มๆ)
    ซูอี้รับผิดชอบโครงสร้างเชิงวิศวกรรม
    มู่หานสร้างเว็บเพจขายสินค้าและระบบจองล่วงหน้า
    หลงไห่ได้รับมอบหมายพิเศษ:นำไข่มุกมังกรมาประดับรุ่นลิมิเต็ดเป็นของขวัญให้ผู้ซื้อชุดศิษย์

    การผลิตต้องใช้แรงงานหลากหลาย: ช่างไม้ปราณ, ช่างทอเส้นใยเมฆ, และพนักงานห่อสินค้าที่เป็น“คนแคระวิญญาณ” — กลุ่มคนตัวเล็กเหล่านี้ทำงานเร็วมากแต่ต้องการชาจ์จปราณเป็นประจำ

    โลจิสติกส์กลายเป็นเรื่องใหญ่: สินค้าต้องส่งไปยังสาขาทั่วภพมู่หานจึงร่วมมือกับ “ไปรษณีย์ลมปราณ” — คัดเลือกสายส่งที่เร็วและปลอดภัยแต่ก็มีปัญหาเรื่องน้ำหนักไข่มุกและขนาดโซฟา

    มีเหตุการณ์ตลกเกิดขึ้นในคลังสินค้า:โซฟาล็อตแรกถูกส่งมาถึงสาขามารด้วยสภาพมันเงาและมีกลิ่นทะเล — ปรากฏว่าหลงไห่ใส่ไข่มุกมังกรสดเกินไปทำให้ขนส่งทางไปรษณีย์ลมปราณต้องหยุดพักกลางทางเพราะกลิ่นหอมลอยไปจนชาวเมืองคิดว่าเป็นเทศกาล

    ■ การตลาดสมัยใหม่ในโลกเซียน

    อี้หานจัดแคมเปญการตลาดแบบทันสมัย:

    ·        Pre-Orderแบบหยก — ผู้ที่จ่ายเงินจองล่วงหน้าจะได้“แผ่นยันต์บรรเทาคิว” เพื่อเลี่ยงคิวรอนาน

    ·        อินฟลูเอนเซอร์เซียน— จ้างหมอปราณชื่อดังมารีวิวโซฟา แล้วให้เขาไลฟ์สดประกาศว่า“นั่งแล้วออร่าขึ้นจริง!”

    ·        แคมเปญรีไซเคิลปราณ— รับเก้าอี้เก่าแลกส่วนลดโดยจะนำปราณที่ได้ไปบริจาคให้เด็กฝึกหัดยากจน

    โฆษณาทาง Xianflix ถูกสอดแทรกระหว่างฉากอย่างมีเลศนัย— หลายคนหัวเราะที่เห็นโฆษณาแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้สำนักปฏิเสธอาหารโฆษณามานานแต่ตอนนี้กลับเปิดทางให้โฆษณาเพื่อความอยู่รอด

    ■ ปัญหาเชิงจริยธรรมและการร้องเรียน

    ความสำเร็จนำมาซึ่งปัญหา:

    ·        กลุ่มอนุรักษ์เรียกร้องว่า“เก้าอี้พรีเมียมทำให้การบำเพ็ญมีชั้นวรรณะ” —เพราะคนจนไม่สามารถจ่ายราคาแพงเพื่อซื้อ ‘บัลลังก์แห่งความสบาย’ ได้

    ·        มีรายงานว่าพนักงานห่อสินค้าบางกลุ่มเหนื่อยล้าเนื่องจากต้องชาร์จปราณให้กับสินค้าจำนวนมาก— เกิดคำถามเรื่องสวัสดิการแรงงานปราณ: ควรให้เวลาพักและชาจ์จฟรีหรือไม่?

    ·        บางเมืองเล็กบ่นว่าการส่งไข่มุกมังกรไปใช้นั้นทำให้พื้นที่ทะเลของมังกรบางส่วนเกิดการขาดแคลน(หลงไห่ถูกวิจารณ์เรื่องทรัพยากรส่วนตัวที่ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบเชิงพาณิชย์)

    หลินเฟยรับฟังอย่างตั้งใจและสั่งให้ตั้ง“กองความรับผิดชอบสังคมของสำนัก” เพื่อแก้ปัญหา แต่คำพูดของเขามักถูกตีความเป็นตำราใหม่เช่น “กองความรับผิดชอบสังคม = วิชาปกครองด้วยเมตตา” —ทำให้คำศัพท์กลายเป็นเทรนด์อธิบายตัวตนทางสังคม

    ■ เรื่องฮาๆ ในการใช้จริง

    ·        มีผู้ซื้อโซฟารุ่นทดลองที่เมื่อกดปุ่ม“ผ่อนปล่อย” แล้วลุกไม่ได้ชั่วคราว เพราะฟีเจอร์ปล่อยวางทำงานเกินพิกัด —ทีมช่างต้องรีบลุกขึ้นมาดึงปลั๊กปราณ(ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการปลดปล่อยเชิงนิติเวชในภายหลัง)

    ·        อินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งนั่งโซฟาแล้วไลฟ์สดปราณโซฟาออกมาเป็นแสงหัวใจ — ผู้ชมคิดว่าเขาบรรลุ จนเขาต้องปฏิเสธกลางไลฟ์ว่า“ผมยังไม่ได้บรรลุครับ ผมแค่ได้นั่งโซฟาดีเท่านั้น” — คลิปฮิตเป็นวัน

    ·        เก้าอี้ผู้บริหารรุ่นพิเศษมาพร้อมกับ“เสียงกดปุ่มคำสั่ง” เมื่อคนนั่งลง จะมีเสียงเล็ก ๆ พูดว่า “คำสั่งบรรลุ” —บางสาขานำไปร้องเรียกยามทำงานจนเกิดมุกว่า “ถ้าเก้าอี้ได้บอกว่า ‘คำสั่งบรรลุ’แล้วนายยังไม่ได้ทำ แสดงว่านายขี้เกียจจริง ๆ”

    ■ การเมืองภายใน:ใครได้ประโยชน์ ใครถูกท้าทาย

    เมื่อสินค้าเริ่มเป็นที่ต้องการ ความขัดแย้งเชิงอำนาจเริ่มปรากฏ:

    ·        พ่อค้ารายใหญ่กลุ่มหนึ่งเข้ามาขอสิทธิ์ผลิตเฟอร์นิเจอร์ลิขสิทธิ์— พวกเขาขอให้สำนักอนุญาตผลิตภายใต้แบรนด์ของตนเองทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องการคงอัตลักษณ์ของสำนัก

    ·        กลุ่มอนุรักษ์เรียกร้องให้มี‘โควต้าโซฟาฟรี’ สำหรับศิษย์ยากจน —หลินเฟยเห็นด้วยแต่มีคนค้านว่ามันเป็นภาระทางการเงินระยะยาว

    ·        พนักงานห่อสินค้าที่เป็น“คนแคระวิญญาณ” เริ่มตั้งคำถามเรื่องเวลาพัก จนเกิดกระแสเล็ก ๆของการเรียกร้องสิทธิแรงงานปราณ — เรื่องนี้อี้หานต้องเข้าไปไกล่เกลี่ยด้วยการเสนอให้มี“สหภาพแรงงานปราณ” ที่ให้ส่วนลดการชาร์จพลัง

    ■ ปิดฉากด้วยภาพแห่งความสงบ(และปมใหม่)

    ค่ำคืนหนึ่งหลินเฟยนั่งเอนหลังบนโซฟาแห่งการปล่อยวาง รุ่นต้นแบบฝังไข่มุกมังกรเป็นแผงประดับ เขาสูดหายใจลึก ๆ มองแสงไฟสลัวในห้อง สบายกาย สบายใจ

    มู่หานเข้ามาเงียบ ๆ ยื่นจดหมายปราณฉบับหนึ่งให้ —จดหมายที่มีตราเดียวกับจดหมายเตือนก่อนหน้านี้ แต่มาคราวนี้ข้อความสั้นกว่า:
    “อย่าลืมว่าทุกสิ่งที่ขายได้ ย่อมมีผู้ที่อยากได้ในแบบผิด ๆ”

    หลินเฟยยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ กับตัวเอง
    “เรื่องยังไม่จบสินะ…ถ้าจะมีคนอยากใช้เก้าอี้เป็นอาวุธหรือเป็นเครื่องมือชักนำความคิดเราต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้สติไม่ถูกขายไปพร้อมกับเบาะนุ่ม ๆ”

    มู่หานก้มหน้า “ท่านอาจารย์ต้องการให้ข้าทำระบบล็อก-โหมดสำหรับผู้ปกครองไหมเจ้าคะ?”
    หลินเฟยลุกขึ้น ยืนมองดวงดาวเหนือสำนัก “ทำเลยมู่หานแต่เพิ่มฟังก์ชัน ‘ประกันสติ’ ด้วย — ถ้าเก้าอี้มีผลกระทบทางใจเกินไปให้คืนเงินทันที”

    เสียงหัวเราะเบา ๆ จากมู่หานตามมา “รับทราบเจ้าค่ะท่านอาจารย์!”

    และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทต่อไป —เมื่อเฟอร์นิเจอร์ปราณกลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม คนที่ได้และคนที่เสียก็เริ่มขยับตัว…

    โปรดติดตามตอนต่อไป