เช้าวันใหม่ที่สำนักไม่สนใจอะไรเลยเริ่มขึ้นด้วยเสียงจิ้งหรีดปราณและควันชาชั้นดีไม่นานนักความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงแจ้งเตือนจาก XianZoom — ระบบประชุมทางไกลที่กงซุนอี้พัฒนาเพียงข้ามคืนให้หลินเฟยสั่งการการบริหารทั้งแผ่นดินโดยไม่ต้องลุกจากเตียง
หลินเฟยหาวยาว เขายกมือถือปราณขึ้น พลางบ่นกับตัวเอง
“โลกนี้มันสบายไปหมดแล้วนะ… แต่ข้าขี้เกียจเดินจริง ๆ นั่นแหละ”
เขากดเปิด XianZoom และในทันทีจอปราณกลางห้องโถงสว่างวาบ ภาพอวตารปราณของหัวหน้าสาขาต่าง ๆปรากฏขึ้นเป็นตารางเรียงเหมือนหน้าจอประชุมสมัยใหม่ มีป้ายชื่อเป็นอักษรทองคำลอยเหนือหัวแต่ละคน
หวงหลง (เจ้านิกายสวรรค์เมฆา) ปรากฏเป็นชายชราผมรุงรังแต่อิ่มบุญพยักหน้า
จักรพรรดินีมาร ปรากฏเป็นมงกุฎลอยและสายตาจับจ้อง —แต่ก็ยิ้มชั่วคราวเมื่อเห็นว่า XianZoom มีฟีเจอร์“ชวเลขสัญญาณกองทัพมาร” ที่สามารถสั่งกองพลในขณะประชุมได้
หลินเฟยสวมผ้าคลุม วางถุงป๊อปคอร์นไว้ข้างกาย แล้วยิ้มกว้าง
“โอเค! ทุกคนได้ยินฉันไหม? วันนี้เราจะคุยเรื่อง‘การเพิ่มยอดขายป๊อปคอร์นเซียน’!”
กงซุนอี้เปิดสาธิตสั้น ๆ ให้ผู้ร่วมประชุมดู:
· อวตารปราณ— ผู้เข้าร่วมไม่ต้องย้ายร่าง มาเป็นภาพอวตารตามความตั้งใจ เช่นผู้อาวุโสเลือกอวตารรูปภูเขา ผู้บริโภคเลือกเป็นถ้วยชา
— มุกเข้าใจผิด: บางสาขาเข้าใจว่าอวตารคือ “ตำแหน่งยศ”จึงให้ทุกคนใส่เครื่องประดับให้เหมือนกันเพื่อแสดงสถานะทำให้คนในประชุมบางคนปรากฏเป็นรูปบัลลังก์ทองบนจอ
· แชร์หน้าจอแบบปราณ— สามารถฉายแผงสถิติปราณและกราฟยอดขายแบบมีเอฟเฟกต์ไอหมอก
— มุกเข้าใจผิด: ฝ่ายอนุรักษ์เข้าใจว่าการแชร์หมายถึงการ “แบ่งบุญ”จึงร้องขอให้มีตัวเลือก “ไม่แชร์กรรมส่วนตัว”
· โหมดเสียงสำรอง(Echo-Prana)— หากเน็ตปราณช้าจะมีเสียงสะท้อนช่วยให้คุยต่อ
— มุกเข้าใจผิด: ผู้พ่อค้าปลีกใช้ Echo-Prana เพื่อกระจายประชาสัมพันธ์สินค้าทำให้การประชุมกลายเป็นมหกรรมโฆษณาปราณเล็ก ๆ
หลินเฟยฟังแล้วพยักหน้า “ดีมาก! ง่ายต่อการสั่งการ!”
แต่สายตาเขากลับเลื่อนมองประชากรบนจอด้วยความเป็นห่วงนิดหน่อย—หลายสาขาที่ครั้งก่อนยังนั่งสมาธิบนพื้นแข็งๆ ตอนนี้หน้าเริ่มบิดเพราะออฟฟิศมีแต่เก้าอี้ไม้ไม่สบาย
เขาวางไมค์ลงแล้วกระซิบกับอี้หานข้าง ๆ
“อี้หาน! ดูพวกเขาสิ! พวกเขาน่าจะซื้อ ‘เก้าอี้ที่นั่งสบาย ๆ’ได้แล้วนะ! หลังพวกเขาจะได้ไม่แข็งเป็นแท่งไม้!”
อี้หานหน้าเป็นประกาย “ท่านอาจารย์! นี่คือคำสั่งจากฟ้าลงมา!เราต้องออกสินค้าใหม่!”
■ ประกาศสินค้า:เก้าอี้และโซฟาแห่งเต๋าไม่นาน หลินเฟยก็เปิดไมค์ต่อหน้าอวตารหลายร้อยหน้าพร้อมประกาศแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
“ตั้งแต่วันนี้ สำนักจะเปิดตัว ‘เก้าอี้ผู้บริหารเซียนบรรพกาล’ และ‘โซฟาแห่งการปล่อยวาง’ สำหรับผู้ที่ต้องการนั่งแล้วบรรลุ!”
รายละเอียดสินค้า (ที่ศิษย์ตีความเป็นตำรา):
เก้าอี้ผู้บริหารเซียนบรรพกาล
· โครงทำจากไม้อวตารชั้นดีเสริมด้วยน็อตปราณ (ไม่ต้องขันด้วยมือ แต่ขันด้วยลมปราณ)
· เบาะบุด้วยฟองเมฆปราณสามารถปรับความอ่อน-แข็งได้ตามระดับปราณของผู้ใช้
· ฝังเส้นลมปราณในที่เท้าให้การไหลเวียนปราณดีขึ้น (หลินเฟยย้ำว่า “เพื่อไม่ให้หลังแข็ง”)
· ราคา: หนึ่งหีบสมุนไพรล้ำค่า +เหรียญหยก 50 หน่วย (อี้หานเรียกว่าราคาตลาดสมัยใหม่)
โซฟาแห่งการปล่อยวาง
· ผ้าคลุมทำจากใยเมฆยืดหยุ่นและคืนรูปเหมือนมือแม่
· ฟีเจอร์ “สั่นปราณเบา”ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนมีลมอ่อนพัดพาความกังวลออกไป
· มีรุ่นพรีเมียมที่มาพร้อม “บ่อทำใจ”ขนาดเล็ก (แช่น้ำวนเล็ก ๆ) ฝังอยู่ด้านข้าง
หลินเฟยมองหน้าจอด้วยความยินดี “พวกท่านต้องการอะไรอีกไหม?ถ้าดีไซน์ไม่ผ่าน ฉันจะหักเงินเดือนพวกเจ้า!”
คำขู่นั่นถูกศิษย์ตีความเป็นคำชื่นชมเชิงสร้างสรรค์ทันที
หลี่ซานถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้าฝ่ายวัสดุอาหาร (คือหาเบาะนุ่มๆ)
ซูอี้รับผิดชอบโครงสร้างเชิงวิศวกรรม
มู่หานสร้างเว็บเพจขายสินค้าและระบบจองล่วงหน้า
หลงไห่ได้รับมอบหมายพิเศษ:นำไข่มุกมังกรมาประดับรุ่นลิมิเต็ดเป็นของขวัญให้ผู้ซื้อชุดศิษย์
การผลิตต้องใช้แรงงานหลากหลาย: ช่างไม้ปราณ, ช่างทอเส้นใยเมฆ, และพนักงานห่อสินค้าที่เป็น“คนแคระวิญญาณ” — กลุ่มคนตัวเล็กเหล่านี้ทำงานเร็วมากแต่ต้องการชาจ์จปราณเป็นประจำ
โลจิสติกส์กลายเป็นเรื่องใหญ่: สินค้าต้องส่งไปยังสาขาทั่วภพมู่หานจึงร่วมมือกับ “ไปรษณีย์ลมปราณ” — คัดเลือกสายส่งที่เร็วและปลอดภัยแต่ก็มีปัญหาเรื่องน้ำหนักไข่มุกและขนาดโซฟา
มีเหตุการณ์ตลกเกิดขึ้นในคลังสินค้า:โซฟาล็อตแรกถูกส่งมาถึงสาขามารด้วยสภาพมันเงาและมีกลิ่นทะเล — ปรากฏว่าหลงไห่ใส่ไข่มุกมังกรสดเกินไปทำให้ขนส่งทางไปรษณีย์ลมปราณต้องหยุดพักกลางทางเพราะกลิ่นหอมลอยไปจนชาวเมืองคิดว่าเป็นเทศกาล
■ การตลาดสมัยใหม่ในโลกเซียนอี้หานจัดแคมเปญการตลาดแบบทันสมัย:
· Pre-Orderแบบหยก — ผู้ที่จ่ายเงินจองล่วงหน้าจะได้“แผ่นยันต์บรรเทาคิว” เพื่อเลี่ยงคิวรอนาน
· อินฟลูเอนเซอร์เซียน— จ้างหมอปราณชื่อดังมารีวิวโซฟา แล้วให้เขาไลฟ์สดประกาศว่า“นั่งแล้วออร่าขึ้นจริง!”
· แคมเปญรีไซเคิลปราณ— รับเก้าอี้เก่าแลกส่วนลดโดยจะนำปราณที่ได้ไปบริจาคให้เด็กฝึกหัดยากจน
โฆษณาทาง Xianflix ถูกสอดแทรกระหว่างฉากอย่างมีเลศนัย— หลายคนหัวเราะที่เห็นโฆษณาแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้สำนักปฏิเสธอาหารโฆษณามานานแต่ตอนนี้กลับเปิดทางให้โฆษณาเพื่อความอยู่รอด
■ ปัญหาเชิงจริยธรรมและการร้องเรียนความสำเร็จนำมาซึ่งปัญหา:
· กลุ่มอนุรักษ์เรียกร้องว่า“เก้าอี้พรีเมียมทำให้การบำเพ็ญมีชั้นวรรณะ” —เพราะคนจนไม่สามารถจ่ายราคาแพงเพื่อซื้อ ‘บัลลังก์แห่งความสบาย’ ได้
· มีรายงานว่าพนักงานห่อสินค้าบางกลุ่มเหนื่อยล้าเนื่องจากต้องชาร์จปราณให้กับสินค้าจำนวนมาก— เกิดคำถามเรื่องสวัสดิการแรงงานปราณ: ควรให้เวลาพักและชาจ์จฟรีหรือไม่?
· บางเมืองเล็กบ่นว่าการส่งไข่มุกมังกรไปใช้นั้นทำให้พื้นที่ทะเลของมังกรบางส่วนเกิดการขาดแคลน(หลงไห่ถูกวิจารณ์เรื่องทรัพยากรส่วนตัวที่ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบเชิงพาณิชย์)
หลินเฟยรับฟังอย่างตั้งใจและสั่งให้ตั้ง“กองความรับผิดชอบสังคมของสำนัก” เพื่อแก้ปัญหา แต่คำพูดของเขามักถูกตีความเป็นตำราใหม่เช่น “กองความรับผิดชอบสังคม = วิชาปกครองด้วยเมตตา” —ทำให้คำศัพท์กลายเป็นเทรนด์อธิบายตัวตนทางสังคม
■ เรื่องฮาๆ ในการใช้จริง· มีผู้ซื้อโซฟารุ่นทดลองที่เมื่อกดปุ่ม“ผ่อนปล่อย” แล้วลุกไม่ได้ชั่วคราว เพราะฟีเจอร์ปล่อยวางทำงานเกินพิกัด —ทีมช่างต้องรีบลุกขึ้นมาดึงปลั๊กปราณ(ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการปลดปล่อยเชิงนิติเวชในภายหลัง)
· อินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งนั่งโซฟาแล้วไลฟ์สดปราณโซฟาออกมาเป็นแสงหัวใจ — ผู้ชมคิดว่าเขาบรรลุ จนเขาต้องปฏิเสธกลางไลฟ์ว่า“ผมยังไม่ได้บรรลุครับ ผมแค่ได้นั่งโซฟาดีเท่านั้น” — คลิปฮิตเป็นวัน
· เก้าอี้ผู้บริหารรุ่นพิเศษมาพร้อมกับ“เสียงกดปุ่มคำสั่ง” เมื่อคนนั่งลง จะมีเสียงเล็ก ๆ พูดว่า “คำสั่งบรรลุ” —บางสาขานำไปร้องเรียกยามทำงานจนเกิดมุกว่า “ถ้าเก้าอี้ได้บอกว่า ‘คำสั่งบรรลุ’แล้วนายยังไม่ได้ทำ แสดงว่านายขี้เกียจจริง ๆ”
■ การเมืองภายใน:ใครได้ประโยชน์ ใครถูกท้าทายเมื่อสินค้าเริ่มเป็นที่ต้องการ ความขัดแย้งเชิงอำนาจเริ่มปรากฏ:
· พ่อค้ารายใหญ่กลุ่มหนึ่งเข้ามาขอสิทธิ์ผลิตเฟอร์นิเจอร์ลิขสิทธิ์— พวกเขาขอให้สำนักอนุญาตผลิตภายใต้แบรนด์ของตนเองทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องการคงอัตลักษณ์ของสำนัก
· กลุ่มอนุรักษ์เรียกร้องให้มี‘โควต้าโซฟาฟรี’ สำหรับศิษย์ยากจน —หลินเฟยเห็นด้วยแต่มีคนค้านว่ามันเป็นภาระทางการเงินระยะยาว
· พนักงานห่อสินค้าที่เป็น“คนแคระวิญญาณ” เริ่มตั้งคำถามเรื่องเวลาพัก จนเกิดกระแสเล็ก ๆของการเรียกร้องสิทธิแรงงานปราณ — เรื่องนี้อี้หานต้องเข้าไปไกล่เกลี่ยด้วยการเสนอให้มี“สหภาพแรงงานปราณ” ที่ให้ส่วนลดการชาร์จพลัง
■ ปิดฉากด้วยภาพแห่งความสงบ(และปมใหม่)ค่ำคืนหนึ่งหลินเฟยนั่งเอนหลังบนโซฟาแห่งการปล่อยวาง รุ่นต้นแบบฝังไข่มุกมังกรเป็นแผงประดับ เขาสูดหายใจลึก ๆ มองแสงไฟสลัวในห้อง สบายกาย สบายใจ
มู่หานเข้ามาเงียบ ๆ ยื่นจดหมายปราณฉบับหนึ่งให้ —จดหมายที่มีตราเดียวกับจดหมายเตือนก่อนหน้านี้ แต่มาคราวนี้ข้อความสั้นกว่า:
“อย่าลืมว่าทุกสิ่งที่ขายได้ ย่อมมีผู้ที่อยากได้ในแบบผิด ๆ”
หลินเฟยยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ กับตัวเอง
“เรื่องยังไม่จบสินะ…ถ้าจะมีคนอยากใช้เก้าอี้เป็นอาวุธหรือเป็นเครื่องมือชักนำความคิดเราต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้สติไม่ถูกขายไปพร้อมกับเบาะนุ่ม ๆ”
มู่หานก้มหน้า “ท่านอาจารย์ต้องการให้ข้าทำระบบล็อก-โหมดสำหรับผู้ปกครองไหมเจ้าคะ?”
หลินเฟยลุกขึ้น ยืนมองดวงดาวเหนือสำนัก “ทำเลยมู่หานแต่เพิ่มฟังก์ชัน ‘ประกันสติ’ ด้วย — ถ้าเก้าอี้มีผลกระทบทางใจเกินไปให้คืนเงินทันที”
เสียงหัวเราะเบา ๆ จากมู่หานตามมา “รับทราบเจ้าค่ะท่านอาจารย์!”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทต่อไป —เมื่อเฟอร์นิเจอร์ปราณกลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม คนที่ได้และคนที่เสียก็เริ่มขยับตัว…
โปรดติดตามตอนต่อไป