“เข้ามาสิ!” เสียงของเจ้าหมีสองดังก้องผ่านผู้ชมทั้งบริเวณ
และทุกคนก็ต่างมองไปทางเย่เฉินส่งสายตามาอย่างสงสารและเห็นใจ
ผู้คนทั่วทั้งบริเวณต่างรับรู้ด้วยตาตนเองแล้วถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างเย่เฉินและอิ่นจื้อผิงแม้ว่าเย่เฉินจะได้รับชัยชนะ แต่เขาก็ตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง
และเจียงเฮ่าผู้นั้นในการประลองรอบแรกสามารถผ่านไปอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้สิ้นเปลืองพลังงานใดๆบวกกับพละกำลังของเขาไม่ได้อ่อนแออย่างอิ่นจื้อผิงการต่อสู้ในครั้งนี้จึงดูเหมือนว่าเย่เฉินจะไร้ทางสู้ตั้งแต่เริ่มต้น
เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือเย่เฉินเจียงเฮ่าแห่งยอดเขาเหรินหยางก็ได้กระโดดขึ้นไปบนลานประลองอย่างสง่างามและมองมายังเย่เฉินอย่างขี้เล่น
“ไสหัวไปที่การแข่งขันของพวกตกรอบแล้วมาคืนชีพเถอะ!”
ด้านล่างของลานประลองทางด้านของยอดเขาเหรินหยาง บรรดาศิษย์แต่ละคนต่างยิ้มอย่างชั่วร้าย กล่าววาจาต่างๆออกมาอย่างไม่มีหลีกเลี่ยง
“จะทำให้เจ้าบ้าคลั่งอีกครั้ง”ในอีกด้านหนึ่ง มีศิษย์ของยอดเขาตี้หยางส่งเสียงโห่ร้องตามมาเช่นกัน
“แน่จริงก็ขึ้นไปประลองสิ!” ศิษย์ที่มีความแค้นกับเย่เฉินที่อยู่โดยรอบต่างส่งเสียงก่นด่าและท้าทายอย่างไม่หยุดหย่อน
“ด้วยสภาพที่อ่อนแรงของเย่เฉินในตอนนี้เขาไม่น่าจะสู้ต่อไปได้แล้วนะ” ผู้คนด้านล่างลานประลองต่างพูดคุยกัน
“โชคของเขาดูท่าจะแย่แล้วล่ะต้องมาพบกับศิษย์แท้จริงถึงสองคนติดต่อกัน”
บนเมฆฉู่ซวนเอ๋อร์ได้แต่ลูบคิ้วตนเองอย่างช่วยไม่ได้นางเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าผลจะเป็นเช่นนี้ ลูกศิษย์จำนวนมากมายความเป็นไปได้ก็เป็นไปได้หลากหลายแบบ มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะโดนเข้ากับเย่เฉินโชคครั้งนี้ช่าง...
“เจ้าหนุ่มอย่าสู้อีกเลย ไปเข้าการแข่งคืนชีพเถอะนะ!”แม้ว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จะไม่ยินดี แต่ก็ยังส่งเสียงให้เย่เฉิน
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าเย่เฉินที่อยู่ด้านล่างของลานประลองจะลุกขึ้นยืนจากนั้นก็พลิกตัวกระโดดขึ้นไปบนลานประลอง
“นี่มันอะไรกันเขายังจะสู้ต่ออีกหรือ?”
“เจ้าตาบอดหรือไง! ไม่อย่างนั้นเขาจะวิ่งขึ้นไปทำไมล่ะ”
“นี่มันช่าง...บ้าเกินไปแล้ว!”
ท่ามกลางกระแสของการสนทนาเย่เฉินได้นำเม็ดยาหุยเสวียนเม็ดหนึ่งใส่เข้าปากไป
“เจ้าคิดว่าข้าจะให้เวลาเจ้าฟื้นตัวอย่างนั้นหรือ?” เจียงเฮ่าที่อยู่ตรงข้าม พูดจาเยาะเย้ย บีบฝ่ามือและปล่อยออกมาทันที
ภาพฉากนี้พวกของเต้าเสวียนที่กำลังมองดูต่างส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้มีความผิดหวังเล็กน้อยในตัวเจียงเฮ่า “ในฐานะที่เป็นศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของยอดเขาเหรินหยางจะฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้อื่นขณะที่เขากำลังลำบากไม่กล้าที่จะสู้กับศิษย์ขั้นรวมพลังคนหนึ่งอย่างยุติธรรม เฉพาะจุดนี้เจ้าไม่มีหัวใจของผู้แข็งแกร่ง ขาดความเชื่อมั่นในชัยชนะ”
ตูม!
บนลานประลองก็มีเสียงตูมตามดังขึ้นมาเย่เฉินถูกทุบตีอย่างต่อเนื่องจนถอยหลังไป
เขาเพิ่งจะสิ้นสุดการต่อสู้ที่นองเลือดและยังอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงเฮ่าซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมเลยสักนิด
“เพียงแค่ข้าผ่านพ้นช่วงเวลาที่อ่อนแรงไปได้ข้าก็จะกลับมาชนะได้” เย่เฉินมีความเชื่อมั่นเช่นนี้อยู่ในใจและยังคงใช้ย่างก้าวของวิชาลับความเร็วลมกรดเพื่อหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเจียงเฮ่าโดยตรง
หากคู่ต่อสู้ที่ได้รับเลือกคือฉีเยว่หรือฮั่วเถิงเขาก็จะยอมแพ้อย่างแน่นอน แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเป็นเจียงเฮ่า
ในเมื่อเป็นเจียงเฮ่าเขาจะไม่ยอมพ่ายแพ้แม้จะถูกตีให้ตายอย่างมากก็แค่พ่ายแพ้แล้วก็กลับไปเข้าแข่งขันเพื่อคืนชีพ เขากลั้นไว้ในใจมาโดยตลอดจะพ่ายแพ้ใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ศิษย์ของสองยอดเขาและวิหารประกาศิต
เฮือก!
เย่เฉินที่กำลังหลบหลีกอย่างต่อเนื่องยกฝ่ามือขึ้นจู่โจมเจียงเฮ่า และกระอักเลือดออกมา
“เย่เฉินเจ้าจะหลบซ่อนไปถึงเมื่อไร?” น้ำเสียงที่ดูขี้เล่นดังขึ้นมาอย่างรวดเร็วเจียงเฮ่าโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ไม่ยอมให้เย่เฉินได้มีเวลาฟื้นตัวหรือตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
เย่เฉินเงียบไม่พูดอะไรเขายังคงหลบหลีกด้วยฝีเท้าของวิชาลับความเร็วลมกรด
เมื่อเห็นดังนั้นเจียงเฮ่าก็เริ่มโมโห บีบมือทั้งสองข้างและปล่อยพลังฝ่ามือออกไปอย่างรวดเร็วสำแดงวิชาลับที่คล้ายกับวิชาลับกระบี่เซียนเหินเวหาของอิ่นจื้อผิง
เช้ง!
เช้ง!
เช้ง!
ทันใดนั้นเงากระบี่ที่มีอยู่เต็มท้องฟ้าได้รวมเข้าด้วยกันภายใต้การเคลื่อนมือขนาดใหญ่ของเจียงเฮ่าเสียงของกระบี่ได้มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเย่เฉิน
เมื่อเย่เฉินเห็นดังนั้นจึงไม่ได้ใช้กลกระบี่เทียนกัง เพราะหากโจมตีไปเช่นนั้นเขาจะต้องถูกเจียงเฮ่าขวางเอาไว้อย่างแน่นอนและสิ่งที่เขาต้องเผชิญตามมาคือวิชาลับที่ต่อเนื่องของเจียงเฮ่า
เขามองดูอย่างละเอียดก็รู้ได้ว่าเจียงเฮ่าพยายามบังคับให้เขาออกไปเผชิญหน้า
เมื่อมองเห็นสิ่งนี้แต่ก็ไม่อาจจะเป็นกับดัก อาศัยพลังของการหลบหลีกด้วยวิชาลับความเร็วลมกรดภาพเงาที่อยู่ด้านหลังจึงต่อเนื่องเป็นแนวเดียวกันความเร็วก็เพิ่มขึ้นสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
พัฟ!
พัฟ!
พัฟ!
การต้องหลบเลี่ยงแบบนี้ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เงากระบี่ที่บินพุ่งเข้ามาได้ทิ้งรอยแผลไว้บนร่างกายของเขาทีละรอย
ในไม่ช้าเสื้อคลุมสีขาวของเขาก็ถูกย้อมเป็นสีแดงเลือด
วิชาวาโยพันผูกจงออกมา!
เจียงเฮ่าแสดงวิชาลับอีกครั้ง
แซกๆ !
เสียงกระทบของโซ่เหล็กดังขึ้นมาเย่เฉินรู้สึกได้ถึงเสียงหวีดของลมที่มีความเร็วสูงได้อย่างชัดเจนและในเสียงหวีดของลมนั้น ได้ควบรวมกันกลายร่างเป็นโซ่ลมที่ไร้รูปร่างคดเคี้ยวเข้ามาทางเขา
เปรี๊ยะ!
เขาอุทานเบาๆพลังปราณในร่างกายเขาก็เอ่อล้น เปิดโซ่ลมออกไป และถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
“ดัชนีสุริยันอัสดง”เจียงเฮ่าพุ่งตัวเข้ามาในทันที ส่งพลังดัชนีนิ้วออกไปกระทบถูกหน้าอกของเย่เฉินจนเป็นรอยเลือดไหลออกมา
“อย่าให้ข้าฟื้นตัวได้นะ”เย่เฉินลากร่างที่บาดเจ็บหลีกถอยไปอีกครั้ง
“เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นหรือ?” เจียงเฮ่าพูดเยาะเย้ย จากนั้นก็กดฝ่ามือขนาดใหญ่ลงมาจากฟ้า
“สารเลว”เย่เฉินแอบด่า จากนั้นก็นำเอากระบี่เทียนเชวียออกมาขวางไว้
ปัง!
ฝ่ามือของเจียงเฮ่ากระทบเข้ากับกระบี่เทียนเชวียแรงปะทะนั้นทำให้กระบี่เทียนเชวียถึงกับสะท้านและเย่เฉินที่กำลังถือกระบี่เทียนเชวียก็ถูกแรงสะท้อนนั้นทำให้กระอักเลือดออกมาจนถอยไปด้านหลังขณะที่ถอยหลังไปเขาก็ถูกโจมตีจากกระบี่ของเจียงเฮ่าอย่างต่อเนื่อง
“ไร้ยางอายจริงๆ”
เจ้าหมีสองวิ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งเจ้าหมีสองผู้อ้วนเป็นก้อนกลมนั้นสองมือท้าวเอวเหมือนกับหญิงปากร้ายที่ยืนโวยวายข้างถนนพ่นน้ำลายจากคำด่าออกมาดั่งดวงดาวเต็มท้องฟ้า ไม่อาจจะขึ้นไปช่วยบนลานประลองได้ทำได้แต่เพียงรบกวนจิตใจของเจียงเฮ่าอยู่ด้านล่าง
“เป็นถึงศิษย์ที่แท้จริงอันดับหนึ่งของยอดเขาเหรินหยางแต่ไม่กล้าจะต่อสู้กับเย่เฉินอย่างยุติธรรมหรือ?”
“ปกติก็ดีแต่คุยโวโอ้อวดทำไมตอนนี้จึงกลัวเสียล่ะ”
“น่าภูมิใจนักหรือไงที่สามารถทำร้ายศิษย์ขั้นรวมพลังคนหนึ่งจนพิการ”
ฝีปากของเจ้าหมีสองมีความเก่งกล้าคำด่าแต่ละชุด ออกมาจากปากเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
แต่การก่นด่าของเขา ในสายตาของเจียงเฮ่าแล้ว ล้วนแต่ถูกเขาเพิกเฉยมาโดยตลอดเป้าหมายของเขาในตอนนี้มีความชัดเจนอย่างมาก นั่นก็คือการเอาชนะเย่เฉินที่กำลังอ่อนแรงถึงแม้ว่าวิธีการเช่นนี้จะดูน่ารังเกียจก็ตาม
เฮือก!
เฮือก!
เฮือก!
บนลานประลองเย่เฉินยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ต่างต้องหวาดกลัว
อย่างไรก็ตามแม้จะอยู่ในสภาพปางตายเขาก็ยังคงยืนหยัดในการต้านทานการโจมตีจำนวนหลายสิบครั้งของเจียงเฮ่าได้อย่างไม่ยอมพ่ายแพ้พละกำลังที่แข็งแกร่งของเขา ทำให้ผู้ชมต่างต้องประหลาดใจ
ฝั่งตรงข้ามสีหน้าของเจียงเฮ่าก็เริ่มบึ้งตึง ใบหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความดุร้าย
เขาเป็นใครเขาคือศิษย์ที่แท้จริงอันดับหนึ่งของยอดเขาเหรินหยางศิษย์สิบอันดับแรกผู้สง่างามแห่งสำนักนอกนึกไม่ถึงว่าจะไม่สามารถเอาชนะศิษย์ขั้นรวมพลังธรรมดาๆ ได้แม้ว่าจะชนะก็ถือว่าเป็นการเสียหน้าเช่นกัน
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย และเคลื่อนไหวด้วยเจตนาฆ่าที่น่ากลัว
เห็นแค่เพียงเขากัดนิ้วของตนเองใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดวาดลงไปบนกระบี่ จากนั้นก็ถ่ายเทพลังปราณเข้าไป
เช้ง!
ทันใดนั้นกระบี่วิญญาณก็เริ่มส่งเสียงออกมา แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวและมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่น่ากลัวปรากฏขึ้น
“สายรุ้งผ่านอาทิตย์” ตามมาด้วยเสียงของเจียงเฮ่า เขาพุ่งเข้ามาราวกับภูตผีปีศาจกระบี่ที่แหลมคม ชี้ตรงไปยังหน้าอกของเย่เฉิน
เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของเย่เฉินก็พร่างพราว
เขารู้สึกได้อย่างชัดถึงความน่ากลัวของกระบี่นั่นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือวิชาลับของการปลิดชีพอย่างแน่นอน
ในระหว่างเวลาที่รวดเร็วนี้เขาได้หลีกตัวออกไปทันที แต่ก็ยังถูกโจมตีเข้าจนได้
เฮือก!
เลือดสาดกระเซ็นเขาพยายามหลีกหน้าอกของตนเองออกมาแต่กระบี่นั่นก็แทงเข้าไปยังไหล่ของเขาจนเกิดเป็นรอยแผลกระแสพลังที่ล่องลอยอยู่บนกระบี่ได้ไหลเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เส้นลมปราณของเขาฉีกขาด
เฮือก!
เขากระอักเลือดออกมาและเดินเซถอยหลังไป
“ยังไม่ตายอีก?” เจียงเฮ่าเริ่มโกรธจากนั้นจึงพุ่งออกไปด้านหน้าและแทงลงไปด้วยกระบี่หลายครั้ง
เฮือก!
ยังคงมีเลือดสาดกระเซ็นออกมาแต่ในครั้งนี้ เย่เฉินกลับใช้ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเลือดหยิบกระบี่ยาวของเขาออกมา
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นดวงตาของเย่เฉินแดงก่ำดั่งเลือด แสงเย็นวาบส่องประกายออกมาอย่างเฉียบคม“เจ้าได้สู้สมใจอยากเจ้าแล้ว คราวนี้ถึงตาข้าบ้าง”