ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 85

    ..กลับมาทางด้านของทัศนีย์..“ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะครับ.. อีกอย่างพวกคุณเป็นใครกันแน่ พวกคุณไม่มีสิทธิ์ในการกักขังตัวผมอย่างนี้นะครับ มันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าผมออกไปได้ผมจะทำการฟ้องพวกคุณแน่นอน” ทัศนีย์ที่ตอนนี้กำลังถูกคุมขังอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ หลังจากที่เขาถูกจับกุมตัว เขาก็ถูกพาตัวมายังห้องที่คล้ายๆกับห้องสอบสวนของตำรวจ แต่ทว่ามันดูเหมือนจะมีความไฮเทคกว่าที่ตำรวจไทยใช้ในปัจจุบัน และเขาก็ไม่เคยรับรู้เลยว่าห้องแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสุดยอดเทคโนโลยีที่มาจากต่างประเทศ ทั้งปิดกั้นเสียง ทั้งเป็นจุดที่ไม่มีรายงานบนแผนที่ของโลก หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นห้องแห่งความลับเลยก็ว่าได้“หึหึ.. พวกเราเป็นใครอย่างนั้นเหรอ ฮ่าๆ ไม่คิดเลยว่าเมืองแห่งนี้จะมีแต่คนกล่าวถามกับพวกเราอย่างนี้กันทุกคนเลย.. กฎหมายอย่างนั้นเหรอ เฮ้อ! พวกเรานี่แหละคือกฎหมาย อย่าว่าแต่จะมีโอกาสได้ฟ้องร้องเลย แม้แต่จะออกไปจากที่นี่ แกเองจะมีสิทธิ์นั้นหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย..” ชายชุดสูทดำเอ่ยกล่าวกับทัศนีย์ และชายคนนี้ก็คือชูเกียรติ หนึ่งในข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะครับ.. ผมจะบอกให้เอาบุญ ตัวของผมนั้นค่อนข้างจะมีชื่อเสียง ถ้าผมหายไปสักคนพวกเขาจะเริ่มสงสัย และตามหาตัวผมแน่ๆ อีกอย่างตระกูลของผมเองก็คงจะไม่อยู่เฉยๆเช่นกัน เห็นว่าผมเป็น รปภ. อย่างนี้ แต่ทางบ้านผมก็ไม่ธรรมดานะ” ทัศนีย์กล่าว“โอ้!.. แกเริ่มข่มขู่กลับมาแล้วเหรอ เมื่อกี้แกยังบอกว่าตัวเองเป็นรปภ.ธรรมดาๆอยู่เลย หรือว่าแกต้องการจะสารภาพแล้วอย่างนั้นเหรอว่าแกเป็นคนก่อเหตุ..” ชูเกียรติกล่าวถามพร้อมกับยกคิ้วสูง ทั้งๆที่เขานั้นรู้อยู่ในใจอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มีอำนาจมากแค่ไหน แต่ไหนๆมันก็ไม่มีอะไรทำ เขาก็เลยพูดคุยกับมันเพื่อที่จะฆ่าเวลาเท่านั้น“เปล่าหรอก ผมไม่ยอมรับสารภาพอะไรทั้งนั้น ผมไม่ได้เป็นคนทำ.. แต่ผมก็แค่ต้องการบอกกับคุณว่าถ้าคุณทำอะไรผม เรื่องมันคงไม่จบเพียงแค่นี้แน่นอน และที่สำคัญมันไม่ใช่เป็นเพียงแค่การข่มขู่แต่อย่างใด” ทัศนีย์กล่าวพร้อมกับฉีกยิ้มราวกับผู้ที่อยู่เหลือกว่า ชูเกียรติที่เห็นท่าทางอวดดีนั้นเขาก็ยิ้มกลับออกมาเช่นกัน“เป็นแฟนคลับอันดับต้นๆของไอดอลสาวไอนะ.. เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ‘ศิริวัฒนะ’ มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยอย่างนั้นเหรอ.. แต่ก็ต้องนับถือความกล้าของแกนะ ทั้งๆที่อยู่กินสบายๆที่บ้านก็เพียงพอต่อการดำรงชีพแล้วแท้ๆ แต่แกก็เลือกที่จะมาทำงานเล็กๆ เพียงเพื่อจะปกป้องไอดอลอันเป็นที่รัก..”ชูเกียรติกล่าวด้วยที่เขาไม่มีเอกสารอะไรประกอบการพูดคุยกันเลยแม้แต่แผ่นเดียว ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ส่วนทัศนีย์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับตกใจ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใช้เวลาอันน้อยนิดในการสืบข้อมูลของเขามาได้ทั้งหมดอย่างนี้“แกรู้ได้ยังไง..!?..” ทัศนีย์หรี่ตามองอย่างสงสัย ส่วนชูเกียรติก็ยักไหล่ของตัวเองเล็กน้อย“ก็แค่ง่ายๆนะ.. เพียงไม่กี่วินาที เราก็รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแก แม้แต่ข้อมูลเรื่องของการเงินของแกเองเราเองก็รู้ทั้งหมด.. คงไม่เชื่ออย่างนั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องมีตัวอย่างให้แกได้รับชมสักหน่อย..” ชูเกียรติกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาดีดนิ้ว จากนั้นมือถือสมาร์ทโฟนของทัศนีย์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีการแจ้งเตือนขึ้นมา ‘ถอนเงิน/เงินออก.. 100,000.00 จาก KTGBANK/x896xxx ไปยัง xx-xx-xxx เวลา 21.15 น.’ เมื่อข้อความทางการเงินมันแจ้งเตือน ทัศนีย์ก็ทำตาโตเท่าไข่ห่าน คนพวกนี้ไม่ทันได้จับโทรศัพท์ของเขาเลยด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะทำการแฮกข้อมูลได้ เขารีบเลื่อนมือไปหยิบมันมาเพื่อเช็กบัญชีของตัวเองว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่า และแล้วเขาก็ต้องพบว่ามันเป็นจริงอย่างที่ชายคนนี้กล่าว“นี่มันคือการโจรกรรม ฉันจะฟ้องพวกคุณอีกหนึ่งข้อหา.. เราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว ฉันจะโทรหาทนายประจำตระกูล..” ทัศนีย์กล่าว ในทีแรกเขาคิดจะเล่นเกมแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับเล่นเขาแรงขนาดนี้ มันก็ต้องมีของขึ้นกันบ้าง ตู้ดๆๆๆๆ... เสียงของปลายสายที่ทัศนีย์กดโทรออกไป มันดัง ‘ตู้ด’ แบบรัวๆ และเขาก็ต้องสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโทรศัพท์ เพราะมันแจ้งเตือนว่า ‘ไม่มีสัญญาณ’ บนโทรศัพท์ เขาได้แต่ทำหน้ามึนงง ทั้งๆที่เมื่อสักครู่ยังใช้อินเทอร์เน็ตเช็กการเงินในเครือข่ายมือถืออยู่เลย“..แกไม่ต้องสงสัยหรอก มันเป็นเทคโนโลยีของพวกเราเอง ห้องนี้น่ะถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ และข้อดีของมันอย่างหนึ่งก็คือ เราสามารถควบคุมการไหลเวียนของคลื่นสื่อสารได้อย่างใจนึก.. นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าแกจะไม่สามารถโทรขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย ถ้าเราไม่อนุญาต..” ชูเกียรติกล่าวพร้อมยิ้มออกมา“พวกแก!.. นอกจากจะกักขังหน่วงเหนี่ยว แล้วยังตัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอีก และฉันจะไม่ยอมความเด็ดขาด..” ทัศนีย์กล่าวพร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ถึงแม้ว่าข้อมือของเขาจะถูกล็อกด้วยกุญแจข้อมูลอยู่ก็ตาม แต่ทว่าขาของเขายังคงเป็นอิสระ“ใครบอกให้แกลุกขึ้นยืนกัน?..” ชูเกียรติกล่าว พร้อมกับหรี่ตามองบอดี้การ์ดสองคนที่คุมเชิงอยู่ด้านหลังของทัศนีย์ แน่นอนว่ามันก็ทำให้ทัศนีย์ลุกหนีไปไหนไม่ได้ มันกัดฟันด้วยความแค้นใจ และเจ็บปวดบริเวณไหล่ที่บอดี้การ์ดทั้งสองคนกดทับเอาไว้“ฉันจะฟ้องเรื่องของการทำร้ายร่างกายด้วยอีกหนึ่งคดี.. และฉันจะพูดอีกครั้ง ปล่อยตัวฉันออกไปซะ!” ทัศนีย์กัดฟันกล่าว แต่ทว่าชูเกียรติกลับไม่มีท่าทางจะเดือดร้อนกับคำพูดของทัศนีย์เลยแม้แต่น้อย“ถ้าแกรอดชีวิตออกไปได้.. แกอยากจะทำอะไรก็เชิญ แต่ตอนนี้แกจะต้องนั่งอยู่ตรงนี้เท่านั้น... ขอรับ! ทราบแล้วขอรับ” ชูเกียรติกล่าวกับทัศนีย์ ก่อนจะมีการรายงานการเคลื่อนไหวภายนอกห้องที่แจ้งเข้ามาในหูฟังของเขา ก่อนที่ชูเกียรติจะยืนขึ้น และจัดสูทของตัวเองเล็กน้อย ทัศนีย์มองดูการเปลี่ยนแปลง เขาเดาได้ไม่ยากเลยว่าจะต้องมีคนที่มีอำนาจมากเดินทางมาที่นี่แน่นอน และบางทีคนคนนั้นอาจจะเป็นพ่อของเขาก็ได้“หึหึ.. พ่อของฉันคงจะมาที่นี่แล้วอย่างนั้นสินะ จะเล่นงานฉันมันก็ยากสักหน่อย” ทัศนีย์กล่าวออกมาอย่างมั่นใจพร้อมกับเชิดหน้าอย่างเลิศหรู ไม่ว่าพวกนี้มันจะเป็นผู้ใด แต่พ่อของเขาเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจของจังหวัดข้างเคียง และเขาเชื่อว่าคนพวกนี้ได้ถึงคราวซวยแล้ว“อย่าได้มั่นใจอะไรมากนัก.. บุคคลที่กำลังมานั้น แม้แต่พ่อของแกยังเป็นเพียงแค่ขี้เล็บเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าของท่าน พ่อของแกก็จำเป็นต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตแน่นอน..” ชูเกียรติกล่าว ทัศนีย์ก็ไม่เชื่อหรอกว่าพ่อของเขาที่อยู่ระดับบนๆของเมืองจะต้องทำอย่างนั้นเหมือนกับที่มันกล่าว“มันจะเป็นอย่างนั้นแน่เหรอ.. พ่อของฉันมีเส้นสายกับตระกูลชั้นนำในเมืองหลวง นักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพลหลายต่อหลายคน พ่อของฉันก็รู้จักทั้งนั้น แกอย่างมาหลอกลวงอะไรให้มันยากเลย..เฮ้อ!” ทัศนีย์กล่าว ชูเกียรติที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มรับเท่านั้น“ตระกูลชั้นนำที่แกกำลังกล่าวถึงนั้น.. ใช่ตระกูล ณ สุวรรณภูมิหรือเปล่าล่ะ... และถ้ามันใช่ล่ะก็.. แกกำลังทำให้ตระกูลของแกล่มสลายแล้วล่ะ.. เพราะว่าบุคคลที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องมานั้น คือท่านหม่อมหลวงภาวิน ณ สุวรรณภูมิ ว่าที่ผู้นำตระกูลคนถัดไป..” ชูเกียรติหันมากล่าวให้มันได้รู้ตัวเองสักทีว่าตอนนี้มันนั้นกำลังเล่นอยู่กับใคร แน่นอนว่าทัศนีย์ก็ได้แต่อ้าปากค้างไปเลยทีเดียว“ไม่จริงน่า.. คนระดับท่านชายจะเดินทางมาที่นี่ พวกแกกำลังต้องการล้อเล่นกับฉัน?” ทัศนีย์กล่าวออกมาอย่างตกใจ เขาเคยได้ยินพ่อของตัวเองกล่าวถึงตระกูลนี้บ่อยๆ เพราะว่าในอนาคตพ่อของเขาจะได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.ภาคคนถัดไป โดยมีนักการเมืองภายใต้สังกัดตระกูล ณ สุวรรณภูมิให้ท้ายอยู่ ชูเกียรติที่ยินอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เอ่ยตอบกับทัศนีย์แต่อย่างใด เขาเพียงแค่ยิ้มให้กับมันเท่านั้น ประตูห้องสอบสวนถูกเปิดออกมา พร้อมกับเสียงของไม้เท้าที่ดังกระแทกกับพื้นเป็นจังหวะๆ แม้ว่ามันจะเป็นจังหวะที่ค่อนข้างคงที่ แต่มันก็นับว่าเป็นเสียงจังหวะที่ตื่นเต้นสำหรับทัศนีย์เช่นกัน เสียงจังหวะหัวใจของทัศนีย์เรียกได้ว่ามันแทบจะเต้นตามจังหวะของไม้เท้าเลยก็ว่าได้ แต๊ก! ตุบ!.. แต๊ก! ตุบ!.. แต๊ก! ตุบ!.. และแล้วทัศนีย์ก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นมาทันที เมื่อเขาเห็นใบหน้าของชายผู้เดินทางมาถึงที่นี่ชัดๆ เขาแทบจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาของตัวเอง และมองอีกครั้ง..“ไม่จริง!.. มันจะเป็นแกได้ยังไง พวกแกกำลังแสดงละครอะไรอยู่..” ทัศนีย์กู่ร้องตะโกนอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น โอ๊ตที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงก็ยิ้มออกมาให้แก่มัน แน่นอนว่าความเจ็บปวดที่เขาได้รับมานั้น จะต้องเอาคืนมันเป็นร้อยเท่าพันเท่า...“สวัสดีนะไอ้เวร.. แกทำกับฉันได้แสบมาก แต่ก็นะ อย่างที่แกเห็นฉันไม่เป็นอะไรเลย อยากจะลองดูแผลที่แกแทงฉันดูสักหน่อยไหมล่ะ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเปิดเสื้อของตัวเอง เพื่อโชว์หน้าท้องที่ตอนนี้มันมีรอยแผลเป็นบางๆให้กับอีกฝ่ายรับชม และมันก็ยิ่งทำให้ทัศนีย์ตกใจเข้าไปใหญ่“เป็นไปได้ยังไงกัน!.. ฉันมั่นใจว่าฉันแทงแกจนมิดด้ามแล้วนี่.. ทำไมแก! ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไรเลย..ไม่ๆ ตอนนี้ฉันอาจจะแค่มีภาพหลอนเท่านั้น ใช่ๆ ฉันจะต้องฝันอยู่แน่ๆ” ทัศนีย์กล่าว และเขาก็คิดว่าตัวเองนั้นกำลังฝันอยู่แน่ๆ ทุกอย่างมันจะต้องเป็นฝัน เขาตบหน้าตบหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เพื่อที่เขาจะได้หลุดออกจากฝันร้ายนี้เสียที แต่นั่นมันกลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด..“ตื่น! ตื่นสิวะ...” ทัศนีย์กล่าวกับตัวเอง และพยายามทำทุกวิธีทางให้ตัวเองตื่น..“เฮ้ยๆๆ อย่าทำร้ายตัวเองอย่างนั้นสิ!.. ถ้าแกทำเช่นนั้น แล้วมันจะเหลือที่ให้ฉันได้กระทืบแกเหรอวะไอ้เวร..”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน