Trance : ทางผ่านเทพเจ้า

    ตอนที่ 27 : ต้องทำลายให้สิ้นซาก

            ระบบพันตายังทำงานอยู่ สมิทธิ์เอื้อมมือข้างหนึ่งเพื่อจะคว้าตัวของภูเบศวร์ไว้เมื่อหมดเวลาของระบบพันตา เขาจะได้ใช้ภูเบศวร์เป็นตัวประกันในการต่อรอง

            ไม่ทันที่เขาจะได้แตะตัวของภูเบศวร์เลยด้วยซ้ำหอกใบโพธิ์ที่ดูคุ้นเคยก็เข้ามาขวางพอดี

            “อย่าลืมว่ายังมีข้าอยู่ซี่”

            ยุทธ์ในสภาพร่างทรงระดับ 2 ได้ทำหน้าที่สมกับเป็นรปภ. เอ๊ย... หัวหน้าหน่วยรบของภาคีสหเทพอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเขาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติในระบบพันตา เขาคงเปิดระบบ 6 พักตร์ทันที เมื่อเห็นว่าสมิทธิ์เริ่มเปลี่ยนเป็นร่างทรงระดับ2

            “ชั้นไม่ได้ลืม แต่นายก็รู้นี่ว่าชั้นเหนือกว่านายอยู่ดี!” สมิทธิ์พูดพลางใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามหอกของยุทธ์แล้วใช้ดาบสายฟ้าตัดปลายหอกขาดกระเด็นไปอีกครั้ง ง่ายดายเหมือนหั่นแตงกวา

            ยุทธ์ไม่มีทีท่าประหลาดใจเหมือนครั้งแรกที่เขาพบว่าหอกของเขาถูกตัดขาดเขากลับมั่นใจขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะสำหรับหัวหน้าหน่วยรบอย่างเขาไม่มีคำว่าผิดพลาดเป็นครั้งที่ 2

            “ข้าถึงนำท่านกฤษณะเข้ามาในระบบ 6พักตร์ด้วยยังไงเล่า” ขณะที่พูด มือข้างหนึ่งของยุทธ์แตะอยู่ที่ไหล่ของกฤษณะ

            สิ่งที่นอกเหนือการควบคุมอย่างแรก ในแผนการที่สมิทธิ์จะใช้ระบบพันตาหยุดการเคลื่อนไหวของเหล่าคนทรงก็คือยุทธ์ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้มาก่อนว่ามีคนทรงที่สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นปกติเหมือนกับเขาในระบบพันตา อย่างที่2 ก็คือ ระบบ 6 พักตร์ของยุทธ์นั้นสามารถส่งต่อให้คนอื่นได้อีกด้วย

            ข้างกายของยุทธ์ กฤษณะ 1 ในคนทรง 3เทพสูงสุดสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เป็นปกติแล้ว ทั้งๆ ที่ระบบพันตายังทำงานอยู่

            “ขอบใจเจ้ามากยุทธ์” กฤษณะพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังเขาหลับตาข่มอารมณ์โกรธอย่างเต็มที่

            เขาดึงตุ้มหูข้างหนึ่งออกมาจากติ่งหู รูปร่างของตุ้มหูนั้นเหมือนกระดุมเม็ดเล็กๆที่มีแฉกแหลมโดยรอบ

            “เจ้าตัดสินใจได้แย่มากนะสมิทธิ์”

            ฉับพลันที่เขาลืมตาขึ้น ก็ปรากฏภาพวงกลมที่มีแฉกแหลมโดยรอบขึ้นในดวงตาแบบเดียวกับรูปร่างของตุ้มหูของเขา

     

            มือของสมิทธิ์ขาดกระเด็นออกไป

            เสียงกรีดร้องของสมิทธิ์ดังขึ้น โดยที่เขายังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

            จักรโลหะ อาวุธรูปร่างวงกลมมีแฉกแหลมโดยรอบหมุนติ้วอยู่กลางอากาศรูปร่างเหมือนตุ้มหูที่กฤษณะดึงออกมาจากติ่งหูไม่มีผิดแต่ขนาดใหญ่กว่ามาก จักรเคลื่อนที่เหมือนมีชีวิตกลับเข้าไปยังมือของกฤษณะอย่างรวดเร็ว

            “มือข้างนั้นถือเป็นการลงโทษที่เจ้าคิดต่อต้านพวกเรา”เสียงของกฤษณะจริงจังและน่ากลัวกว่าที่เคย

            ร่างทรงระดับ 2 ของสมิทธิ์สลายไปในทันทีเขาร่วงหล่นจากอากาศกระแทกพื้นอย่างแรง มือข้างที่โดนอาวุธของกฤษณะตัดเหลือเพียงครึ่งเดียวของแขนท่อนล่างเขาร้องโหยหวนด้วยความตกใจและเจ็บปวด

            “เกิดอะไรขึ้นน่ะ สมิทธิ์?” สรรค์ที่ได้ยินเสียงของสมิทธิ์ผ่านเครื่องมือสื่อสารถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

            “มือ... มือชั้น”สมิทธิ์ไม่มีสติพอแม้แต่จะตอบให้จบประโยคด้วยซ้ำ

            ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งก็ยื่นเข้ามา ขนาดใหญ่พอที่จะปิดบาดแผลของสมิทธิ์ได้มิด

            “เอ็งนี่ รนหาที่จริงๆ เลยนะ” สูรย์พูดพลางยิ้มอย่างเอ็นดูเสียงของเขาฟังดูเหมือนพระเอกหนังไทยโบราณ

            ระบบพันตาหายไปแล้วคนทรงทุกคนในภาคีสหเทพกลับมาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ สูรย์ ชายผิวสีทองแดงสุดเท่เข้ามานั่งประคองร่างและช่วยห้ามเลือดจากบาดแผลของสมิทธิ์ ในขณะที่ภูเบศวร์คนทรงเทพแห่งการทำลาย เดินเข้ามายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าของทั้ง 2 คนหน้าตาของเขาบึ้งตึงส่งรังสีอำมหิตออกมาเขาจ้องมองสมิทธิ์เหมือนราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อ เพราะก่อนหน้านี้ สมิทธิ์พูดจายั่วโมโหเขาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียวแล้วไหนจะเอาอาวุธมาจ่อที่หน้าของเขาอีก

            “ข้าคงไว้ชีวิตเจ้าไม่ได้แล้ว ต้องทำลาย!” ภูเบศวร์พูดพลางแปลงเป็นสภาพร่างทรงระดับ2 แสงเจิดจ้าวาบขึ้นมาจากกลางหน้าผาก 

            “เดี๋ยวสิ จะไม่ให้โอกาสเด็กมัน...” กฤษณะตกใจแม้ว่าเขาจะเป็นคนตัดมือของสมิทธิ์ก็จริง แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดต้องฆ่าทิ้ง

            “เฮ่อ... เล็งดีๆ ก็แล้วกันอย่าให้เจ้าสูรย์โดนไปด้วยล่ะ” น้ำเสียงของธาดาเหมือนชินชากับพฤติกรรมของภูเบศวร์ไปแล้ว

            ยังไม่ทันที่ภูเบศวร์จะทำลายอะไรได้สำเร็จสูรย์ก็พูดขึ้นมาก่อน

            “โทษทีนะ ท่านทั้ง 3” มือที่ปิดบาดแผลของสมิทธิ์มีแสงเรืองขึ้นมา

            “ข้าคงยอมให้ร่างทรงเทพแห่งสงครามตายที่นี่ไม่ได้!”เขาตะโกนพร้อมชูมือขึ้นไปบนอากาศ ถุงมือสีแดงสดปรากฏขึ้น

            ทันใดนั้น ลำแสงวิถีโค้งหลายสายยิงออกมาจากมือของสูรย์พุ่งเข้าถล่มทำลายวิหารของภาคีสหเทพทันที

     

            “เสียงระเบิด… เกิดอะไรขึ้นกันแน่สมิทธ์?”เสียงของสรรค์ดังขึ้นมาจากเครื่องมือสื่อสารในหูของสมิทธิ์

            สมิทธิ์ในตอนนี้หมดสติไปด้วยความเจ็บปวดเขาอยู่ในแขนข้างหนึ่งของร่างทรงระดับ 2ซึ่งกำลังเหาะหิ้วร่างของสมิทธิ์หนีออกมาจากภาคีสหเทพ

            “หืม! เจ้าหนุ่มเสียงหล่อคงเป็นคนของเทวาลัยแห่งโชคชะตาสินะตอนนี้สมิทธิ์มือขาด แต่ข้าห้ามเลือดไว้ให้แล้ว”เสียงของสูรย์ดังขึ้นผ่านหน้ากากสีแดงสด

            “ภารกิจที่พวกเอ็งวางแผนไว้ล้มเหลวไม่เป็นท่าข้าจึงต้องเปิดเผยตัวหาจังหวะหนีออกมา แต่ไม่นานพวกภาคีก็คงตามมาทัน”

            “เดี๋ยว นายเป็นพวกภาคีไม่ใช่เหรอทำไมถึงช่วยสมิทธิ์” สรรค์ถามขึ้นด้วยความระแวง

            “อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยข้ารู้มาว่าเทวาลัยมีคนทรงที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยทุกอย่างได้ใช่รึเปล่า?ข้ากำลังหิ้วเจ้าหนุ่มนี่ไประหว่างนี้พวกเอ็งเตรียมอพยพทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้เลย”

            คำพูดของสูรย์ไม่เกินจริงเพราะระหว่างที่เขาเดินทางไปยังเทวาลัยแห่งโชคชะตานั้น ร่างของคนทรงระดับ 2นับจำนวนได้ 5 คน ก็เหาะพุ่งขึ้นมาจากซากวิหารของภาคี

            1 ในนั้นคือภูเบศวร์ คนทรงเทพแห่งการทำลายผู้ซึ่งทวีความแค้นมากขึ้นกว่าเดิมไปอีกหลายเท่า

            “เจ้าสูรย์คนทรยศกับเจ้าเด็กนั่นเป็นศัตรูกับภาคีสหเทพต้องทำลาย… ต้องทำลายให้สิ้นซาก!”



    คล้ายกับเรื่องTrance : ทางผ่านเทพเจ้า ที่คุณอ่าน